ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 202 ตามมาทันเวลา!
ที่ตั้งของสำานักโลหิต
เงาโลหิตขนาด้ใหญ่ยักษ์ที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของหลีจิ้งยัง คงดู้ด้ซับเอาเลือด้ของสัตว์วิเศษมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าเลือด้ในบ่อน้ำา มากมายที่กระจัด้กระจายอยู่บนลานกว้างกลับเริ่มลด้ลงมาจนเกือบ ถึงก้นบ่อแล้ว
ข้างม่านแสงแด้งสด้ ภูตผีปีศาจระด้ับต่ำาหลายตัวยังคง พยายามกระแทกลงไปบนม่านแสงอย่างสุด้ชีวิต
ปราณปีศาจสีม่วงเข้มซึ่งไหลเชี่ยวราวกับน้ำาเมื่อสัมผัสเข้า กับม่านแสงแด้งสด้กมทำาให้เกิด้เสียง “เปรีกยะปราะ” ด้ังลั่น ปราณ ปีศาจ…กำาลังเผาผลาญม่านแสงไปทีละนิด้
คนของสำานักโลหิตทุกคนต่างกมองไปยังบ่อเลือด้เหล่านั้น ด้้วยสีหน้าหวาด้วิตก แอบกังวลอยู่ในใจ
พวกเขาล้วนรู้ด้ีว่าหากน้ำาเลือด้แห้งขอด้เมื่อใด้ เงาโลหิต นั่นกมจะไม่มีเลือด้จากสัตว์วิเศษมามอบพลังให้อีก ม่านแสงแด้งสด้ที่ ปกปองทุกคนเอาไว้กมจะสลายไปในชั่วพริบตา
ถึงเวลานั้นภูตผีปีศาจระด้ับต่ำาขนาด้ใหญ่ยักษ์หลายตนซึ่ง วนเวียนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกมจะแสยะเขี้ยวกระโจนเข้าใส่พวกเขา อย่างบ้าคลั่ง
และนั่นกมคือช่วงเวลาที่พวกภูตผีปีศาจระด้ับสูงซึ่งมีเก๋อหลู่ เท่อ ซาลาเป็นผู้นำารอคอยมาโด้ยตลอด้
“ใกล้จะพยุงตัวไม่ไหวแล้ว”
หลีจิ้งเจ้าสำานักโลหิตมองเหมนว่าเลือด้ของสัตว์วิเศษค่อยๆ แห้งเหือด้ลงไป ม่านแสงสีเลือด้ที่ล้อมวนอยู่บนร่างของนางกมค่อยๆ ไหลหายไปช้าๆ ในที่สุด้นางจึงเริ่มทนไม่ไหว “เจ้าติด้ต่ออวี๋ถงอีกครั้ง ถามนางดู้ว่าสถานการณ์ด้้านนอกเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?”
“รับทราบ” เสิ่นซิ่วหรี่ตาลง ใช้เวทลับของสำานักโลหิตมา พยายามติด้ต่ออวี๋ถงให้ได้้ในทันที
ครู่ใหญ่หลังจากนั้น
คิ้วของเสิ่นซิ่วขมวด้มุ่น ส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า “ไม่มีการ ตอบรับ”
หลีจิ้งอึ้งงันไปทันใด้ “ทำาไมถึงไม่มีการตอบรับ?”
“ข้ากมไม่รู้เหมือนกัน” เสิ่นซิ่วสีหน้าหด้หู่ “ข้าบอกถึงวิธี การใช้เวทลับไข่มุกเลือด้วิเศษกับอวี๋ถงไปนานแล้ว ตามหลัก ขอแค่ ทางฝ่ายข้าร่ายเวท นางกมน่าจะสัมผัสได้้ในทันที นางไม่ได้้ตอบข้า กลับมามีเพียงความเป็นไปได้้สองอย่างเท่านั้น หากนางไม่ตกอยู่ใน อันตรายจนไม่มีเวลามาสนใจข้า”
“กมต้องเป็นเพราะไข่มุกเลือด้วิเศษนั้นไม่ได้้อยู่ในมือของ นาง”
หลีจิ้งครุ่นคิด้อยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “มีโครงกระดู้กปีศาจ เลือด้อยู่ด้้วย ภูตผีปีศาจระด้ับต่ำาย่อมทำาอะไรพวกเขาไม่ได้้แน่นอน ภูตผีปีศาจระด้ับสูงหกตนนั้นล้วนมาอยู่ตรงนี้ครบหมด้ ไม่มีใครจาก ไปแม้แต่คนเด้ียว พวกเขากมไม่น่าจะตกอยู่ในอันตรายได้้ ดู้ท่าไข่มุก เลือด้วิเศษคงไม่ได้้อยู่ในมือของนาง เรื่องนี้ค่อนข้างน่าปวด้หัวเสีย แล้ว”
“เจ้าสำานัก! เลือด้ในบ่อลด้ลงไปถึงก้นบ่อแล้ว!” ผู้อาวุโส คนหนึ่งของสำานักโลหิตเอ่ยเตือนขึ้นมาเบาๆ
หลีจิ้งและเสิ่นซิ่วจ้องมองด้้วยสีหน้าเคร่งขรึม พบว่ามีบ่อ เลือด้แห่งหนึ่งที่น้ำาเลือด้ในบ่อถูกใช้ไปจนเกลี้ยงแล้ว
เรือนกายมหึมาของเงาโลหิตตนนั้นหด้เลมกลงไปหนึ่งระด้ับ อย่างเหมนได้้ชัด้ ม่านแสงสีแด้งสด้ที่เกิด้จากมันกมคล้ายจะเบาบางลง ไปเลมกน้อย
เมื่อภูตผีปีศาจระด้ับต่ำาซึ่งมีเรือนกายใหญ่โตหลายตนพุ่ง เข้าชนม่านแสงแด้งสด้อย่างบ้าคลั่ง ม่านแสงนั้นกมเริ่มมีรอยปริแตก ปรากฏให้เหมน
“แย่แล้ว! เกรงว่าคงประคองไม่ไหวอีกแล้ว!”
คนของสำานักโลหิตเด้ิมทียังคงนั่งสมาธิใช้หินวิเศษมาฟื้นฟู พลังวิญญาณ ตอนนี้เมื่อเหมนท่าไม่ด้ีต่างกมพากันลุกขึ้นยืน หยิบเอา อาวุธวิเศษของตัวเองออกมา เตรียมเผชิญหน้ากับการโจมตีของภูตผี ปีศาจ
“หึ ผลลัพธ์ใกล้จะออกมาให้เหมนแล้ว” เก๋อหลู่เท่อที่ถูก ภูตผีปีศาจระด้ับสูงเหล่านั้นเรียกว่า “ฝ่าบาท” กมสังเกตเหมนถึงความ ผิด้ปกติของม่านแสงแด้งสด้ มองเหมนว่าเงาโลหิตใหญ่ยักษ์ค่อยๆ ลด้ ขนาด้เลมกลง บนใบหน้าหล่อเหลาของเขาจึงเผยความตื่นเต้น กระหายเลือด้ออกมาเช่นกัน แล้วจึงหันไปเอ่ยกำาชับกับผู้ใต้บังคับ
บัญชาห้าคนที่อยู่ข้างกาย “วินาทีที่ม่านแสงแตกกระจาย จงลงมือ ทันที ไม่ต้องมอบโอกาสและเวลาที่มากกว่าเด้ิมให้สำานักโลหิตอีก”
“ข้าน้อยรับทราบ” ด้วงตาสีม่วงของปีศาจสาวนามซาลา เปล่งประกายแสงแห่งความเกลียด้แค้นเข้มข้น “เผ่ามนุษย์เหล่านั้น ยึด้ครองอาณาจักรหลีเทียนที่เด้ิมทีควรเป็นของพวกเรา ทั้งยังจับคน ของเรามาเป็นทาสรับใช้ กักขังอยู่ในวังยมบาล ใช้พลังของพวกเขา มาสร้างค่ายกลใหญ่ เวลาผ่านไปนานปี ในที่สุด้พวกเรากมได้้กลับมาท วงอาณาจักรหลีเทียนอีกครั้ง เราจะต้องล้างความอัปยศครั้งนั้นให้จง ได้้!”
“ฆ่า!”
ภูตผีปีศาจระด้ับสูงอีกสี่ตนเผยจิตสังหารดุ้ด้ันออกมาทาง ด้วงตา ทุกตนกำาหมัด้พร้อมลงมือ ต่างกมรอคอยให้นาทีที่ม่านแสงถูก ทำาลายมาถึง
“สวบ สวบ!”
เสียงของอาวุธแหลมคมแทงลึกเข้าไปยังพื้นด้ินพลันด้ัง ลอยมาจากทิศไกล เงาร่างมหึมาที่ใหญ่โตยิ่งกว่าภูตผีปีศาจระด้ับต่ำา ร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏกายอยู่ในปราณปีศาจที่กลิ้งซัด้สาด้
สำาหรับเผ่ามนุษย์แล้ว ปราณปีศาจสร้างขีด้จำากัด้ที่ มากมายให้แก่พวกเขา ทำาให้พลังในการรับรู้ของพวกเขาอ่อนด้้อยลง และส่งผลกระทบต่อระด้ับการมองเหมนด้้วย
ทว่ากลับไม่สงผลกระทบใด้ๆ ต่อภูตผีปีศาจแม้แต่นิด้
ด้้วยเหตุนี้เมื่อเสียงประหลาด้นั่นด้ังขึ้น ภูตผีปีศาจระด้ับสูง หกตนที่มีเก๋อหลู่เท่อเป็นผู้นำาจึงหันขวับไปมอง แล้วกมเหมนเงายักษ์นั่น ในทันที
“โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่เกิด้จากการหลอมยักษ์โครง กระดู้ก!” เก๋อหลู่เท่อจับจ้องอย่างละเอียด้อยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าหล่อ เหลาของเขากมพลันเปลี่ยนมาเป็นบูด้เบี้ยวดุ้ร้าย “เป็นไปไม่ได้้!”
เขารู้ชัด้ด้ีว่าปราณปีศาจที่รวมกันอยู่ที่นี่เข้มข้นมากเพียง ใด้
อย่าว่าแต่เนี่ยเทียนที่เขาไม่เหมนอยู่ในสายตาเลย ต่อให้เป็น พวกหงฉาน เฟิงหลัวเองกมตาม หากคิด้จะฝ่าพื้นที่รอบนอกเข้ามา ถึงที่นี่ในระยะเวลาอันสั้นกมล้วนไม่มีทางเป็นไปได้้แม้แต่นิด้
พวกหงฉานจะต้องหยุด้พักระหว่างทางเพื่อใช้หินวิเศษมา ฟื้นฟูพลังของตัวเอง
เมื่อพวกเขาตามมาถึงอีกครั้ง เนื่องจากพลังถูกเผาผลาญ ไปส่วนหนึ่ง อย่างน้อยกว่าจะมาถึงกมใช้เวลานานพอครึ่งชั่วยาม
ในเวลาครึ่งชั่วยาม การต่อสู้ระหว่างพวกเขาและสำานัก โลหิตกมคงจะรู้ผลแพ้ชนะกันแล้ว ถึงเวลานั้นหลีจิ้งน่าจะถูกทำาร้ายจน บาด้เจมบสาหัส หรืออาจถูกคนส่วนมากร่วมมือกันฆ่าตายไปแล้ว
เขาคำานวณแผนการทั้งหมด้อย่างชัด้เจน และกมเพราะรู้สึก ว่าไม่มีทางเกิด้เหตุไม่คาด้ฝันขึ้นถึงได้้ทำาตัวสบายๆ เช่นนี้
ทว่าการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของโครงกระดู้กปีศาจ เลือด้ทำาให้แผนการของเขาเกิด้ช่องโหว่ขนาด้ใหญ่ยักษ์
เขาจึงรับไม่ได้้ทันที
“เจ้าสำานัก! ท่านได้้ยินเสียงประหลาด้หรือไม่?” เสิ่นซิ่วตื่น เต้น บนใบหน้าแก่ชราปรากฏแสงสว่างของความยินด้ี “หากข้าเด้า ไม่ผิด้ เสียงนั่นน่าจะเป็นเสียงฝีเท้าของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ เพราะว่าเขาไม่มีเลือด้เนื้อ หลงเหลือเพียงเท้าที่มีแต่ข้อต่อกระดู้ก เวลาเด้ินเหยียบลงบนพื้นถึงได้้มีเสียงแบบนั้น”
“ไม่น่าจะผิด้ นั่นกมคือโครงกระดู้กปีศาจเลือด้!” หลีจิ้งแห่ง สำานักโลหิตสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง กล่าวว่า “ตอนที่โครง กระดู้กปีศาจเลือด้ถูกนำากลับมายังสำานักโลหิต ข้ากมจำาเสียงประหลาด้ นี้ได้้ขึ้นใจ เสี่ยวถงไม่เลวเลยทีเด้ียว เจ้าเด้มกที่ชื่อเนี่ยเทียนนั่นกมไม่เลว เหมือนกัน! ข้านึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาจะนำาพาโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ ไล่ตามมาจากด้้านนอกได้้ทันเวลา”
กล่าวมาถึงตรงนี้ หลีจิ้งกมหยุด้ชะงักเลมกน้อยคล้ายกำาลัง วางแผนอะไรบางอย่าง
หลายนาทีหลังจากนั้น นางที่นั่งอยู่บนแท่นด้อกบัวสีเลือด้ กมพลันลอยตัวขึ้นมา
“ฉวยโอกาสตอนที่เลือด้สัตว์วิเศษยังไม่หมด้และม่านแสง สามารถยืนหยัด้ได้้อีกครู่หนึ่ง ทุกคนที่อยู่ขอบเขตต้นสวรรค์จงบุก ออกไปสังหารภูตผีปีศาจเหล่านั้นทันที!”
“ผู้ที่อยู่ต่ำากว่าขอบเขตต้นสวรรค์ไม่สามารถต้านทาน ปราณปีศาจที่เข้มข้นเกินไปได้้ ทุกคนจงอยู่ที่เด้ิม ห้ามออกไปแม้แต่ ก้าวเด้ียว!”
หลังจากกล่าวประโยคนี้จบ นางที่นั่งนิ่งอยู่บนแท่นด้อกบัว สีเลือด้กมพลันลอยออกไปนอกม่านแสง
เพียงแค่แผลมบเด้ียวนางกมบินพรวด้ออกมาจากม่านแสง โด้ยไม่มีอุปสรรคใด้ๆ มาขัด้ขวาง
พวกเสิ่นซิ่วพอเหมนว่านางบินออกมาต่างกมพากันปลด้ ปล่อยปราณโลหิตเข้มข้น เรียกใช้อาวุธวิเศษและทยอยกันพุ่งออกไป จากม่านแสงอย่างไม่ลังเล
เมื่อพวกเขาจากไป ม่านแสงที่เด้ิมทียังมีขนาด้ใหญ่ มโหฬารกมพลันหด้ตัวเข้าหากันอย่างรวด้เรมว
ทุกคนที่นั่งอยู่ในม่านแสงนั้นล้วนเป็นคนของสำานักโลหิตที่ มีตบะท้ายสวรรค์และกลางสวรรค์
“ใช่เนี่ยเทียนศิษย์ของอูจี้หรือไม่?!”
เสียงของหลีจิ้งด้ังออกมาจากในปราณปีศาจที่กลิ้งซัด้ตลบ อบอวล แท่นด้อกบัวสีเลือด้ที่นางนั่งอยู่พลันปลด้ปล่อยแสงสีเลือด้ สว่างจ้า
แสงสีเลือด้แวววาวคล้ายแม่น้ำาเลือด้ที่ตัด้สลับกันอยู่กลาง อากาศเป็นรูปไม้กางเขนโด้ยมีนางเป็นจุด้ศูนย์กลางบินพรวด้ออกไป ด้้านหน้า
แม่น้ำาเลือด้ที่ตัด้สลับกันมีทั้งหมด้หกสาย กลายมาเป็นไม้ กางเขนสามชิ้นที่เตมเปี่ยมไปด้้วยไอสังหารดุ้ด้ัน ฟาด้ฟันภูตผีปีศาจ ระด้ับต่ำาสิบกว่าตัวให้กลายมาเป็นชิ้นเนื้อสีม่วงเข้มในพริบตาเด้ียว
เสียงคำารามเด้ือด้ด้าลด้ังเลือนลั่นของภูตผีปีศาจสะท้อนไป ทั่วทิศหลังจากที่นางตะโกนชื่อของเนี่ยเทียนออกมา
“ไม่นึกเลยว่านางจะกล้าออกมา!”
ซาลาปีศาจสาวแค่นเสียงหนึ่งครั้ง เรือนกายมีเสน่ห์เย้า ยวนใจของนางขยับน้อยๆ กมบินทะยานขึ้นไปกลางอากาศทันที
ปราณปีศาจรอบด้้านที่กลิ้งซัด้สาด้เปลี่ยนแปลงอย่าง รวด้เรมว พริบตาเด้ียวกมกลายมาเป็นปากถ้ำาที่พิลึกพิลั่นแห่งหนึ่ง
ปากถ้ำาด้ำามืด้แห่งนั้นคล้ายปากของภูตผีปีศาจที่อ้ากว้าง ด้้านในมีกลิ่นเหมมนคาวลอยมาปะทะจมูก และยังมีฟันแหลมคม ค่อยๆ ทยอยกันปรากฏขึ้น
ปากถ้ำาเคลื่อนขยุกขยิกแล้วค่อยๆ ขยายใหญ่คล้ายกำาลัง กัด้ทึ้งอะไรบางอย่าง
แม่น้ำาเลือด้หกสายที่เกิด้จากพลังเลือด้ของหลีจิ้งถูกปากถ้ำา นั้นกัด้กินจนกลายมาเป็นสะเกมด้เลือด้จุด้เลมกๆ ที่ถูกเขมือบกลืนหาย เข้าไปในปากถ้ำา
พวกเสิ่นซิ่วหลังจากที่พุ่งออกมาจากในม่านแสงต่างกมร่าย เวทลับสำานักโลหิตแล้วพุ่งเข้าประหัตประหารกับภูตผีปีศาจทันที
ใต้ด้ินมีตาข่ายเลือด้ขนาด้ใหญ่ยักษ์แห่งหนึ่งที่เมื่อถูกพลัง ของเสิ่นซิ่วชักนำากมพลันพุ่งพรวด้ขึ้นมา
ตาข่ายสีเลือด้คล้ายคมมีด้มากมายที่กรีด้เถือเนื้อหนังของ ภูตผีปีศาจระด้ับต่ำา
ตาข่ายเลือด้เหล่านั้นกมคือหนึ่งในเวทลับที่มีชื่อเสียงมาก ที่สุด้ของสำานักโลหิตซึ่งเสิ่นซิ่วได้้ถ่ายทอด้ให้กับอวี๋ถง
“ฝ่าบาทเก๋อหลู่เท่อ หญิงสาวเผ่ามนุษย์นามว่าหลีจิ้งผู้นั้น มอบให้ข้าเป็นคนจัด้การเองเถิด้” ซาลาปีศาจสาวที่เริ่มลงมือไปแล้ว พูด้ภาษาปีศาจด้้วยเสียงอันด้ัง “ฝ่าบาท ท่านคิด้หาวิธีสกัด้กั้นเจ้า เด้มกเผ่ามนุษย์ที่ควบคุมโครงกระดู้กปีศาจเลือด้คนนั้น ขอแค่ไม่มีโครง กระดู้กปีศาจเลือด้เข้ามาก่อกวน ศึกนี้พวกเราย่อมคว้าชัยชนะมาได้้ อย่างแน่นอน!”
“อืม เจ้าจงไปจัด้การกับหญิงสาวผู้นั้นเถอะ” เก๋อหลู่เท่อ ตอบรับ
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่ให้โครงกระดู้กปีศาจเลือด้เปิด้ ทางส่วนตัวเองตามมาข้างหลัง ในที่สุด้กมตามมาทันเขตสู้รบดุ้เด้ือด้ ภายใต้ความช่วยเหลือจากสนามแม่เหลมกยุ่งเหยิง