ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 201 ล่วงหน้าไปก่อน!
หลังจากเด้ินหน้าต่อไปอีกหลายลี้ ระด้ับความเข้มข้นของ ปราณปีศาจกมแขมงแกร่งกว่าเด้ิมมากพอห้าเท่า
พวกหงฉานที่อยู่ท่ามกลางปราณปีศาจซึ่งมีม่านแสงพลัง วิญญาณหลากสีคุ้มกันกมยังมองเหมนคนและวัตถุที่อยู่เพียงระยะห้า เมตรรอบกายเท่านั้น
ซากกระดู้กมากมายของเผ่ามนุษย์ รอยเลือด้เปรอะเปื้อน สาด้กระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
ซากกระดู้กเหล่านั้นล้วนถูกทิ้งไว้ส่งเด้ชหลังจากที่ภูตผี ปีศาจระด้ับต่ำากลืนกินเลือด้เนื้อของพวกเขาไปจนหมด้สิ้น
ภูตผีปีศาจระด้ับต่ำากินแค่เลือด้เนื้อ พวกมันจะไม่กิน กระดู้กลงไปด้้วย
กระดู้กมากมายของเผ่ามนุษย์ทำาให้พวกหงฉานรู้ว่ายิ่ง พวกเขาเข้าไปใกล้สำานักโลหิตมากเท่าไหร่ คนเผ่ามนุษย์ของที่แห่งนี้ กมต้องเผชิญกับการเข่นฆ่าที่โหด้เหี้ยมมากเท่านั้น
ไม่นานแม้แต่ลี่ฝานแห่งสำานักหลิงอวิ๋นเองกมยังรู้สึกไม่สบาย ตัว
“เนี่ยเทียน เจ้ายังไหวอยู่หรือไม่?” เขาหันกลับมาพูด้ด้้วย สีหน้าเคร่งขรึมและน้ำาเสียงเอาจริงเอาจัง “เจ้าอย่าฝืนเด้มด้ขาด้ ตอน นี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะฝืนได้้!”
คนอื่นๆ ที่เหลือต่างกมีสีหน้าเคร่งเครียด้ ขมวด้คิ้วมองเนี่ย เทียน
ตามหลักแล้วเนี่ยเทียนที่มีขอบเขตท้ายสวรรค์ควรจะทน ไม่ไหวนานแล้ว
ต่อให้เป็นอันซืออี๋ที่อยู่ขอบเขตกลางสวรรค์ช่วงท้าย หาก นางตามมาถึงที่นี่ เกรงว่าคงทนไม่ไหวและต้องหยุด้ใช้หินวิเศษมา ฟื้นฟูพลังจิตนานแล้ว
ม่านพลังวิญญาณจำาเป็นต้องต้านทานการรุกรานของ ปราณปีศาจอยู่ตลอด้เวลา นี่ทำาให้พลังวิญญาณของทุกคนไหลหาย ไปอย่างรวด้เรมว
เนี่ยเทียนสามารถยืนหยัด้มาถึงตอนนี้ทำาให้พวกเขารู้สึก แปลกใจอย่างถึงที่สุด้ ขณะเด้ียวกันกมกังวลกับสภาพร่างกายของเขา ด้้วย
พวกเขากลัวว่าเนี่ยเทียนจะกัด้ฟันฝืนทน รอจนถึงสำานัก โลหิตแล้วจะพังทลายจนหมด้สติไปในทันที
ถึงเวลานั้นโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่ไม่มีเนี่ยเทียนควบคุมกม ไม่มีพลังในการสู้รบอีก
“ตกลง ข้าจะลองสัมผัสดู้ก่อน”
เนี่ยเทียนที่รู้ว่าทุกคนกังวลเรื่องใด้กมรู้สึกลังเลเลมกน้อย จึง ใช้กระแสจิตไปตรวจสอบมหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียน
ม่านแสงสีเขียวเหมือนหญ้าชั้นหนึ่งซึ่งต้นกำาเนิด้มาจาก น้ำาวนพืชหญ้าคอยปกคลุมเรือนกายของเขาเอาไว้
อันที่จริงม่านแสงพลังวิญญาณที่เขาใช้ต้านทานปราณ ปีศาจได้้เปลี่ยนแปลงธาตุไปหลากหลายชนิด้อย่างต่อเนื่อง
เพียงแต่ว่าเนื่องจากเขาอยู่ในพื้นที่ที่ปราณปีศาจเชี่ยว กรากปกคลุม ม่านแสงพลังวิญญาณที่เปลี่ยนสีอย่างต่อเนื่องของเขา ถูกปราณปีศาจสีด้ำาปกคลุมไว้จนมิด้จึงทำาให้ทุกคนสัมผัสไม่ถึง
นอกจากนี้ เนื่องจากการด้ำารงอยู่ของปราณปีศาจที่ไหล เชี่ยว ความสามารถในการรับสัมผัสของทุกคนจึงลด้ระด้ับลงไปเยอะ มาก บวกกับที่คนเหล่านั้นต้องรวบรวมพละกำาลัง ใช้พลังของตัวเอง มาต้านทานการรุกรานของปราณปีศาจ จึงไม่ได้้สังเกตว่าปราณของ เขากำาลังเปลี่ยนแปลงไป
ทว่าเมื่อพวกเขาหยุด้ชะงักเพื่อให้เขารับสัมผัสกับคลื่น เคลื่อนไหวของพลังวิญญาณ ผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์ของ สำานักต่างๆ จึงค้นพบได้้ในทันที
เนื่องจากปราณปีศาจสีม่วงเข้มที่เข้มข้นมากเกินไปทำาให้ พวกเขามิอาจใช้ตาเปล่ามาแยกแยะม่านแสงพลังวิญญาณที่ห่อหุ้ม ร่างของเขาไว้ได้้
ทว่าพอพวกเขาใช้กระแสจิตไปรับสัมผัสธาตุพลังวิญญาณ ต่างกันที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจึงค่อยๆ วิเคราะห์ออกมาได้้
“พลังพืชหญ้า!”
“พลังเปลวเพลิง!”
“ด้วงด้าว! พลังด้วงด้าว!”
“พลังวิญญาณที่บริสุทธิ์อย่างมาก!”
เมื่อพวกเขาแยกแยะได้้ว่าบนร่างของเนี่ยเทียนนอกจาก พลังวิญญาณแล้วยังมีปราณพลังของธาตุสามชนิด้อยู่อีก พวกเขากม ตะลึงลานกันไปทันที
สายตาที่พวกเขามองไปยังเนี่ยเทียนพลันเตมไปด้้วยความ ตื่นตะลึง จากนั้นกมคล้ายจะเข้าใจอะไรขึ้นมา
“เนี่ยเทียนไม่มีธาตุที่แน่นอนในการฝึก ซึ่งกมคือคนไร้ธาตุ” ลี่ฝานสีหน้าซับซ้อน เอ่ยเนิบช้า “ผู้ที่ไม่มีธาตุสามารถฝึกคาถาวิเศษ ธาตุใด้กมได้้ คาถาวิเศษที่ต่างกันเมื่อปะปนอยู่ด้้วยกันอาจเป็นการ สร้างฐานรากที่มั่นคงให้แก่เขา ทำาให้เขาสามารถต้านทานปราณ ปีศาจได้้สบายๆ”
“ทว่าขณะเด้ียวกันเมื่อฝึกคาถาวิเศษธาตุต่างๆ กมจำาเป็น ต้องใช้พลังกายที่มหาศาลและเวลาที่ยาวนานอย่างมาก”
“อายุขัยของเผ่ามนุษย์เรามีจำากัด้ มีเพียงฝ่าทะลุขอบเขต ครั้งใหญ่ถึงจะได้้รับอายุขัยเพิ่มเติม”
“ธาตุปะปนกันมากเกินไปจะทำาให้หนทางในการฝึก บำาเพมญตบะเปลี่ยนมาเป็นยากลำาบากอย่างยิ่ง”
“ทางเส้นนี้ที่เขาเลือกเด้ินช่างลำาบากยากแค้นยิ่งนัก อายุขัยของเขาอาจจะไม่สามารถประคับประคองให้เขาเด้ินไปจนสุด้ ทางได้้”
“เฮ้อ”
ลี่ฝานถอนหายใจเสียงหนัก มองออกถึงกุญแจสำาคัญของ ปัญหา รู้สึกกังวลแทนเนี่ยเทียน
“พี่ลี่ไม่ต้องหด้หู่เกินไปนัก เนี่ยเทียนได้้กินผลไม้แห่งชีวิต มาลูกหนึ่งมิใช่หรือ?” เฟิงหลัวเอ่ยปลอบใจ “ผลไม้แห่งชีวิตสามารถ ทำาให้เขาได้้รับอายุขัยเพิ่มขึ้นอีกหลายร้อยปี บางทีอายุขัยที่เพิ่มขึ้น มานั้นอาจทำาให้เขาหลีกเลี่ยงปัญหาอย่างที่อาจารย์เขาเผชิญ และ สามารถเด้ินต่อไปบนเส้นทางแห่งการบำาเพมญตบะได้้”
พอได้้ยินคำาว่าผลไม้แห่งชีวิต ด้วงตาของลี่ฝานกมเปล่งประ กายน้อยๆ เขาพยักหน้าตอบรับ “ขอให้เป็นอย่างที่เจ้าพูด้ หวังว่า เขาจะสามารถพ้นเคราะห์ของท่านอาจารย์ปู่ได้้เพราะผลไม้แห่งชีวิต ผลนั้น”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่ตรวจสอบมหาสมุทรวิญญาณ จุด้ตันเถียนเรียบร้อยกมพลันเบิกตากว้าง
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงพูด้ว่า “เอ่อ ทุกคนออกห่างจากข้า หน่อย”
“ทำาไมล่ะ?” ลี่ฝานไม่เข้าใจ
“ข้าอยากจะทด้ลองเวทลับที่อาจารย์ของข้าสอนให้เพื่อดู้ ว่าด้้วยวิชานั้นข้าจะหลีกเลี่ยงการรุกรานของปราณปีศาจได้้ทั้งหมด้ หรือไม่” เนี่ยเทียนกล่าว
เมื่อคำาพูด้นี้ด้ังขึ้นทุกคนจึงพากันหลีกทางให้โด้ยไม่รู้ตัว
ขณะที่พวกเขาอยู่ห่างจากเนี่ยเทียนประมาณห้าเมตร เนี่ย เทียนกมหันฝ่ามือทั้งสองเข้าหากันแล้วปลด้ปล่อยกระแสจิตออกมา
จากนั้นพลังวิญญาณมากมายที่มีธาตุต่างกันในร่างของเขา กมไหลออกมาจากในนิ้วมือ
พลังต่างชนิด้ค่อยๆ แผ่ออกโด้ยมีเขาเป็นจุด้ศูนย์กลาง กลายมาเป็นสนามแม่เหลมกที่ยุ่งเหยิงบิด้เบือน
เมื่อสนามแม่เหลมกปรากฏขึ้น ปราณปีศาจที่กลบร่างเขาไว้ จนมิด้กมพลันปั่นป่วน คล้ายกลายมาเป็นพลังส่วนหนึ่งในสนามแม่ เหลมก
เนี่ยเทียนที่มีม่านแสงพลังวิญญาณคลุมกายพอจะสัมผัสได้้ ถึงการเปลี่ยนแปลงในสนามแม่เหลมก พบว่าปราณปีศาจหลายกลุ่ม ก้อนได้้ถูกสนามแม่เหลมกชักจูงด้ึงรั้งจนมิอาจเข้ามาใกล้เขาได้้
ด้ังนั้นเขาจึงถอนม่านพลังวิญญาณออกไป ไม่เพิ่มพลัง วิญญาณเข้าไปในม่านอีก แต่เปิด้เผยร่างอยู่ในสนามแม่เหลมก
เขาสัมผัสอย่างละเอียด้ เปิด้รูขุมขนทุกรูเพราะอยากจะรู้ ว่าปราณปีศาจจะแทรกซึมเข้ามาได้้หรือไม่
ที่น่าแปลกอย่างยิ่งกมคือมีเพียงพลังเปลวเพลิง พลังพืช หญ้า แสงด้าวเป็นจุด้ๆ และพลังวิญญาณ พลังจิตที่มาจากตัวเขา เท่านั้นที่รวมตัวกันอยู่ข้างกายเขา
ปราณปีศาจที่พวกภูตผีปีศาจพึ่งพิงและไม่ได้้เป็นปราณ ของเขากลับเข้าใกล้เขาไม่ได้้แม้แต่นิด้เด้ียว
“ท่านลุงลี่ รบกวนท่านหลีกไปหน่อย” เนี่ยเทียนเอ่ย
เวลานี้ผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์เหล่านั้นล้วนสังเกต เหมนว่ารอบกายของเนี่ยเทียนมีสนามแม่เหลมกแปลกประหลาด้ขนาด้ ประมาณสามเมตรปรากฏขึ้นมา
ท่ามกลางสนามแม่เหลมกนั้น กระแสจิตที่พวกเขาแอบปลด้ ปล่อยออกไปถูกทำาให้บิด้เบือนในทันที
หน้าของพวกเขาเปลี่ยนสีน้อยๆ ต่างกมตกตะลึงอยู่ในใจ แล้วจึงเป็นฝ่ายถอยห่างจากเนี่ยเทียนไปอีกนิด้คล้ายกังวลว่าจะถูก ลากเข้าไปในสนามแม่เหลมกแห่งนั้น
ลี่ฝานที่ได้้ยินคำาขอร้องจากเขากมถอยห่างทันทีเช่นกัน
เนี่ยเทียนจึงเด้ินเข้าไปหาลี่ฝานอยู่หลายก้าว เมื่อเขาขยับ สนามแม่เหลมกบิด้เบือนนั้นกมขยับตามไปด้้วยโด้ยอัตโนมัติ
ปราณปีศาจที่ไหลเชี่ยวกรากอยู่รอบกายของลี่ฝานไหล ทะลักเข้ามาอยู่ในสนามแม่เหลมกด้้วย เมื่ออยู่ภายใต้พลังบิด้เบือนที่ แปลกประหลาด้ของสนามแม่เหลมก ปราณปีศาจจึงถูกกำาจัด้ไปอย่าง รวด้เรมว หลงเหลือเพียงเส้นใยสีม่วงเข้มเลมกน้อยเท่านั้น
เนื่องจากเส้นใยเหล่านั้นไม่ได้้เป็นของเนี่ยเทียนจึงถูกสนาม แม่เหลมกยุ่งเหยิงขจัด้ออก คล้ายว่าไม่มีทางยินยอมให้มันเข้ามาใน ร่างของเนี่ยเทียนได้้
“เยี่ยมไปเลย!”
การด้ำารงอยู่ของสนามแม่เหลมกทำาให้เนี่ยเทียนแค่สูญเสีย พลังงานที่มีธาตุแตกต่างกันเพียงส่วนน้อยเท่านั้นกมสามารถมองข้าม การรุกเข้าเกาะกินของปราณปีศาจได้้อย่างสิ้นเชิง! “ข้า เรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาอีกแล้ว” เนี่ยเทียนส่งยิ้มให้กับทุกคนแล้ว
จึงกล่าวว่า “นับแต่บัด้นี้เป็นต้นไป ทุกคนไม่ต้องสนใจข้าอีก ปราณ ปีศาจเหล่านั้น…ไม่สามารถทำาอะไรข้าได้้แล้ว!”
“เนี่ยเทียน นี่คือวิชาลับที่ท่านอาจารย์ปู่สอนให้เจ้าหรือ?” ลี่ฝานเอ่ยด้้วยความตะลึง
“อืม” เนี่ยเทียนตอบรับ
“ทำาไมข้าไม่เหมนรู้เลยว่าในสำานักหลิงอวิ๋นของเรามีคาถา วิเศษที่ลึกลับเช่นนี้อยู่ด้้วย?” ลี่ฝานถามอีกครั้ง
“เอ่อ บางทีอาจเป็นเพราะท่านอาจารย์เองกมเพิ่งจะบรรลุ วิชานี้กระมัง?” เนี่ยเทียนตอบรับลวกๆ
ลี่ฝานเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง มักรู้สึกว่าเนี่ยเทียนโกหกอยู่ ตลอด้เวลา แต่รอบกายมีคนต่างสำานักอยู่เยอะ เขาเองกมไม่สะด้วกที่ จะซักถามอย่างละเอียด้
“ร้ายกาจยิ่งนัก!” ตอนที่หงฉานแห่งวังยมบาลเหมนว่าเขา สร้างสนามแม่เหลมกแปลกประหลาด้และสามารถมองข้ามปราณ ปีศาจที่ไหลเชี่ยวได้้อย่างสิ้นเชิงกมชื่นชมออกมาด้้วยความจริงใจ “ผู้ อาวุโสอูจี้สมกับที่เป็นคนมหัศจรรย์แห่งอาณาจักรหลีเทียนเรา ข้าล่ะ นับถือเขาเลยจริงๆ”
“อืม มิน่าละผู้อาวุโสอูจี้ถึงได้้สอนลูกศิษย์ที่พิเศษออกมาได้้ ถึงสามคน” โจวอี้เองกมกล่าวเช่นกัน
“เอาล่ะ! เนี่ยเทียน ในเมื่อเจ้าไม่เป็นอะไร เจ้ากมรีบไปต่อ เถอะ!” เฟิงหลัวแห่งสำานักโลหิตเอ่ยเร่ง
“เข้าใจแล้ว” เนี่ยเทียนตอบรับ
หลังจากนั้นทุกคนกมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตั้งของสำานัก โลหิตอีกครั้ง
เนื่องจากไม่ได้้รับการรุกรานจากปราณปีศาจอีกต่อไป เนี่ย เทียนที่สร้างสนามแม่เหลมกยุ่งเหยิงขึ้นมาจึงเคลื่อนที่ได้้อย่างสบายๆ และคล่องแคล่วยิ่งกว่าผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์คนอื่นๆ
อีกทั้งเขายังสามารถปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปรับสัมผัส ความเคลื่อนไหวรอบด้้านได้้เป็นระยะด้้วย
และไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน จนแม้แต่ลี่ฝานแห่งสำานัก หลิงอวิ๋นกมยังจำาต้องหยุด้ชะงัก เขากล่าวว่า “ข้าไม่ไหวแล้ว ข้า จำาเป็นต้องใช้เวลามาฟื้นฟูพลังวิญญาณ!”
“ข้าเองกมเกือบถึงขีด้จำากัด้แล้วเช่นกัน” โจวอี้แห่งสำานัก ภูตผีกมพูด้ขึ้นเช่นเด้ียวกัน
หงฉานและเฟิงหลัวต่างกมฝืนประคองตัวเอง พวกเขา จำาเป็นต้องใช้เวลาช่วงหนึ่งมาฟื้นคืนพลังวิญญาณที่เผาผลาญไปเช่น กัน มิฉะนั้นหากปล่อยให้พลังวิญญาณไหลหายไปอย่างต่อเนื่อง รอ จนพวกเขาไปถึงที่ตั้งสำานักโลหิตแล้วเกรงว่าคงมิอาจต่อสู้ได้้อีก
“อ้อ ในเมื่อพวกท่านไปต่อไม่ไหว อีกทั้งสถานการณ์ของ สำานักโลหิตกมเร่งด้่วน หากไม่ถือสาข้าขอล่วงหน้าไปก่อนแล้วกัน นะ?” เนี่ยเทียนเอ่ย