ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 216 สำานักภูตผี
ทิศทางที่เนี่ยเทียนมองไป พื้นที่ว่างเปล่ารัศมีสิบลี้ล้วนเตม ไปด้้วยปราณปีศาจสีม่วงเข้มข้นราวกับน้ำา
สถานที่ตั้งของสำานักภูตผีมีน้ำาวนขนาด้ใหญ่ยักษ์แห่งหนึ่ง ที่เกิด้จากการรวมตัวกันของปราณปีศาจปกคลุมตลอด้ทั้งสำานักภูตผี ไว้จนมิด้
หากมองอย่างละเอียด้ น้ำาวนขนาด้ยักษ์นั้นกลับคล้ายคลึง น้ำาวนพลังงานต่างธาตุหลายลูกที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถีย นของเขาอย่างมาก
อย่างเด้ียวที่ไม่เหมือนกันกมคือพลังงานที่ก่อตัวเป็นน้ำาวน ลูกยักษ์นี้คือปราณปีศาจเชี่ยวกรากที่จำาเป็นสำาหรับภูตผีปีศาจ
น้ำาวนขนาด้ยักษ์เคลื่อนโคจรต่อเนื่อง ภูตผีปีศาจมากมาย ที่โฉบเฉี่ยวไปมาอยู่ในปราณปีศาจไหลเชี่ยวนั้นเกรงว่าคงมีมากนับ พันนับหมื่นตัว
ในน้ำาวนปราณปีศาจที่หมุนคว้างมีกลุ่มแสงสีม่วงหลายสิบ กลุ่มซึ่งปลด้ปล่อยแสงเจิด้จ้าแสบตา ซึ่งแสงเหล่านั้นแม้แต่ปราณ ปีศาจกมยังมิอาจบด้บังได้้แม้แต่นิด้เด้ียว
เมื่อเข้าไปใกล้เนี่ยเทียนถึงได้้มองเหมนว่าในกลุ่มแสงสีม่วง สิบกว่ากลุ่มนั้นล้วนเป็นภูตผีปีศาจชั้นสูงที่แต่งกายด้้วยอาภรณ์ หรูหรางด้งาม
ความสามารถของภูตผีปีศาจชั้นสูงแต่ละตนล้วนเทียบ เคียงได้้กับผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์เขตสามัญและเขตลี้ลับ คลื่น
พลังงานที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกมันคล้ายสามารถส่งผลกระทบ ต่อน้ำาวนปราณปีศาจขนาด้ยักษ์ ช่วยให้น้ำาวนปราณปีศาจลูกนั้น เขมือบกลืนค่ายกลใหญ่ “หมื่นผีร่ำาไห้” ของสำานักภูตผีไปทีละนิด้
ทุกครั้งที่น้ำาวนปีศาจใหญ่ยักษ์โคจรกมจะต้องชักจูงเอา ปราณปีศาจไหลเชี่ยวที่ปกคลุมในรัศมีสิบลี้ให้เข้ามาอยู่ภายในน้ำาวน
สำานักภูตผีถูกน้ำาวนปราณปีศาจลูกนั้นกลืนกิน ทำาให้เนี่ย เทียนมองไม่เหมนอะไรสักอย่าง อยู่ห่างกันไกลเกินไป และเขากมไม่ สามารถใช้กระแสจิตไปรับสัมผัสได้้ด้้วย
เขาไม่แน่ใจว่าสำานักภูตผีตอนนี้ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นใด้ กันแน่
“หยุด้ก่อน”
หลีจิ้งสำานักโลหิตมองเหมนแต่ไกลว่ามีปราณปีศาจไหลเชี่ยว กรากอยู่เป็นจำานวนมาก แท่นด้อกบัวของนางจึงพลันหยุด้ชะงัก
เนี่ยเทียนเองกมรีบส่งความคิด้ของตัวเองไปให้กับโครง กระดู้กปีศาจเลือด้ โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่บรรทุกผู้แขมงแกร่ง ขอบเขตต้นสวรรค์จำานวนมากมาด้้วยจึงหยุด้ชะงักอยู่กลางอากาศ ทันที
เนี่ยเทียนมองไปยังหลีจิ้งด้้วยความไม่เข้าใจ
นาทีถัด้มา เขากมสัมผัสได้้ถึงคลื่นมหาสมุทรวิญญาณที่เป็น ของหลีจิ้งซึ่งคล้ายกับมหาสมุทรสีเลือด้ที่เหนียวข้นพุ่งเข้าไปปกคลุม ยังพื้นที่ที่มีปราณปีศาจไหลกราก
เขาจึงเข้าใจทันทีว่าหลีจิ้งกำาลังใช้วิธีการของนางมารับ สัมผัสกับสถานการณ์ของพื้นที่ที่มีภูตผีปีศาจรวมตัวกันอยู่
เวลาเด้ียวกันนั้น
จุด้ศูนย์กลางของน้ำาวนปราณปีศาจลูกใหญ่มีเมืองโบราณ ขนาด้ใหญ่ยักษ์ที่ก่อด้้วยอิฐสีเขียวตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น
เมืองโบราณหินเขียวนั่นมีขนาด้พอๆ กับเมืองเป่ยหยวนที่ เนี่ยเทียนได้้เหมนตอนเด้ินทางมา แต่ประตูเมืองทุกบานของเมือง โบราณล้วนสลักรูปผีร้ายที่หน้าตาดุ้ด้ันเอาไว้
บนกำาแพงเมืองเตมไปด้้วยลวด้ลายสีเขียวแน่นขนัด้ ใน ลวด้ลายเหล่านั้นล้วนมีวิญญาณผีร้ายล่องลอย
ราวกับว่าเมืองโบราณหินเขียวแห่งนี้ได้้ถูกผีร้ายจำานวน มากมายล้อมพันเอาไว้
แสงสีเขียวขมุกขมัวปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง ท่ามกลางแสงสี เขียวนั้นสามารถมองเหมนเงาของผีที่กำาลังล่องลอย กำาลังร้อง โหยหวนด้้วยเสียงแหลมบาด้แก้วหูได้้รำาไร
ตรงกลางของเมืองโบราณหินเขียวแห่งนี้มีเหวขนาด้ใหญ่ที่ เว้าลึกลงไปอยู่แห่งหนึ่ง และไอความเยมนเสียด้กระดู้กน่าสะพรึงกลัว กมแผ่ขึ้นมาจากในหุบเหวนั้น
หากมองอย่างละเอียด้จะเหมนว่าในหลุมลึกมีวิญญาณผี จำานวนนับไม่ถ้วนเคลื่อนไหวไปมาคล้ายตักแตนที่บินออกมาจากใน เหวลึกไม่ขาด้สายแล้วหายเข้าไปในผนังของเมืองโบราณ
วิญญาณผีร้ายเหล่านั้นดู้เหมือนว่าจะเป็นกองกำาลังของ ค่ายกลใหญ่ “หมื่นผีร่ำาไห้” เป็นประเภทเด้ียวกับเลือด้ที่สำานักโลหิต รวบรวมมาจากสัตว์วิเศษ
เหวลึกที่มีวิญญาณผีกระโจนออกมาไม่ขาด้สายคล้ายเชื่อม ต่อกับนรกภูมิ วิญญาณร้ายที่บินออกมาไม่หยุด้กมเพื่อรักษาพลังให้กับ ค่ายกลใหญ่ “หมื่นผีร่ำาไห้”
รอบด้้านเหวลึกมีผู้แขมงแกร่งของสำานักภูตผีนั่งกันอยู่หลาย คน พวกเขาหลับตาด้้วยสีหน้าซีด้ขาว
ผู้แขมงแกร่งหลายคนของสำานักภูตผีเปลี่ยนแปลงเวทคาถา อย่างต่อเนื่อง ข้างกายมีธงผ้าโบกสะบัด้คล้ายช่วยให้พวกเขาเรียก วิญญาณร้ายออกมาจากในเหวลึกได้้เรื่อยๆ
ทว่าขณะที่พวกเราเรียกหาวิญญาณผีร้ายเหล่านั้นกมต้อง เผาผลาญพลังของตัวเองไปด้้วย
ขณะที่พวกเขาใกล้จะทนไม่ไหวกมจะมีผู้แขมงแกร่งของ สำานักภูตผีอีกคนเข้ามาแทนที่ทันที
ผู้แขมงแกร่งสำานักภูตผีที่เผาผลาญพลังมากเกินจำาเป็นหลีก ที่ให้โด้ยไม่พูด้อะไรสักคำา แล้วใช้ยาหลากชนิด้ของสำานักภูตผีมาฟื้น พลังเพื่อรอเข้าแทนคนต่อไป
มุมหนึ่งของเหวลึก ผู้เฒ่าคนหนึ่งของสำานักภูตผีที่รูปร่าง ผอมแห้งกำาลังขมวด้คิ้วคุยกับฉางเซินแห่งวังยมบาล
ผู้เฒ่าสำานักภูตผีที่ใบหน้าซูบตอบราวกับซากศพผู้นั้นกมคือ เจ้าสำานักภูตผีคนปัจจุบัน กุ่ยถง ชื่อแซ่ที่แท้จริงของกุ่ยถง ไม่มีใครรู้ หลังจากที่เขาเข้ามาอยู่ในสำานักภูตผีกมเรียกแทนตัวเองว่า กุ่ยถง (กุ่ยถงแปลว่าด้วงตาผี) จนกระทั่งเขากลายมาเป็นเจ้าสำานัก คนปัจจุบันของสำานักภูตผี ชื่อกุ่ยถงกมยังไม่ถูกเปลี่ยน
ด้วงตาคู่นั้นของกุ่ยถงเป็นสีเขียวมรกตแปลกประหลาด้ ด้้านในคล้ายซุกซ่อนไว้ด้้วยทะเลลึกสีเขียวเข้มสองแห่ง และในทะเล ลึกนั้นกมคล้ายจะมีวิญญาณผีร้ายนับพันนับหมื่นล่องลอย
ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์คนใด้กมตามที่มีขอบเขตต่ำากว่าเขา ขอแค่กล้าประสานสายตากับเขา จิตวิญญาณกมจะได้้รับผลกระทบ ทันที
หากเขาต้องการยังสามารถด้ึงจิตวิญญาณของผู้ฝึก ลมปราณเผ่ามนุษย์ที่อ่อนด้้อยกว่าออกมาจากในสมองของพวกเขา ได้้อย่างง่ายด้าย
ทว่าเวลานี้คนที่เขาพูด้คุยด้้วยคือฉางเซินแห่งวังยมบาล บุคคลอันด้ับหนึ่งของอาณาจักรหลีเทียน
“กุ่ยถง เจ้ายังยืนหยัด้อยู่ได้้อีกนานแค่ไหน?” ฉางเซินข มวด้คิ้วกล่าว
“สองวัน” เมื่อกุ่ยถงเอ่ยปาก กลางอากาศกมีคลื่นเป็น ชั้นๆ กระเพื่อมออกมา ลูกคลื่นเหล่านั้นคล้ายมีอิทธิพลต่อการ เปลี่ยนแปลงของปราณวิญญาณฟอาด้ิน ทำาให้พื้นที่ใกล้เคียงกลายมา เป็นผีร้ายน่าสะพรึงกลัวทันที “ผู้อาวุโสเหล่านั้นที่อยู่ด้้านล่างใกล้จะ ทนไม่ไหวกันเตมทีแลว้ หลังจากที่ค่ายกลใหญ่หมื่นผีร่ำาไห้แตกทลาย ออก พลังในการต่อสู้ของพวกเขากมีขีด้จำากัด้ ถึงเวลานั้นคงต้อง อาศัยพลังการสู้รบจากวังยมบาลของพวกท่านแล้ว”
ฉางเซินพยักหน้า “ข้าเข้าใจ ที่ข้าเลือกสำานักภูตผีของ พวกเจ้าเป็นสมรภูมิรบกมเพราะเหมนความสำาคัญของค่ายกลใหญ่หมื่น ผีร่ำาไห้ของพวกเจ้าที่สามารถด้ึงเอาวิญญาณร้ายออกมาได้้อย่างต่อ เนื่อง น่าเสียด้ายที่วิญญาณร้ายเหล่านี้จำาเป็นต้องให้ผู้แขมงแกร่งเรียก ขาน หากค่ายกลเผาโลกันตร์กักปีศาจของวังยมบาลไม่ได้้ทลายออก
ข้าสามารถใช้พลังของพวกภูตผีปีศาจที่ถูกกักขังมาต้านทานภูตผี ปีศาจที่เข้ามาโจมตีได้้”
“ศึกครั้งนี้ มีความมั่นใจมากน้อยเพียงใด้?” กุ่ยถงเอ่ยแผ่ว เบา
ฉางเซินเงียบไปครู่ใหญ่ “มากสุด้กมสามส่วน”
ได้้ยินประโยคนี้ของฉางเซิน กุ่ยถงเองกมเงียบงันลงไปเช่น กัน เนิ่นนานเขาถึงได้้พูด้ขึ้นมาว่า “ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของอีกห้า สำานักจะเป็นเช่นไรบ้างแล้ว”
“น่าจะย่ำาแย่ยิ่งกว่าพวกเรา” ฉางเซินสีหน้าเฉยเมย “หุบเขาเทาสิ้นชื่อไปแล้ว ทางฝ่ายของหลีจิ้งอาจจะยืนหยัด้อยู่ได้้พัก หนึ่ง แต่การถูกด้ับสำานักช้าเรมวกมต้องเกิด้ขึ้น อารามเสวียนอู้เลิกคิด้ไป ได้้เลย พวกเขาจะแพ้หรือชนะไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใหญ่ มี เพียงทางฝ่ายของสำานักหลิงอวิ๋นที่มีอูจี้เป็นผู้รักษาการณ์เท่านั้นที่น่า จะยังพอมีความหวัง”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ฉางเซินเองกมส่ายหัวแล้วถอนหายใจ เบาๆ “น่าเสียด้ายที่ตาแก่อูถูกจำากัด้เรื่องอายุขัย เกรงว่าคงอยู่ได้้อีก ไม่นานแล้ว ศึกครั้งนี้หากเขาออกแรงเตมกำาลัง ต่อให้เอาชนะมาได้้ อย่างถูไถ เขาเองกมคงมีชีวิตอยู่ได้้อีกไม่นาน ตอนนั้นข้ากมองออกถึง
จุด้นี้แล้ว ถึงได้้ไม่ลงมือกับอูจี้ตอนที่เจ้ากับหลีจิ้งไปเทือกเขาชื่อเห ยียน”
“การยอมถอยให้ของข้า ถือว่าช่วยให้อาณาจักรหลีเทียน ช่วงชิงโอกาสรอด้ชีวิตมาได้้หนึ่งเส้น มิฉะนั้นอาณาจักรหลีเทียนใน ตอนนี้กมคงแตกทลายเป็นเสี่ยงๆ แล้ว”
กุ่ยถงแค่นเสียงเยมนหนึ่งครั้ง “หากอาณาจักรหลีเทียนผ่าน ภัยครั้งนี้ไปได้้ พวกเราต้องแก้แค้นแปด้อาณาจักรนั่นแน่นอน โด้ย เฉพาะไอ้อาณาจักรคุนหลัวนั่น”
ฉางเซินส่ายหัว “ยาก”
“กมไม่แน่เสมอไป” กุ่ยถงหน้าเปลี่ยนสี บนใบหน้าน่าสะ พรึงกลัวเตมไปด้้วยกลิ่นอายภูตผีของเขาพลันฉายความประหลาด้ใจ “หลีจิ้งมาที่นี่แล้ว!”
ฉางเซินตะลึง “หรือว่าปัญหาทางสำานักโลหิตของนาง คลี่คลายได้้แล้ว?”
ฉางเซินรู้ว่ากุ่ยถงและหลีจิ้งสนิทกันมาก ทั้งยังเคยแลก เปลี่ยนเวทลับในการฝึกวิชาให้แก่กัน ทั้งสองฝ่ายจึงมีวิธีการติด้ต่อ กันที่ลึกลับอย่างหนึ่งซึ่งแม้แต่เขากมยังมิอาจคาด้เด้าได้้
กุ่ยถงหรี่ตาลง ในด้วงตารุบรู่ของเขามีผีร้ายจำานวนนับไม่ ถ้วนโฉบเฉี่ยวไปมา
ผีร้ายทุกตัวต่างกมประทับความทรงจำาของข้อมูลที่พร่า เลือนช่วงหนึ่ง และข้อมูลเหล่านั้นกมีเพียงเขาเท่านั้นที่รับสัมผัสได้้
“นางไม่เพียงแต่มาที่นี่ ยังพาโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ตน หนึ่งมาด้้วย!” กุ่ยถงเอ่ยด้้วยความฮึกเหิม
“ว่าไงนะ ยักษ์โครงกระดู้กระด้ับแปด้นั่นถูกสำานักโลหิต หลอมเป็นปีศาจเลือด้ได้้สำาเรมจจริงๆ หรือ?” ฉางเซินตกใจอีกครั้ง พูด้ด้้วยเสียงอันด้ัง “มีโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ตนนั้นร่วมรบ บวกกับ หลีจิ้ง ความเป็นไปได้้ที่พวกเราจะชนะกมจะเพิ่มขึ้นมาอีกสองส่วน เมื่อมีโอกาสชนะถึงห้าส่วน พวกเรากมไม่จำาเป็นต้องเฝอาอยู่ที่นี่ สามารถปะทะหน้ากันได้้โด้ยตรง!”
“ถูกต้อง พวกเราสามารถเคลื่อนไหวได้้แล้ว!” กุ่ยถงแผด้ เสียงด้ังลั่น