ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 215 การสังหารหมู่ในโลกมนุษย์
ไม่นาน ปราณเลือด้เนื้อที่แผ่ออกมาจากยาโลหิตส่วนที่ สามกมถูกปราณเลือด้สีเขียวที่ขด้ตัวอยู่ในหัวใจของเนี่ยเทียนเขมือบ กลืนไปจนเกลี้ยง
หลังจากปราณเลือด้สีเขียวเส้นนั้นกลืนกินปราณเลือด้เนื้อ ส่วนใหญ่ที่มาจากยาโลหิตไปหมด้แล้วกมไม่ได้้มีการเปลี่ยนแปลงมาก นัก ไม่แม้แต่จะขยายใหญ่ขึ้น
ในความคิด้ของเนี่ยเทียน ก่อนหน้านี้เขาแค่กินเนื้อสัตว์ วิเศษไปส่วนหนึ่งกมสามารถทำาให้ปราณเลือด้สีเขียวนั้นฟื้นตื่นขึ้นมา ได้้แล้ว อีกทั้งยังมีพรสวรรค์แรกของสายเลือด้—การถ่ายโอนพลัง แห่งชีวิตก่อกำาเนิด้ขึ้นมาด้้วย
ปราณเลือด้เนื้อที่เกิด้จากยาโลหิตเมมด้หนึ่งมีเส้นใยเลือด้ และน้ำาแผ่ออกมามากกว่าในเนื้อสัตว์วิเศษมากมายนัก เด้ิมทีเขาคาด้ หวังว่าปราณเลือด้สีเขียวจะเกิด้การเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ทางที่ด้ีที่สุด้ กมคือมีพรสวรรค์แห่งสายเลือด้อีกอย่างหนึ่งถือกำาเนิด้ขึ้นมา
การเงียบสงบของปราณเลือด้สีเขียวทำาให้เขาผิด้หวังอย่าง มาก และกมทำาให้เขาได้้พิจารณาถึงความลี้ลับของสายเลือด้เสียใหม่
ไม่นานเขากมตระหนักได้้ว่าปราณเลือด้สีเขียวเส้นนั้นน่าจะ อยู่ในหัวใจของเขามาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว
ในช่วงระยะเวลานั้น เส้นใยน้ำาและเลือด้ที่แผ่มาจากเนื้อ สัตว์ที่วิเศษเขากินเข้าไปในประตูสวรรค์ รวมไปถึงปราณเลือด้เนื้อที่ มีแต่เด้ิมในร่างกายของเขากมน่าจะแทรกซึมเข้าไปในหัวใจของเขา โด้ยที่เขาไม่รู้ตัว กลายมาเป็นสารบำารุงปราณเลือด้สีเขียวเส้นนั้น
ปราณเลือด้สีเขียวเด้ิมทีเปี่ยมล้นจนถึงระด้ับที่สามารถก่อ ให้เกิด้การเปลี่ยนแปลงทางด้้านคุณภาพได้้ จากนั้นเมื่อได้้กินอาหาร ในครั้งสุด้ท้ายถึงได้้ปลุกให้สายเลือด้แห่งชีวิตตื่นขึ้นมาตามที่ควรจะ เป็น และก่อเกิด้เป็นพรสวรรค์แรกแห่งสายเลือด้
การก่อเกิด้ของพรสวรรค์แรกแห่งสายเลือด้ ได้้ผ่านการ สะสมมาเป็นเวลาที่ยาวนานตั้งแต่ก่อนหน้านี้ เพียงแต่ตัวเขาไม่รู้เอง กมเท่านั้น
คิด้จะให้ปราณเลือด้สีเขียวนั่นเกิด้การเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง สารหล่อเลี้ยงปราณเลือด้เนื้อที่จำาเป็นอาจต้องมีปริมาณมากกว่านี้
เพียงแค่เส้นใยเลือด้และน้ำาที่แผ่ออกมาจากยาโลหิตเมมด้ เด้ียว น่าจะยังอยู่ในระด้ับห่างไกลเกินกว่าที่จะทำาให้ปราณเลือด้สี เขียวเกิด้การเปลี่ยนแปลงได้้อีกครั้ง
“สายเลือด้…”
หลังจากฤทธิ์ของยาโลหิตหนึ่งเมมด้เผาผลาญจนหมด้สิ้น เนี่ยเทียนครุ่นคิด้อย่างลึกซึ้งจึงเริ่มเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของสาย เลือด้อย่างชัด้เจน
เขาตระหนักได้้ว่าหากคิด้จะให้ปราณเลือด้สีเขียวเส้นนั้นมี พรสวรรค์แห่งสายเลือด้ก่อเกิด้ขึ้นมาอีกครั้ง เขาอาจจำาเป็นต้องใช้ เวลาในการสั่งสมนานกว่านี้
เขาจึงไม่คิด้มากอีกต่อไป
“ด้้านล่าง!”
และเวลานี้เอง โจวอี้แห่งสำานักภูตผีกมหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ พลันยื่นมือชี้ไปข้างล่าง
เนี่ยเทียนที่ฟื้นตื่นขึ้นมาจากการบำาเพมญตบะก้มหน้าลง มองลอด้ไปตามช่องโหว่โครงกระดู้กของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ จึง พบว่าเบื้องใต้คือป่ารกร้างสีแด้งเข้มผืนหนึ่ง
บนป่าผืนนั้น คนเผ่ามนุษย์กลุ่มหนึ่งกำาลังหนีกระเจิงกันไป คนละทิศละทาง
ภูตผีปีศาจชั้นต่ำาสองตนที่พละกำาลังไม่ได้้แขมงแกร่งเท่าใด้ นักกำาลังไล่ฆ่าคนเผ่ามนุษย์เหล่านั้น ซึ่งในมือของภูตผีปีศาจชั้นต่ำา หนึ่งในนั้นยังถือแขนเนื้อสีขาวอยู่ข้างหนึ่ง ปากของมันที่เตมไปด้้วย เขี้ยวแหลมคมกำาลังกัด้กินแขนที่เหมนได้้ชัด้ว่าเป็นของเด้มกสาวเผ่า มนุษย์คนหนึ่ง
โจวอี้กล่าวด้้วยสีหน้ามืด้ทะมึน “เนี่ยเทียน เจ้าให้โครง กระดู้กปีศาจเลือด้เคลื่อนต่ำาลงหน่อย”
“ตกลง” ความคิด้ของเนี่ยเทียนเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
เมื่อความคิด้ของเนี่ยเทียนเปลี่ยนไป โครงกระดู้กปีศาจ เลือด้ที่ลอยอยู่กลางอากาศในสภาพคว่ำาหน้ากมพลันเคลื่อนกายลงต่ำา
โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่เด้ิมทีลอยอยู่ห่างจากป่ารกร้าง เกือบสองร้อยเมตร เมื่อเคลื่อนกายลงมา พริบตาเด้ียวกมขยับเข้ามา ใกล้กับพื้นด้ิน
รอจนโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ห่างจากพื้นแค่ไม่กี่สิบเมตร โจวอี้แห่งสำานักภูตผีกมพลันบินลงมา
ผ้าใบสีด้ำาสนิทหลายผืนลอยออกมาจากกำาไลเกมบของของ โจวอี้ เมื่อผ้าใบนั้นโบกสะบัด้รับลม วิญญาณพยาบาทดุ้ร้ายหลายตน กมลอยขึ้นมาบนผืนผ้านั้น
เจตจำานงเยมนยะเยียบระลอกแล้วระลอกเล่าที่ส่งมาจากโจ วอี้ซึ่งรวมเข้ากับพวกวิญญาณพยาบาท พลันพัด้เข้าใส่ภูตผีปีศาจ ชั้นต่ำาสองตนนั้นทันที
ภูตผีปีศาจชั้นต่ำาไม่รู้จักใช้พลังจิตวิญญาณ เมื่อถูกปณิธาน เยมนเยียบจากโจวอี้พุ่งเข้าโจมตีจึงกุมหัวแผด้เสียงคำารามทันใด้
ผ้าใบหลายผืนคล้ายกระบี่แหลมคมหลายเล่มที่แทง “สวบๆ” เข้าใส่ภูตผีปีศาจชั้นต่ำาสองตนนั้น จนพวกมันตายคาที่
“ไต้เท้าโจวอี้แห่งสำานักภูตผี!”
“ไต้เท้าโจวอี้! ท่านกลับมาจากประตูสวรรค์แล้วรึ?”
คนเหล่านั้นที่แตกฮือกันหนีตายพอมองเหมนว่าภูตผีปีศาจ ชั้นต่ำาสองตนที่ไล่ตามพวกเขาถูกสังหาร และเหมนโจวอี้ที่ปรากฏตัว กะทันหันกมตื่นเต้นกันขึ้นมาทันควัน
ดู้เหมือนว่าโจวอี้เองกมจะรู้จักพวกเขาจึงถามว่า “เมืองเป่ย หยวนเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ผู้ที่อยู่เมืองเป่ยหยวนส่วนใหญ่ล้วนถูกภูตผี ปีศาจชั้นต่ำาฆ่าตายไปหมด้แล้ว มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่หนีรอด้มาได้้” คนหนึ่งตอบ
โจวอี้สีหน้าเจมบปวด้ พยักหน้าให้คนเหล่านั้นแล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าจงหนีไปทางสำานักโลหิต”
หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้ โจวอี้กมไม่ได้้หยุด้อยู่ต่อ เขา กระโด้ด้ผลุงกลับขึ้นไปอยู่บนโครงกระดู้กปีศาจเลือด้อีกครั้งด้้วย ใบหน้านิ่งขรึม
“เฮ้อ” หงฉานแห่งวังยมบาลถอนหายใจยาวหนึ่งครั้ง ส่าย หัวไม่พูด้อะไร
สีหน้าเนี่ยเทียนกมืด้มัวเช่นกัน
หลีจิ้งที่นั่งนิ่งอยู่บนแท่นด้อกบัวสีเลือด้ ตอนที่โครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้เคลื่อนกายลงต่ำากมยังคงนิ่งเฉยไม่ขยับ
เมื่อเหมนว่าโจวอี้กลับขึ้นมาอยู่บนโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ อีกครั้งแล้ว นางจึงควบคุมให้แท่นด้อกบัวสีเลือด้เคลื่อนหน้าไปยัง ทิศทางที่ตั้งของสำานักภูตผีต่อ
ครึ่งชั่วยามต่อมา
บนผืนป่ารกร้างสีแด้งเข้มปรากฏเมืองแห่งหนึ่งที่คล้ายคลึง กับเมืองเฮยอวิ๋น แท่นด้อกบัวสีเลือด้และโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่ เนี่ยเทียนนั่งอยู่ค่อยๆ มาปรากฏอยู่เหนือเมืองแห่งนั้น
“เมืองเป่ยหยวน!” โจวอี้เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน
เมื่อเนี่ยเทียนที่ยืนอยู่บนโครงกระดู้กปีศาจเลือด้มองต่ำาลง ไปยังเมืองเป่ยหยวนที่อยู่ด้้านล่าง สีหน้ากมยิ่งมืด้ทะมึน
เขาสังเกตเหมนว่าเมืองเป่ยหยวนที่เด้ิมทีควรมีมนุษย์ ธรรมด้ามากมายซึ่งพึ่งพิงสำานักภูผีรวมตัวกันอยู่ บัด้นี้มีเพียงแค่ภูตผี ปีศาจชั้นต่ำาไม่กี่ตัวที่ลอยล่องอยู่ในเมือง
เท่าที่เส้นสายตาของเขามองเหมนได้้กมไม่มีคนเผ่ามนุษย์อยู่ แม้แต่คนเด้ียว
เหมนได้้ชัด้ว่าเมื่อถูกภูตผีปีศาจชั้นต่ำามาอาละวาด้ เมืองที่มี ขนาด้เท่ากับเมืองเฮยอวิ๋น และผู้คนที่อยู่อาศัยในเมืองแห่งนี้กมให้ บริการสำานักภูตผีมาโด้ยตลอด้ได้้ถูกฆ่าล้างบางไปแล้ว
ตามองเมืองเป่ยหยวน ทว่าในสมองของเนี่ยเทียนกลับมี ภาพของเมืองเฮยอวิ๋นลอยขึ้นมา
เมืองเฮยอวิ๋นกมเหมือนเมืองเป่ยหยวนซึ่งเป็นเมืองที่มนุษย์ ธรรมด้าอยู่อาศัย และยังเป็นเมืองที่มีตระกูลเนี่ย ตระกูลอวิ๋นและ ตระกูลอันด้ำารงอยู่
เมืองเช่นนี้ผู้ที่แขมงแกร่งอย่างแท้จริงกมักจะมีขอบเขตแค่ กลางสวรรค์เท่านั้น อย่างมากสุด้กมคือต้นสวรรค์ที่มีแค่คนสองคน เผชิญหน้ากับการระรานของภูตผีปีศาจชั้นต่ำา จึงแทบจะไม่สามารถ รักษาเมืองเอาไว้ได้้เลย
เมืองเป่ยหยวนยังเป็นขนาด้นี้ แล้วเมืองเฮยอวิ๋น…ตอนนี้ จะเป็นอย่างไรบ้าง?
เขาเริ่มกังวล ต่อให้พวกเสิ่นซิ่วแห่งสำานักโลหิตและลี่ฝาน เด้ินทางไปถึงเมืองเฮยอวิ๋น กมใช่ว่าจะไปได้้ทันกาล
เขากำาลังกังวลว่าท่านตาและท่านปอาใหญ่ของเขาจะไม่ สามารถหนีพ้นเงื้อมมือของพวกภูตผีปีศาจชั้นต่ำา รอไม่ทันให้พวก เสิ่นซิ่วและลี่ฝานปรากฏตัว
“ภูตผีปีศาจ!”
เมืองเป่ยหยวนที่ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตทำาให้ในที่สุด้เนี่ยเทียนกม เข้าใจว่าการต่อสู้ระหว่างเผ่ามนุษย์และภูตผีปีศาจนั้นโหด้ร้ายทารุณ มากเพียงใด้
หากภูตผีปีศาจเหล่านี้โจมตีอาณาจักรหลีเทียนได้้อย่าง แท้จริง ผู้แขมงแกร่งของเจมด้สำานักอาจเอาชีวิตรอด้ได้้
ทว่าตระกูลต่างๆ ที่พึ่งพิงเจมด้สำานัก คนธรรมด้าที่อ่อนแอ ไม่รู้ว่าสุด้ท้ายผู้ที่มีชีวิตรอด้จะเหลือสักกี่คน
“ไปกันเถอะ เมืองเป่ยหยวนมิอาจช่วยเหลือได้้แล้ว แม้แต่ ข้ากมยังสัมผัสได้้ไม่ถึงคนที่มีชีวิตอยู่แล้ว”
หลีจิ้งที่นั่งอยู่บนแท่นด้อกบัวสีเลือด้ถอนหายใจเบาๆ หนึ่ง ครั้ง ขับเคลื่อนแท่นด้อกบัวนั้นให้เคลื่อนหน้าต่อ “ผู้ที่สามารถตัด้สิน สถานการณ์ของอาณาจักรหลีเทียนได้้กมคือสำานักภูตผีของพวกเจ้า มี เพียงกองกำาลังหลักที่โจมตีพวกภูตผีปีศาจของสำานักภูตผีเท่านั้นถึง จะช่วยกู้คืนความพ่ายแพ้ของอาณาจักรหลีเทียน ไม่ให้เผ่ามนุษย์ ของอาณาจักรหลีเทียนต้องบาด้เจมบและล้มตายมากไปกว่าที่เป็น อยู่”
โจวอี้เองกมไม่มองไปยังเมืองเป่ยหยวนที่อยู่ด้้านล่างอีกต่อ ไป ทว่าไอสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขากลับค่อยๆ เข้มข้น ขึ้น
“ภูตผีปีศาจ!” โจวอี้คำารามกร้าว
ใจของเนี่ยเทียนกระตุกอีกครั้ง โครงกระดู้กปีศาจเลือด้จึง ติด้ตามแท่นด้อกบัวสีเลือด้ของหลีจิ้งมุ่งหน้าไปยังสำานักภูตผีต่อไป
ระหว่างทางยังมีเมืองที่ขนาด้พอๆ กับเมืองเป่ยหยวนอีก สองเมืองปรากฏอยู่ใต้ร่างของพวกเขา
เมืองทั้งสองนั้นอยู่ใกล้กับสำานักภูตผีมากกว่า ภูตผีปีศาจ ชั้นต่ำาที่วนเวียนอยู่ด้้านในจึงเยอะกว่ามาก ด้ังนั้นคนธรรมด้าในเมือง ทั้งสองจึงไม่ทันหนีออกไปได้้ ล้วนถูกสังหารจนสิ้น
การสังหารหมู่ที่โหด้ร้ายของสามเมืองซึ่งไม่รู้ว่ามีคนเผ่า มนุษย์ตายไปมากน้อยแค่ไหน ทำาให้เนี่ยเทียนเริ่มชินชา
ในที่สุด้เขากมเข้าใจว่าระหว่างเผ่ามนุษย์และภูตผีปีศาจมี ความขัด้แย้งที่ไม่อาจปรองด้องกันได้้ หากไม่สังหารพวกภูตผีปีศาจ เหล่านั้นให้สิ้นซาก เผ่ามนุษย์ในอาณาจักรหลีเทียนกมต้องพินาศ วอด้วาย
“คนธรรมด้า ผู้ที่มีขอบเขตต่ำาต้อย เมื่อต้องต่อสู้กับคนต่าง เผ่า แม้จะเป็นตัวรับกระสุนกมยังไม่ได้้ ไม่แขมงแกร่งมากพอ เมื่อใด้ที่
ต้องเผชิญหน้ากับภัยพิบัติจากสวรรค์เช่นนี้กมอาจจะกลายมาเป็น อาหารของพวกภูตผีปีศาจ…” เนี่ยเทียนพึมพำาแผ่วเบา
สิ่งที่ได้้พบได้้เหมนมาตลอด้ครึ่งวัน สภาพอเนจอนาถของ เผ่ามนุษย์ในสามเมือง ทำาให้เขาตัด้สินใจเด้มด้เด้ี่ยวว่าต้องเปลี่ยนตัว เองให้แขมงแกร่ง
เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องกลายมาเป็นเหมือนคนธรรมด้า และ พวกผู้ที่มีขอบเขตต่ำาต้อยในตระกูลของสามเมืองนั้นที่ถูกภูตผีปีศาจ ชั้นต่ำาฉีกทึ้งร่างกลืนกินเป็นอาหาร เขาจำาเป็นต้องแขมงแกร่งให้ มากกว่าภูตผีปีศาจ
ขอแค่กร้าวแกร่งมากพอ เขาถึงจะสามารถกำาหนด้ชะตา ชีวิตของตัวเองได้้ และไม่กลายมาเป็นอาหารของภูตผีปีศาจเหล่านั้น
การเด้ินทางในช่วงหลังเขาจึงไม่สนใจซากศพของเผ่า มนุษย์ที่มีเกลื่อนกลาด้มากกว่าเด้ิมอีกต่อไป
เขาสงบจิตใจ หยิบเอาหินวิเศษออกมาหลายก้อน ตัด้ขาด้ ความคิด้วุ่นวาย ตั้งใจฝึกฝน หวังเพียงว่าจะเพิ่มพูนความสามารถให้ ได้้มากที่สุด้ เพื่อให้ขอบเขตของตัวเองไต่ระด้ับสูงอย่างต่อเนื่อง
เขาต้องการช่วงชิงเวลาทุกนาทีมาทำาให้ตัวเองแขมงแกร่ง
“ใกล้จะถึงแล้ว”
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน หลีจิ้งที่นั่งนิ่งอยู่บนด้อกบัวพลัน เอ่ยขึ้นมา
ผู้แขมงแกร่งทุกคนที่อยู่บนร่างของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ ซึ่งรวมถึงเนี่ยเทียนด้้วยต่างกมลืมตาขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน ทอด้ สายตามองไปข้างหน้า
เนี่ยเทียนมองไกลๆ ไปกมพลันรู้สึกชาไปทั้งหนังศีรษะ ตก ตะลึงไปกับเงาร่างของภูตผีปีศาจจำานวนนับไม่ถ้วนที่บินโฉบไปมาอยู่ ในปราณปีศาจตลบอบอวล