ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 220 พลังสู้รบสูงสุด้
เนี่ยเทียนที่ถูกสายตามากมายจับจ้องกลับไร้ซึ่งความหวาด้เกรง ใด้ๆ กลับแสยะปากยิ้มส่งให้ด้้วยซ้ำา
“ต่อเลย!” เขาออกคำาสั่งต่อโครงกระดู้กปีศาจเลือด้อีกครั้ง
โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่พื้นที่แห่งความตายหด้เลมกลงเหลือแค่ หนึ่งร้อยเมตรเด้ินหน้าต่อไปท่ามกลางปราณปีศาจเข้มข้น ทั้งยังใช้ วิธีการเด้ิมมากวาด้เอาชีวิตของภูตผีปีศาจชั้นต่ำา
ภูตผีปีศาจชั้นต่ำาตัวแล้วตัวเล่าพลังชีวิตสูญสิ้น ตายตกไปตามๆ กัน
เนี่ยเทียนที่นั่งอยู่บนไหล่ของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้สั่งการมัน พลางสังเกตการณ์สมรภูมิรบอย่างเงียบๆ ไปด้้วย
ในน้ำาวนปราณปีศาจ เส้นสายตาของเขาได้้รับผลกระทบ แต่เขา ได้้ใช้กระแสจิตที่ห่อหุ้มด้้วยแสงสะเกมด้ด้าวเจมด้ด้วงมาก่อตัวขึ้นเป็น “ทิพย์จักษุ” เจมด้ข้างรออยู่นานแล้ว
อาศัย “ทิพย์จักษุ” เจมด้ข้างนั้น เขาถึงสามารถมองเหมน สถานการณ์ในน้ำาวนปราณปีศาจได้้อย่างชัด้เจน
เขาสังเกตเหมนว่านอกจากเขาแล้ว ผู้แขมงแกร่งเผ่ามนุษย์ทุกคน ที่กล้าต่อสู้อยู่ในน้ำาวนปราณปีศาจล้วนไม่ได้้รับอิทธิพลจากปราณ ปีศาจเท่าไหร่นัก
กุ่ยถงเจ้าสำานักภูตผีใช้วิญญาณฟอาสองตน บวกกับผีด้ินเก้าตน ต่อสู้อย่างดุ้เด้ือด้อยู่กับภูตผีปีศาจชั้นสูงสองตน
ภูตผีปีศาจชั้นสูงสองตนนั้นต่างกมเป็นเหมือนกุ่ยถงที่มองดู้ เหมือนเรือนกายจะผอมบาง หนึ่งในภูตผีปีศาจชั้นสูงสองตนต่อกรกับ วิญญาณฟอาและผีด้ินโด้ยเฉพาะ ส่วนอีกตนหนึ่งกำาลังต่อสู้อยู่กับ กุ่ยถง
พลังจิตวิญญาณที่เหมือนมีตัวตนจริงๆ กระเพื่อมรุนแรงอยู่รอบ ด้้านกุ่ยถงและภูตผีปีศาจสองตนนั้น ทำาให้ปราณปีศาจที่เชี่ยวกราก ถูกพัด้ให้ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง
เหมนได้้ชัด้ว่าการต่อสู้ระหว่างกุ่ยถงและพวกมันยังเกี่ยวพันไป ถึงการต่อสู้ทางจิตวิญญาณด้้วย
หลีจิ้งที่นั่งนิ่งอยู่บนแท่นด้อกบัวสีเลือด้กมรับมือกับศัตรูสองตน เช่นกัน เงาโลหิตที่บินออกมาจากในแท่นด้อกบัวสีเลือด้ไล่กวด้โจมตี ภูตผีปีศาจชั้นสูงตนหนึ่งอย่างต่อเนื่อง
ตัวของหลีจิ้งเองมือใช้ทั้งสองสร้างตราประทับมหัศจรรย์บาง อย่างขึ้นมา ใช้เวทลับเลือด้ไหลย้อนกลับมาเล่นงานภูตผีปีศาจชั้นสูง อีกตนหนึ่ง
และยังมีชายฉกรรจ์ร่างกายสูงใหญ่บึกบึนที่สวมอาภรณ์ผ้า ป่านเนื้อหยาบซึ่งกำาลังถือกระบี่เล่มใหญ่ประมืออยู่กับภูตผีปีศาจชั้น สูงอีกตนที่สวมเกราะปีศาจสีด้ำาคลุมไปทั่วร่าง และมีเรือนกายสูงกว่า เขาเกือบเท่าตัว
การต่อสู้ดุ้เด้ือด้ระหว่างชายฉกรรจ์คนนั้นกับภูตผีปีศาจชั้นสูง ด้ึงดู้ด้ความสนใจจากเนี่ยเทียนได้้ทันใด้
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งของเนี่ยเทียนที่ล่องลอยอยู่รอบด้้านค่อยๆ เข้าไปใกล้ชายฉกรรจ์และภูตผีปีศาจชั้นสูงที่สวมชุด้เกราะอย่าง เงียบเชียบ เขาต้องการตรวจสอบพลังในการสู้รบที่แท้จริงของภูตผี ปีศาจชั้นสูงตนนั้น
ทว่าเมื่อทิพย์จักษุข้างนั้นเข้าไปใกล้จนอยู่ห่างจากภูตผีปีศาจ ชั้นสูงตนนั้นประมาณสองร้อยเมตร ภูตผีปีศาจชั้นสูงที่ต่อสู้อยู่กับ ชายฉกรรจ์กมพลันสัมผัสถึง
ภูตผีปีศาจชั้นสูงที่ห่อหุ้มไปด้้วยเกราะปีศาจสีด้ำาตลอด้ร่าง ซึ่ง แม้แต่ใบหน้ากมยังมีหน้ากากปกปิด้ เผยให้เหมนเพียงด้วงตาสีม่วงคู่ เด้ียวพลันย้ายสายตามามองทิพย์จักษุข้างนั้นของเนี่ยเทียนด้้วย สายตาเยมนชา
“ปัง!”
ทิพย์จักษุข้างนั้นที่ด้้านในรวบรวมแสงสะเกมด้ด้าวด้วง หนึ่งเอาไว้ระเบิด้กระจายทันทีเพียงแค่เขามองมา
ความเจมบปวด้รวด้ร้าวซึ่งส่งตรงมาถึงจิตวิญญาณทำา ให้เนี่ยเทียนตัวสั่นเยือก ด้วงตาของเขาพลันเคว้งคว้าง
ในใจเขาบังเกิด้ความหวาด้กลัว เข้าใจทันทีว่าภูตผี ปีศาจชั้นสูงที่สวมเกราะสีด้ำาตลอด้ร่างตนนั้นน่าจะเป็นภูตผีปีศาจที่ แขมงแกร่งที่สุด้ในบรรด้าภูตผีปีศาจทั้งหมด้ที่อยู่ในน้ำาวนปีศาจ
ทิพย์จักษุเจมด้ข้างเหลืออยู่เพียงหกข้าง ข้างที่ระเบิด้ กระจายมิอาจด้ึงกลับคืนมาได้้อีก
เขาไม่กล้าเอาทิพย์จักษุเข้าไปใกล้ภูตผีปีศาจที่ แขมงแกร่งตนนั้นอีกแล้ว ได้้แต่เฝอามองอยู่ห่างๆ
เขาสังเกตเหมนว่า ขณะที่ภูตผีปีศาจชั้นสูงที่แขมงแกร่ง ตนนั้นต่อสู้กับชายร่างใหญ่ กลับไม่ได้้ใช้อาวุธปีศาจใด้ๆ
ภูตผีปีศาจชั้นสูงตนนั้นอาศัยเพียงแค่มือเปล่าสองข้าง ทุกครั้งที่มือใหญ่ยักษ์ของมันกำาเป็นหมัด้ ปราณปีศาจที่อยู่รอบด้้านกม จะถูกด้ึงมาจนเกลี้ยงแล้วก่อตัวขึ้นมาเป็นกลุ่มแสงสีม่วงที่ส่อง ประกายแวววาว
ในกลุ่มแสงสีม่วงนั้นสามารถมองเหมนปราณเลือด้สีม่วง เป็นกลุ่มๆ ได้้รำาไร และในปราณเลือด้กมีแสงระยิบระยับคล้ายผลึก ใสสีม่วงผลุบๆ โผล่ๆ ให้เหมน
กลุ่มแสงสีม่วงคล้ายหมัด้ที่พกพาพลังงานน่าหวาด้กลัว พุ่งกระแทกด้าบเล่มใหญ่ของชายฉกรรจ์เผ่ามนุษย์
ทุกครั้งที่กระทบกัน พื้นที่บริเวณนั้นจะต้องมีเสียง กัมปนาทสะเทือนเลือนลั่นฟอาด้ินด้ังลอยมา ท่ามกลางเสียงด้ังสนั่น หวั่นไหว กลุ่มแสงสีม่วงแตกกระจาย ปราณเลือด้สีม่วงไหลนอง สะเกมด้แสงสีม่วงกมสาด้กระเซมนไปทั่วพื้นด้ิน
สายตาของเนี่ยเทียนมองไปตามสะเกมด้แสงราวผลึกใส สีม่วงเหล่านั้น ใช้ทิพย์จักษุจับตามองทิศทางการเคลื่อนไหวของพวก มัน
แล้วเขากมเหมนทันทีว่าแสงผลึกสีม่วงที่สาด้ลงบนพื้นด้ิน ล้วนร่วงลงไปโด้นตัวของผู้ฝึกลมปราณของวังยมบาล สำานักภูตผี และภูตผีปีศาจชั้นต่ำาที่ต่อสู้กันอยู่รอบเมืองโบราณหินเขียวของสำานัก ภูตผี
ขณะที่ต่อสู้ หากคนเหล่านั้นสัมผัสกับแสงผลึกม่วงโด้ย ไม่ทันระวัง ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจชั้นต่ำา หรือผู้แขมงแกร่งของสำานัก ภูตผีและวังยมบาล เรือนกายที่มีเลือด้เนื้อกมจะระเบิด้ออกเป็นเศษ เลมกเศษน้อย ตายอนาถจนมิอาจทนมองได้้
เนี่ยเทียนตะลึงลาน
เขาตระหนักได้้ทันทีว่าในกลุ่มแสงสีม่วงที่ภูตผีปีศาจชั้น สูงสวมชุด้เกราะสีด้ำาสร้างขึ้นแฝงเร้นไว้ด้้วยพลังสายเลือด้ของมัน
จุด้แสงที่คล้ายผลึกใสสีม่วงเหล่านั้นกมคือพลังงานพลุ่ง พล่านที่ซ่อนอยู่ในพลังงานสายเลือด้ของมัน ลำาพังเพียงแค่สะเกมด้ แสงกมสามารถสังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำาและผู้แขมงแกร่งเผ่ามนุษย์ ขอบเขตต้นสวรรค์ได้้อย่างง่ายด้าย
พลังงานสายเลือด้ที่สาด้กระเซมนออกมาจากร่างของ ภูตผีปีศาจชั้นสูงผู้น่าครั่นคร้ามคือการโจมตีที่มิอาจต้านทานได้้ ไม่ว่า จะเป็นผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์หรือภูตผีปีศาจชั้นต่ำา แค่สัมผัสโด้นกม ต้องตายทันที
ดู้เหมือนว่าในสายตาของมัน แม้แต่ภูตผีปีศาจชั้นต่ำาที่ ทนรับกับพลังสายเลือด้ของมันไม่ไหวกมสมควรตายตกตามไปด้้วย
มันมองข้ามทุกชีวิตที่อ่อนแอและฐานะต่ำาต้อยกว่ามัน ซึ่งรวมไปถึงพวกภูตผีปีศาจชั้นต่ำาที่ซื่อสัตย์ภักด้ีต่อมันด้้วย
“แขมงแกร่งยิ่งนัก!”
เนี่ยเทียนแอบตกใจ จากนั้นกมเด้าออกถึงฐานะของชาย ฉกรรจ์เผ่ามนุษย์ที่ต่อสู้กับภูตผีปีศาจชั้นสูงตนนั้นได้้ทันที
บุคคลอันด้ับหนึ่งของอาณาจักรหลีเทียน—ฉางเซิน แห่งวังยมบาล!
และกมีเพียงฉางเซินแห่งวังยมบาลที่แขมงแกร่งที่สุด้ใน อาณาจักรหลีเทียนเท่านั้นถึงจะสามารถรับมือกับภูตผีปีศาจชั้นสูง ทรงพลังตนนั้นได้้ และไม่มีวี่แววว่าจะแพ้ มีแต่ทัด้เทียมสูสีกัน
เมื่อตระหนักได้้ว่าภูตผีปีศาจชั้นสูงตนนั้นร้ายกาจมาก เพียงใด้ เวลาเนี่ยเทียนออกคำาสั่งกับโครงกระดู้กปีศาจเลือด้อีกครั้ง จึงจงใจหลีกห่างจากพื้นที่การต่อสู้ระหว่างฉางเซินและภูตผีปีศาจชั้น สูงตนนั้น
ในสายตาของเขา แม้แต่โครงกระดู้กปีศาจเลือด้เองกม ใช่ว่าจะเอาชนะภูตผีปีศาจชั้นสูงที่แขมงแกร่งตนนั้นได้้
เขาไม่สนใจการต่อสู้ดุ้เด้ือด้ระหว่างฉางเซินและภูตผี ปีศาจชั้นสูงอีก ใช้ทิพย์จักษุหกข้างที่เหลืออยู่ไปสังเกตเมืองโบราณ หินเขียวของสำานักภูตผี และกมองเหมนทันทีว่าผู้แขมงแกร่งขอบเขต ต้นสวรรค์ของสำานักภูตผีและวังยมบาลหลายคนเด้ินออกมาจาก เมืองโบราณแห่งนั้น เปิด้ฉากต่อสู้กับภูตผีปีศาจชั้นต่ำามากมายที่โอบ ล้อมอยู่รอบเมืองโบราณ
ผู้ที่เฝอาอยู่ในเมืองโบราณหินเขียวมีเพียงคนที่ขอบเขต ต่ำากว่าต้นสวรรค์เท่านั้น ซึ่งเป็นผู้อ่อนแอที่ไม่มีแม้แต่พลังในการ ต่อกรกับภูตผีปีศาจชั้นต่ำา
ผู้อ่อนแอได้้แค่เพียงรออยู่ในค่ายกลใหญ่ “หมื่นผี ร่ำาไห้” ของเมืองโบราณเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการต่อสู้ด้้วย
แม้แต่ผู้แขมงแกร่งขอบเขตต้นสวรรค์กมยังได้้แค่เข่นฆ่า กับภูตผีปีศาจชั้นต่ำา ส่วนคู่ต่อสู้ของภูตผีปีศาจชั้นสูงมีเพียงผู้ แขมงแกร่งเขตสามัญและเขตลี้ลับเท่านั้น
คนเหล่านี้ถึงจะเป็นผู้ตัด้สินสถานการณ์ของอาณาจักร หลีเทียน คือบุคคลที่ทำาให้พวกภูตผีปีศาจชั้นสูงเหมนความสำาคัญได้้ อย่างแท้จริง
“ทางนั้น!”
เนี่ยเทียนที่พอจะมองสถานการณ์ออกบ้างแล้วจึงคอยชี้ นิ้วไปยังจุด้ที่มีภูตผีปีศาจชั้นต่ำารวมตัวกันเป็นระยะ ให้โครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้อาศัยพื้นที่แห่งความตายที่ยังไม่หายไปมาสังหารภูตผี ปีศาจชั้นต่ำาที่มีกำาลังไม่มากพอ
ภูตผีปีศาจชั้นต่ำาตนแล้วตนเล่าถูกสังหารด้้วยพื้นที่แห่ง ความตายสีเทาซึ่งถูกปลด้ปล่อยออกมาจากร่างของโครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้ ทว่าปราณเลือด้เข้มข้นรวมไปถึงพลังแห่งชีวิตที่เนี่ย เทียนถ่ายโอนให้กับโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่กำาลังประหัตประหารไป รอบด้้านกลับไหลหายไปอย่างรวด้เรมว
“ผิด้ปกติ พลังแห่งชีวิตของโครงกระดู้กปีศาจ เลือด้…ไหลหายไปเรมวเกินไป”
เนี่ยเทียนพลันค้นพบว่านับตั้งแต่ที่โครงกระดู้กปีศาจ เลือด้ปลด้ปล่อยพื้นที่แห่งความตายออกมา พลังชีวิตที่เขากรอกลง ไปในหัวใจของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้กมหายไปเรมวกว่าเด้ิมหลายสิบ เท่า
เวลาแค่ครู่เด้ียวนี้ เขากมรู้สึกได้้ว่าพลังชีวิตของโครง กระดู้กปีศาจเลือด้กำาลังจะหมด้ลง
เด้ิมทีที่เขาวิเคราะห์เอาไว้กมคือ พลังชีวิตของเขาจะ ทำาให้โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ด้ำารงอยู่ได้้นานถึงสิบวัน
ทว่าหลังจากที่โครงกระดู้กปีศาจเลือด้สังหารภูตผี ปีศาจชั้นต่ำาอย่างเตมกำาลังและสร้างพื้นที่แห่งความตายขึ้นมา เขากม รู้สึกได้้ว่าอีกไม่นานโครงกระดู้กปีศาจเลือด้จะหลับลึกลงไปอีกครั้ง
“พลังแห่งความตายขัด้แย้งกับพลังแห่งชีวิต หากโครง กระดู้กปีศาจเลือด้ใช้พลังแห่งความตาย พลังแห่งชีวิตกมจะเผาผลาญ ไปมหาศาล และไม่นานกมจะไหลหายไปจนเกลี้ยง” เนี่ยเทียน ประจักษ์แจ้งขึ้นมาในบัด้ด้ล
“ฟิ้ว!”
และเวลานี้เอง มีแสงปีศาจสีม่วงสองเส้นบินมาจากทิศ ไกล เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุมองกมพบว่าแสงปีศาจสีม่วงสองเส้นนั้นกม คือเก๋อหลู่เท่อและปีศาจสาวซาลาที่เคยปรากฏตัวก่อนหน้านั้น
หน้าของเขาพลันถอด้สี
ปีศาจสาวซาลามีฝีมือในการต่อสู้เทียบเคียงได้้กับหลี จิ้งแห่งสำานักโลหิต การมาของนางบางทีอาจส่งผลกระทบต่อ สถานการณ์ในตอนนี้อีกครั้ง
เนี่ยเทียนแอบเป็นกังวล
แต่เขากลับค้นพบทันทีว่าเก๋อหลู่เท่อและปีศาจสาวซา ลาผู้นั้นดู้เหมือนว่าจะอ่อนแออย่างถึงที่สุด้ แม้แต่แสงปีศาจที่ปลด้ ปล่อยออกมาจากร่างของพวกมันกมยังมีๆ หายๆ
เนี่ยเทียนไม่เข้าใจ
“ฝ่าบาทจื่อเหลียน! ไต้เท้าข่าหลัว!”
หลังจากที่พุ่งเข้ามาในน้ำาวนปีศาจ ปีศาจสาวซาลากม พูด้ขึ้นด้้วยภาษาภูตผีปีศาจ “มีผู้แขมงแกร่งคนหนึ่งที่ไม่ใช่คนของ อาณาจักรหลีเทียนซุ่มโจมตีพวกเราขณะที่พวกเราเด้ินทางกลับมา นอกจากฝ่าบาทเก๋อหลู่เท่อและข้าแล้ว คนอื่นๆ ล้วนตายกันหมด้ คนผู้นั้นมีพลังในการต่อสู้เทียบเคียงได้้กับไต้เท้าข่าหลัว เด้ิมทีเขา สามารถสังหารข้าและฝ่าบาทเก๋อหลู่เท่อได้้ แต่กลับยอมเว้นชีวิต”
“ว่าไงนะ? แขมงแกร่งเท่ากับท่านอาข่าหลัวอย่างนั้นรึ?” จื่อเหลียนร้องอุทานด้้วยความตกใจ “ซาลา เจ้าแน่ใจนะ?”
“ข้ามั่นใจมาก!” บนใบหน้างด้งามของซาลาเตมไป ด้้วยความตกใจและหวาด้หวั่น “ฝ่าบาทจื่อเหลียน พวกเราควรกลับ ตระกูลกันได้้แล้ว ข้าเด้าเอาว่าผู้แขมงแกร่งเผ่ามนุษย์ของอีกแปด้ อาณาจักรอาจจะยื่นมือเข้าแทรก และมีคนมาถึงอาณาจักรหลีเทียน ล่วงหน้าแล้ว”
จื่อเหลียนหน้าเปลี่ยนสีไม่แน่นอน นางเงียบงันอยู่ครู่ หนึ่งกมพยักหน้ารับเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
……
ตรงจุด้ตัด้ระหว่างสำานักภูตผีและสำานักโลหิต
ผู้เฒ่าเผ่ามนุษย์คนหนึ่งนั่งพิงต้นไม้โบราณด้้วยท่าทาง เกียจคร้าน เขาเงยหน้าขึ้นมองปราณวิญญาณบนท้องฟอาที่ เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องคล้ายกำาลังครุ่นคิด้อะไรบางอย่าง
รัศมีห้าร้อยเมตรรอบกายเขามีร่างของภูตผีปีศาจชั้นสูง สี่ตนที่เข้าร่วมการโจมตีสำานักโลหิตพร้อมกับเก๋อหลู่เท่อและซาลา ก่อนหน้านี้นอนกองระเกะระกะ
แต่ดู้เหมือนว่าพวกมันจะตายกันมานานมากแล้ว
“ตระกูลอาซือข่าเท่อของอาณาจักรปีศาจ เนิ่นนานมา แล้วอาณาจักรหลีเทียนกมคือหนึ่งในสถานที่เลี้ยงสัตว์ของตระกูลอา ซือข่าเท่อ เวลาห่างไปหลายปี ตระกูลอาซือข่าเท่อกลับมาเยือน อาณาจักรหลีเทียนอีกครั้งกมน่าจะรู้ว่าด้ินแด้นด้าวตกสูญเสียการ ควบคุมนานแล้ว ด้้วยพลังของตระกูลอาซือข่าเท่อตระกูลเด้ียว ต่อ ให้สามารถช่วงชิงอาณาจักรหลีเทียนกลับคืนมาได้้กมฮุบทั้งด้ินแด้น ด้าวตกไม่ไหว”
“ถ้าเช่นนั้นการที่ฝ่าบาททั้งสองของอาซือข่าเท่อมา เยือนอาณาจักรหลีเทียนกมน่าจะเป็นเพียงแค่การฝึกประสบการณ์ เท่านั้น”
“การฝึกประสบการณ์ อย่างไรกมต้องมีวันสิ้นสุด้”
“ในเมื่อข้าลงมือแล้ว ถ้าเช่นนั้นการฝึกประสบการณ์ ของลูกหลานสายตรงตระกูลอาซือข่าเท่อสองคนนั้นกมน่าจะยุติลง เพียงเท่านี้”
“รอจนข้าไปถึงพื้นที่ของสำานักภูตผีเมื่อใด้ คนของตระ กูลอาซือข่าเท่อกมน่าจะจากอาณาจักรหลีเทียนกลับไปยังอาณาจักร ปีศาจของตัวเองแล้ว”
ผู้เฒ่าเผ่ามนุษย์พึมพำาแล้วจึงลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า เด้ินเตร่ไปยังทิศทางที่ตั้งของสำานักภูตผีอย่างไม่รีบไม่ร้อน
หากเนี่ยเทียนอยู่ที่นี่ด้้วยกมจะพบว่าผู้เฒ่าเผ่ามนุษย์ ที่ทางลอบสังหารพวกภูตผีปีศาจชั้นสูงระหว่าง และไว้ชีวิตแค่เก๋อหลู่ เท่อกับซาลากมคือคนที่เคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ทั้งยังบอกความลับ เรื่องที่ประตูสวรรค์จะเปิด้ขึ้นให้เขารู้—หัวมู่!