ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 221 คลื่นลมเริ่มสงบ
บนท้องฟอาเหนือสำานักภูตผี
หลังจากที่ปีศาจสาวซาลาและเก๋อหลู่เท่อมาถึง เด้ิมทีเนี่ย เทียนมีแต่ความกังวลเตมหัวใจ รู้สึกว่าสถานการณ์ในการสู้รบคงจะ ยิ่งดุ้เด้ือด้และซับซ้อนมากกว่าเด้ิม
ทว่าขณะที่เขากำาลังกังวลอยู่นั้นกมพลันได้้ยินจื่อเหยียน ตะโกนด้้วยภาษาภูตผีปีศาจพร้อมสีหน้าร้อนรน
หลังจากนั้นในมือของจื่อเหลียนกมีลูกอาคมสีด้ำาหลายลูก โผล่ขึ้นมา
ลูกอาคมเหล่านั้นพลันลอยขึ้นฟอาและพริบตาเด้ียวกมร่วงลง มาอยู่ตรงยอด้ของน้ำาวนปีศาจ
เนี่ยเทียนเงยหน้ามอง พบว่าลูกอาคมสีด้ำาเหล่านั้นดู้ด้ซับ เอาปราณปีศาจที่ไหลเชี่ยวมาอย่างรวด้เรมว ทั้งยังก่อตัวกันขึ้นมาเป็น ลูกกลมปีศาจขนาด้ใหญ่ยักษ์อยู่ยอด้บนสุด้ของน้ำาวนปีศาจ
ลูกกลมปีศาจปลด้ปล่อยคลื่นที่ทำาให้คนอกสั่นขวัญแขวน พลันลอยขึ้นสูงกลางนภา
เมื่อลูกกลมปีศาจนั้นลอยขึ้นสูง ปราณปีศาจที่ปกคลุม ตลอด้ทั้งสำานักภูตผีกมลอยขึ้นสู่ท้องฟอาไปด้้วย
เวลานี้ ภูตผีปีศาจชั้นสูงทุกตนที่ต่อสู้อยู่กับผู้แขมงแกร่งเผ่า มนุษย์ รวมไปถึงภูตผีปีศาจชั้นต่ำาต่างกมคล้ายได้้รับสัญญาณ จึง ทยอยกันสละคู่ต่อสู้แล้วบินเข้าไปยังยอด้ของปราณปีศาจ
ผู้แขมงแกร่งเผ่ามนุษย์ที่มีฉางเซิน กุ่ยถงและหลีจิ้งเป็นผู้นำา พยายามไล่ตามไปโจมตี แต่กลับถูกพลังน่าหวาด้กลัวระลอกหนึ่งกด้ ทับกำาราบเอาไว้
พวกเขาทำาได้้เพียงมองน้ำาวนปราณปีศาจที่ลอยขึ้นสูง เรื่อยๆ และค่อยๆ เคลื่อนย้ายออกไปจากท้องฟอาของสำานักภูตผี
ไม่นานสำานักภูตผีที่ถูกปราณปีศาจไหลเชี่ยวปกคลุมมา นานมากกมกลับคืนสู่ความสว่างไสวอีกครั้ง ภายใต้แสงอาทิตย์ยาม อัสด้ง เมืองโบราณหินเขียวจึงเผยตัวออกมาอย่างเตมที่
“เกิด้เรื่องอะไรขึ้น? ภูตผีปีศาจ…ถอนทัพออกไปแล้วรึ?”
“แปลกจริง ทั้งๆ ที่เพิ่งมีภูตผีปีศาจชั้นสูงมาเพิ่มอีกสอง ตน แต่เหตุใด้อยู่ๆ พวกเขาถึงได้้จากไป?”
“หรือว่าการรุกรานที่พวกภูตผีปีศาจมีต่ออาณาจักรหลี เทียนของพวกเราจะยุติลงแบบท่าด้ีทีเหลวเช่นนี้?”
“ใครจะไปรู้ว่ามันเกิด้เรื่องอะไรขึ้น”
“…”
ผู้แขมงแกร่งของวังยมบาล สำานักภูตผีและสำานักโลหิตต่างกม แหงนหน้ามองท้องฟอา มองน้ำาวนปราณปีศาจขนาด้ยักษ์ที่ค่อยๆ จากไปไกล ทุกคนต่างกมวิพากษ์วิจารณ์ ไม่เข้าใจว่าเกิด้อะไรขึ้น
เวลาเด้ียวกันนั้น
ภูตผีปีศาจจำานวนมากที่รวมตัวกันอยู่ตรงสำานักหลิงอวิ๋น และอารามเสวียนอู้ ไม่ว่าจะเป็นภูตผีปีศาจชั้นต่ำาหรือชั้นสูงต่างกม คล้ายได้้รับคำาสั่งจึงพากันถอยร่นออกไปราวกับกระแสน้ำาลง
แม้แต่พวกภูตผีปีศาจที่กระจัด้กระจายอยู่ตามเมืองต่างๆ เพื่อคร่าชีวิตคนธรรมด้ากมยังได้้รับคำาสั่งให้ถอนทัพออกไปทั้งหมด้
ภูตผีปีศาจที่ล่องลอยอยู่ทั่วอาณาจักรหลีเทียน ไม่ว่าก่อน หน้านี้อยู่ตรงจุด้ไหนต่างกมุ่งหน้ามารวมตัวกันอยู่ตรงที่ตั้งของวัง ยมบาล
เนี่ยเทียนที่นั่งอยู่บนไหล่ของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้พบว่า ชั่วพริบตาเด้ียวข้างกายเขากมไม่มีภูตผีปีศาจหลงเหลืออยู่แม้แต่ตน เด้ียว ส่วนโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่อยู่ๆ ภูตผีปีศาจซึ่งเป็นเปอาหมาย หายไปกมได้้แต่ยืนนิ่งอยู่ที่เด้ิม
ครู่ใหญ่หลังจากนั้น พื้นที่แห่งความตายที่โครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้สร้างขึ้นมากมหายไปในที่สุด้
และเวลานี้เอง โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่ยืนตระหง่านกม พลันล้มโครมลงไปบนพื้น พลังชีวิตที่เนี่ยเทียนใช้การถ่ายโอนแห่ง ชีวิตกรอกลงไปบนร่างกายมันตอนนี้ได้้หายหมด้สิ้นไปแล้ว
ก่อนหน้าที่โครงกระดู้กปีศาจเลือด้จะล้มลง เนี่ยเทียน สัมผัสได้้จึงกระโด้ด้ลอยตัวออกมาจากไหล่ของมันก่อนแล้ว
หงฉานแห่งวังยมบาล โจวอี้แห่งสำานักภูตผี และยังมีผู้ แขมงแกร่งของสำานักโลหิตอีกหลายคนที่ยังโชคด้ีรอด้ชีวิตต่างกมา หยุด้ยืนอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนด้้วยสีหน้าคลางแคลงใจ
พวกเขาหันไปมองท้องฟอาอยู่เป็นพักๆ แล้วกมหันมามอง โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น ยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่
ฉางเซิน กุ่ยถง และหลีจิ้งต่างกมถอนกำาลังของตัวเองกลับ คืนมา วิญญาณฟอาสองตนนั้นของกุ่ยถงลอยกลับเข้ามาอยู่ในด้วงตา ที่เตมไปด้้วยกลิ่นอายของภูตผีน่าสะพรึงกลัวของเขาอีกครั้ง ผีด้ินเก้า ตนกมแทรกซึมลงไปบนธงผ้าต่วนใหญ่ยักษ์ เงาโลหิตที่หลีจิ้งปลด้ ปล่อยออกมากมลอยกลับเข้ามาในแท่นด้อกบัวสีเลือด้เช่นกัน และไม่มี ความเคลื่อนไหวผิด้ปกติใด้ๆ อีก
หลีจิ้งที่นั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่บนแท่นด้อกบัวสีเลือด้หันมามอง ฉางเซินและกล่าวว่า “ท่านเข้าใจภาษาของภูตผีปีศาจ รู้หรือไม่ว่า เกิด้เรื่องอะไรขึ้น? เหตุใด้ภูตผีปีศาจเหล่านั้นถึงได้้จากไป?”
กุ่ยถงเองกมีสีหน้างงงัน มองฉางเซินและกมรอคำาตอบของ เขาเช่นกัน
“มีคนเผ่ามนุษย์คนหนึ่งที่แขมงแกร่งพอๆ กับข่าหลัวลอบ โจมตีขณะที่ภูตผีปีศาจชั้นสูงสองตนนั้นเด้ินทางกลับมา เขายังไม่ได้้ ลงมือเตมที่ ยอมปล่อยให้ภูตผีปีศาจชั้นสูงสองตนนั้นกลับมา ส่วนที่ เหลืออีกสี่ตนตายไปหมด้แล้ว” ฉางเซินขมวด้คิ้วแล้วกล่าวต่อว่า “การปรากฏตัวของเขาทำาให้พวกภูตผีปีศาจเข้าใจว่าผู้แขมงแกร่งของ อีกแปด้อาณาจักรเริ่มยื่นมือเข้าแทรกการเปลี่ยนแปลงของ อาณาจักรหลีเทียนแล้ว”
“พวกภูตผีปีศาจกังวลว่าจะมีผู้แขมงแกร่งของอีกแปด้ อาณาจักรจำานวนมากกว่าเด้ิมทยอยมาปรากฏตัวที่อาณาจักรหลี เทียน ด้ังนั้นเลยถอนทัพออกไปก่อน”
ฉางเซินเองกมฉงนสนเท่ห์ไม่ต่างกัน เขาส่ายหัวและกล่าว ว่า “แต่เท่าที่ข้ารู้มา เจ้าคนพวกนั้นในอีกแปด้อาณาจักรที่เหลือไม่มี ทางคิด้ยื่นมือมาช่วยเหลืออาณาจักรหลีเทียนแน่นอน พวกเขามีแต่ จะคาด้หวังให้พวกภูตผีปีศาจเผาผลาญพละกำาลังของอาณาจักรหลี เทียนจนหมด้สิ้น หลังจากที่ภูตผีปีศาจรบนองเลือด้กับอาณาจักรหลี เทียน ไม่ว่าผู้ชนะจะเป็นใครกมย่อมคว้าชัยไปได้้อย่างร่อแร่เตมที”
“เวลานั้นถึงจะเป็นช่วงเวลาที่ด้ีที่สุด้ในการเหยียบย่างเข้า มาอาณาจักรหลีเทียนของพวกเขา ทำาให้พวกเขาเกมบเกี่ยวผลการ ต่อสู้ได้้โด้ยที่ไม่ต้องเปลืองแรงแม้สักกะผีก”
“คนที่แขมงแกร่งพอๆ กับข่าหลัว?” กุ่ยถงหน้าเปลี่ยนสี เขารู้ด้ีว่าข่าหลัวผู้นั้นกมคือคู่ต่อสู้ของฉางเซิน คือบุคคลที่น่ากลัวที่สุด้ ในบรรด้าภูตผีปีศาจที่มาเยือนอาณาจักรหลีเทียนครั้งนี้ แม้แต่กุ่ยถง เองกมยังรู้ว่าหากคู่ต่อสู้ของเขาคือข่าหลัว เขากมไม่มีความหวังที่ชนะ ได้้แม้แต่นิด้เด้ียว
“อืม ตามที่ภูตผีปีศาจเหล่านั้นพูด้กัน เจ้าหมอนั่นที่ปรากฏ ตัวกะทันหันมีฝีมือทัด้เทียมกับข่าหลัว” ฉางเซินกล่าว
“ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร อย่างไรซะสถานการณ์ของ อาณาจักรหลีเทียนตอนนี้กมถือว่าพอจะมั่นคงได้้บ้างแล้ว” หลีจิ้งแห่ง สำานักโลหิตผ่อนลมหายใจหนึ่งครั้งแล้วกล่าวว่า “ศึกครั้งนี้ อาณาจักรหลีเทียนของพวกเราเสียหายอย่างใหญ่หลวง จำาเป็นต้อง ใช้เวลานานมากถึงจะฟื้นตัวขึ้นมาได้้”
“อาณาจักรหลีเทียนสงบสุขมานานเกินไป การเผชิญภัย พิบัติในครั้งนี้กมใช่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายเสียทีเด้ียว” ฉางเซินเงียบไปครู่ จึงพูด้อีกว่า “มีเพียงตกอยู่ท่ามกลางสงครามนองเลือด้ที่สิ้นหวัง เท่านั้น คนที่มีพลังแฝงเร้นอย่างแท้จริงถึงจะเผยตัวออกมา! สงคราม
เหี้ยมโหด้ครั้งนี้สามารถทำาให้พวกเขาเติบโตขึ้นได้้ อาณาจักรหลี เทียนในอนาคตต้องการคนเช่นนี้!”
ระหว่างที่พูด้สายตาของเขากมกวาด้มองไปบนใบหน้าของผู้ ที่รอด้ชีวิตทุกคน
สุด้ท้ายเส้นสายตาของเขามาตกอยู่บนร่างเนี่ยเทียนที่ยืน อยู่ข้างโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ แล้วอยู่ๆ กมพูด้ขึ้นว่า “เจ้าเด้มก นั่น…มาได้้ยังไง? ทำาไมโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ของสำานักโลหิตที่พวก เจ้าหลอมขึ้นมาถึงได้้ถูกเขาควบคุม? ดู้เหมือนว่าเขาจะมีตบะแค่ท้าย สวรรค์เท่านั้น อีกทั้งยังไม่ได้้ฝึกเวทลับของสำานักโลหิตด้้วยไม่ใช่ หรือ?”
ด้วงตาเยมนชาน่าสะพรึงกลัวของกุ่ยถงกมหันตามมามองเนี่ย เทียนด้้วย เขากล่าวว่า “เจ้าเด้มกคนนั้นใช้โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ สังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำาไปมากมาย แม้แต่ปีศาจสาวจื่อเหลียนที่ ฐานะสูงศักด้ิ์กมยังถูกเขาใช้โครงกระดู้กปีศาจเลือด้ทำาให้นางบาด้เจมบ สาหัส เด้มกที่มีตบะแค่ท้ายสวรรค์ กลับสร้างประโยชน์ให้กับสงคราม ครั้งนี้ไม่น้อย”
“หากเขาไม่ได้้ปลุกโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ขึ้นมา สำานักโลหิตของเรา…คงเหมือนหุบเขาเทา ที่ต้องล่มสลาย” หลีจิ้ง ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง
“เขาเป็นใครกันแน่?” ฉางเซินถามอีกครั้ง
“ลูกศิษย์คนใหม่ที่อูจี้เพิ่งรับตัวมา” หลีจิ้งตอบรับ หนึ่งประโยค แล้วจึงพลันเงยหน้าขึ้นกล่าวด้้วยน้ำาเสียงที่เด้มด้เด้ี่ยว “แต่ว่านับจากนี้ไปเขากมคือคนของสำานักโลหิตข้าแล้ว โครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้สำาคัญกับสำานักโลหิตของข้ายิ่งนัก ข้าไม่มีทางยอมให้เจ้า นายของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ไปจากสำานักโลหิตเด้มด้ขาด้!”
“ลูกศิษย์ของอูจี้?” ฉางเซินมีใบหน้าตกตะลึง รีบ กล่าวต่อทันที “ความสามารถในการรับศิษย์ของตาแก่อู สมกับที่เป็น อันด้ับหนึ่งของอาณาจักรหลีเทียนจริงๆ ข้าล่ะนับถือ”
“นับแต่นี้ไปเขากมคือลูกศิษย์ของสำานักโลหิตข้า!” หลีจิ้งกล่าวด้้วยน้ำาเสียงแขมงกระด้้าง
“อ้อ เรื่องนี้เจ้าไปบอกกับอูจี้เองเถอะ” ฉางเซินไม่ ได้้แสด้งความคิด้เหมน แต่กล่าวขึ้นมาอีกครั้งด้้วยใบหน้าเคร่งขรึม “ปัญหาของอาณาจักรหลีเทียนยังไม่รับการแก้ไขทั้งหมด้ เมื่อภูตผี ปีศาจถอยไป เจ้าพวกคนของอีกแปด้อาณาจักรกมน่าจะรู้เรื่องเรมวๆ นี้ อีกไม่นานเท่าไหร่นัก คนของอาณาจักรคุณหลัวและอาณาจักรอั้นห มิงต้องมาเยือนอาณาจักรหลีเทียนแน่นอน”
คำาพูด้นี้ของเขาจบลง กุ่ยถงและหลีจิ้งกมไม่มี อารมณ์พูด้สิ่งใด้อีก ได้้แต่หันไปมองยังเมืองโบราณหินเขียวของ สำานักภูตผี
หลังจากที่น้ำาวนปีศาจและพวกภูตผีปีศาจจากไป ผู้แขมงแกร่งเผ่ามนุษย์ที่กระจัด้กระจายกันอยู่ตามจุด้ต่างๆ ไม่ว่าจะ เป็นวังยมบาล สำานักภูตผีหรือสำานักโลหิตต่างกมพุ่งตัวไปที่เมือง โบราณแห่งนั้น
มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่ยังคงเหม่อมองโครง กระดู้กปีศาจเลือด้อยู่ที่เด้ิมด้้วยความกลุ้มใจ
เพราะด้้วยความสามารถของเขาตอนนี้ยังไม่ สามารถเคลื่อนย้ายโครงกระดู้กปีศาจเลือด้จากทุ่งรกร้างแห่งนี้ไปยัง เมืองโบราณของสำานักภูตผีได้้
ยังด้ีที่หลังจากหลีจิ้งบินเข้าไปในเมืองโบราณได้้ไม่ นานกมตระหนักได้้ถึงปัญหาของเขา
หลีจิ้งจึงขับเคลื่อนแท่นด้อกบัวสีเลือด้มาหยุด้อยู่ ข้างกายเนี่ยเทียนอย่างรวด้เรมว นางกล่าวว่า “ตามข้ามา”
คำาพูด้นั้นจบลง ในแท่นด้อกบัวสีเลือด้กมีเขมขัด้สี เลือด้หลายเส้นบินพรวด้ออกมา เขมขัด้เหล่านั้นคล้ายเชือกป่านที่
ตรงเข้าไปรัด้พันร่างของโครงกระดู้กปีศาจเลือด้แล้วพาโครงกระดู้ก ปีศาจเลือด้บินขึ้นไปบนฟอา
“เจ้าเองกมขึ้นมาด้้วย” หลีจิ้งชี้นิ้วออกมา
แสงสีเลือด้เส้นหนึ่งที่นุ่มนวลคล้ายปุยนุ่นเข้ามา โอบรัด้ร่างของเนี่ยเทียนทันที ด้ึงรั้งให้เขาขึ้นมาอยู่บนแท่นด้อกบัวสี เลือด้ด้้วยกัน
“ไหนว่ามันจะประคองตัวอยู่ได้้ประมาณสิบวันไง ล่ะ?” ขณะที่แท่นด้อกบัวสีเลือด้ชักร่างโครงกระดู้กปีศาจเลือด้ให้มุ่ง หน้าไปทางสำานักภูตผี หลีจิ้งกมเหลือบตามามองเขาหนึ่งครั้งแล้วเอ่ย ถามส่งๆ
“เอ่อ หลังจากที่มันปลด้ปล่อยสายเลือด้แห่งความ ตายออกมา พลังแห่งชีวิตกมไหลหายไปอย่างรวด้เรมว” เนี่ยเทียนเอ่ย ตามความจริง
“อ้อ” หลีจิ้งพยักหน้าจากนั้นกมสั่งความอย่าง เผด้มจการ “ต่อไปหากมีคนถามเจ้า จงบอกพวกเขาไปว่าเจ้าเป็นคน ของสำานักโลหิต!”