ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 238 แรด้หินทอง
หลังจากที่ปราณวิญญาณฟอาด้ินในอาณาจักรเลี่ยคงถูก ทำาให้สกปรก สัตว์วิเศษที่เคยอาศัยอยู่ในสถานที่ต่างๆ ของอาณา จักรเลี่ยคงจึงเริ่มสูญพันธ์กันไปเป็นจำานวนมาก
คำาว่าด้ีอยู่ด้้อยไปกมนำามาใช้กับสัตว์วิเศษได้้เช่นกัน สัตว์ วิเศษที่อ่อนแอมิอาจต้านทานการกัด้กร่อนของปราณวิญญาณ สกปรกได้้ จึงทยอยกันตายไปทีละตัว
ทว่าสัตว์วิเศษที่เด้ิมทีกมแขมงแกร่งอยู่แล้วจึงยังคงยืนหยัด้มี ชีวิตอยู่ต่อ ใช้ปราณวิญญาณที่ปะปนไปด้้วยสิ่งสกปรกมากมายมา ฝึกบำาเพมญตบะ และกลับยิ่งทำาให้พวกมันแขมงแกร่งราวกับเปลี่ยน จากตัวไหมมาเป็นผีเสื้อ
สัตว์วิเศษประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วล้วนปอวนเปี้ยนอยู่ใน เทือกเขาฮว้านคง คือฝันร้ายของผู้ฝึกลมปราณที่คิด้จะมาเสี่ยงโชคใน เทือกเขาฮว้านคง
เทือกเขาฮว้านคงมีจุด้ที่น่ากลัวใหญ่ๆ อยู่สามจุด้ นั่นคือ รอยแยกห้วงมิติที่ล่องลอยอยู่ทั่วทุกหนแห่ง และการล้อมสังหาร โจมตีกันของผู้แขมงแกร่งแห่งเมืองโพ่เมี่ย เปลวอัคคีและเด้ือนด้ับ หรือการต่อสู้กันเองภายในตระกูล
ส่วนความน่าหวาด้กลัวอย่างที่สามกมคือสัตว์วิเศษที่มีชีวิต รอด้หลังจากผ่านประสบการณ์การคัด้สรรให้เหลือแต่ผู้แขมงแกร่ง
“ตึง ตึง!”
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เหมนได้้ชัด้ว่าไม่ใช่ฝีเท้าของเผ่ามนุษย์ ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ คล้ายมีคนมาตีกลองแรงๆ อยู่บนหัวใจของ เนี่ยเทียน
เขายังไม่ทันได้้ปลด้ปล่อยกระแสจิตออกไปรับสัมผัสกมอง เหมนสัตว์วิเศษตัวหนึ่งที่เรือนกายบึกบึนเป็นสีทองไปทั้งร่าง ลำาตัวยาว ประมาณแปด้เมตร ซึ่งน่าจะเป็นสัตว์ประเภทแรด้โผล่ออกมา
“แรด้หินทอง!”
เมื่อสัตว์วิเศษตัวนั้นโผล่ออกมา หลีเหย่กมอุทานขึ้นมาเบาๆ ทันใด้ บนใบหน้ากลมด้ิกของเขาเตมไปด้้วยความเคร่งเครียด้
“สัตว์วิเศษระด้ับใด้?” เนี่ยเทียนถาม
“แรด้หินทองคือสัตว์ระด้ับสี่ พลังในการสู้รบเทียบเคียงได้้ กับผู้ที่เก่งสายบูาขอบเขตต้นสวรรค์” หลีเหย่ยิ้มเจื่อนหนึ่งครั้งแล้วจึง เอ่ยอธิบาย “แต่ว่าแรด้หินทองที่สามารถมีชีวิตรอด้อยู่ในเทือกเขาฮ ว้านคงได้้ย่อมแขมงแกร่งและดุ้ร้ายยิ่งกว่าแรด้หินทองของเก้า อาณาจักรในด้ินแด้นด้าวตก”
เนี่ยเทียนคาด้เด้าได้้แต่แรกแล้ว เขาจึงมองลอด้ม่าน โปร่งแสงของหยกเขียวไปยังแรด้หินทองตัวนั้นอย่างจริงจัง
แรด้หินทองเป็นสีทองไปทั้งร่าง หากมองปราด้ๆ จะคล้าย รูปปั้นที่ราด้ด้้วยน้ำาสีทองร้อนๆ แต่เมื่อเนี่ยเทียนสังเกตอย่างละเอียด้ จึงพบว่าอันที่จริงแล้วสีทองที่เหมนนั้นกลับเป็นผิวหนังที่คล้ายหิน มากกว่า
นอแรด้ขนาด้ใหญ่ยักษ์เปล่งประกายแสงสีทองแวววาว เหมนได้้ชัด้ว่าคมกริบอย่างถึงที่สุด้
เขาแอบมีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่าหากถูกนอของแรด้หิน ทองแทงเข้ามาที่หน้าอก ต่อให้เป็นเขาที่ร่างกายแขมงแกร่งกมยังต้อง ถูกแทงทะลุจนเป็นรูโหว่แน่นอน
“นอของแรด้สีทองคมมากที่สุด้ เจ้าต้องระวังตัวให้ด้ี อย่า ให้มันใช้นอแทงได้้เด้มด้ขาด้” หลีเหย่เอ่ยเตือนเบาๆ แหวนเกมบของที่ เขาสวมอยู่เริ่มมีแสงสีแด้งเข้มแผ่ออกมา
เกราะวิเศษชิ้นหนึ่งที่สลักลวด้ลายงด้งามเอาไว้ถูกหลีเหย่ หยิบออกมาจากในแหวนเกมบของ จากนั้นเขากมสวมลงบนร่างทันที
หลังจากที่เกราะวิเศษชิ้นนั้นโอบล้อมไปรอบเรือนกายที่มี แต่เนื้อของเขาแล้วกมดู้เหมือนว่าเขาจะพอคลายใจลงไปได้้บ้าง ไม่ได้้ ตื่นเต้นกระวนกระวายอย่างก่อนหน้านี้
จากนั้นมือหนึ่งของหลีเหย่กมถือยันต์วิเศษ ส่วนอีกมือหนึ่ง ถือโล่สีแด้งเข้ม ตั้งท่าพร้อมรบต่อหน้าต่อตาเนี่ยเทียน
ดู้เหมือนเขาจะรู้ว่าในเมื่อแรด้หินทองปรากฏออกมาแล้ว ศึกนี้อย่างไรกมเลี่ยงไม่ได้้
มองเหมนท่าทางของหลีเหย่ เหมนได้้ชัด้ว่าเขาไม่คิด้จะต่อสู้ กับแรด้หินทอง แค่ต้องการปกปองให้ตัวเองปลอด้ภัยเท่านั้น
“พวกเจ้าหลีกไปเถอะ”
เวลานี้เอง เผยฉีฉีกมเด้ินออกไปเผชิญหน้ากับแรด้หินทอง กลิ่นอายของความอันตรายอย่างหนึ่งค่อยๆ แผ่ออกมาจากในร่าง ของนาง
“ฟู่วๆ!”
พื้นที่ข้างกายนางมีเสียงแปลกๆ ด้ังกังวานออกมา รอย แยกห้วงมิติมากมายที่ล่องลอยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกมคล้ายได้้รับ อิทธิพลจากปราณที่นางปลด้ปล่อย
“หัวเทียน พวกเราแค่รักษาตัวรอด้ อย่าสร้างความวุ่นวาย ให้กับศิษย์พี่หญิงกมพอแล้ว” หลีเหย่ด้ึงรั้งเนี่ยเทียนให้ถอยหลังออก ไปเงียบๆ จนไปหยุด้อยู่ด้้านหลังหินขนาด้ใหญ่ก้อนหนึ่งพลางพูด้ เบาๆ ด้้วยว่า “ในเทือกเขาฮว้านคง ศิษย์พี่หญิงสามารถสำาแด้ง ความสามารถของเวทลับห้วงมิติออกมาได้้เตมที่ เวลาที่นางต่อสู้
เนื่องด้้วยสภาพแวด้ล้อมที่พิเศษของเทือกเขาฮว้านคง อาจก่อให้เกิด้ เป็นมีด้แสงมิติที่แหลมคมมากมาย”
“มีด้แสงเหล่านั้นหากถูกนางกระตุ้นจะพลาด้ไปทำาร้ายคน อื่นได้้ทุกเมื่อ”
“จำาไว้ว่าหากศิษย์พี่หญิงลงมือเตมที่แล้ว ทางที่ด้ีที่สุด้พวก เราควรอยู่ให้ห่างจากนาง หลายครั้งเวลาอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง นางน่ากลัวเสียยิ่งกว่าศัตรูเสียอีก เจ้าจำาข้อนี้ไว้ให้ด้ี”
หลีเหย่ที่คุ้นชินกับวิธีการสู้รบของเผยฉีฉีเป็นอย่างด้ีจึงทั้ง กริ่งเกรงแรด้หินทองและทั้งเตมไปด้้วยความหวาด้กลัวต่อตัวเผยฉีฉี
“จะปล่อยให้นางต่อสู้กับแรด้หินทอง โด้ยที่พวกเราเอาแต่ หลบอยู่เฉยๆ อย่างนั่นน่ะหรือ?” เนี่ยเทียนเกิด้ความรู้สึกอึด้อัด้คับ ข้องใจ
“แบบนี้ไม่ว่าจะสำาหรับเราหรือสำาหรับนางกมล้วนเป็นวิธีที่ด้ี ที่สุด้ เจ้าฟังข้ากมพอแล้ว” หลีเหย่ตบไหล่เขา เอ่ยเตือนด้้วยความ หวังด้ี “ข้ารู้ว่าเจ้ามีความกล้าหาญ ข้าเหมนตั้งแต่ตอนอยู่ในถ้ำาแล้ว แต่ตอนนี้พวกเราไม่ได้้อยู่ในถ้ำาประหลาด้นั่น แต่อยู่ในเทือกเขาฮว้าน คง ลำาพังเพียงแค่กำาลังเรือนกายของเจ้านั้นไม่มีทางช่วยอะไรศิษย์พี่ หญิงได้้หรอก”
“หากเจ้าไปโจมตีแรด้หินทองจะทำาให้ศิษย์พี่หญิงเสีย สมาธิ ไม่กล้าลงมือเตมที่เสียเปล่าๆ”
“หากจะทำาอย่างนี้กมสู้อยู่ให้ห่างศิษย์พี่หญิง สังเกตการณ์ต่อสู้อย่างตั้งใจ หากมีโอกาสอันด้ีปรากฏขึ้น หรือศิษย์พี่ หญิงทนไม่ไหวจริงๆ พวกเราค่อยลงมือกมยังไม่สาย”
เนี่ยเทียนขมวด้คิ้วมุ่น กล่าวว่า “ถ้างั้นกมได้้”
“ตึง ตึง!”
แรด้หินทองเด้ินออกมาอย่างเชื่องช้า ด้วงตาที่เป็นสี ทองเข้มของมันซึ่งแฝงเร้นไว้ด้้วยความดุ้ร้ายจึงมาตกอยู่บนร่างของ เผยฉีฉีที่กล้าเด้ินออกมารับหน้าอย่างกล้าหาญ
ในสายตาของแรด้หินทอง เผยฉีฉีอาจเป็นเพียงแค่ อาหารรสเลิศชิ้นหนึ่งเท่านั้น อาหารเช่นนี้…อยู่ในเทือกเขาฮว้านคง มันเคยแทะกินมาแล้วนักต่อนัก
“ฟิ้วๆ!”
กระบี่ไร้รอยบินออกมาจากในแหวนเกมบของของเผยฉีฉี อย่างไม่มีวี่แวว แล้วพุ่งเข้าทิ่มแทงแรด้หินทองด้้วยความเรมวราว สายฟอาแลบ
“พรวด้!”
รูเลือด้เลมกๆ สี่รูปรากฏขึ้นบนเรือนกายที่แขมงแกร่งราว เหลมกของแรด้หินทองจนเลือด้สด้พุ่งพรวด้ออกมาทันที
“โฮก!”
ด้้วยความเจมบปวด้รวด้ร้าว แรด้หินทองจึงร้องคำาราม แล้ววิ่งตะบึงใส่เผยฉีฉี
กระบี่ไร้รอยที่แทงลงไปบนร่างของแรด้หินทองถูก กระชากกลับมาแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม จากนั้นกมเสียบเข้าไปที่ร่าง ของแรด้หินทองอีกครั้ง บนร่างของมันจึงมีรูเลือด้เพิ่มขึ้นมาอีกหลาย รู
เนี่ยเทียนจับตามองอย่างตั้งใจจึงพบว่าขณะที่เผยฉีฉี ต่อสู้กับแรด้หินทอง กระบี่ไร้รอยนั้นกลับไม่ได้้หายตัวและปรากฏขึ้น อย่างกะทันหัน
ดู้เหมือนเผยฉีฉีจะรู้ด้ีว่าอย่างไรซะแรด้หินทองกมเป็น เพียงแค่สัตว์วิเศษระด้ับสี่เท่านั้น สติปัญญายังเทียบเคียงกับมนุษย์ไม่ ได้้ จึงไม่ได้้ใช้ลูกเล่นอะไร และไม่จำาเป็นต้องใช้เวทลับห้วงมิติทำาให้ กระบี่ไร้รอยหายตัวไปขณะที่พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้้วย
ดู้เหมือนนางเองกมจะรู้ว่าสัตว์วิเศษแต่ละตัวที่อยู่ใน เทือกเขาฮว้านคงล้วนรู้สึกว่าเรือนกายตัวเองแขมงแกร่งเกินผู้ใด้ จน มองข้ามการโจมตีของผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์จำานวนมากได้้
นางรู้สึกว่าแรด้หินทองย่อมไม่คิด้หลบเลี่ยงการโจมตี ของนาง
และแรด้หินทองกมไม่ได้้หลบเลี่ยงจริงๆ มันแค่ใช้เรือน กายที่แขมงแกร่งมารับการโจมตีทั้งหมด้จากกระบี่ไร้ร่อย
ทว่ากระบี่ไร้รอยที่ปกติแล้วสามารถแทงทะลุร่างของผู้ แขมงแกร่งในระด้ับเด้ียวกันหรือระด้ับสูงกว่าเลมกน้อยได้้ ขณะที่เสียบ แทงลงไปบนร่างของแรด้หินทองกลับทำาได้้เพียงทิ้งรูเลือด้เอาไว้ เท่านั้น ไม่สามารถแทงทะลุร่างของมันจนทำาให้มันตายคาที่ได้้อย่าง แท้จริง
นี่หมายความว่าเรือนกายของแรด้หินทองแขมงแกร่งยิ่ง กว่าผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่มีความสามารถสูสีกับมันอยู่มากนัก มันถึงแบกรับความคมกริบของกระบี่ไร้รอยของเผยฉีฉีได้้อย่าง สบายๆ
“อู้!”
คลื่นเคลื่อนไหวชั้นหนึ่งที่มองเหมนได้้ด้้วยตาเปล่าพลัน ปรากฏขึ้นขณะที่แรด้หินทองควบตะบึงเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
“ปัง!”
หัวของแรด้หินทองกระแทกชนเข้ากับความว่างเปล่า เรือนกายใหญ่มหึมาที่พุ่งเข้าใส่ด้้วยความคลุ้มคลั่งพลันหยุด้ชะงัก
“กำาแพงห้วงมิติ!”
เนี่ยเทียนแสด้งความประทับใจออกมาทางสีหน้า มอง ลูกคลื่นชั้นนั้นกมรู้ว่าเมื่ออยู่ในเทือกเขาฮว้านคง เผยฉีฉีสามารถแสด้ง ความสามารถในการรบออกมาได้้มากกว่าเวลาปกติอย่างแท้จริง
ไม่เพียงเท่านี้ เขายังสังเกตเหมนอีกว่าตอนที่แรด้หินทอง พุ่งชนกำาแพงห้วงมิติที่เผยฉีฉีสร้างขึ้นมานั้น เผยฉีฉียังเคลื่อนที่ผ่าน รอยแยกห้วงมิติหลายเส้นที่เคลื่อนไหวอยู่รอบๆ อย่างรวด้เรมวราว สายฟอาแลบ
“ฟู่วๆ!”
รอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นล่องลอยไม่อยู่นิ่ง คล้ายไม่มี การเคลื่อนไหวที่แน่นอน
หากเปลี่ยนมาให้เนี่ยเทียนและหลีเหย่ไปอยู่ตรงนั้น กล้าอยู่ใกล้กับรอยแยกห้วงมิติขนาด้นี้ เขาเชื่อว่าหากไม่ระวังคงถูก รอยแยกห้วงมิติกรีด้ผ่าร่างกายจนหัวและร่างหลุด้ออกจากกัน
ทว่าเผยฉีฉีที่เชี่ยวชาญเวทลับห่วงมิติกลับสามารถจับ ทิศทางการเคลื่อนไหวของรอยแยกห้วงมิติได้้ เรือนกายอรชรของ นางจึงโฉบแฉลบไปมาอยู่ท่ามกลางรอยแยกห้วงมิติได้้อย่างสบายๆ โด้ยที่ไม่ได้้รับผลกระทบแม้แต่นิด้
“โฮก!”
แรด้หินทองที่ถูกกำาแพงห้วงมิติกางกั้นเอาไว้พลันตั้งตัว ได้้แล้วกระโจนเข้าใส่เผยฉีฉีอีกครั้ง
ทว่าต่อให้เป็นแรด้หินทองที่กล้าอาศัยอยู่ในเทือกเขาฮ ว้านคงมาเป็นเวลานาน พอมันสังเกตเหมนว่าจุด้ที่เผยฉีฉียืนอยู่มีรอย แยกห้วงมิติล่องลอยอยู่มากมาย มันกมีท่าทีลังเลอย่างเหมนได้้ชัด้
แรด้หินทองกมหวาด้เกรงรอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นเช่น กัน คล้ายรู้ว่ารอยแยกห้วงมิติที่ล่องลอยไม่อยู่นิ่งนั้นสามารถกรีด้ฟัน ร่างที่แขมงแกร่งของมันให้แหลกละเอียด้เป็นชิ้นๆ
ด้้วยเหตุนี้ตอนที่แรด้หินทองกำาลังจะเข้าไปใกล้เผยฉีฉี มันจึงพลันหยุด้ชะงักการโจมตีกะทันหัน
มันคำารามระบายความโกรธแค้นและไม่พอใจใส่รอย แยกห้วงมิติที่ล่องลอยอยู่รอบกายเผยฉีฉี แต่ไม่กล้าเด้ินหน้าเข้ามา ลึกมากกว่านั้น
เผยฉีฉีเอาแต่มองมันด้้วยสายตาเยมนชาโด้ยไม่เอ่ยอะไร รอให้มันบุกเข้ามาเอง
แรด้หินทองคำารามเด้ือด้ด้าลอยู่พักใหญ่ เหมนว่าเผยฉีฉี ไม่ยอมออกมา มันพลันนึกอะไรออกจึงหันขวับมาตรงจุด้ที่เนี่ยเทียน และหลีเหย่ซ่อนตัวอยู่ทันที
สำาหรับมันแล้ว เผยฉีฉี เนี่ยเทียนและหลีเหย่ต่างกมเป็น แค่อาหารชิ้นหนึ่งเท่านั้น
ในเมื่ออาหารอย่างเผยฉีฉีกินได้้ยากเยมนนัก งั้นมันกม เปลี่ยนอาหารชิ้นใหม่ ไม่ว่าจะกินเนี่ยเทียนและหลีเหย่กมไม่ได้้ต่างกัน เท่าไหร่
“แม่งเอาย! ไอ้สัตว์เด้รัจฉานระยำาเอาย!” หลีเหย่สบถด้่า หยาบคาย