ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 245 กลโกง
“ทำาไมอยู่ๆ ปราณวิญญาณถึงได้้น้อยลงไป?”
ไฉ่เยว่ที่สวมชุด้สีขาวเหมือนคุณชายน้อยตื่นขึ้นมาจากการ บำาเพมญตบะ
ไฉ่เยว่คือลูกสาวคนเลมกของไฉ่หลันผู้นำากะโหลกเลือด้ มี ตบะท้ายสวรรค์ช่วงท้ายเช่นเด้ียวกัน ห่างจากการเหยียบย่างสู่ขั้น กลางสวรรค์เพียงแค่ก้าวเด้ียว
ช่วงที่ผ่านมาไฉ่เยว่ล้วนใช้ห้องฝึกตนนี้ฝึกฝนอย่างหนัก หวังว่าจะพัฒนาไปอีกก้าว เหยียบย่างเข้าสู่ขั้นกลางสวรรค์ในเรมววัน
ก่อนหน้านี้ไม่นาน กะโหลกเลือด้ต่อสู้นองเลือด้กับเด้ือนด้ับ การต่อสู้ครั้งนั้นไฉ่เยว่เองกมเข้าร่วมด้้วย แต่กลับต้องเสียเปรียบคนอื่น
นางคิด้ว่าเป็นเพราะขอบเขตของนางไม่มากพอจึงเป็นเหตุ ให้นางเสียเปรียบผู้อื่น ด้ังนั้นจึงร้อนใจอยากจะฝ่าทะลุขั้นในเรมววัน
ก่อนหน้าที่เนี่ยเทียนยังไม่มา ไฉ่เยว่ได้้ใช้ห้องฝึกตนแห่งนี้ มานานมากแล้ว นางจึงรู้อย่างแน่ชัด้ถึงระด้ับความเปี่ยมล้นของ ปราณวิญญาณในห้องฝึกตน
ความผิด้ปกติของปราณวิญญาณรบกวนการฝึกบำาเพมญ ตบะของนาง ทำาให้ความเรมวในการรับปราณวิญญาณของนางช้าลง อย่างเหมนได้้ชัด้
ไฉ่เยว่พยายามข่มกลั้นความร้อนใจ รออีกพักหนึ่ง แต่กมพบ ว่าปราณวิญญาณฟอาด้ินของห้องฝึกตนแห่งนี้ไม่ได้้กลับคืนสู่สภาพ ปกติ ยังคงไหลหายไปอย่างเชื่องช้าเช่นเด้ิม
เด้ิมทีนางเองกมไม่ใช่คนมีน้ำาอด้น้ำาทนเท่าไหร่อยู่แล้ว ด้ังนั้น จึงหยุด้การฝึกตนชั่วคราวแล้วเด้ินออกมาจากในห้อง
“คุณชายน้อย” เมื่อนางเด้ินออกมา สือชิงที่เป็นผู้รับผิด้ ชอบดู้แลห้องฝึกตนของชั้นหนึ่งกมรีบเด้ินเข้าไปรับหน้า แล้วเอ่ยถาม ด้้วยรอยยิ้ม “วันนี้จะหยุด้แค่นี้หรือขอรับ?” สือชิงเข้าใจไปว่าการฝึก บำาเพมญตบะของนางสิ้นสุด้ลงแล้ว
“ท่านลุงสือ!” ไฉ่เยว่สีหน้าเยมนชา เอ่ยถามราวกับตำาหนิ “ห้องฝึกตนของข้าเกิด้ปัญหาหรือไม่? ทำาไมเวลาที่ข้าฝึกบำาเพมญตบะ ปราณวิญญาณถึงได้้ลด้น้อยลงอย่างต่อเนื่อง?”
“จะเป็นไปได้้อย่างไร?” สือชิงอึ้งตะลึง
“เจ้าเข้าไปดู้เองกมแล้วกัน!” ไฉ่เยว่แค่นเสียงกล่าว
“ตกลง ข้าจะไปดู้” สือชิงเด้ินตามไฉ่เยว่เข้ามาในห้องฝึก ตน หรี่ตาลงรับสัมผัสปราณวิญญาณฟอาด้ินของทีแห่งนี้อย่างละเอียด้
เพียงแค่ไม่กี่วินาทีสือชิงกมสัมผัสได้้ถึงความผิด้ปกติ จึงเอ่ย ด้้วยความตกใจ “เป็นอย่างที่ว่าจริงๆ ด้้วย!”
“ท่านลุงสือ สรุปว่านี่มันเกิด้อะไรขึ้นกันแน่? ห้องฝึกตนนี้ เกิด้ปัญหาที่ตรงไหน?” ไฉ่เยว่มีสีหน้าไม่พอใจ “ข้าอุตส่าห์ตั้งใจมุฝึก ตน หากเจ้าทำาให้ความกระตือรือร้นของข้าหายไป กลับไปข้าจะบอก ท่านพ่อให้ท่านพ่อจัด้การกับเจ้าแน่ๆ!”
สือชิงหน้าเปลี่ยนสี เอ่ยขอโทษติด้ต่อกันก่อนจากนั้นถึงได้้ พูด้กับนางว่า “เจ้ารอสักครู่”
เขาเด้ินมายังกลางห้องฝึกตน ใช้มือที่ผอมแห้งของตัวเอง วางลงไปบนเสาหยกต้นหนึ่งที่อยู่ทางฝั่งขวามือและใช้จิตรับสัมผัส
ครู่หนึ่งหลังจากนั้นสีหน้าของสือชิงกมเปลี่ยนมาเป็นแปลก ประหลาด้ถึงขีด้สุด้ เอ่ยพึมพำาเบาๆ “นี่ถึงขนาด้จำาเป็นต้องด้ึงเอา ปราณวิญญาณของห้องนี้ไปใช้เชียวหรือ…”
“ท่านลุงสือ สรุปว่าเกิด้เรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” ไฉ่เยว่ตวาด้ ถาม
สือชิงใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่กมอธิบายพร้อมยิ้มเจื่อน “คุณชาย น้อย แท้จริงแล้วห้องฝึกตนทั้งสองห้องในแต่ละชั้นล้วนเชื่อมโยงกัน ตรงใต้ด้ินของห้องฝึกตนทั้งสองได้้สร้างค่ายกลลับที่กระตุ้นใช้ปราณ วิญญาณของหินวิเศษ และทำาให้ปราณวิญญาณไหลไปยังห้องฝึกตน ทั้งสอง”
“หากห้องใด้ห้องหนึ่งเผาผลาญปราณวิญญาณฟอาด้ินมาก เกินไป ใช้ความเรมวเกินกว่าที่ค่ายกลจะกระตุ้นหินวิเศษได้้ทัน”
“ถ้าเช่นนั้นห้องที่เผาผลาญปราณวิญญาณฟอาด้ินมากเกิน ไปกมจะเปิด้ใช้ค่ายกลอีกแห่งหนึ่งโด้ยอัตโนมัติ แล้วด้ึงเอาปราณ วิญญาณฟอาของห้องฝึกตนอีกห้องหนึ่งที่เชื่อมโยงกันไปชด้เชย”
ไฉ่เยว่เข้าใจได้้ในทันที จึงเอ่ยถามด้้วยความตกใจ “เจ้าจะ บอกว่าขณะที่เจ้าคนที่อยู่อีกห้องหนึ่งฝึกฝนได้้เผาผลาญปราณ วิญญาณฟอาด้ินไปเกินกว่าที่ค่ายกลจะแบกรับได้้ไหว? ปราณ วิญญาณในห้องฝึกตนของเขาเองมีไม่มากพอให้เขาได้้ใช้ ด้ังนั้นถึงได้้ ยืมใช้ปราณวิญญาณจากห้องของข้า?”
“จากที่ดู้ในตอนนี้กมน่าจะเป็นเช่นนี้” สือชิงมีสีหน้าปั้นยาก แล้วกมพูด้อีกว่า “แต่ว่าตอนที่พวกเราสร้างห้องฝึกตนทั้งสองนี้กมอิง จากขอบเขตสูงสุด้ในการดู้ด้ซับปราณวิญญาณของผู้ที่อยู่ในขั้นท้าย สวรรค์ ขอแค่มีตบะท้ายสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นช่วงต้นหรือช่วงสุด้ยอด้ ต่อให้ใช้พลังทั้งหมด้มาดู้ด้ซับปราณวิญญาณกมไม่ค่อยเป็นไปได้้ที่จะ ทำาให้เกินความเรมวในการกระตุ้นใช้ปราณวิญญาณของค่ายกล”
“ผู้ที่มีตบะท้ายสวรรค์ ขอบเขตมีจำากัด้ โด้ยปกติแล้วย่อม ไม่มีทางเป็นไปได้้เด้มด้ขาด้”
“ในความเป็นจริง นับแต่ที่สร้างห้องฝึกตนทั้งสองห้องมา จนถึงวันนี้กมยังไม่เคยมีใครที่สามารถกระตุ้นค่ายกลอีกค่ายหนึ่งให้ไป ด้ึงเอาปราณวิญญาณของอีกห้องมาใช้”
ไฉ่เยว่ฟังคำาพูด้ของสือชิงจนเกิด้ใจใคร่รู้ “ท่านลุงสือ เจ้า แน่ใจหรือว่าคนผู้นั้นมีขอบเขตท้ายสวรรค์?”
“แน่นอน ตอนที่เขามาถึงข้ากมสังเกตดู้แล้ว เขาอยู่ท้าย สวรรค์ช่วงท้าย ไม่มีทางผิด้แน่นอน” สือชิงกล่าวขึงขัง
“เจ้าหมอนี่เป็นใคร?” ไฉ่เยว่แค่นเสียงหนึ่งครั้ง “ตัวเขา เองไม่ตั้งใจฝึกบำาเพมญตบะให้ด้ียังมาแย่งปราณวิญญาณที่ควรเป็น ของข้าอีก ข้าไม่มีทางยอมปล่อยเขาไปแน่!”
“เขาคือสหายของหลีเหย่” สือชิงเอ่ยด้้วยความจนใจ
“เป็นสหายของเจ้าอ้วนนั่นแล้วอย่างไร?” ไฉ่เยว่ไม่เกรงใจ เลยแม้แต่นิด้ “หากหลีเหย่กล้าปกปองเขา ข้ากมจะเล่นงานหลีเหย่ไป ด้้วยกันเลย!”
“คุณชายน้อย ที่สำาคัญ ที่สำาคัญคือ…เขาไม่ได้้ทำาอะไรผิด้ นะ” สือชิงปวด้หัวอย่างถึงที่สุด้ “เขาฝึกบำาเพมญตบะอยู่ในห้องฝึกตน ต่อให้เผาผลาญปราณวิญญาณไปมากเกิน แต่อย่างไรซะเขากมจ่าย หินวิเศษแล้ว ทุกอย่างควรทำาตามกฎ แต่ไหนแต่ไรมากะโหลกเลือด้
ของเรากมล้วนเคารพกฎมาโด้ยตลอด้ เหมนๆ กันอยู่ว่าเขาไม่ได้้ทำาผิด้ กฎ พวกเราไม่มีเหตุผลให้ต้องไปเล่นงานเขานะ”
“ข้าไม่สน!” ไฉ่เยว่พุ่งออกไปด้้วยความโมโหขุ่นเคือง หมายจะไปหาเรื่องเนี่ยเทียน
“อย่านะ!” สือชิงรีบเอ่ยห้ามปราม กล่าวด้้วยความร้อนรน “อย่าให้คนอื่นได้้เหมนเรื่องน่าขายหน้าของกะโหลกเลือด้ เด้ี๋ยวเขาจะ เอาไปพูด้กันได้้ว่ากะโหลกเลือด้ของเราขี้เหนียว คุณชายน้อย ต่อให้ เจ้าจะไปหาเรื่องเขากมต้องรอให้ผ่านสิบชั่วยามของเขาไปก่อน รอให้ เขาออกมาจากด้้านในค่อยว่ากัน เจ้ากมรู้ว่าระหว่างการฝึกบำาเพมญ ตบะหากอยู่ๆ ถูกคนรบกวนจะเกิด้เรื่องแบบใด้ขึ้น”
ไฉ่เยว่ที่มายืนรออยู่หน้าห้องฝึกตนของเนี่ยเทียนแล้วพอได้้ ยินสือชิงเอ่ยเช่นนี้กมลังเลเลมกน้อย และในที่สุด้กมยอมหยุด้ลง
“ข้ากำาลังหงุด้หงิด้ แถมปราณวิญญาณในห้องนั้นกมยังไม่ พอ อย่างไรซะกมฝึกบำาเพมญตบะต่อไปไม่ได้้แล้ว ข้าจะรอเขาอยู่ตรงนี้ นี่แหละ!” ไฉ่เยว่เฝอาอยู่หน้าประตู “ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้านี่เป็นคนแบบ ไหน มีความพิเศษมากมายจริงหรือไม่ ถึงได้้กล้าแม้กระทั่งแย่งปราณ วิญญาณจากในห้องฝึกตนของข้า!”
สือชิงได้้แต่ยิ้มเจื่อนอยู่กับตัวเอง ลองพูด้เกลี้ยกล่อมดู้อีก รอบ หลังจากเหมนว่าไฉ่เยว่ไม่คิด้จะสนใจจึงไม่พูด้มากความอีก
สือชิงกลับไปนั่งอยู่ที่เด้ิมอีกครั้ง สายตาเป็นประกายมองไป ยังห้องที่เนี่ยเทียนใช้ฝึกตน เขาเองกมเตมไปด้้วยความสงสัยใคร่รู้เช่น กัน
เท่าที่เขารู้มา มีเพียงผู้แขมงแกร่งขอบเขตกลางสวรรค์ช่วง กลางและช่วงท้ายเท่านั้นที่หากยืมใช้ห้องฝึกตนของท้ายสวรรค์กมอาจ จะทำาให้ปราณวิญญาณมีไม่มากพอ จำาเป็นต้องด้ึงเอาของอีกห้องมา ใช้
ทั้งๆ ที่เนี่ยเทียนมีเพียงตบะท้ายสวรรค์ ระหว่างการฝึก ของเขากลับเผาผลาญปราณวิญญาณฟอาด้ินไปมากมายขนาด้นี้ ทำา ให้สือชิงเองกมตกตะลึงอย่างมาก
เนี่ยเทียนใช้เวทลับที่ตัวเองได้้มาจากด้ินแด้นลึกลับสร้าง ลูกปราณวิญญาณขึ้นมาอีกหนึ่งลูก และดู้ด้ซับเอาปราณวิญญาณที่ รูปร่างเหมือนน้ำาและเหมือนหมอกซึ่งอยู่ในลูกปราณวิญญาณให้เข้า มาอยู่ในมหาสมุทรวิญญาณ ขยายมหาสมุทรวิญญาณให้ไปถึงขีด้สุด้ อย่างต่อเนื่อง
น้ำาวนปราณวิญญาณสามลูกหมุนโคจรอย่างบ้าคลั่ง ทำาให้ มีปราณวิญญาณจำานวนมากกว่าเด้ิมเกิด้ขึ้นมาและค่อยๆ ขยายออก ไปรอบนอกของมหาสมุทรวิญญาณ
เด้ิมทีการฝึกบำาเพมญตบะที่นี่กมเรมวกว่าที่เขาฝึกก่อนหน้านี้ หลายเท่าตัวอยู่แล้ว เมื่อเขาใช้เวทลับนั่นมาเริ่มสร้างลูกปราณ วิญญาณ ใช้ลูกปราณวิญญาณมาชักนำาปราณวิญญาณ ความเรมวใน การฝึกของเขาจึงทะยานขึ้นสูงอีกครั้ง!
เขาแอบมีลางสังหรณ์ว่าเมื่อใช้การสร้างปราณวิญญาณฟอา ด้ินที่เข้มข้นของที่นี่ ความเรมวในการฝึกบำาเพมญตบะของเขาอาจจะ มากเกินกว่าตอนที่อยู่ข้างนอกเกือบยี่สิบเท่า!
หนึ่งชั่วยามต้องจ่ายหินวิเศษสิบก้อน ในสายตาของเขา ราคานี้ถือว่าคุ้มเอามากๆ
เด้ิมทีหากไม่สามารถสร้างลูกปราณวิญญาณอย่างต่อเนื่อง หนึ่งชั่วยามต้องจ่ายด้้วยหินวิเศษสิบก้อนจะได้้แค่เพิ่มความเรมวใน การฝึกบำาเพมญตบะของเขาเท่านั้น ทว่าหากใช้หินวิเศษฝึกอยู่ด้้าน นอก อาจจำาเป็นต้องใช้เวลามากกว่านั้น แต่ถ้าดู้โด้ยภาพรวมแล้ว ระด้ับความก้าวหน้ากมน่าจะมากกว่าฝึกอยู่ในห้องแห่งนี้
ห้องฝึกตนสามารถเพิ่มความเรมวในการฝึกบำาเพมญตบะ แต่ กลับจำาเป็นต้องใช้หินวิเศษมาชด้เชยเวลาเหล่านั้น
แต่ว่าเมื่อเขาสร้างลูกปราณวิญญาณขึ้นมา เขากมพบ ว่าการฝึกหนึ่งชั่วยาม ปริมาณรวมของปราณวิญญาณที่เขาได้้รับ ย่อมเกินกว่าหินวิเศษสิบก้อนแน่นอน!
เขาใช้เวทลับนั้นมาฝึกตนกมแทบจะเรียกได้้ว่าใช้วิธีโกงมาส ร้างปราณวิญญาณเข้มข้นในระยะเวลาสั้นๆ
เมื่อมหาสมุทรวิญญาณขยายออกไปอย่างรวด้เรมว เนี่ย เทียนกมอารมณ์ด้ีเป็นอย่างยิ่ง จึงยื่นมือออกไปสร้างลูกปราณ วิญญาณขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งใจฝึกฝนอย่างเตมที่ ชักนำาปราณวิญญาณ ฟอาด้ินมามากกว่าเด้ิม
หินวิเศษก้อนแล้วก้อนเล่าที่ปูวางอยู่ในค่ายกลห้องฝึกตน ทั้งสองห้องของชั้นที่หนึ่งปริแตกออกอย่างต่อเนื่อง กลายมาเป็นหิน ไร้ค่า
เมื่อเนี่ยเทียนฝึกตนถึงท้ายที่สุด้ ปราณวิญญาณในห้องที่ ไฉ่เยว่อยู่ก่อนหน้านี้กมเบาบางจนแทบจะมองไม่เหมน ปราณวิญญาณ ในห้องฝึกตนแห่งนั้นแทบจะถูกเนี่ยเทียนแย่งชิงไปหมด้
แม้แต่หินวิเศษที่ปูอยู่ใต้ห้องของไฉ่เยว่เองกมยังทยอยกัน แตกออกด้้วย
เวลาผ่านไปอย่างรวด้เรมว
และกมไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ เนี่ยเทียนถึงได้้ฟื้นตื่นขึ้น มาจากการฝึกบำาเพมญตบะ และเขากมพลันค้นพบว่าปราณวิญญาณ ในห้องฝึกตนนี้ไม่พอให้เขาสร้างลูกปราณวิญญาณขึ้นมาอีกแล้ว
“พังแล้วหรือ?” เนี่ยเทียนตะลึง
และเวลานี้เอง สือชิงที่อยู่นอกห้องฝึกตนและไฉ่เยว่ที่รอให้ เนี่ยเทียนออกมาต่างกมีสีหน้าคล้ำาทะมึนอย่างถึงที่สุด้
สมาชิกของกะโหลกเลือด้คนหนึ่งที่รับผิด้ชอบเติมหินวิเศษ อยู่ด้้านล่างยืนอยู่ข้างกายสือชิงและพูด้ขึ้นด้้วยความนอบน้อม “ไต้ เท้า ด้้านล่างห้องฝึกตนทั้งสองของชั้นหนึ่งเผาผลาญหินวิเศษไป ทั้งหมด้สามร้อยห้าสิบก้อน ตอนที่คุณชายน้อยอยู่ใช้ไปแค่ห้าสิบหิน วิเศษเท่านั้น”
“นับตั้งแต่ที่คนผู้นั้นเข้าไป เวลาเพียงแค่หกชั่วยามกมเผา ผลาญหินวิเศษไปแล้วสามร้อยห้าสิบก้อน”
“หินวิเศษเผาผลาญเรมวเกินไปจนแทบจะเติมไม่ทันแล้ว ไต้ เท้า ตอนนี้ยังต้องเติมต่อหรือไม่?”
สือชิงขมวด้คิ้ว โบกมือกล่าว “ไม่จำาเป็น!”
“ข้าอยู่ทั้งวันทั้งคืนกมยังเผาผลาญหินวิเศษแค่ห้าสิบก้อน! ไอ้หมอนั่นเพิ่งจะเข้าไปได้้หกชั่วยามกลับเผาผลาญไปแล้วสามร้อย
กว่าก้อน!” ไฉ่เยว่เด้ือด้ด้าลขึ้นมาทันที “ท่านลุงสือ เขาจ่ายหินวิเศษ มาเท่าไหร่ คิด้จะใช้ห้องนานแค่ไหน?”
“หินวิเศษหนึ่งร้อยก้อน เตรียมใช้สิบชั่วยาม” สือชิงกล่าว
“ข้าว่าเขาต้องซุกซ่อนศักยภาพที่แท้จริงแน่นอน ใช้ตบะ ของกลางสวรรค์หรืออาจถึงขั้นต้นสวรรค์เหยียบย่างเข้าไปในห้องนั้น จงใจฉวยโอกาสจากกะโหลกเลือด้เรา!” ไฉ่เยว่พูด้ด้้วยความฉุนเฉียว
ขณะที่นางแทบอยากจะพุ่งเข้าไปลากตัวเนี่ยเทียนออกมา จากห้องเพื่อถามให้ชัด้เจน เนี่ยเทียนเองกมได้้เด้ินออกมาจากห้องฝึก ตนเพราะปราณวิญญาณไม่พอเช่นกัน
เนี่ยเทียนไม่ได้้สนใจไฉ่เยว่ แค่มองสือด้้วยใบหน้าไม่เข้าใจ “สิบชั่วยามยังไม่ถึงกระมัง ทำาไมถึงไม่มีปราณวิญญาณให้ใช้แล้ว? ห้องฝึกตนกะโหลกเลือด้ของพวกเจ้าคงไม่เกิด้ข้อขัด้ข้องแบบนี้เป็น ประจำาแบบนี้หรอกมั้ง?”
เมื่อกล่าวจบ หนังหน้าของสือชิงกมกระตุกยิกๆ ทันที