ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 244 กองบัญชาการกะโหลกเลือด้
กองบัญชากะโหลกเลือด้นั่นคือศูนย์แลกเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุด้ ของเมืองโพ่เมี่ย วัตถุด้ิบสำาหรับการฝึกฝนของผู้ฝึกลมปราณอย่าง หินวิเศษ ยาวิเศษ วัตถุด้ิบวิเศษประเภทต่างๆ อาวุธวิเศษ คาถา วิเศษในการฝึกตนล้วนสามารถนำามาวางขายและมาซื้อที่กองบัญชา กะโหลกเลือด้ได้้
คนที่อยู่ในเมืองโพ่เมี่ยหากปอายตัวตนใกล้จะหมด้เขตกม สามารถนำาหินวิเศษมาต่อเวลาได้้ที่นี่
นอกจากนี้กองบัญชากะโหลกเลือด้ยังมีห้องฝึกตนอีกแปด้ ห้องซึ่งสร้างไว้ให้สำาหรับคนที่ต้องการจะตั้งใจฝึกบำาเพมญตบะ
ห้องฝึกตนทั้งแปด้นั้นแบ่งออกเป็นสองห้องต่อหนึ่ง ขอบเขต ซึ่งมีทั้งของขอบเขตท้ายสวรรค์ กลางสวรรค์ ต้นสวรรค์ และเขตสามัญ
ห้องฝึกตนทั้งแปด้อยู่ในหอเรือนหินสี่ชั้นแห่งหนึ่ง แต่ละ ชั้นมีห้องฝึกอยู่สองห้อง ชั้นล่างสุด้เป็นของขอบเขตท้ายสวรรค์ ชั้น บนสุด้มีไว้ให้สำาหรับผู้ฝึกลมปราณเขตสามัญ
หลีเหย่พาเนี่ยเทียนมาถึงหน้าประตูของหอหิน ยังไม่ทันได้้ เข้าไปกมเหมนว่าด้้านในหอหินฝั่งตรงข้ามมีศพหนึ่งถูกยกออกมา
บริเวณโด้ยรอบหอหินแห่งนั้นมีผู้ฝึกลมปราณมากมายรวม ตัวกันอยู่ ผู้ฝึกลมปราณเหล่านั้นล้วนมีสีหน้าดุ้ร้าย ไอสังหารเด้ือด้ พล่าน
เหมนว่ามีศพหนึ่งถูกสมาชิกคนหนึ่งของกะโหลกเลือด้แบก ออกมาจากในหอหินด้้วยท่าทีเยมนชา พวกผู้คนที่อยู่รอบด้้านกมเอะอะ กันขึ้นมาทันที โวยวายหมายจะเข้าไปข้างใน
และยังมีสมาชิกของกะโหลกเลือด้อีกหลายคนที่นั่งอยู่ข้าง โตาะหินเรียบง่ายตัวหนึ่ง ซึ่งกำาลังโบกมือเป็นพัลวัน ต้องการให้ทุกคน ลงเด้ิมพัน
บนโตาะมีหินวิเศษหลายก้อนวางกองอยู่คล้ายกำาลังมีการ พนันเกิด้ขึ้น
เนี่ยเทียนมองอยู่ครู่หนึ่งกมเอ่ยถามด้้วยความสงสัย “ทาง ด้้านนั้นเขามีเรื่องอะไรกันหรือ?”
“อ้อ เจ้าหมายถึงสนามต่อสู้หรือ?” หลีเหย่เหลือบตามอง หนึ่งครั้งแล้วจึงตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ว่าสถานที่ใด้กมตามในเมืองโพ่ เมี่ยล้วนห้ามให้มีการต่อสู้กันเองเกิด้ขึ้น ผู้ที่ฝ่าฝืนจะถูกขับไล่ออก นอกเมือง หนักสุด้คือถูกกะโหลกเลือด้ปลิด้ชีพในทันที”
“มีเพียงสถานที่เด้ียวที่เป็นข้อยกเว้น กมคือสนามต่อสู้”
“พวกคนที่มีความแค้นต่อกันหากทนไม่ไหวจริงๆ สามารถ เลือกมาต่อสู้กันที่สนามแห่งนี้ จะสู้กันถึงเป็นถึงตายกมได้้”
“แน่นอนว่าหากคิด้จะลงสนามต่อสู้กมต้องมีหินวิเศษที่มาก เพียงพอตามที่กะโหลกเลือด้ต้องการ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงได้้จะรับ การอนุญาตจากกะโหลกเลือด้ และปล่อยให้พวกเขาต่อสู้ตัด้สินเป็น ตายกันเอง”
“สถานที่ที่มีการต่อสู้กมจะมีพวกที่คิด้ฉกฉวยโอกาส กะโหลกเลือด้กมคือเจ้าบ้านที่รับลงเด้ิมพันโด้ยเฉพาะ พวกเขาอนุญาต ให้คนไม่เกี่ยวข้องมาเด้ิมพันได้้ หากเด้ิมพันถูกคนกมจะได้้รับหินวิเศษ หลายเท่าตัว หากเด้ิมพันผิด้กมจะเสียหมด้ตัว”
ขณะที่หลี่เหย่เอ่ยอธิบาย ผู้แขมงแกร่งกลางสวรรค์ช่วงท้าย คนหนึ่งที่ร่างโชกไปด้้วยเลือด้กมเด้ินอย่างเย่อหยิ่งออกมาจากในสนาม ต่อสู้
คนผู้นั้นเพิ่งจะผ่านการเข่นฆ่านองเลือด้และได้้เป็นฝ่าย คว้าชัยชนะในท้ายที่สุด้
เมื่อเขาเด้ินออกมา คนที่เด้ิมพันข้างเขาต่างกมหัวเราะฮ่าๆ ด้้วยความเบิกบานใจ แสด้งความยินด้ีกับเขาที่ทำาให้ตัวเองชนะหิน วิเศษ
ส่วนพวกคนที่ไม่ได้้ลงเด้ิมพันข้างเขากลับมีสายตาดุ้ร้าย มองเขาด้้วยความเยมนชา ราวกับว่าหากอยู่ข้างนอกจะต้องสังหารคน ผู้นี้ให้ได้้
คนผู้นั้นไม่คิด้จัด้การแม้กระทั่งบาด้แผลของตัวเอง หลัง จากรับเอาหินวิเศษที่เป็นเด้ิมพันของตัวเองไปแล้วกมจากไปอย่างรีบ ร้อน
เมื่อเขาจากไป ผู้ฝึกลมปราณอีกสองคนที่รออยู่ก่อนแล้วกม ถูกสมาชิกของกะโหลกเลือด้พาตัวเข้าไปในสนามต่อสู้ เพื่อเริ่มการสู้ รบนองเลือด้ครั้งต่อไป
“การต่อสู้นี้มีคนตายทุกวันเลยหรือ?” เนี่ยเทียนถามด้้วย ความอยากรู้
“อืม เป็นอย่างนี้ทุกวันนั่นแหละ มักจะต้องมีพวก กินอยู่อิ่มท้องจนว่างงานอยากต่อสู้เพื่อแสด้งความกล้าหาญของตัว เอง และยังมีอีกบางส่วนที่มีความแค้นใหญ่หลวงต่อกันในเมืองโพ่ เมี่ยหรือไม่กมในเทือกเขาฮว้านคง” หลีเหย่ทำาสีหน้ารังเกียจ “คน มากมายไม่กล้าออกไปสู้กันนอกเมือง กลัวว่าหากชนะแล้วจะไปได้้ด้ี เจ้าพวกที่ปอวนเปี้ยนอยู่นอกเมืองเข้า จึงได้้แต่เลือกสนามต่อสู้มา ตัด้สินปัญหา”
“คนแบบนี้มีมากมายนักล่ะ สนามต่อสู้มักมีคนลงมา ประลองกันทุกวัน และกมต้องมีคนตายทุกวัน”
“ไปกันเถอะ ไม่มีอะไรน่าดู้หรอก มีแต่พวกโง่เง่าที่ไม่รู้ว่า จะเอาพละกำาลังไประบายที่ไหน ยอมให้เจ้าบ้านอย่างกะโหลกเลือด้มี รายรับเพิ่มมาเปล่าๆ กมเท่านั้น”
หลีเหย่เอ่ยเร่งให้เนี่ยเทียนเข้าไปในหอหินสี่ชั้น
พอเข้าไปได้้หน้าประตูกมีสมาชิกคนหนึ่งของกะโหลกเลือด้ ถามขึ้นด้้วยความตะลึงและแปลกใจ “หลีเหย่ ทำาไมเจ้าถึงมาที่นี่ได้้ ล่ะ”
สมาชิกหลายคนของกะโหลกเลือด้ล้วนรู้จักเขา รู้ว่าเขา หลงใหลอยู่กับการหลอมอาวุธ ไม่สนใจการเลื่อนขอบเขตของตบะ ตัวเอง
หลีเหย่อยู่ในเมืองโพ่เมี่ยมาหลายปี ไม่เคยใช้ห้องฝึกตน ของที่นี่มาก่อน พออยู่ๆ เหมนว่าหลีเหย่มาเยือน คนผู้นั้นจึงดู้แปลกใจ อย่างเหมนได้้ชัด้
“แน่นอนว่าข้าย่อมไม่ได้้มาฝึกตน” หลีเหย่ชี้ไปที่เนี่ยเทียน “ข้าพาเพื่อนมา เจ้าช่วยจัด้การให้หน่อย เขาต้องการยืมใช้ห้องฝึก ตนสำาหรับท้ายสวรรค์”
“อ้อ ใช่แล้วหัวเทียน เจ้าคิด้จะใช้นานแค่ไหน?”
เนี่ยเทียนตอบรับ “ใช้สิบชั่วยามก่อนกมแล้วกัน”
“หินวิเศษหนึ่งร้อยก้อน ลงทะเบียนก่อน” สมาชิกกะโหลก เลือด้ผู้นั้นกล่าว
เนี่ยเทียนไม่พูด้มาก หยิบเอาหินวิเศษหนึ่งร้อยก้อนจากใน กำาไลเกมบของออกมามอบให้คนผู้นั้นทันที
“ช้าก่อน” หลังจากคนผู้นั้นรับเอาหินวิเศษหนึ่งร้อยก้อน มากมก้มหน้ามองตารางอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงกล่าวว่า “ช่วงนี้คนที่มายืม ใช้ห้องฝึกตนค่อนข้างมีมาก หากดู้ตามลำาด้ับแล้วเจ้าต้องรออีกสาม วัน”
หลีเหย่อึ้งไปครู่ “สือชิง ช่วงนี้แม้แต่ห้องฝึกตนที่เป็นของ ท้ายสวรรค์กมขายด้ีขนาด้นี้เชียวหรือ?”
สมาชิกกะโหลกเลือด้นามว่าสือชิงทำาหน้าจนใจ ยื่นมือออก มาชี้ห้องฝึกตนสำาหรับท้ายสวรรค์ห้องหนึ่งแล้วเอ่ยเบาๆ “คุณหนู ของเรา ไม่สิ คุณชายน้อยของพวกเราอยู่ด้้านในนั้น”
หลีเหย่ตะลึง “นางขยันแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”
“เจ้าเองกมใช่ว่าจะไม่รู้ คราวก่อนตอนที่กะโหลกเลือด้ของ พวกเราต่อสู้กับเด้ือนด้ับที่นอกเมือง นางเสียเปรียบคนอื่น เลยรู้สึก ว่าขอบเขตตัวเองไม่สูงมากพอจึงตั้งใจฝึกฝนอย่างหนัก” สือชิงอธิ บาย “ตอนนี้นางอยู่ขอบเขตท้ายสวรรค์ช่วงท้าย และกมใกล้จะฝ่า
ทะลุขอบเขตแล้ว ด้ังนั้นช่วงนี้จึงยึด้ครองห้องฝึกตนห้องหนึ่งนาน เลยล่ะ”
“คนอื่นๆ จึงได้้แต่ใช้ห้องฝึกตนที่เหลืออยู่ ด้ังนั้นจึงลำาบาก เลมกน้อย”
“แบบนี้เองหรือ” หลีเหย่ลูบคลำาปลายคางที่ไม่มีหนวด้ กล่าวว่า “หัวเทียนคือเพื่อนของข้า สือชิง เจ้าช่วยจัด้การแทรกแถว ให้เขาหน่อยเถอะ อย่างไรเจ้ากมคงไม่ปฏิเสธให้ข้าเสียหน้าหรอก กระมัง?”
สือชิงมองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้งและลังเลอยู่เลมกน้อย จากนั้น จึงรับปากอย่างฝืนใจ “กมได้้ ครึ่งชั่วยามให้หลัง เมื่อคนของอีกห้อง หนึ่งออกมา ข้าจะให้เพื่อนของเจ้าได้้เข้าไปก่อนกมแล้วกัน แต่พวกเรา ตกลงกันให้เรียบร้อยก่อนนะว่าใช้ได้้แค่สิบชั่วยามเท่านั้น ไม่สามารถ ครอบครองได้้ในระยะยาว มิฉะนั้นข้ากมยากจะอธิบายให้คนอื่นฟัง”
“รู้แล้วน่า” หลีเหย่ตอบรับอย่างรำาคาญใจ
จากนั้นเนี่ยเทียนและหลีเหย่สองคนกมไม่ได้้จากไปไหนไกล แต่รออยู่ตรงหน้าประตูห้องหอหินแห่งนี้
“คุณชายน้อยที่พวกเจ้าพูด้ถึงคือใคร?” เนี่ยเทียนเอ่ยถาม อย่างเบื่อหน่าย
“ลูกสาวคนเลมกของผู้นำากะโหลกเลือด้ นางไม่ชอบให้คน อื่นมองนางเป็นผู้หญิง” หลีเหย่เอ่ยอธิบาย “เจ้าไม่ต้องไปสนใจนาง แค่ต้องระวังไว้เลมกน้อย นางน่ารำาคาญนักล่ะ จำาไวว่าอย่าไปทำาให้ นางโกรธเคืองกมพอแล้ว มิฉะนั้นเจ้าจะอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยได้้อย่างยาก ลำาบาก หากนางหมายหัวใครขึ้นมา นั่นกมเรียกได้้ว่าเป็นความวุ่นวาย อย่างไม่จบไม่สิ้นจริงๆ”
“อ้อ” เนี่ยเทียนพยักหน้า
คนทั้งสองยืนอยู่ด้้านนอกครู่หนึ่งกมองเหมนว่าสนามต่อสู้ฝั่ง ตรงข้ามมีศพอีกสองศพถูกแบกออกมา
คนที่เด้ิมพันชนะตะโกนโหวกเหวกเสียงด้ัง กำาเริบเสิบสาน อย่างมาก
ผู้ที่พนันแพ้กลับด้่ากราด้ แทบอยากจะพุ่งเข้าไปเป็นคน ต่อสู้ในสนามเสียเอง
ครึ่งชั่วยามต่อมา ผู้ฝึกลมปราณขอบเขตท้ายสวรรค์ช่วง กลางคนหนึ่งกมเด้ินออกมาจากในห้องฝึกตนด้้วยสีหน้า กระปรี้กระเปร่า แล้วจากไปพร้อมกับความพึงพอใจ
“เอาล่ะ ถึงตาเพื่อนของเจ้าแล้ว” สือชิงตะโกนพูด้ด้ังมา จากด้้านใน
“เจ้าไปเถอะ ข้าไม่อยู่เป็นเพื่อนเจ้าแล้ว” หลีเหย่บอกเป็น นัยให้เนี่ยเทียนเด้ินเข้าไปแล้วกล่าวว่า “ขอแค่เจ้าไม่เป็นบ้าไปต่อสู้ กับคนอื่นในสนามต่อสู้ ที่นี่กมถือว่าปลอด้ภัยมาก ไม่มีอะไรให้ต้อง กังวล รอจนออกมาแล้วเจ้ากมกลับไปเอง ระหว่างทางเจ้าเองกมไม่ต้อง กังวล ในเมืองโพ่เมี่ยนอกจากสนามการต่อสู้แล้ว ด้้านอื่นๆ กมล้วน ปลอด้ภัยทั้งหมด้”
“อืม”
หลังจากที่ลากับหลีเหย่ เนี่ยเทียนกมเข้าไปอยู่ในห้องฝึกตน ที่ต้องจ่ายหินวิเศษชั่วยามละสิบก้อนภายใต้การจัด้การจากสือชิง
พอเข้ามาในห้องฝึกเขากมได้้กลิ่นปราณวิญญาณที่โชยมา ปะทะจมูก อีกทั้งยังสัมผัสได้้ถึงความสงบสุขของจิตใจ ซึ่งเหมาะสม กับการฝึกบำาเพมญตบะอย่างถึงที่สุด้
ในห้องฝึกตนที่กว้างขวาง เขานั่งลงอย่างไม่คิด้มาก หลัง จากรับสัมผัสอย่างละเอียด้กมรู้สึกได้้ถึงระด้ับความเข้มข้นของปราณ วิญญาณฟอาด้ินของที่แห่งนี้ แม้ว่าเทียบพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าว ไม่ติด้ แต่กมไม่ธรรมด้าเหมือนกัน
อยู่ที่นี่ไม่จำาเป็นต้องใช้หินวิเศษฝึกฝน แค่รับเอาปราณ วิญญาณฟอาด้ินที่เข้มข้นบริสุทธิ์นั้นเข้าไปไว้ในมหาสมุทรวิญญาณกม จะฝึกได้้เรมวยิ่งกว่าใช้หินวิเศษหลายเท่าตัว
“เป็นสถานที่ที่ด้ียิ่งนัก!”
เนี่ยเทียนเอ่ยชมหนึ่งประโยคแล้วสงบจิตใจ ไม่ใช้หินวิเศษ ทำาเพียงแค่ใช้ปราณวิญญาณของที่แห่งนี้มาชุบหลอมมหาสมุทร วิญญาณอย่างเด้ียว เพื่อขยายมหาสมุทรวิญญาณให้ถึงขีด้สุด้
ไม่นานเขากมตระหนักได้้ว่าการฝึกบำาเพมญตบะในที่แห่งนี้ได้้ ผลด้ีเสียยิ่งกว่าการฝึกในห้องหินที่หลีเหย่จัด้หามาให้เขาจริงด้ังคาด้
ผ่านไปครู่หนึ่งเขากมตื่นขึ้นมาจากการฝึกบำาเพมญตบะ พลัน ฉุกคิด้ขึ้นมาได้้ถึงเวทลับสร้างลูกปราณวิญญาณที่เขาฝึกมาจากด้ิน แด้นลึกลับ
ตอนอยู่ในพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าว เมื่อเขาร่ายเวท ลับนั้นกมสามารถรวบรวมปราณวิญญาณฟอาด้ินมาได้้อย่างรวด้เรมว แปลงปราณวิญญาณให้กลายมาเป็นลูกปราณวิญญาณ จากนั้นกมดู้ด้ ซับเอาปราณวิญญาณที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่ามาจากในลูกปราณวิญญาณ
“น่าจะได้้นะ”
เขายื่นมือออกมาข้างหนึ่ง พยายามใช้ความคิด้รวบรวม ปราณวิญญาณขึ้นมา
“อู้ๆๆ!”
ในห้องฝึกตน ปราณวิญญาณที่มีอยู่ทั่วทุกแห่งในฟอาด้ิน พลันมารวมตัวกันจากแปด้ทิศ ทะลักทะลายเข้ามาอยู่กลางฝ่ามือ ข้างนั้นของเขา
ไม่นานลูกปราณวิญญาณลูกหนึ่งที่ด้้อยกว่าตอนอยู่ พระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าวกมก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
เขาเอาปราณวิญญาณที่อยู่ด้้านในลูกปราณวิญญาณซึ่งรูป ร่างเหมือนทั้งหมอกและของเหลวมาชักนำามหาสมุทรวิญญาณ แล้ว กมค้นพบทันทีว่าน้ำาวนพลังวิญญาณสามลูกในมหาสมุทรวิญญาณ กำาลังโคจรอย่างบ้าคลั่ง ความเรมวในการขยายของมหาสมุทร วิญญาณของเขากมพลันเพิ่มขึ้นอย่างรวด้เรมว
ทว่าอย่างไรซะห้องฝึกตนแห่งนี้กมไม่ใช่พระราชวังโบราณ สะเกมด้ด้าว และไม่ใช่ด้ินแด้นลึกลับที่เขาฝึกตนก่อนหน้านี้
สถานที่แห่งนี้ปราณวิญญาณฟอาด้ินมีจำากัด้ อีกทั้งยังได้้มา จากหินวิเศษที่อยู่ในค่ายกลด้้านล่าง กว่าค่ายกลนั้นแปลงหินวิเศษให้ เป็นปราณวิญญาณและกว่าจะกระจายมาถึงห้องฝึกตนได้้กมยังจำาเป็น ต้องใช้เวลา
หลังจากที่ความเรมวในการรวบรวมพลังวิญญาณฟอาด้ิน ของเนี่ยเทียนเกินกว่าความเรมวของค่ายกลที่แปลงหินวิเศษให้กลาย
มาเป็นปราณวิญญาณ ค่ายกลอีกประเภทหนึ่งที่ซุกซ่อนไว้ในห้องฝึก ตนแห่งนี้กมโคจรขึ้นมาเองโด้ยอัตโนมัติ
ค่ายกลนั้นได้้ค่อยๆ ชักนำาเอาปราณวิญญาณซึ่งเตรียมไว้ ให้ผู้ฝึกลมปราณท้ายสวรรค์ที่อยู่ในห้องฝึกตนห้องข้างๆ กันมาอย่าง ช้าๆ
“อู้ๆๆ!”
ในท่อพิเศษที่เชื่อมต่อกันระหว่างใต้ด้ินของห้องฝึกตนทั้ง สองเปี่ยมล้นไปด้้วยพลังวิญญาณที่เข้มข้น
ปราณวิญญาณของอีกห้องหนึ่งค่อยๆ ไหลหายไป จากแต่ เด้ิมที่เข้มข้นอย่างถึงที่สุด้กลับเริ่มเปลี่ยนมาเป็นบางเบา
ที่นั่นลูกสาวคนเลมกของผู้นำากะโหลกเลือด้พลันตกใจตื่นขึ้น มาจากการฝึกบำาเพมญตบะ
นางสัมผัสได้้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบไว