ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 255 เลื่อนขั้นสู่กลางสวรรค์!
เสียงร้องตะโกนของเนี่ยเทียนด้ังกังวานสะท้อนไปแปด้ทิศ
ในหุบเขาเลมกแคบแห่งหนึ่ง เนื่องด้้วยบาด้แผลตรงหน้า ท้องของจ้าวเฟิงยังไม่หายด้ี พวกไฉ่โยวและหวังจัวที่จงใจเด้ินทางให้ ช้าลงจึงได้้ยินเสียงตะโกนด้ังของเนี่ยเทียนมาจากทางด้้านหลัง
ไฉ่โยวมีสีหน้าตกตะลึง หยุด้ชะงักฝีเท้าแล้วหันหลับไปมอง ทางด้้านหลังด้้วยความสงสัย
“เสียงของหัวเทียนผู้นั้น” หวังจัวกล่าว
ไฉ่โยวหรี่ตาลง ครุ่นคิด้อยู่ชั่วครู่กมพลันเอ่ยกำาชับกับจ้าว เฟิง “เจ้ารออยู่นี่!”
กล่าวจบเขากมห้อด้ิ่งไปยังจุด้ที่เขาได้้ยินเสียงอย่างรวด้ราว กระบี่ที่ถูกชักออกจากฝัก
พอเหมนว่าเขาเคลื่อนไหว หวังจัวจึงติด้ตามไปอย่างรวด้เรมว โด้ยไร้ซึ่งความลังเล
เด้ิมทีด้้วยความเรมวของเนี่ยเทียนหากคิด้จะมารวมกับพวก ไฉ่โยวอาจจะยังต้องการเวลาอีกช่วงหนึ่ง
ซึ่งช่วงเวลานั้นมากพอจะให้หูหันไล่ตามมาทัน
ทว่าเมื่อไฉ่โยวเป็นฝ่ายย้อนกลับมาก่อน ระยะห่างระหว่าง เขา ไฉ่โยวและหวังจัวจึงขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้น เนี่ยเทียนกมองเหมนไฉ่โยวที่ห้อตะบึง มาถึงตรงนี้ รวมไปถึงหวังจัวที่อยู่ด้้านหลังไฉ่โยวนั่นด้้วย
“หินวิเศษหนึ่งพันหกร้อยก้อนก่อนหน้านี้ข้าจะคืนให้ ทั้งหมด้!” เนี่ยเทียนหอบหายใจฮักๆ พอเหมนไฉ่โยวกมตะโกนพูด้เสียง ด้ัง “นอกจากนี้ข้าจะจ่ายหินวิเศษอีกสองพันก้อนให้ด้้วย แต่พวกเจ้า ต้องช่วยข้าต้านทานหูหัน!”
“นายน้อยไฉ่! ระวังจะเป็นแผนลวง!” หวังจัวเอ่ยเตือนขึ้น มาจากด้้านหลัง
หลังจากรู้ว่าหูหันและเด้ือนด้ับมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้าง ลึกซึ้งต่อกัน เขาจึงเริ่มสงสัยในการกระทำาของเนี่ยเทียนไม่ต่างไป จากไฉ่โยว
เขารู้สึกว่าเนี่ยเทียนคือพวกเด้ียวกับหูหัน คิด้จะตีสนิทไฉ่ โยว เพื่อทำาเปอาหมายร้ายบางอย่างให้เป็นจริง
เนี่ยเทียนและหูหันสองคนเพิ่งจะจากไปได้้ไม่นานกมเกิด้การ เปลี่ยนแปลงขึ้นกะทันหัน ทำาให้หวังจัวสงสัยว่านี่คือแผนการของ เนี่ยเทียนและหูหัน
พอได้้ยินหวังจัวพูด้เช่นนี้ ไฉ่โยวจึงมีสีหน้าระมัด้ระวัง ไม่ ได้้ตอบกลับคำาพูด้ของเนี่ยเทียน แต่หยิบเอาถุงมือที่น่าหวาด้กลัวสอง ชิ้นออกมาจากในแหวนเกมบของแล้วสวมลงไปบนมืออย่างเงียบเชียบ
เวลาเด้ียวกันนั้นไฉ่โยวยังหยิบเอายาสองเมมด้มากลืนลงไป ต่อหน้าเนี่ยเทียน
“ฟิ้ว!”
หูหันที่มีเปลวเพลิงสีแด้งโอบล้อมกายตามมาทันในที่สุด้ แล้วหยุด้ชะงักกะทันหันขณะที่อยู่ห่างจากเนี่ยเทียนไปสิบเมตร
หูหันมีสีหน้าเป็นปกติ ไม่แสด้งความแตกตื่นออกมาแม้แต่ นิด้เด้ียว กลับยังเป็นฝ่ายส่งยิ้มน้อยๆ ให้กับไฉ่โยวแล้วกล่าวว่า “นายน้อยไฉ่ ข้าแนะนำาว่าเจ้าเพิ่งจะผ่านการต่อสู้มา พลังวิญญาณ ยังฟื้นคืนได้้ไม่เตมที่ ข้ารู้ว่านายน้อยไฉ่มีฝีมือร้ายกาจ ทว่าอย่างไร ซะเจ้ากมีเพียงตบะกลางสวรรค์ช่วงท้าย เจ้ากับหัวเทียนไม่ได้้รู้จัก สนิทสนมกันกมไม่ควรจะพาตัวเองและสหายของเจ้ามาตกอยู่ใน อันตรายเพื่อคนแปลกหน้าคนหนึ่งมิใช่หรือ?”
ไฉ่โยวขมวด้คิ้ว ไม่ได้้ตอบคำาถามของหูหันแต่หันมาถาม เนี่ยเทียนแทน “เกิด้เรื่องอะไรขึ้นรึ?”
“ผู้หญิงคนนี้คิด้จะจับตัวข้า” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน แล้วเอ่ย อธิบายว่า “ก่อนหน้าที่ยังไม่มาเทือกเขาฮว้านคง ข้าไม่เคยรู้จักผู้
หญิงคนนี้มาก่อน ข้าเป็นเพื่อนกับหลีเหย่ ข้าต้องการมาเทือกเขาฮ ว้านคง นางกมขอติด้ตามมาด้้วย อีกอย่างหลีเหย่ยังให้นางกินยากัด้ใจ ไปหนึ่งเมมด้ ปองกันไม่ให้นางทำาตัวเหลวไหล”
“หลีเหย่ต้องการให้นางคอยดู้แลข้าตอนอยู่ในเทือกเขาฮ ว้านคง หากข้าไม่มีชีวิตกลับไปยังเมืองโพ่เมี่ย เขากมจะไม่ให้ยาแก้กับ นาง”
“เด้ิมทีข้านึกว่าอยู่กับนางแล้วข้าจะปลอด้ภัย นึกไม่ถึงว่า นางจะมีเจตนาร้าย คิด้จะจับตัวข้า แล้วกมไม่รู้เหมือนกันว่านาง วางแผนจะทำาอะไร”
“เจ้าเป็นเพื่อนกับหลีเหย่?” ไฉ่โยวหน้ากระตุก
“อืม ข้าเด้ินทางมาที่นี่โด้ยใช้ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้ เลมกที่คุณหนูเผยจัด้วางไว้ในเทือกเขาฮว้านคง ซึ่งเด้ินทางมาจาก เมืองโพ่เมี่ยโด้ยตรง” เนี่ยเทียนพูด้ขึ้นอีกครั้ง
หลังจากที่ใช้ทิพย์จักษุข้างนั้น เขาจึงได้้ยินบทสนทนาระ หว่างไฉ่โยวและหวังจัว รู้ว่าไฉ่โยวกับเผยฉีฉีมีความสัมพันธ์อันด้ีต่อ กัน
เขายกเอาเผยฉีฉีและหลีเหย่มาพูด้ รวมไปถึงบอกเรื่องของ ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้เลมกนั่นออกมากมเพื่อต้องการบอกให้ไฉ่โยว
รู้ว่าเขาเองกมีพื้นฐานความเป็นมิตรสหายที่ค่อนข้างลึกล้ำากับหลีเหย่ และเผยฉีฉีเช่นกัน
แล้วกมเป็นด้ังคาด้
เมื่อรู้ว่าเขาเด้ินทางมาจากเมืองโพ่เมี่ยโด้ยค่ายกลนำาส่ง แห่งมิติขนาด้เลมกของเผยฉีฉี ไฉ่โยวกมตัด้สินใจได้้ในฉับพลัน
ไฉ่โยวรู้ด้ีว่าค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้เลมกนั้นมีเผยฉีฉีและ หลีเหย่เป็นผู้ใช้มาโด้ยตลอด้ คนอื่นๆ ห้ามแตะต้องเด้มด้ขาด้
หลีเหย่ยินด้ีให้เนี่ยเทียนยืมใช้ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้ เลมกนั้นกมากพอจะบอกได้้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเนี่ยเทียน หลีเหย่ และเผยฉีฉีนั้นไม่ธรรมด้า
“หูหัน เจ้ามาจากทางไหนกมจงกลับไปทางนั้นซะ” ไฉ่โย วกำาหมัด้แน่น ถุงมือแปลกประหลาด้คู่นั้นคล้ายปากของสัตว์ร้ายที่ เตมไปด้้วยฟันแหลมคมซึ่งแสยะอ้ากว้าง
เขาเด้ินเข้าไปใกล้เนี่ยเทียนทีละก้าว แล้วมาหยุด้ยืนอยู่ข้า งกายเนี่ยเทียน มองไปยังหูหันด้้วยสายตาเยมนชา และตั้งท่าพร้อมรับ การต่อสู้เตมที่
หวังจัวไม่เอ่ยคำาใด้ แล้วกมเรียกเอาทวนยาวสีด้ำาชิ้นนั้นออก มา มองถมึงทึงใส่หูหันพร้อมไอสังหารที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่างเช่นกัน
ไฉ่โยวมีตบะกลางสวรรค์ช่วงท้าย หวังจัวมีตยะกลาง สวรรค์ช่วงกลาง คนทั้งสองเพิ่งจะผ่านการต่อสู้อันดุ้เด้ือด้มา ทว่า พวกเขากลับไร้ซึ่งความหวาด้กลัวต่อหูหันที่มีตบะต้นสวรรค์ช่วงต้น
หูหันขมวด้คิ้วเป็มปม ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “นายน้อย ไฉ่ เจ้าจะทำาอย่างนี้ไปเพื่ออะไร?”
“อย่าพูด้มาก!” ไฉ่โยวมีใบหน้าหงุด้หงิด้ฉุนเฉียว กล่าวว่า “หากไม่สู้จนตัวตายกมจงไปให้ไกลจากที่นี่ซะ ข้าจะถือซะว่าไม่เคย เจอกับเจ้ามาก่อน!”
หูหันลังเลตัด้สินใจไม่ได้้
ก่อนหน้าที่จะมายังเมืองโพ่เมี่ย นางกมเคยได้้ยินถึงความ แกร่งกร้าวของไฉ่โยวมาก่อนแล้ว ผู้แขมงแกร่งของเด้ือนด้ับส่วนใหญ่ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงต่างกมถูกไฉ่โยวสังหารจนหมด้
ในสายตาของเด้ือนด้ับและเปลวอัคคี ขอแค่ไฉ่โยวไม่ตาย สักวันหนึ่งเขากมต้องกลายมาเป็นผู้นำาที่แท้จริงของกะโหลกเลือด้!
ไฉ่โยวมีตบะกลางสวรรค์ช่วงท้าย ซึ่งอีกไม่นานกมจะฝ่าทะลุ สู่ต้นสวรรค์ ความต่างทางฝีมือระหว่างเขากับนางอยู่ในระด้ับที่ใช่ว่า จะไม่สามารถชด้เชยได้้เสียเลย
นางยังรู้ด้้วยว่าอาวุธวิเศษที่ไฉ่โยวมีติด้กายนั้นไม่ธรรมด้า ถึงที่สุด้ อานุภาพของมันกมเลิศล้ำาเป็นอย่างยิ่ง
ไฉ่โยวเพียงคนเด้ียวบวกกับหวังจัวที่มีประสบการณ์การสู้ รบมานับร้อยครั้งอีกคนหนึ่ง และยังมีเนี่ยเทียนที่บนร่างซุกซ่อน ความลึกลับซึ่งไม่รู้ว่าตื้นลึกมากแค่ไหน…
หูหันไม่ได้้มั่นใจเตมร้อยว่าจะจัด้การคนทั้งสามได้้อย่าง ง่ายด้าย
และขณะที่นางกำาลังสองจิตสองใจอยู่นั้นเอง จ้าวเฟิงที่ถูก ไฉ่โยวสั่งให้รออยู่ที่เด้ิมกมค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นมา อีกทั้งยังตะโกนเสียง ด้ังด้้วย “นายน้อยไฉ่! อย่าให้ผู้หญิงคนนั้นหนีไปได้้ คนของกะโหลก เลือด้เราใกล้จะตามมาทันแล้ว! ข้าสื่อสารกับพวกเขาได้้สำาเรมจ!”
เมื่อได้้ยินคำาพูด้เช่นนี้ หูหันที่เด้ิมทียังคงลังเลกมพลันหน้า เปลี่ยนสีทันใด้
นางมองเนี่ยเทียนด้้วยสายตาลึกล้ำาหนึ่งครั้งแล้วกมถอน หายใจอย่างหด้หู่ “ขอโทษด้้วย ข้าเองกมถูกบีบให้ต้องทำาเช่นนี้เหมือน กัน หวังว่าเจ้าจะไม่กล่าวโทษข้า น้องชายของข้าถูกหม่าจิ่วแห่ง เด้ือนด้ับจับตัวไปอยู่ในพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง ข้าจำาต้องทำาธุระให้แก่เด้ือน ด้ับ มิฉะนั้นน้องชายของข้ากมจะตาย”
หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้นางกมโค้งกายน้อยๆ ให้กับเนี่ย เทียนเป็นการแสด้งคำาขอโทษ แล้วจึงหมุนกายจากไปทันที
เมื่อหูหันจากไป เนี่ยเทียนกมนั่งแปะลงไปกับพื้น หยิบเอา หินวิเศษหนึ่งพันหกร้อยก้อนที่ไฉ่โยวให้มาก่อนหน้านั้นออกมาจากใน กำาไลเกมบของทั้งหมด้
เมื่อเขาเตรียมจะหยิบเอาหินวิเศษออกมาอีกสองพันก้อน ไฉ่โยวกมเอ่ยห้ามเขา “ไม่ต้องแล้ว”
ไฉ่โยวเกมบเอาหินวิเศษหนึ่งพันหกร้อยก้อนนั้นไป แล้วจึง พูด้อีกครั้งว่า “เจ้าช่วยข้าหนึ่งครั้ง ข้าช่วยเจ้าหนึ่งครั้ง พวกเรา หายกันแล้ว”
เนี่ยเทียนยังคิด้จะพูด้อะไรบางอย่าง ทว่าไฉ่โยวกลับส่าย หัว “ตำาแหน่งที่ตั้งของค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้เลมกที่เผยฉีฉีสร้าง ไว้ซึ่งเจ้าให้เด้ินทางมาอยู่ตรงไหนกันแน่?”
เนี่ยเทียนขมวด้คิ้ว
ไฉ่โยวมองออกถึงความลังเลของเขาจึงกล่าวอีกว่า “หูหัน ขายเจ้าแล้วกมต้องขายหลีเหย่กับเผยฉีฉีด้้วย และนางกมต้องเปิด้เผยที่ ตั้งของค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้เลมกนั่นให้หม่าจิ่วแห่งเด้ือนด้ับรู้ แน่นอน”
“ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติทุกหลังล้วนมีราคาพอๆ กับเมือง เมืองหนึ่ง ต่อให้เป็นระด้ับที่ต่ำาที่สุด้กมยังมีค่านับแสนหินวิเศษ”
“หม่าจิ่วแห่งเด้ือนด้ับย่อมไม่มีทางปล่อยค่ายกลนำาส่งนั่น ไปแน่นอน หากข้าเด้าไม่ผิด้ล่ะกม เวลานี้หม่าจิ่วกมน่าจะลงมือแล้ว”
ได้้ยินเขาพูด้เช่นนี้เนี่ยเทียนถึงได้้หยิบเอาแผนที่ที่หลีเหย่ มอบให้ออกมา จากนั้นกมชี้ไปยังตำาแหน่งที่ตั้งของค่ายกลนำาส่งห้วง มิติแห่งนั้น “อยู่ตรงนี้”
ไฉ่โยวมองอย่างละเอียด้หนึ่งครั้งกมพอจะรู้ทิศทางได้้คร่าวๆ ด้ังนั้นจึงกล่าวกับหวังจัวว่า “เจ้าพาจ้าวเฟิงกลับไปก่อน ติด้ต่อคน ของพวกเราให้พวกเขารีบตามมา ค่ายกลนำาส่งแห่งมิติขนาด้เลมกที่ เผยฉีฉีสร้างไว้จะปล่อยให้ตกอยู่ในมือของเด้ือนด้ับไม่ได้้ พวกเราต้อง รีบไปปกปองให้เรมวที่สุด้”
“นายน้อยไฉ่! ท่านคิด้จะไปตรวจสอบเพียงลำาพังรึ?” หวัง จัวหน้าเปลี่ยนสี
“วางใจเถอะ ในเมื่อข้ารู้ว่าหม่าจิ่วจะอยู่ที่นั่น แน่นอนว่า ย่อมไม่เอาตัวไปเสี่ยงกับอันตรายอยู่แล้ว” ไฉ่โยวเอ่ยด้้วยรอยยิ้ม “ข้าจะอยู่ใกล้ๆ แถวนั้น หากรู้สึกได้้ถึงคนของเด้ือนด้ับกมจะหลีกให้ ห่างทันที”
“แต่ แต่ว่า…” หวังจัวยังคงไม่วางใจ
“ฟังที่ข้าบอก” ไฉ่โยวเผยความน่าเกรงขามทั้งที่ไม่ได้้ แสด้งความโกรธ
หวังจัวมองเขาด้้วยสายตาลึกล้ำาหนึ่งครั้ง แล้วจึง ถอนหายใจกล่าวด้้วยความจนใจ “กมได้้”
เขารู้จักไฉ่โยวด้ี รู้ว่าหลายปีมานี้ไฉ่โยวมีความรู้สึกอันด้ีต่อ เผยฉีฉีมาโด้ยตลอด้ ที่ไฉ่โยวมาอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงหลายปีเพื่อ ขัด้เกลาตัวเองกมเพื่อหวังว่าจะคู่ควรกับเผยฉีฉี สามารถไล่ตามนางได้้ ทัน
ขอแค่เป็นเรื่องใด้กมตามที่เกี่ยวข้องกับเผยฉีฉี ไฉ่โยวจะ กระตือรือร้นถึงขีด้สุด้ และจะสูญเสียความมีสติไปเสมอ
หวังจัวรู้ว่าเกลี้ยกล่อมไปกมไร้ประโยชน์ จึงคิด้หาทาง รวบรวมคนของกะโหลกเลือด้ให้ได้้โด้ยเรมวที่สุด้ เพื่อระด้มกำาลังยอด้ ฝีมือของกะโหลกเลือด้
“นายน้อยไฉ่! ระวังตัวด้้วย!”
หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้ หวังจัวกมหมุนกายแล้วเด้ินจากไป หลังจากไปรวมตัวกับจ้าวเฟิงแล้วกมกระชากร่างของจ้าวเฟิงไปด้้วย กัน และไม่นานกมหายไปจากเส้นสายตาของเนี่ยเทียน
“หัวเทียน เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า?” ไฉ่โยวกล่าว
เนี่ยเทียนส่ายหัว “ไม่เป็นอะไร”
“งั้นกมด้ีแล้ว” ไฉ่โยวพยักหน้า “บริเวณใกล้เคียงนี้ยังถือว่า พอปลอด้ภัย เจ้ารออยู่ที่เด้ิมนี่แหละ พยายามอย่าเด้ินไปไหน หากพี่ น้องสองคนนั้นของข้าผ่านมาทางนี้กับคนของกะโหลกเลือด้ เจ้า สามารถรวมตัวกับพวกเขาได้้ แต่หากว่าพวกเขายังไม่ปรากฏตัวทาง ที่ด้ีเจ้ากมอย่าทำาอะไรบุ่มบ่าม จะได้้ไม่เกิด้ปัญหาตามมาอีก”
“ตกลง” เนี่ยเทียนพยักหน้า ทั้งยังออกแรงบีบหินส่ง ข้อความเสียงที่หูหันยกให้เขาจนแตกต่อหน้าไฉ่โยว
“ฉลาด้” ไฉ่โยวเอ่ยชมหนึ่งประโยคแล้วกมจากไปเพียง ลำาพังโด้ยไม่ได้้สนใจเขาอีก
เมื่อเขาจากไป เนี่ยเทียนกมนั่งขัด้สมาธิลงตรงนั้นทันที เอา กำาไลหยกสีเขียวที่หลีเหย่มอบให้ออกมาสวม ใช้ม่านแสงของห่วง หยกสีเขียวมาต้านทานปราณวิญญาณฟอาด้ินที่สกปรก
เพราะเมื่อผ่านการต่อสู้จากก่อนหน้านี้ พลังงานธาตุต่างๆ ในร่างของเขาได้้หายไปมากมาย
สนามแม่เหลมกยุ่งเหยิงที่ถูกเขาสร้างขึ้นกมหด้เลมกลงจนหาย ไปในที่สุด้
เขาสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง หยิบเอาหยกวิเศษก้อน หนึ่งออกมาจากในกำาไลเกมบของแล้วโคจรคาถาหลอมลมปราณ เพื่อ ดู้ด้ซับเอาปราณวิญญาณที่อยู่ในหยกวิเศษทันที
ปราณวิญญาณที่เปี่ยมล้นยิ่งกว่าในหินวิเศษสิบเท่าพลัน ไหลทะลักออกมาจากในหยกวิเศษ แล้วพุ่งเข้ามารวมกันอยู่ใน มหาสมุทรวิญญาณของเขาอย่างบ้าคลั่ง
เวลานี้น้ำาวนพลังวิญญาณสามลูกที่อยู่ในมหาสมุทร วิญญาณของเขาเมื่อได้้รับปราณวิญญาณเหล่านั้นเข้ามากมโคจรเรมว กว่าปกติอีกหลายเท่า
ปราณวิญญาณแต่ละกลุ่มเมื่อผ่านการชุบหลอมให้สะอาด้ จากน้ำาวนพลังวิญญาณกมแผ่กระจายอยู่ในมหาสมุทรวิญญาณ
ไม่นานหลังจากนั้นหยกวิเศษก้อนหนึ่งกมแตกด้ัง “แคราก” แล้วกลายมาเป็นหินธรรมด้าก้อนหนึ่ง
เนี่ยเทียนจึงหยิบเอาหยกวิเศษออกมาอีกก้อนแล้ว พยายามดู้ด้ซับปราณวิญญาณที่อยู่ด้้านในก่อนจะชักนำาไปยัง มหาสมุทรวิญญาณจุด้ตันเถียน
เมื่อปราณวิญญาณกระเพื่อมอย่างรุนแรง มหาสมุทร วิญญาณของเขากมสร้างน้ำาวนขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งลูก น้ำาวนลูกนั้น ค่อยๆ ก่อตัวกันขึ้นมาเปลี่ยนจากเลมกมาเป็นใหญ่ แล้วทำาให้ มหาสมุทรวิญญาณของเขาเกิด้เป็นลูกคลื่นซัด้สาด้กันไม่หยุด้
เขาเข้าใจมานานแล้วว่าการฝ่าทะลุของขอบเขตท้าย สวรรค์ กลางสวรรค์ ต้นสวรรค์ ทุกครั้งที่ขอบเขตเพิ่มสูงขึ้นจะต้องมี น้ำาวนพลังวิญญาณเกิด้ขึ้นมาใหม่หนึ่งลูก
ช่วงแรกเริ่มสุด้ เมื่อเหยียบย่างเข้าสู่ท้ายสวรรค์จะมีน้ำาวน พลังวิญญาณเพียงแค่ลูกเด้ียว
ทว่ารอจนฝ่าทะลุมาถึงต้นสวรรค์ช่วงท้าย น้ำาวนพลัง วิญญาณที่อยู่ในมหาสมุทรวิญญาณของผู้ฝึกลมปราณแต่ละคนที่มี ระด้ับแตกต่างกันกมจะต้องมีทั้งหมด้เก้าลูกเท่านั้น
น้ำาวนพลังวิญญาณทุกลูกที่เพิ่มขึ้นมาจะเพิ่มความเรมวใน การดู้ด้ซับปราณวิญญาณฟอาด้ิน และจะเพิ่มความเรมวในการชุบ หลอมปราณวิญญาณ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิผลในการขยาย มหาสมุทรวิญญาณด้้วย
ซึ่งก่อนหน้านี้ตอนที่เขาใช้หมัด้ต่อยลูกกลมสีแด้งเข้มของหู หันกมได้้ถือโอกาสฝ่าทะลุพันธนาการของขอบเขตไปด้้วย
เขาได้้เลื่อนขั้นสู่ขอบเขตกลางสวรรค์แล้ว และแน่นอนว่า ย่อมมีน้ำาวนพลังวิญญาณลูกที่สี่ก่อตัวขึ้นมา ทว่าการก่อตัวของ น้ำาวนพลังวิญญาณจำาเป็นต้องใช้ปราณวิญญาณที่เตมเปี่ยมมาค้ำา ประคอง
ก่อนหน้าที่หัวมู่จะจากไปได้้ให้หยกวิเศษกับเขาไว้สามก้อนกม เพื่อสิ่งนี้!
“อู้ๆ!”
เมื่ออยู่ภายใต้การช่วยเหลือจากหยกวิเศษสองก้อน น้ำาวนพลังวิญญาณลูกที่สี่ซึ่งก่อให้เกิด้ลูกคลื่นน่าหวาด้หวั่นอยู่ใน มหาสมุทรวิญญาณของเขากมค่อยๆ จับตัวกันเป็นรูปเป็นร่าง
“แคราก!”
น้ำาวนพลังวิญญาณลูกนั้นของเขายังไม่ทันก่อตัวได้้ครึ่ง หนึ่ง หยกวิเศษก้อนที่สองของเขากมพลันแตกออก
เนี่ยเทียนหยิบเอาหยกวิเศษก้อนที่สามออกมาจากใน กำาไลเกมบของโด้ยไม่แม้แต่จะขมวด้คิ้ว แล้วเริ่มดู้ด้ซับเอาปราณ วิญญาณที่เปี่ยมล้นอยู่ในนั้นต่อ
ทว่าผ่านไปได้้ไม่นานเท่าไหร่ หยกวิเศษก้อนที่สามกมถูก ดู้ด้เอาปราณวิญญาณไปจนหมด้สิ้น
ด้ังนั้นเนี่ยเทียนจึงหยิบเอาก้อนที่สี่ ก้อนที่ห้าและก้อนที่ หกออกมา…
จนกระทั่งมาถึงหยกวิเศษก้อนที่เจมด้ที่ถูกเนี่ยเทียนหยิบ ออกมาจากในกำาไลเกมบของและเริ่มดู้ด้ซับปราณวิญญาณที่อยู่
ภายใน น้ำาวนพลังวิญญาณลูกที่สี่ที่ปรากฏอยู่ในมหาสมุทรวิญญาณ ถึงได้้ก่อตัวขึ้นมาสำาเรมจ
“หยกวิเศษเจมด้ก้อน!”
เนี่ยเทียนอึ้งตะลึงน้อยๆ หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้เขา สังหารหยางหลิงและได้้หยกวิเศษห้าก้อนมาจากหยางหลิง การสร้าง น้ำาวันพลังวิญญาณของเขาในคราวนี้เกรงว่าคงจะไม่ราบรื่นนัก
ต่อให้เป็นหัวมู่เองกมยังนึกไม่ถึงว่าตอนที่เขาเหยียบย่าง เข้าสู่ขั้นกลางสวรรค์จะจำาเป็นต้องใช้ปราณวิญญาณมหาศาลขนาด้ นี้
ดู้จากประสบการณ์ของหัวมู่แล้ว ผู้ที่มีขอบเขตท้าย สวรรค์ทั่วไปเวลาที่เหยียบย่างเข้าสู่ขั้นกลางสวรรค์ หยกวิเศษแค่ สองก้อนกมเพียงพอในการสร้างน้ำาวนพลังวิญญาณขึ้นมาแล้ว
เนี่ยเทียนไม่เหมือนคนทั่วไป ซึ่งอาจจำาเป็นต้องใช้หยก วิเศษเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งก้อน ด้ังนั้นหัวมู่จึงมอบหยกวิเศษเพิ่มให้เขา อีกก้อนหนึ่ง
เขานึกไม่ถึงว่าเนี่ยเทียนจะ…พิเศษยิ่งกว่าคนผิด้ปกติที่ เขาคิด้เอาไว้เสียอีก!
หยกวิเศษเจมด้ก้อนเตมที่เผาผลาญไป ทำาให้น้ำาวนพลัง วิญญาณลูกที่สี่ของเขาเพิ่งจะมั่นคงและก่อตัวได้้สำาเรมจในท้ายที่สุด้ ซึ่งมันมีขนาด้พอๆ กับน้ำาวนพลังวิญญาณอีกสามลูกของเขา
การก่อตัวของน้ำาวนพลังวิญญาณลูกที่สี่หมายความว่า เขาแปรสภาพจากท้ายสวรรค์มาเป็นกลางสวรรค์ได้้อย่างสมบูรณ์ แบบ แต่เขากลับไม่ได้้หยุด้พัก
อาศัยหยกวิเศษก้อนที่เจมด้มาสร้างปราณวิญญาณให้ แขมงตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มันแผ่ขยายไปยังมหาสมุทรวิญญาณ
หลังจากที่มหาสมุทรวิญญาณเปี่ยมล้นไปด้้วยปราณ วิญญาณ หยกวิเศษก้อนที่เจมด้ของเขากมกลายมาเป็นหินธรรมด้าก้อน หนึ่ง
ด้ังนั้นเขาจึงหยิบเอาหยกวิเศษก้อนสุด้ท้ายออกมาแล้ว ดู้ด้ซับเอาปราณวิญญาณ ปราณวิญญาณที่ได้้มาเพิ่มเติมช่วยในการ ขยายมหาสมุทรวิญญาณ เพิ่มขีด้จำากัด้ความสามารถในการรองรับ ปราณวิญญาณของมหาสมุทรวิญญาณ ทำาให้มหาสมุทรวิญญาณ ขยายออกไปข้างนอกทีละนิด้
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน
เมื่อหยกวิเศษก้อนที่แปด้แตกออกกะทันหัน เนี่ยเทียนกม ถึงจะฟื้นขึ้นมาจากการบำาเพมญตบะอันยาวนาน
“ขอบเขตกลางสวรรค์!”
เนี่ยเทียนลุกพรวด้ขึ้นยืนแล้วแหงนหน้าหัวเราะเสียงด้ัง น้ำาเสียงนั้นแผด้ด้ังราวกับมังกรร้องเสือคำาราม