ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 276 แบกสาวงามห้อตะบึง
ไม่ได้ตัดสินใจในทันที เผยฉีฉีโคจรพลังมหาสมุทรวิญญาณอย่าง เงียบเชียบเพื่อตรวจสอบอาการบาดเจ็บของตัวเองก่อน
แล้วนางก็ค้นพบอย่างรวดเร็วว่าหลังจากที่ต่อสู้กับหลี่หลางเฟิง พลังงานในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของนางแทบจะแห้งขอด
ไม่เพียงเท่านี้ บาดแผลบนร่างที่นางได้รับก็ยิ่งสาหัส
การปะทะกันอย่างจริงจังระหว่างนางและหลี่หลางเฟิงมีเพียง แค่สองครั้งเท่านั้น ครั้งหนึ่งใช้กระบี่ไร้รอยสองเล่มโจมตีกระโหลกสัตว์ วิเศษ
การโจมตีครั้งนั้นพลังตีกลับที่ส่งมาจากกระโหลกสัตว์วิเศษก็ ทำาให้อวัยวะภายในของนางได้รับบาดเจ็บสาหัส
ครั้งที่สองหลี่หลางเฟิงใช้ควันพิษและแสงสีเขียวมารุกเข้ากัดกิน ร่างของนางอย่างต่อเนื่อง เมื่อนางจำาเป็นต้องใช้พลังวิญญาณที่เหลืออยู่ ไม่มากไปต้านทาน บาดแผลของนางจึงยิ่งทรุดหนักย่ำาแย่
หากเนี่ยเทียนไม่ได้กระโจนเข้าใส่หลี่หลางเฟิงและใช้วิธีการที่ ป่าเถื่อนฝืนปะทะกับเขาจนร่างกระเด็นออกไปสิบกว่าเมตร
ถ้าเช่นนั้นนางก็ต้องตายคาที่เพราะการโจมตีจากหลี่หลางเฟิง
เวลานี้นางทดลองขยับแขนของตัวเองหมายจะดึงแขนทั้งสอง ข้างที่คล้องคอเนี่ยเทียนไว้กลับคืนมา อยากจะใช้ฝ่ามือดันแผ่นหลังที่กว้าง ขวางของเนี่ยเทียนเอาไว้เพื่อไม่ให้หน้าอกของตนแนบกับหลังเนี่ยเทียน เกินไปนัก
ทว่านางก็ต้องขมวดคิ้วมุ่น มุมปากมีเลือดไหลซึมอีกครั้ง ดวงตา
ก็ฉายความเจ็บปวด
แม้แต่การกระทำาที่ง่ายดายที่สุดนี้ก็ยังไปกระตุ้นอาการบาดเจ็บ ของนาง ทำาให้นางรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวราวกับมีค้อนทุบลงที่หัวใจ
นางจึงตระหนักได้ทันทีว่าหากนางฝืนดึงมือกลับแล้วใช้ฝ่ามือ ดันแผ่นหลังของเนี่ยเทียน ยิ่งเนี่ยเทียนห้อตะบึงไปข้างหน้า มือทั้งสองข้าง ของนางก็จะต้องได้รับแรงสะเทือนตลอดเวลา
ด้วยสภาพของนางในตอนนี้ บางทีเพียงแค่แรงสะเทือนนั้นนาง ก็อาจจะยังรับไม่ไหว
วิธีการที่ชาญฉลาดมากที่สุดก็คือคงท่าเดิมเอาไว้ ปล่อยร่างตัว เองให้ผ่อนคลาย อย่าให้ร่างกายที่ถูกทำาร้ายจนบาดเจ็บสาหัสนี้ต้องแบก รับแรงกดดันเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งระหว่างนี้นางสามารถรวบรวมพละกำาลังมาจัดระเบียบ อาการบาดเจ็บอย่างช้าๆ ให้อาการบาดเจ็บทรงตัวก่อน
นางเม้มปากเบาๆ ตัดสินใจอย่างจำาใจ ทั้งๆ ที่ตื่นแล้วแต่กลับไม่ ได้บอกเนี่ยเทียน
นางยังคงนิ่งอยู่ท่าเดิม หรี่ตาขึ้นน้อยๆ รวบรวมพลังวิญญาณ พลางมองประเมินเนี่ยเทียนที่ห้อตะบึงไปด้วย
เพราะว่าอยู่ใกล้กันมากถึงเพียงนี้ นางจึงมองเห็นซีกหน้าของ เนี่ยเทียนที่มีเหงื่อผุดซึม ได้ยินเสียงลมหายใจหอบหนักของเขา
เพราะว่าแนบชิด นางจึงสัมผัสได้ถึงความหนาและกว้างของ แผ่นหลังเนี่ยเทียน สัมผัสได้ถึงพลังงานความร้อนที่มาจากร่างของเขา
เนี่ยเทียนที่นางเห็นในตอนนี้สีหน้าเด็ดเดี่ยวสุขุม ดวงตาไม่มี ความตื่นตระหนกใดๆ ให้เห็น เขาขมวดคิ้วเป็นระยะคล้ายกำาลังสัมผัสกับ อะไรบางอย่าง แล้วก็วิเคราะห์อย่างรวดเร็วเพื่อเปลี่ยนทิศทางการมุ่งหน้า อย่างต่อเนื่อง
แล้วก็ไม่รู้ว่าทำาไม ถึงแม้จะเดาได้ว่าหลี่หลางเฟิงอาจปรากฏตัว ได้ทุกเมื่อ ทว่ามองเห็นเนี่ยเทียนในยามนี้ นางกลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว ใดๆ
นางขมวดคิ้วมุ่น ย้อนนึกถึงการต่อสู้ระหว่างเนี่ยเทียนและหลี่ หลางเฟิงก่อนหน้านี้ ดวงตาคู่งามเผยแววครุ่นคิด
ที่ก่อนหน้านี้นางย้อนกลับไปเป็นเพราะเหตุผลสองข้อ เหตุผล ข้อหนึ่งก็เพราะหัวมู่
หัวมู่เป็นคนพาเนี่ยเทียนมา อีกทั้งหัวมู่และอาจารย์ของนาง…ก็ มีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างลึกซึ้ง
ในเมื่อหัวมู่พาเนี่ยเทียนมาและขอให้นางช่วยดูแลเขา นางย่อม
ไม่สามารถนำาศพของเนี่ยเทียนมอบกลับไปให้หัวมู่ได้
เหตุผลอีกข้อหนึ่งก็เพราะตอนที่นางและไฉ่โยวตกอยู่ในอันตราย ถูกพวกหม่าจิ่วแห่งเดือนดับตัดกำาลังจนแทบจะทนต่อไปไม่ไหว เนี่ยเทียน กลับปรากฏตัวกะทันหันและช่วยให้นางพ้นภัย
ครั้งนั้นหากเนี่ยเทียนไม่สังหารคนของเดือนดับที่ขวางอยู่ตรง นอกหุบเขา นางและไฉ่โยวย่อมตายอย่างมิต้องสงสัย
เหตุผลสองข้อนี้จึงทำาให้นางที่สามารถพาตัวออกจากปัญหา ยอมตัดสินใจเด็ดเดี่ยวย้อนกลับมารบเคียงบ่าเคียงไหลกับเนี่ยเทียนและสื อชิง
“หัวเทียน…”
มองเนี่ยเทียนที่แบกนางอยู่บนหลัง ดวงตาของนางก็เต็มไปด้วย ความฉงนสนเท่ห์ จนถึงกระทั่งตอนนี้นางก็ยังมองเนี่ยเทียนไม่ออก ก็ เหมือนกับที่เนี่ยเทียนไม่สามารถใช้ทิพย์จักษุมาตรวจสอบนาง
ความเด็ดเดี่ยวที่เนี่ยเทียนแสดงออกเมื่อตกอยู่ในช่วงเวลา คับขัน พละกำาลังน่าตะลึงที่เขาระเบิดออกมาไม่เหมือนกับผู้ฝึกลมปราณ กลางสวรรค์ช่วงต้นคนอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย
ในสายตาของนาง บนร่างของเนี่ยเทียนคล้ายมีม่านบางๆ ชั้น หนึ่งปกคลุมอยู่ และใต้ม่านบางๆ ผืนนั้นก็ได้ซุกซ่อนความลับเอาไว้
มากมาย
แล้วอยู่ๆ ร่างของเนี่ยเทียนก็พลันหยุดชะงัก
อาศัยทิพย์จักษุ เขาสัมผัสได้ว่าห่างออกไปไกลมีคลื่นชีวิตส่ง ผ่านมา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าจุดที่คลื่นพลังชีวิตนั้นอยู่ก็คือจุดที่มีรอยแยกห้วง มิติรวมตัวกันหนาแน่น
ตามแผนการเดิมของเนี่ยเทียน ยิ่งเป็นจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติ รวมตัวกันหนาแน่นเท่าไหร่ก็ยิ่งสามารถแสดงศักยภาพของเผยฉีฉีออกมา ได้มากเท่านั้น
เดิมทีเขาหมายจะพุ่งตัวไปที่นั่น หากหลี่หลางเฟิงปรากฏตัวก็ยัง สามารถใช้เวทลับห้วงมิติของเผยฉีฉีมาต้านทานได้
ซึ่งเขาไม่รู้ว่าเผยฉีฉีบาดเจ็บอย่างหนักจนไม่สามารถต่อสู้ได้ใน ช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้
เผยฉีฉีมองออกถึงความลังเลของเขา
นางที่แสร้งทำาเป็นยังไม่ฟื้นจึงพลันพึมพำาออกมาเบาๆ หนึ่ง เสียง…
ปากและจมูกของเผยฉีฉีแนบอยู่ริมหูของเนี่ยเทียน เขาจึงได้ยิน ทันที
ไม่ได้หันกลับไปมอง สายตาของเนี่ยเทียนยังคงมองตรงไปข้าง หน้าแล้วเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “เจ้าฟื้นแล้วหรือ?”
“อืม” เผยฉีฉีตอบรับเบาๆ นางดึงเอามือทั้งคู่ที่คล้องคอของ เนี่ยเทียนกลับมาวางดันเบาๆ ตรงแผ่นหลังของเนี่ยเทียนเพื่อให้หน้าอกที่ อวบอิ่มอยู่ห่างจากแผ่นหลังของเขาโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตัวเอง แล้วจึงกล่าวว่า “ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร?”
ระหว่างที่พูดแหวนเก็บของบนนิ้วเรียวยาวของนางก็สว่าง น้อยๆ
ยาหลายเม็ดถูกนางหยิบออกมาและกลืนเข้าปากทันที
เนี่ยเทียนยิ้มขื่น “ข้ากำาลังพาเจ้าหนี แม้ว่าหลี่หลางเฟิงผู้นั้นจะ บาดเจ็บสาหัสเช่นกัน ทว่าเขาไม่ได้บาดเจ็บจนถึงขั้นที่ต่อสู้ไม่ได้ ข้าไม่ กล้ารับรองว่าเขาจะตามมาโจมตีต่อหรือไม่จึงทำาได้เพียงหนีห่างจากเขาให้ ไกลที่สุด เพราะหากเขาตามมาทันเมื่อไหร่ ถึงเวลานั้นเจ้าและข้าก็คงได้ แค่ตายด้วยน้ำามือเขา”
“งั้นทำาไมถึงหยุดล่ะ?” เผยฉีฉีถามเบาๆ
“ตรงนั้น!” เนี่ยเทียนชี้ไปยังจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติหนาแน่น “ตรงนั้นเป็นจุดที่เจ้าสามารถแสดงพลังในการต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ แต่ข้า รู้สึกว่าน่าจะมีคนหลายคนป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น ด้วยสภาพของข้าในตอน
นี้ไม่เหมาะกับการต่อสู้เท่าใดนัก ข้าไม่มั่นใจว่าจะกำาจัดพวกเขาได้ แต่หาก พวกเราไม่ไปที่นั่น หากหลี่หลางเฟิงตามมาทันเราก็ยังต้องตายอยู่ดี เพราะ งั้นข้าถึงได้ลังเล”
“ตรงนั้น?” เผยฉีฉีมองตามเส้นสายตาของเนี่ยเทียนแล้วก็ต้อง เอ่ยขึ้นด้วยความตะลึง “แม้แต่ความเคลื่อนไหวของพลังชีวิตที่อยู่ตรงนั้น เจ้าก็ยังสัมผัสได้เหรอ?”
จุดที่เนี่ยเทียนชี้ไปห่างจากพวกเขาไม่ใช่ใกล้ๆ ตามความเข้าใจ ของเผยฉีฉี ผู้ฝึกลมปราณขอบเขตต้นสวรรค์ก็อาจจะยังไม่สามารถตรวจ สอบความเคลื่อนไหวของตรงจุดนั้นได้อย่างแม่นยำาเท่าเนี่ยเทียน
การที่เนี่ยเทียนสัมผัสได้ทำาให้นางตื่นตะลึงสุดขีด และก็ยิ่งทำาให้ นางรู้สึกว่าเนี่ยเทียนลึกลับจนมิอาจคาดเดา
“ข้ามีวิธีของข้า” เนี่ยเทียนตอบ
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” เผยฉีฉีคิดอยู่ครู่จึงกล่าวว่า “นับ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ข้าจะเป็นคนบอกทางเอง เจ้าทำาตามที่ข้าบอกก็ พอ”
“ตกลง!” เนี่ยเทียนตอบรับอย่างรวดเร็ว
“ไม่ต้องไปพื้นที่ที่มีรอยแยกห้วงมิติหนาแน่น” เผยฉีฉีตัดสินใจ อย่างรวดเร็ว ฝืนยกมือขึ้นชี้ไปยังทิศทางใหม่ “ไปทางนั้นเถอะ”
นางไม่ได้บอกเนี่ยเทียนว่าสภาพของนางในตอนนี้ย่ำาแย่ถึงเพียง ใด ต่อให้ไปยังจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติหนาแน่นก็ยังมิอาจต่อสู้ได้
พื้นที่ที่นางชี้ไปยังคงเป็นจุดที่ไม่มีคนเยื้องกรายไปถึง ขอแค่โชค ไม่ร้ายเกินไปนักก็จะไม่เจอกับสัตว์วิเศษและผู้ฝึกลมปราณของอีกสองฝ่าย
พอนางบอกทิศทาง เนี่ยเทียนก็ไม่ได้ถามเหตุผล แต่ห้อตะบึง ออกไปอีกครั้งทันที
เมื่อเนี่ยเทียนขยับ แรงกระแทกกระเทือนรุนแรงก็ส่งผ่านมายัง มือทั้งสองข้างของเผยฉีฉีที่ยันแผ่นหลังของเนี่ยเทียนเอาไว้
นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าข้อศอกของตัวเองปวดร้าว แม้แต่ ประสิทธิผลในการรวบรวมพลังวิญญาณของนางก็ยังได้รับผลกระทบ มหาศาล
นางกัดฟันเบาๆ ใบหน้าแดงแปร๊ด ด้วยความจนใจจึงได้แต่ยอม นอนราบลงไปบนร่างของเนี่ยเทียน และเอามือทั้งสองคล้องคอเขาไว้อีก ครั้ง
แม้ว่าท่วงท่านี้จะทำาให้นางอาย แต่กลับกินแรงน้อยที่สุด และ ทำาให้นางผ่อนคลายมากที่สุด
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นนางถึงจะไม่เปลืองแรงใดๆ ทั้งยังสามารถ
รวบรวมพลังวิญญาณมาฟื้นตัวอย่างช้าๆ ได้อีกด้วย
ยาที่นางเพิ่งกินลงไปก็สามารถใช้ท่วงท่านี้มาช่วยชุบหลอมไปที ละน้อย ทำาให้นางรักษาอาการบาดเจ็บของอวัยวะภายในให้ทรงตัวได้ดียิ่ง ขึ้น
เมื่อนางเอนตัวแนบลงมาอีกครั้ง เนี่ยเทียนที่วิ่งเหยียดอย่างบ้า คลั่งจึงสัมผัสได้ทันที
ความอวบอิ่มที่สัมผัสได้ตรงแผ่นหลังทำาให้เนี่ยเทียนใจสั่น คาง ของนางวางเกยอยู่บนไหล่ของเนี่ยเทียน ลมหายใจที่นางพ่นออกมาจาก ปากก็หอมหวานจนเนี่ยเทียนรู้สึกเคลิบเคลิ้ม
ยังดีที่เนี่ยเทียนรู้ว่าตอนนี้ยังไม่หลุดพ้นจากอันตราย เขาจึงไม่ กล้าคิดมาก ทั้งยังเรียกใช้พลังจิตวิญญาณในสะเก็ดดาวเสี้ยวหนึ่งมาช่วย ประคองความมีสติเอาไว้ จึงพอจะต้านทานเสน่ห์เย้ายวนน่าหลงใหลที่มา จากเผยฉีฉีได้
หลังจากตื่นมาแล้ว เผยฉีฉีที่ลืมตากว้างก็แอบมองประเมินเนี่ย เทียนอยู่เช่นกัน
ตอนที่เผยฉีฉีทาบตัวลงไปกับแผ่นหลังของเขาอีกครั้ง นางก็ สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าร่างของเขาพลันแข็งเกร็ง สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ เปลี่ยนมาเป็นหอบหนักของเนี่ยเทียน หรือแม้แต่เสียงหัวใจของเขาก็ยัง เต้นเร็วขึ้นมาอีกเล็กน้อย
นางยังมองเห็นคิ้วของเนี่ยเทียนที่อยู่ๆ ก็ขมวดแน่นแล้วค่อย คลายออก
นางจึงตระหนักได้ทันทีว่าท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมที่ทำาให้นาง เขินอายนี้ได้ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ขึ้นในใจของเนี่ยเทียน คนทั้งสองอยู่ใกล้ กันถึงเพียงนี้ ไม่ว่าเนี่ยเทียนจะพยายามอำาพรางเช่นไร นางก็ยังเห็นได้ อย่างชัดเจนอยู่ดี
เผยฉีฉีเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ จ้องเขม็งไปที่ใบหน้าด้านข้างของเนี่ย เทียน มองเห็นเขาที่แสร้งทำาท่าเอาจริงเอาจังก็แอบสบถกับตัวเองในใจ “เจ้าคนทุเรศ”