ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 286 ล่าสัตัว์
“เขาล่ะช่างรู้จักเลือกจริงๆ”
ตัอนที่เสิ่นเหวยและซ่งลี่สองคนไปควักเอาลูกตัาของจระเข้เลือด เขียวที่ห่างไปไม่ไกล อิ่นท่าก็บ่นพึมพำาด้วยสีหน้ามืดทะมึน
ส่วนที่มีค่ามากที่สุดของจระเข้เลือดเขียวซึ่งเป็นสัตัว์ระดับสี่ก็คือ ดวงตัาสีเลือดคู่นั้น
ดวงตัาคู่นั้นสามารถเอามาหลอมอาวุธวิเศษระดับสูงได้มากมาย หากนำาไปที่เมืองโพ่เมี่ยก็จะสามารถแลกเป็นหินวิเศษได้อย่างน้อยสี่พัน ก้อนขึ้นไป
หนัง กระดูก และฟันของจระเข้เลือดเขียวเมื่อรวมกันแล้วเกรง ว่าก็คงมีค่าเพียงแค่หนึ่งพันหินวิเศษเท่านั้น
แถมเสิ่นเหวยยังฮุบเอาหินวิเศษสามพันก้อนที่รีดไถมาจากคน ทั้งสามไปเป็นของตััวเองทั้งหมด
ในสายตัาของอิ่นท่า นี่ถือว่าไม่ยุตัิธรรมเอามากๆ
อีกสองคนที่อยู่ข้างกายอิ่นท่าก็แอบพูดคุยกันเบาๆ บอกว่าเสิ่น เหวยคิดแตั่จะเอาใจซ่งลี่ ไม่เห็นแก่ความรู้สึกของพวกเขา
ทว่าอย่างไรซะเสิ่นเหวยก็มีตับะกลางสวรรค์ช่วงท้าย ทั้งยังเป็น หัวหน้ากลุ่มของพวกเขา แม้ว่าอิ่นท่าสามคนจะไม่พอใจอยู่บ้าง แตั่กลับ ยังทนข่มกลั้นเอาไว้ ไม่กล้าไปกระตัุ้นให้เสิ่นเหวยโกรธอย่างจริงจัง
เนี่ยเทียนยืนอยู่ด้านข้างด้วยสีหน้าเฉยเมย ไม่พูดอะไรสักคำา
สำาหรับเขาแล้วขอแค่ได้เลือดและเนื้อของจระเข้เลือดเขียวมาก็ ไม่ส่งผ่ลกระทบใดๆ ตั่อผ่ลประโยชน์ของเขา
หากพูดกันตัามตัรง แม้แตั่ที่เสิ่นเหวยริบเอาหินวิเศษสามพัน ก้อนไปทั้งหมดเขาเองก็ไม่ถือสา
จากการสังหารผู่้แข็งแกร่งระดับเดียวกันของเดือนดับไปเป็น จำานวนมาก เขาจึงได้หินวิเศษมามากพอแล้ว อีกทั้งวัตัถุที่อยู่ในกำาไลเก็บ ของของคนเหล่านั้นก็ยังสามารถแลกเอาผ่ลประโยชน์ที่มากกว่าเดิมมาให้ แก่เขาได้
ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจเรื่องการแบ่งหินวิเศษ
ที่เขาสนใจอย่างแท้จริงมีเพียงแค่เลือดและเนื้อของสัตัว์วิเศษ ระดับสี่เท่านั้น เขาตั้องการเลือดเนื้อของจระเข้เลือดเขียวมาช่วยในการ แปรสภาพของปราณเลือดสีเขียว
ไม่นานเสิ่นเหวยและซ่งลี่สองคนก็เดินยิ้มไปเก็บดวงตัาของ จระเข้เลือดเขียว
“ส่วนที่เหลือเป็นของพวกเจ้าแล้ว” เสิ่นเหวยแสร้งทำาเป็นใจ กว้าง
อิ่นท่าสามคนไม่พูดอะไรอีก เดินเข้าไปเลาะเอาหนัง กระดูก และฟันของจระเข้เลือดเขียวมาแบ่งกันก่อนจะยกเลือดและเนื้อของมันให้ กับเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนอารมณ์ดีอย่างมาก เขาหั่นเนื้อของจระเข้เลือดเขียว ออกเป็นชิ้นๆ แล้วเก็บเลือดของมันใส่ถังไม้เอาไว้
เมื่อจระเข้เลือดเขียวหายวับไปหมดแล้ว เสิ่นเหวยก็กระตัุ้นให้ ทุกคนเดินทางกันตั่อ
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนกลับขมวดคิ้วน้อยๆ
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งที่ลอยอยู่ใกล้ๆ เพื่อจับสังเกตัคนสามคนที่ จากไปเพราะกังวลว่าพวกเขาจะย้อนกลับมาเล่นงาน
ทิพย์จักษุข้างนั้นเดิมทีรับสัมผ่ัสอยู่กับปราณแห่งชีวิตัและ ทิศทางการเคลื่อนไหวของคนทั้งสามจึงรู้ว่าพวกเขาค่อยๆ จากไปไกลและ ไม่มีความคิดจะย้อนกลับมาแก้แค้น
ทว่าเวลานี้เขากลับพบว่าคลื่นชีวิตัของคนทั้งสามนั้นหายวับไป ในชั่วพริบตัา
คลื่นพลังชีวิตัหายไปเร็วเกิน เห็นได้ชัดว่าไม่สมเหตัุสมผ่ล
เนี่ยเทียนรวบรวมสมาธิใช้ทิพย์จักษุที่ล่องลอยข้างนั้นให้รับ สัมผ่ัสอย่างละเอียด
ไม่นานเขาก็สัมผ่ัสได้ถึงปราณที่แข็งแกร่งระลอกหนึ่งซึ่งส่งตัรง มาจากทิศทางที่คนทั้งสามจากไป
ทว่าที่นั่นได้อยู่เกินขอบเขตัที่ทิพย์จักษุของเขาจะรับสัมผ่ัสได้ แล้ว หากทิพย์จักษุไล่ตัามตัรวจสอบตั่อไปจะหลุดออกจากการควบคุม ของเขา
ทว่าปราณแข็งแกร่งระลอกนั้นกลับไม่เหมือนปราณของผู่้ที่มี ตับะกลางสวรรค์
“ขอบเขตัตั้นสวรรค์!”
เนี่ยเทียนตัะลึงอยู่ในใจ เขาค่อยๆ ดึงทิพย์จักษุข้างนั้นกลับมา อย่างเงียบเชียบและครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่
เขาพอจะคาดเดาได้ว่าคนทั้งสามที่ถูกเสิ่นเหวยปล่อยตััว ตัอนที่ หนีไปก็น่าจะถูกผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์คนหนึ่งสังหารแล้ว
การที่คลื่นชีวิตัของคนทั้งสามหายไปกะทันหัน มีความเป็นไปได้ เพียงข้อเดียวก็คือพวกเขา…ตัายไปแล้ว!
มีเพียงการตัายอย่างกะทันหันเท่านั้นคลื่นชีวิตัถึงจะขาดหายไป กลางคัน และไม่สามารถตัอบสนองได้อีก
เนี่ยเทียนที่วิเคราะห์ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงมีท่าทีระมัดระวังมาก ขึ้นทันที แอบรู้สึกได้ว่าผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์ที่สังหารคนทั้งสาม นั้นเป็นไปได้มากว่าจะเป็นนักล่าที่ซ่งลี่พูดถึง
“ไปดูทางนั้นกันเถอะ”
เสิ่นเหวยชี้มือมั่วๆ ทิศทางที่เขาชี้ไปตัรงกับพื้นที่ที่เนี่ยเทียน วิเคราะห์ได้ว่ามีนักล่าเคลื่อนไหวอยู่พอดี
ใบหน้าเนี่ยเทียนเป็นปกตัิ ทว่าในใจกลับกระตัุก “เสิ่นเหวย เจ้า คงไม่ได้ตัั้งใจกระมัง?”
“เปลี่ยนทิศทางเถอะ” ซ่งลี่ยิ้มน้อยๆ แล้วเอ่ยกับเสิ่นเหวยด้วย น้ำาเสียงอ่อนโยน “เจ้านี่ก็จริงๆ เลยนะ ทิศทางที่เจ้าสามคนนั้นหนีไปก็คือ ทิศทางที่เจ้าชี้ ก่อนหน้าที่พวกเขาจะมาถึงที่นี่ก็ย่อมตั้องตัรวจสอบบริเวณ โดยรอบอย่างละเอียดแล้ว ด้วยสภาพของพวกเขาในตัอนนี้ย่อมหาสถาน ที่พักผ่่อน แน่นอนว่าย่อมไม่กล้าไปมีเรื่องกับสัตัว์วิเศษที่แข็งแกร่ง”
ความหมายในคำาพูดของซ่งลี่ก็คือทิศทางที่คนทั้งสามหนีไปไม่ น่าจะมีสัตัว์วิเศษเข้าๆ ออกๆ
“อ้อ ก็จริงๆ ข้าเลอะเลือนไปหน่อย ไม่ได้คิดมากขนาดนั้น” เสิ่นเหวยหัวเราะฮ่าๆ “ถ้าอย่างนั้นเจ้าเลือกแล้วกัน เจ้าว่าตัรงไหนก็ไป ตัรงนั้น”
“ไปทางนั้นแล้วกัน” ซ่งลี่ชี้ไปยังทิศทางที่ตัรงกันข้าม
“ตักลง ไปทางนั้น” เสิ่นเหวยเห็นด้วยทันที
เนี่ยเทียนและอิ่นท่าสี่คนไม่มีความเห็นตั่าง คนทั้งกลุ่มจึงออก เดินทางอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เปลี่ยนทิศทาง เนี่ยเทียนเองก็พอจะคลายใจลงไปได้ บ้าง เขาเองก็ไม่อยากไปเผ่ชิญหน้ากับนักล่าที่มีตับะตั้นสวรรค์คนนั้น
หากซ่งลี่ไม่เป็นคนพูดขึ้นมาเอง บางทีเขาเองก็อาจจะอดไม่ไหว จนใช้เหตัุผ่ลเดียวกันกับนางมาเตัือนเสิ่นเหวย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เสิ่น เหวยพาทุกคนไปเผ่ชิญกับนักล่าขอบเขตัตั้นสวรรค์
แตั่ในใจเขาเองก็รู้ดีว่าหากคนที่เอ่ยเตัือนไม่ใช่ซ่งลี่แตั่เป็นเขา ตั่อให้ใช้เหตัุผ่ลอย่างเดียวกัน เสิ่นเหวยเองก็ไม่มีทางตักลงง่ายๆ แน่นอน
หรืออาจเป็นไปได้มากว่าพอเขาเตัือนเสิ่นเหวย เสิ่นเหวยก็จะยิ่ง กระโดดลงหลุมไฟให้ได้
จุดนี้เนี่ยเทียนรู้ได้จากสายตัาไม่เป็นมิตัรที่เสิ่นเหวยใช้มองเขา ในช่วงสองวันที่ผ่่านมา
“ซ่งลี่ผู่้หญิงคนนี้เป็นตััวปัญหาจริงๆ หากนางไม่ได้เป็นฝึ่ายเข้า มาพูดคุยกับข้าก่อน เสิ่นเหวยก็คงไม่พุ่งเป้าเล่นงานมาที่ข้า ที่นางแสดง ท่าทีเป็นมิตัรตั่อข้าเป็นเพราะหวังดี หรือว่าจงใจยุแยงให้ข้ากับเสิ่นเหวย แตักหักกัน?” เนี่ยเทียนเห็นเสิ่นเหวยที่เดินเคียงไหล่คู่กับซ่งลี่พร้อมพูดคุย ด้วยรอยยิ้มก็อดจะคิดลึกไม่ได้
ซ่งลี่ที่สวมอาภรณ์รัดรึงเรือนกาย เมื่อมองจากด้านหลัง เอว คอดบอบบางเวลาเดินยักย้ายสะโพกตัึงแน่นของนางก็จะกระเพื่อมน้อยๆ ยั่วยวนเร้าร้อนอย่างมาก
ตัอนที่พูดคุยกับเสิ่นเหวยนางก็จะหันกลับมาชายตัามองพวก เนี่ยเทียนและอิ่นท่าเป็นระยะ คล้ายกลัวว่าจะไปการเพิกเฉยพวกเขาเกิน ไป
เนี่ยเทียนสังเกตัเห็นว่าถึงแม้พวกอิ่นท่าสามคนจะไม่พอใจเสิ่น เหวยอย่างมาก ทว่าเวลาปฏิบัตัิตั่อนางกลับกระตัือรือร้นอย่างถึงที่สุด
ทุกครั้งที่นางหันหน้ากลับไปพูดคุยเบาๆ พร้อมรอยยิ้มกับเสิ่น เหวย สายตัาเร่าร้อนของพวกอิ่นท่าสามคนก็จะไปหยุดอยู่ตัรงเอวและ สะโพกของนาง เห็นได้ชัดว่ามีความสนใจที่ลึกล้ำาตั่อหญิงสาวที่เริ่มจะ แสดงความร่านร้อนออกมาคนนี้
“หญิงงามนำาพาเคราะห์ภัย ความแตักแยกและปัญหาจะเกิดกับ กลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้ได้ก็เพราะน้ำามือของหญิงสาวผู่้นี้!” เนี่ยเทียนพูดกับตััว เองในใจ
หนึ่งเค่อตั่อมา แรดหินทองตััวหนึ่งก็มาปรากฏตััวอยู่ในทิพย์ จักษุของเนี่ยเทียน
แรดหินทองระดับสี่ตััวนี้บนร่างเตั็มไปด้วยบาดแผ่ล ซึ่งเวลานี้ กำาลังก้มหน้าแทะกินร่างของผู่้ฝึกลมปราณคนหนึ่ง
ผู่้ฝึกลมปราณคนนั้นน่าจะมาเสี่ยงภัยในป่าลึกเพียงลำาพัง และ คิดจะจับสัตัว์วิเศษที่แข็งแกร่งเช่นกัน
ก็ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตัุใดเขาถึงได้พ่ายแพ้ ผ่ลลัพธ์แห่งการพ่าย แพ้ก็คือเขากลับตั้องกลายมาเป็นอาหารของแรดหินทอง ถูกแรดหินทอง กลืนกิน
เมื่อเห็นแรดหินทองตััวนั้นผ่่านทิพย์จักษุ เนี่ยเทียนก็แอบระวัง ตััวแล้ว
คราวนี้เขาไม่ได้เอ่ยเตัือนเสิ่นเหวย เขารู้สึกว่าด้วยพลังในการ ตั่อสู้ของคนทั้งหก แค่ระวังตััวเล็กน้อย หากไม่มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นก็น่า จะสามารถสังหารแรดหินทองตััวนั้นได้
“กลิ่นคาวเลือด! ข้าได้กลิ่นคาวเลือดแล้ว!”
ผ่่านไปครู่ใหญ่ ตัอนที่เข้าไปใกล้แรดหินทองตััวนั้นมากพอ เสิ่น เหวยก็มีสีหน้าฮึกเหิม ทั้งยังจงใจโอ้อวดตััวเองโดยการพูดกับเนี่ยเทียนว่า “เจ้าไม่ได้กลิ่นคาวเลือดก่อนหน้านี้หรือ?”
เนี่ยเทียนส่ายหัว
เสิ่นเหวยมีสีหน้าดูหมิ่น “ดูท่าแล้วการดมกลิ่นที่เฉียบไวของเจ้า ก็ไม่ได้ผ่ลทุกครั้งนี่นะ”
“บางครั้งก็ไม่ค่อยแม่นยำานัก” เนี่ยเทียนเออออไปกับเขา
“ไป! ไปดูสถานการณ์กัน!” เสิ่นเหวยพุ่งนำาไปก่อนใคร
ไม่นานคนทั้งหกก็มาปรากฏตััวอยู่ตัรงพื้นที่ที่แรดหินทองอยู่
ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แรดหินทองระดับสี่ตััวนั้นก็กินซากศพ ของผู่้ฝึกลมปราณที่ล้มเหลวคนนั้นเสียเกลี้ยง
แรดหินทองดื่มด่ำากับอาหารรสเลิศเสร็จเรียบร้อยก็สะบัดกีบเท้า ด้วยท่าทางเกียจคร้านราวกับว่ากำาลังจะจากไป
การปรากฏตััวของเนี่ยเทียนหกคนทำาให้มันตักใจ
ดวงตัาของมันฉายแววกระหายเลือด จับจ้องมายังเนี่ยเทียน และเสิ่นเหวยหกคนคล้ายกำาลังวิเคราะห์ว่าตััวเองจะสามารถกินมนุษย์หก คนที่โผ่ล่มากะทันหันนี้ได้หรือไม่
ในเทือกเขาฮว้านคงแรดหินทองถือเป็นสัตัว์วิเศษที่พบได้บ่อย พวกมันมีนิสัยขี้หงุดหงิด ขอแค่ไม่สัมผ่ัสได้ถึงภัยคุกคามที่มากพอ มันก็จะ ระเบิดความพลุ่งพล่านออกมาทันที
แรดหินทองตััวนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
“ตัึงๆ! ตัึงๆๆ!”
แค่ลังเลอยู่ครู่เดียว แรดหินทองระดับสี่ตััวนี้ก็ห้อตัะบึงงัดนอที่ ส่องประกายเย็นเยียบคล้ายใบมีดที่แหลมคมเล็งมาที่ตััวเสิ่นเหวย
“มาได้ดี!” เสิ่นเหวยปิตัิยินดีอย่างบ้าคลั่ง กล่าวว่า “จัดการมัน นี่แหละ! เมื่อสังหารแรดหินทองตััวนี้ได้ ข้าจะเอาแตั่นอของมันเท่านั้น ส่วนที่เหลือพวกเจ้าแบ่งกันเองได้เลย!”
เขาแอบฮึกเหิม
ตัอนอยู่ในเมืองโพ่เมี่ยเขาเล็งอาวุธวิเศษชิ้นหนึ่งที่เหมาะสมกับ เขาเอาไว้ ซึ่งเขาจำาเป็นตั้องสะสมหินวิเศษให้ได้มากพอถึงจะซื้ออาวุธ วิเศษชิ้นนั้นมาได้
นี่ก็คือเป้าหมายที่เขามาเทือกเขาฮว้านคง
เดิมทีเขาจำาเป็นตั้องใช้เวลาที่ค่อนข้างนาน จำาเป็นตั้องอยู่ใน เทือกเขาฮว้านคงอีกพักใหญ่ถึงจะสามารถรวบรวมหินวิเศษได้มากพอ
ทว่าครั้งนี้เขาพบว่าตััวเองช่างโชคดียิ่งนัก ก่อนหน้านี้ไม่เพียง แตั่ได้หินวิเศษสามพันก้อนมาจากคนทั้งสาม เขายังได้ดวงตัาของจระเข้ เลือดเขียวมาด้วย
เขาแอบคำานวณอยู่กับตััวเอง ขอแค่สังหารแรดหินทองตััวนี้ได้ แล้วเอานอของมันมาเป็นของตััวเอง เขาก็จะได้หินวิเศษอย่างที่คาดไว้ และสามารถเดินทางกลับเมืองโพ่เมี่ยได้ก่อนกำาหนด
อีกทั้งเขาเองก็แอบตััดสินใจแล้วว่าเมื่อได้นอของมันมาจะไม่เสีย เวลาอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงอีก จะกลับเมืองโพ่เมี่ยทันทีเพื่อซื้ออาวุธ วิเศษที่เขาหมายตัามานาน
“นอของแรดหินทองคือส่วนที่มีค่ามากที่สุด…” อิ่นท่าพึมพำา เบาๆ หนึ่งประโยค
เสิ่นเหวยได้ยินอย่างชัดเจนจึงมองเขาด้วยสายตัาเย็นชาแล้ว กล่าวว่า “เจ้ามีความเห็นตั่างงั้นรึ?”
“ไม่มี” อิ่นท่าส่ายหัว
“งั้นก็ดี!” เสิ่นเหวยแค่นเสียงหนึ่งครั้งแล้วพุ่งไปรับหน้าแรดหิน ทองก่อนใคร “ซ่งลี่! เจ้าและข้ารวมกำาลังกัน เจ้าอยู่ด้านตัรง ข้าอยู่ด้าน ข้าง! คนอื่นๆ กระจายตััวกันออกไปโจมตัีส่วนเอวและหน้าท้องของแรด หินทองตััวนี้! เน้นที่หน้าท้องของมันโดยเฉพาะ!”
จุดอ่อนของแรดหินทองก็คือช่วงคอและช่วงหน้าท้อง
เสิ่นเหวยมาที่เทือกเขาฮว้านคงหลายครั้งแล้ว เขาเองก็เคยตั่อสู้ กับแรดหินทองมาก่อน จึงรู้ถึงจุดอ่อนของมันเป็นอย่างดี
กริชสีเงินที่ยาวเท่าแขนหลายเล่มบินออกมาจากกำาไลเก็บของ ของเสิ่นเหวย กริชเหล่านั้นส่องประกายสีเงินแวววาว พวกมันรวมตััวกัน เป็นตัาข่ายมีด แล้วบินพรวดเข้าหาแรดหินทอง
ซ่งลี่หัวเราะเบาๆ หนึ่งครั้ง เรือนกายที่แข็งแกร่งประดุจเสือดาว พุ่งตัรงเข้าหาแรดหินทองราวกับปลายมีดที่แหลมคม
เหล็กหมาดสีเขียวชิ้นหนึ่งบินออกมาจากปลายแขนเสื้อของนาง อย่างเงียบเชียบ เหล็กหมาดสีเขียวนั้นคล้ายกระบี่หนึ่งเล่ม ปลายที่ แหลมคมที่สุดของมันปลดปล่อยแสงเย็นเยียบออกมาอย่างตั่อเนื่อง
เมื่อเห็นเสิ่นเหวยและซ่งลี่ลงมือ แรดหินทองก็คล้ายรับรู้ได้ถึง ภัยคุกคาม เรือนกายที่ห้อตัะบึงของมันจึงพลันชะลอตััว