ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 285 ความขัดแย้งภายใน
นักล่าคือชื่อเรียกที่พิเศษอย่างหนึ่งของอาณาจักรเลี่ยคงซึ่งชื่อเสียงด้าน ความชั่วร้ายของพวกเขาเลื่องลือไปไกล
พวกเขามักจะป้วนเปี้ยนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเมืองโพ่เมี่ย พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหักพัง ซึ่งบางครั้งก็เข้าๆ ออกๆ อยู่ในเทือก เขาฮว้านคง เป้าหมายในการไล่ล่าของพวกเขาก็คือผู่้ฝึกลมปราณที่เดิน ทางมายังเทือกเขาฮว้านคง
นอกจากสมาชิกหลักของกะโหลกเลือด เปลวอัคคีและเดือนดับ รวมไปถึงขุนนางตั่างถิ่นที่ได้รับป้ายตััวตันจากพวกเขาแล้ว คนอื่นๆ ที่ อาศัยอยู่ในสถานที่ทั้งสามแห่งนั้นตั่างก็ไม่มีสิทธิ์เดินทางมายังเทือกเขาฮ ว้านคงผ่่านค่ายกลนำาส่งของกะโหลกเลือด เปลวอัคคีและเดือนดับ
หากคิดจะมาค้นหาเสี่ยงโชคในเทือกเขาฮว้านคงก็จำาเป็นตั้อง เดินทางไกล และตั้องเผ่ชิญหน้ากับภัยคุกคามจากพวกนักล่า
พวกนักล่าเองก็รวบรวมกำาลังของตััวเองขึ้นมา ตั่างก็มีพื้นที่และ ถิ่นปกครองเป็นของตััวเอง พวกเขาไม่เคยปราณีตั่อพวกผู่้ฝึกลมปราณที่ กล้ามาเสี่ยงภัยในเทือกเขาฮว้านคง
ความหมายในการดำารงชีวิตัอยู่ของพวกเขาก็เพื่อสังหารคนที่ เดินทางมายังเทือกเขาฮว้านคง หวังปล้นชิงทรัพย์สินของคนเหล่านั้น
ผู่้ฝึกลมปราณทุกคนที่บังเอิญมีโชคในเทือกเขาฮว้านคง ระหว่างทางที่เดินทางกลับเมืองโพ่เมี่ย พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและซากปรักหัก พังก็จำาเป็นตั้องผ่่านด่านของพวกเขาไปให้ได้
คนหลายคนอาจจะโชคดีมากพอจนได้รับผ่ลตัอบแทนที่ มหาศาลจากในเทือกเขาฮว้านคง
ทว่าตัอนที่พวกเขาเดินทางกลับก็มักจะไม่โชคดีเช่นนั้น ส่วน ใหญ่ล้วนถูกพวกนักล่าโจมตัี ชีวิตัและทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขามีล้วนถูก พวกนักล่าริบไปหมด
เมื่อได้รู้จากปากของซ่งลี่ว่าพื้นที่ในป่าลึกอาจเจอพวกกับนักล่า เนี่ยเทียนก็แอบตักใจไปเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้พื้นที่ที่เขาเคลื่อนไหวล้วนเป็นบริเวณชายป่า และ เขาก็ไม่รู้ว่าในป่าจะมีพวกนักล่าเดินทางเข้าๆ ออกๆ ด้วย
ตัอนที่มาที่นี่เผ่ยฉีฉีเองก็เคยเตัือนเขาว่าอย่าทำาตััวบ้าระห่ำา เข้าไปไล่ล่าสัตัว์วิเศษระดับสูงในป่าลึก
บางทีเผ่ยฉีฉีก็อาจจะพอรู้มาบางว่ามีนักล่าเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น
“เป้าหมายของพวกนักล่าก็คือสัตัว์วิเศษระดับสูงในป่าลึก เหมือนกันหรือ?” เนี่ยเทียนถามด้วยความตักใจระคนสงสัย
“ก็ไม่ใช่ทั้งหมด” ซ่งลี่มีสีหน้าเคร่งเครียด “พวกเขาเองก็ฆ่า สัตัว์วิเศษเหมือนกัน แตั่นี่ไม่ใช่เป้าหมายหลักของพวกเขา เป้าหมายที่ สำาคัญที่สุดของพวกเขาก็คือคนแบบเจ้าและข้า คนที่มาสังหารสัตัว์วิเศษ เพื่อหวังจะนำาชิ้นส่วนบนร่างของสัตัว์วิเศษมาแลกเป็นหินวิเศษ”
“อันที่จริงพวกผู่้ล่ารู้สถานการณ์ภายในป่าดียิ่งกว่าพวกเราเสีย อีก หากพวกเขาลงมือกับสัตัว์วิเศษก็แสดงว่าพวกเขามีความมั่นใจมาก พอ เพราะพวกเขารู้ว่าพื้นที่ที่สัตัว์วิเศษซึ่งแข็งแกร่งอย่างแท้จริง เคลื่อนไหวนั้นอยู่ตัรงไหนกันแน่”
“ทว่าเนื่องจากพวกเราไม่ได้อยู่อาศัยที่นี่ ดังนั้นด้านนี้พวกเราจึง เสียเปรียบพวกเขา”
“มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มคนซึ่งมาเสี่ยงภัยในป่าลึกจะเจอกับสัตัว์ วิเศษระดับสี่สองตััวหรืออาจจะสามตััวขึ้นไป เมื่อเผ่ชิญหน้ากับ สถานการณ์เช่นนี้คนทุกกลุ่มล้วนรับไม่ไหว ส่วนใหญ่จึงมักจะเอาชีวิตัไป ทิ้งกันเปล่าๆ”
“คนส่วนหนึ่งที่หนีรอดไปได้ก็อาจกลายมาเป็นเป้าหมายของ พวกนักล่า ถูกพวกเขาไล่สังหารและก็ตั้องตัายเหมือนกัน”
“ทว่าเนื่องจากพวกนักล่าคุ้นเคยกับที่แห่งนี้จึงมักจะหลีกเลี่ยง พื้นที่ที่มีสัตัว์วิเศษแข็งแกร่งจำานวนมากอยู่อาศัย พวกเขาจะรักษากำาลังไว้ รอโอกาสเหมาะๆ เพื่อลงมือกับกลุ่มคนอย่างพวกเรา”
ซ่งลี่อธิบายเรื่องเกี่ยวกับนักล่าให้เนี่ยเทียนฟังอย่างละเอียด ก่อนจะพูดว่า “หนทางหลังจากนี้จะไม่ราบรื่นเท่าไหร่นัก นอกจากตั้อง ระวังสัตัว์วิเศษแข็งแกร่งที่อยู่กันเป็นกลุ่มแล้ว ยังจำาเป็นตั้องคอยระวัง พวกผู่้ล่าตัลอดเวลาด้วย”
“ขอบคุณมากที่บอก” เนี่ยเทียนกล่าว
“ไม่ตั้องเกรงใจ” ซ่งลี่ยิ้มสดใส “ในเมื่อทุกคนลงเรือลำาเดียวกัน แล้วก็ย่อมตั้องปฏิบัตัิตั่อกันอย่างตัรงไปตัรงมา ข้าบอกเรื่องนักล่าให้เจ้า ทราบก็เพราะหวังว่าเจ้าจะระวังตััวให้มาก ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง จนตััวเองตั้องเสียเปรียบอย่างหนัก”
กล่าวมาถึงตัรงนี้อีกสามคนที่เหลือซึ่งใช้หินวิเศษฟื้นพลังก็ ทยอยกันลุกขึ้น
“พวกเราเรียบร้อยแล้ว” คนผู่้หนึ่งที่ชื่อว่าอิ่นท่าเอ่ยขึ้น
“ออกเดินทางเถอะ!” เสิ่นเหวยตัะโกนเสียงดัง
เขาก้าวยาวๆ มาหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนและซ่งลี่ เหล่ตัามอง เนี่ยเทียนหนึ่งครั้งแล้วจึงพูดด้วยน้ำาเสียงไม่เป็นมิตัร “การตั่อสู้ก่อนหน้านี้ เป็นเพียงแค่การประมือเล็กๆ น้อยๆ นับแตั่ตัอนนี้เป็นตั้นไปถึงจะถือว่า เป็นการตั่อสู้ที่แท้จริงของพวกเรา หวังว่าเจ้าจะเตัรียมตััวพร้อมแล้ว”
หลังจากที่ซ่งลี่เริ่มแสดงท่าทียั่วยวน เขาก็ถูกนางล่อลวงจนใจ คันยิบๆ จึงมองซ่งลี่เป็นของหวงแหนของตัน กะว่าหลังจากที่การเดินทาง ครั้งนี้สิ้นสุดลงจะหาโอกาสเด็ดบุปผ่าที่กำาลังผ่ลิบานอย่างซ่งลี่มาดอมดม
ท่าทางเป็นมิตัรที่ซ่งลี่แสดงออกตั่อเนี่ยเทียนทำาให้เขาแอบไม่สบ อารมณ์ ตัอนที่มองมายังเนี่ยเทียนอีกครั้งก็รู้สึกว่าเจ้าเด็กนี่ช่างขัดหูขัดตัา ยิ่งนัก
ทว่าเนี่ยเทียนไม่ได้ทำาอะไรให้เขา บวกกับป้ายตััวตันขุนนางตั่าง ถิ่นของกะโหลกเลือด ก่อนหน้าที่เนี่ยเทียนยังไม่ได้กระทำาการแหกกฏ เขา เองก็ได้แตั่ข่มกลั้นอารมณ์ ยังไม่คิดจะหาเรื่องเนี่ยเทียนในตัอนนี้
คนทั้งหกที่ผ่่านการพักผ่่อนเรียบร้อยแล้วจึงเดินทางตั่อเข้าไปใน ป่าลึกตัามการนำาทางของเขาทันที
ใจของเนี่ยเทียนเกิดความระมัดระวังจึงสร้างทิพย์จักษุสามข้าง ขึ้นมาเงียบๆ แล้วปล่อยทิพย์จักษุทั้งสามนั้นให้ลอยห่างออกไปไกล ตัรวจ สอบความเคลื่อนไหวของผ่ืนป่าอย่างละเอียด
ก่อนหน้านี้เขาสร้างทิพย์จักษุขึ้นมาแค่สี่ข้าง
เพียงแตั่ว่าการสร้างทิพย์จักษุจำาเป็นตั้องใช้พลังจิตัวิญญาณ เสี้ยวหนึ่งของสะเก็ดดาวเจ็ดดวงที่อยู่ในมหาสมุทรจิตัวิญญาณ
การเผ่าผ่ลาญของพลังจิตัวิญญาณนั้นหากคิดจะฟื้นตััวก็ตั้องใช้ เวลานานมาก อีกทั้งพลังจิตัวิญญาณก็ถือว่ามีมูลค่าสูง
และก็เพราะไม่ตั้องการเผ่าผ่ลาญพลังจิตัวิญญาณของสะเก็ด ดาวเจ็ดดวงมากเกินจำาเป็น ดังนั้นเมื่อยังไม่ได้เผ่ชิญกับวิกฤตัที่แท้จริง ประหยัดใช้ได้เขาจึงประหยัด
ตัอนนี้พวกเขาได้เดินทางจากชายป่าเข้ามาลึกมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ซึ่งบางทีนาทีถัดมาอาจเจอเข้ากับสัตัว์วิเศษที่แข็งแกร่ง หรือเผ่ชิญ กับพวกนักล่า
ภายใตั้สถานการณ์เช่นนี้เขาเองก็ไม่กล้าประมาท จึงปล่อยทิพย์ จักษุออกไปครบทั้งเจ็ดข้าง
ครึ่งชั่วยามให้หลัง
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งที่เนี่ยเทียนปล่อยออกไปไกลมองเห็นผู่้ฝึก ลมปราณสามคน คนทั้งสามนั้นก่อนหน้านี้ตัอนอยู่ชายป่าเขาเองก็เคยเห็น ครั้งหนึ่ง
ซึ่งก็คือสามคนที่ทำาให้เขารู้เรื่องที่กะโหลกเลือด เปลวอัคคีและ เดือนดับเข่นฆ่ากัน รู้เรื่องที่หลี่หลางเฟิงตัามหาเขาให้ควั่ก
นึกไม่ถึงว่าคนทั้งสามนี้ก็จะปรากฏตััวอยู่ในผ่ืนป่าเหมือนกัน
เวลานี้ดูเหมือนว่าคนทั้งสามเพิ่งจะสังหารจระเข้เลือดเขียว ระดับสี่ไปได้หนึ่งตััว กำาลังอยู่ในอารมณ์ฮึกเหิม เตัรียมจะกรีดผ่่าเอา ดวงตัาสีเลือดของจระเข้เลือดเขียว รวมไปถึงเลาะหนังและฟันของมัน ออกมา
ร่างของคนทั้งสามโชกไปด้วยเลือด สภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เห็นได้ชัดว่าเพิ่งผ่่านการตั่อสู้นองเลือดไปหยกๆ
เนี่ยเทียนที่เห็นการตั่อสู้ซึ่งเพิ่งจบลงไปไม่นานผ่่านทิพย์จักษุ ข้างนั้นพลันมีสีหน้าตัื่นเตั้นแล้วกล่าวว่า “ข้าได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ มา จากทางฝึัยงนั้น” เขาชี้มือไปยังตัำาแหน่งที่คนทั้งสามอยู่
“กลิ่นคาวเลือด?” ปีกจมูกของเสิ่นเหวยขยับเบาๆ คล้ายกำาลัง ดมกลิ่น แตั่เขากลับสัมผ่ัสไม่ได้ถึงอะไรสักอย่างจึงพูดขึ้นด้วยสายตัาแปลก ประหลาด “เจ้าเข้าใจผ่ิดหรือเปล่า?”
“การดมกลิ่นของข้าเฉียบไวเสมอ” เนี่ยเทียนตัอบ
“ดี!” เสิ่นเหวยพยักหน้าแล้วพูดว่า “ทุกคนระวังตััวกันหน่อย ลองไปดูทางนั้นกัน หวังว่าจะได้รับผ่ลพวงอะไรบ้าง”
ทุกคนจึงเพิ่มความเร็วทันที
ไม่นานหลังจากนั้นเมื่อมาอยู่ในพื้นที่ที่เสิ่นเหวยรับสัมผ่ัสถึง เขา ก็ได้กลิ่นคาวเลือดลอยมาเช่นกัน
ขณะเดียวกัน เขาก็วิเคราะห์ได้ว่าพวกเขาสามารถจัดการคนทั้ง สามนั้นได้อย่างง่ายดาย
เสิ่นเหวยจึงพลันฮึกเหิมถึงขีดสุด
“ฟิ้ว!”
เขาใช้ความเร็วที่เกินกว่าซ่งลี่และคนอื่นๆ พุ่งตััวออกไปถึงที่เกิด เหตัุเป็นคนแรก
“หึหึ! โชคดีไม่น้อยเลย!”
พอมาถึงเสิ่นเหวยก็มองเห็นสภาพของสามคนแล้วหัวเราะเสียง ดังทันที
เนี่ยเทียนและพวกซ่งลี่ตัามมาถึงทีหลัง และก็มองเห็นจระเข้ เลือดเขียวที่เพิ่งตัายไป รวมไปถึงผู่้ฝึกลมปราณขอบเขตักลางสวรรค์สาม คนนั้นในปราดเดียว
คนทั้งสามมีเพียงคนเดียวที่มีตับะกลางสวรรค์ช่วงท้าย อีกสอง คนที่เหลือเป็นช่วงกลาง
ตั่อให้อยู่ในสภาวะพร้อมรบสูงสุด ศักยภาพของคนทั้งสามนี้ก็ยัง เทียบเสิ่นเหวยและซ่งลี่ห้าคนไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับที่พวกเขาเพิ่ง จะรบดุเดือดกับจระเข้เลือดเขียวไป?
“พวกเจ้ามาจากไหน?” เสิ่นเหวยถามเสียงดัง
“ซากปรักหักพัง” คนหนึ่งตัอบ
“หึหึ ซากปรักหักพัง ดีมาก” เสิ่นเหวยยิ่งไร้สิ่งใดให้ตั้องกังวล เขาโบกมือแล้วแสยะปากพูดเสียงดัง “จระเข้เลือดเขียวเป็นของพวกเรา แล้ว พวกเจ้าสามคนทิ้งหินวิเศษไว้คนละหนึ่งพันก้อนแล้วจงไสหัวไปซะ อย่าให้ข้าเจอพวกเจ้าอีก!”
เขาไม่ได้ลงมือทันทีเพราะมองออกว่าคนทั้งสามนั้นไม่ได้สูญเสีย พลังในการตั่อสู้ไปทั้งหมด อีกอย่างคนหนึ่งในนั้นก็มีขอบเขตักลางสวรรค์ ช่วงท้ายเช่นเดียวกับเขาด้วย
เสิ่นเหวยประเมินอยู่ในใจครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าด้วยพลังการตั่อสู้ของ พวกเขาหกคนตั่อให้สังหารพวกเขาได้จริงก็ยังจำาเป็นตั้องเผ่าผ่ลาญพลัง ไปไม่น้อย
ในจุดลึกของป่ามีอันตัรายมากกว่าชายป่าด้านนอกมากมายนัก ไม่เพียงแตั่อาจจะเจอกับสัตัว์วิเศษระดับสูงได้ทุกเมื่อ ทั้งยังอาจเจอกับ พวกนักล่าด้วย
เสิ่นเหวยจึงไม่อยากสูญเสียพลังงานไปกับคนทั้งสามมากเกินไป ดังนั้นจึงคิดจะฮุบเอาผ่ลแห่งชัยชนะ และรีดไถหินวิเศษส่วนหนึ่งของพวก เขามาแล้วค่อยปล่อยพวกเขาไป
คนทั้งสามนั้นสีหน้าน่าเกลียดอย่างถึงที่สุด ในใจแอบด่าความ ดวงซวย
ทว่าในเมื่อพวกเขากล้ามาที่นี่ก็รู้ดีถึงกตัิกานองเลือดของที่แห่งนี้ คนที่เป็นผู่้นำาจึงหยิบเอาหินวิเศษสามพันก้อนออกมาจากในกำาไลเก็บของ โดยไม่พูดไม่จา หลังจากโยนลงบนพื้นก็ยอมละทิ้งจระเข้เลือดเขียวที่ได้มา อย่างยากลำาบาก ก่อนจะดึงอีกสองคนให้จากไปโดยไม่เหลียวหลัง
“ถือว่ารู้อะไรควรไม่ควร”
หลังจากที่คนทั้งสามจากไป เสิ่นเหวยก็เดินขึ้นหน้าไปเก็บหิน วิเศษสามพันก้อนไว้ในกำาไลเก็บของของตััวเอง
“พี่ใหญ่เสิ่น ส่วนแบ่งของพวกเราล่ะ?” อิ่นท่าขมวดคิ้วถาม
“ของพวกเจ้า?” เสิ่นเหวยเบะปาก กล่าวเรียบๆ “พวกเราไม่ได้ ประมือกับพวกเขา พวกเจ้าเองก็ไม่ได้ลงแรง ดังนั้นหินวิเศษเหล่านี้ไม่ เกี่ยวอะไรกับพวกเจ้า พวกเขาสามคนตักใจกลัวข้ากับซ่งลี่เลยจากไป เจ้า คิดว่าพวกเขาไปเพราะกลัวพวกเจ้างั้นหรือ?”
สีหน้าของอิ่นท่าสามคนไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่นัก
“แล้วของข้าล่ะ?” ซ่งลี่เอ่ยด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
เสิ่นเหวยหัวเราะหึหึ “รอตัอนพวกเราพักฟื้นคืนนี้ข้าย่อมแบ่งให้ เจ้าอยู่แล้ว”
“ตักลง” ซ่งลี่พยักหน้า
เสิ่นเหวยเห็นว่าพวกอิ่นท่าสามคนไม่ค่อยพอใจจึงเอ่ยเกลี้ย กล่อม “เอาล่ะๆ ดวงตัาของจระเข้เลือดเขียว ข้ากับซ่งลี่จะเอาไปคนละ ข้าง ส่วนที่เหลือของมันพวกเจ้าสามก็แบ่งกับหลี่เทียนเอาแล้วกัน”
“ส่วนที่มีค่ามากที่สุดของจระเข้เลือดเขียวก็คือดวงตัา ส่วนอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าไม่มีค่าให้พูดถึง” อิ่นท่าพูดเสียงฮึดฮัด
“พวกเจ้าก็ไม่ได้ออกแรงเสียหน่อย ผ่ลประโยชน์ที่ได้มาเปล่าๆ ทั้งยังแบ่งส่วนอื่นให้พวกเจ้าเช่นนี้ ข้ารู้สึกว่าสมเหตัุสมผ่ลดีแล้ว” เสิ่น เหวยกล่าวด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์
“ข้าเอาแค่เลือดและเนื้อของจระเข้เลือดเขียว ส่วนหนังและฟัน ของมันเป็นของพวกเจ้าสามคน” เนี่ยเทียนเอ่ยแทรก
อิ่นท่าได้ยินเขาพูดเช่นนี้จึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เลยไม่ได้โตั้เถียง กับเสิ่นเหวยตั่อ
ทว่าดูจากสีหน้าของพวกเขาทั้งสามคนก็รู้แล้วว่าพวกเขาไม่พอ ใจเสิ่นเหวยเท่าใดนัก
อิ่นท่าพูดพึมพำา “เป็นผ่ลประโยชน์ที่ได้มาเปล่าๆ ก็จริง ทว่า สามารถตัามมาถึงที่นี่ได้ก็ไม่ใช่เพราะหลี่เทียนบอกทางหรือ? หินวิเศษสาม พันก้อนนั่นจะอย่างไรก็ควรแบ่งให้เขาส่วนหนึ่งไม่ใช่หรือ?”
เขาบ่นแทนเนี่ยเทียน
ทว่าเสิ่นเหวยกลับแสร้งทำาเป็นไม่ได้ยิน ยังคงหัวเราะร่าเอาใจ ซ่งลี่ พาซ่งลี่ไปควักดวงตัาของจระเข้เลือดเขียว