ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 302 ตักอยู่ท่ามกลางวงล้อมแน่นหนา
เนี่ยเทียนตัรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียงอย่างละเอียดหนึ่งรอบ
และไม่นานเขาก็ค้นพบว่าไม่ว่าสถานที่ใดก็ล้วนมีกลุ่มนักล่า เคลื่อนไหวดังคาด
คราวนี้พวกนักล่าที่ซ่งลี่ระดมพลมาได้ขยายขอบเขตัออกไป กว้างมากขึ้น หากเขาบุ่มบ่ามใช้วิชาดาวเปล่งประกายหลบหนีก็อาจจะไม่ สามารถฝึ่าวงล้อมแน่นหนานี้ไปได้ภายในครั้งเดียว
เขาแอบคำานวณอยู่กับตััวเองครู่หนึ่งก็คิดว่าอาจจะตั้องใช้วิชา ดาวเปล่งประกายหลบหนีถึงสามครั้งจึงจะสามารถฝึ่าวงล้อมออกไปได้ สำาเร็จ
ทว่าการเผ่าผ่ลาญพลังดวงดาวของวิชาดาวเปล่งประกายหลบ หนีทำาร้ายร่างกายอย่างหนักหนามากเกินไป วิชาดาวเปล่งประกายหลบ หนีสามครั้งจึงแทบจะเผ่าผ่ลาญพลังดวงดาวของเขาจนเกลี้ยง
และหากร่ายใช้วิชาดาวเปล่งประกายหลบหนีระยะทางไกลสาม ครั้งตัิดตั่อกัน เรือนกายที่แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดนี้ก็อาจจะไม่สามารถแบก รับได้
ตั่อให้ฝึ่าวงล้อมออกไปได้สำาเร็จก็มีความเป็นไปได้มากว่าเขาจะ เดินทางตั่อไปได้อย่างยากลำาบาก
ถึงเวลานั้นนักล่าที่กระจายตััวอยู่รอบๆ ด้านก็ยังตัามเขามาทัน และสามารถจับตััวเขาเป็นๆ ไปได้
“ยุ่งยากจังแหะ”
เขาขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ก็เลือกที่จะละทิ้งการใช้วิชาดาว เปล่งประกายหลบหนี แตั่ตััดสินใจว่าจะเลือกกลุ่มนักล่าที่ค่อนข้างอ่อนแอ กลุ่มหนึ่งมาเป็นจุดฝึ่าวงล้อมให้กับตััวเอง
ขอแค่เข้าไปใกล้กลุ่มนักล่ากลุ่มหนึ่งให้ได้มากที่สุด จากนั้นก็ร่าย ใช้วิชาดาวเปล่งประกายหลบหนีอีกครั้งถึงจะสามารถทิ้งระยะห่างออกไป ไกลจากการล้อมโจมตัีได้
“บางทีก็ไม่แน่ว่าตั้องใช้วิชาดาวเปล่งประกายหลบหนีเสมอไป หากเข้าไปใกล้ได้มากพอ ดาวเปล่งประกายสามร้อยเมตัรก็น่าจะมีโอกาส ช่วยให้ข้าหนีออกไปได้”
เมื่อคิดเช่นนี้เขาจึงใช้ทิพย์จักษุเจ็ดข้างช่วยเลือกเป้าหมายหนึ่ง ได้อย่างรวดเร็ว
นั่นคือกลุ่มเล็กๆ ที่มีกันทั้งหมดเก้าคนซึ่งมีผู่้แข็งแกร่งขอบเขตั กลางสวรรค์ช่วงท้ายสามคนเป็นผู่้บัญชาการณ์ กลุ่มนี้มีเพียงคนที่อยู่ใน ตับะกลางสวรรค์ ไม่มีใครอยู่ขั้นตั้นสวรรค์
พลังในการตั่อสู้เช่นนี้ก็น่าจะแค่สกัดกั้นเขาไว้ได้ แตั่ไม่น่าจะ สามารถทำาร้ายเขาจนบาดเจ็บสาหัสได้
เขาจึงพุ่งตััวออกไปอย่างรวดเร็ว
“ทุกคนทำาตััวให้กระฉับกระเฉงเข้าไว้! ในที่สุดเจ้าหัวเทียนผู่้นั้น ก็ถูกล้อมอีกครั้ง จะแพ้หรือชนะก็อยู่ที่ครั้งนี้แล้ว!” ผู่้ที่มีขอบเขตักลาง สวรรค์ช่วงท้ายคนหนึ่งตัะโกนก้องอย่างตั่อเนื่อง “กำาลังในการตั่อสู้ของ พวกเราค่อนข้างอ่อนแอ ดูจากข้อมูลที่ได้มาจากคมเขี้ยวแล้ว เจ้าเด็กนั่น น่าจะมีอาวุธพิเศษที่สามารถตัรวจสอบปราณเลือดเนื้อได้”
“เขาสามารถวิเคราะห์พลังในการตั่อสู้ของพวกเรา และมีความ เป็นไปได้มากว่าจะใช้พวกเราเป็นจุดฝึ่าวงล้อม!”
“เสี้ยวหลินที่คมเขี้ยวเชิญมา ครั้งนี้ตั้องทำาสำาเร็จให้ได้ พวกเรา เองก็มิอาจอยู่ในป่ารกร้างได้นานเกินไปนัก กะโหลกเลือดเคลื่อนพลแล้ว ทุกคนจำาเป็นตั้องหาตััวเจ้าหัวเทียนผู่้นั้นให้เจอโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะได้รีบ ถอนทัพออกไปจากป่ารกร้าง แล้วไปหลบภัยที่แถบเนินเขา”
“ทุกคนเตัรียมตััวให้พร้อม ขอแค่เห็นเจ้าเด็กนั่นปรากฏตััวก็จง รีบใช้วิธีการที่แข็งแกร่งที่สุดโจมตัีเขาทันที!”
ขณะที่เขาคอยเอ่ยสั่งความสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มไม่หยุด ดวงตัาเขาก็พลันหดตััวแล้วแผ่ดเสียงแหลมดังขึ้นมา “เขามาแล้ว!”
ลูกปราณวิญญาณสามลูกที่ถูกเนี่ยเทียนหลอมออกมาคล้ายกลุ่ม พลังงานสีเทารุบรู่ซึ่งอยู่ๆ ก็มาปรากฏในเส้นสายตัาของเขาด้วยความเร็ว สูงสุด
“ระวังลูกปราณวิญญาณพวกนั้นให้ดี! รีบกระจายตััวกันออก ไป!”
“ตัูม! ตัูมๆ!”
ขณะที่เขาตัะโกนเสียงดัง ลูกปราณวิญญาณที่แฝึงเร้นไว้ด้วยสิ่ง สกปรกสามลูกก็เข้ามาใกล้พวกเขาอย่างรวดเร็ว และเนื่องจากพลังงาน ด้านในยุ่งเหยิงปัยนป่วนเกินไปจึงระเบิดออกกลางคัน
เมื่อลำาแสงห้าสีสาดกระเซ็นไปทั่ว คนทั้งเก้าก็หนีกันหัวซุก หัวซุน พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกลำาแสงมากมายกัดกินม่านแสงพลัง วิญญาณ
ส่วนคนผู่้นั้นที่พูดอยู่ตัลอดเวลาก็หยิบเอาหินส่งข้อความเสียง ออกมาทันที “หัวเทียนอยู่ในตัำาแหน่งของพวกเรา!”
“ฟิ้ว!”
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่ใช้ลูกปราณวิญญาณมาโจมตัีก่อนก็ พลันเผ่ยกาย
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งที่ลอยมาอยู่ตัรงจุดนี้ล่วงหน้าพุ่งฉิวผ่่านด้าน หลังของคนทั้งเก้าไป ส่วนเนี่ยเทียนก็รีบร่ายใช้เวทลับดาวเปล่งประกาย ทันที อาศัยการเชื่อมโยงที่ลึกลับกับทิพย์จักษุข้างนั้นในการหายตััว
พื้นที่ด้านหลังคนทั้งเก้าพลันบิดเบือนพร่าเลือน นาทีถัดมาเนี่ย เทียนก็หายตััวไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่ออาศัยดาวเปล่งประกายจนมาปรากฏตััวอยู่ด้านหลังคนเหล่า นั้นแล้วเนี่ยเทียนก็ห้อตัะบึงไปข้างหน้าทันทีโดยไม่คิดจะเหลียวหลังกลับ มามอง
“อู้!”
ท่ามกลางพื้นดินสีน้ำาตัาลเข้มของป่ารกร้างด้านหน้าของเขา พลันมีกระดูกขาวโพลนแหลมเล็กท่อนหนึ่งโผ่ล่พรวดออกมา
บนกระดูกขาวนั้นแขวนธงสีซีดเอาไว้หนึ่งผ่ืน บนธงวาดรูปงูตััว เล็กที่เหมือนจริงเอาไว้หนึ่งตััว ซึ่งงูตััวนั้นเลื้อยเคลื่อนไปพร้อมกับธงที่สะ บัดฟกยบฟัยบตัามลม
บนธงค่อยๆ ปล่อยแสงวิเศษที่มหัศจรรย์ออกมา แล้วในงูตััวเล็ก นั้นก็พลันมีเสียงของเสี้ยวหลินดังขึ้น “หัวเทียน! ดูสิว่าคราวนี้เจ้าจะหนีไป ไหนได้อีก!”
ม่านแสงพริบพราวกระเพื่อมออกมาจากในธงนั้นคล้ายคลื่นน้ำาที่ แผ่่ออกไปแปดด้าน
เขตัอาคมพลังวิญญาณที่ลึกลับชั้นหนึ่งก็ถูกเสี้ยวหลินสร้างผ่่าน ธงผ่ืนนั้นได้สำาเร็จ
“ปัง!”
ร่างของเนี่ยเทียนที่ห้อเหยียดไปข้างหน้าชนโครมลงไปบนเขตั อาคมพลังวิญญาณชั้นนั้น เขตัอาคมพลังวิญญาณที่เดิมทีมืดสลัวจนยาก จะแยกแยะเปลี่ยนมาเป็นเจิดจ้าชัดเจนทันใด
เขตัอาคมพลังวิญญาณคล้ายม่านน้ำาโปร่งใสที่สกัดขวางอยู่ด้าน หน้าของเนี่ยเทียน
กลางม่านน้ำายังพอจะมองเห็นค่ายกลลึกลับซับซ้อนหลายค่าย ได้รำาไร ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะเพิ่มอานุภาพให้เขตัอาคมพลังวิญญาณ แข็งแกร่งมากขึ้น
เนี่ยเทียนชนลงไปบนเขตัอาคมพลังวิญญาณอย่างแรงจึงทำาให้ วงแสงที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากในกำาไลหยกเขียวของเขาบิดเบือนจนมิ อาจควบคุมได้
เขาจึงเข้าใจทันทีว่าเขตัอาคมพลังวิญญาณนั้นไม่เพียงแตั่สกัด ขวางเขาเอาไว้ ยังทำาลายโครงสร้างภายในหยกสีเขียวด้วย
เขาแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง เก็บเอาหยกสีเขียวลงไปแล้วสร้าง สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมาทันที
เมื่อสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงปรากฏขึ้น เขาก็พุ่งเข้าไปหาเขตั อาคมพลังวิญญาณอีกครั้งโดยไม่หยุดคิด
“ฟู่วๆ!”
วินาทีที่สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงซึ่งเกิดจากการรวมตััวกันของ พลังงานตั่างธาตัุหลายชนิดปะทะเข้ากับเขตัอาคมพลังวิญญาณ เขตัอาคม พลังวิญญาณที่นาบประทับค่ายกลลึกลับซับซ้อนเอาไว้มากมายก็ราวกับ ถูกมีดแสงหลายเล่มกรีดฟันจนพังทลายและหายไปในเวลารวดเร็ว
“ฟิ้ว!”
ร่างของเนี่ยเทียนที่ราวกับสายฟ้าเส้นหนึ่งลอดฉิวผ่่านเขตัอาคม พลังวิญญาณแล้วห้อตัะบึงตั่อไปอย่างบ้าคลั่ง
“รู้อยู่แล้วว่าลำาพังเขตัอาคมพลังวิญญาณชั้นนั้นย่อมไม่สามารถ กักตััวเจ้าเอาไว้ได้” ในธงสีขาวซีดที่โบกสะบัดมีเสียงของเสี้ยวหลินดังลอย มาอีกครั้ง “แตั่ก็แค่ถ่วงเวลาเจ้าไว้เท่านั้น ขอแค่รู้ตัำาแหน่งที่แน่นอนของ เจ้าก็มากพอแล้ว”
เมื่อเสียงของเสี้ยวหลินดังออกมาจากในธงผ่ืนนั้นเป็นครั้งที่สอง เนี่ยเทียนก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เพราะเขาได้ยินว่ายังมีเสียงของเสี้ยวหลินที่แผ่่วเบามากเสียงหนึ่ง ดังมาจากทิศไกล
การดังขึ้นของเสียงนั้นทำาให้เนี่ยเทียนตัระหนักได้ทันทีว่าเสี้ยวหลิน กำาลังขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที!
เขาจึงรีบแบ่งทิพย์จักษุออกไปรับสัมผ่ัส
จุดที่ทิพย์จักษุลอยไปตัรวจสอบเห็นว่าเสี้ยวหลินคล้ายนกตััวหนึ่งที่ บินร่อนอยู่กลางอากาศ โดยโฉบจากที่สูงลงตั่ำา
เมื่อปลายเท้าเขาแตัะพื้น เขาก็พุ่งพรวดขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้ว โบยบินอีกครั้ง
เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เสี้ยวหลินกำาลังเข้ามาใกล้เขาอย่างรวดเร็ว ซึ่ง ตัอนนี้อยู่ห่างกันเพียงแค่เกือบพันเมตัรเท่านั้น
“หัวเทียน! เจ้าหนีกลับไปไม่ถึงเมืองโพ่เมี่ยหรอก!”
และเวลานี้เองเสียงแผ่ดดังของซ่งลี่ก็ดังออกมาจากอีกทิศทางหนึ่ง เช่นกัน นางและหันมู่แห่งคมเขี้ยวก็กำาลังบินทะยานมาอย่างรวดเร็ว
“จับตััวเขาเอาไว้!”
“เจ้าหัวเทียนผู่้นี้คือความอัปยศของเหล่านักล่า ทำาให้พี่น้อง มากมายของพวกเราตั้องตัายไป! หากเขาไม่ตัาย ตั่อไปพวกเราก็ไม่มีหน้า เรียกตันว่านักล่า และไม่มีหน้าอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงกับเมืองโพ่เมี่ยได้อีก ตั่อไป!”
“หากคนผู่้นี้ไม่ตัาย รอจนเขากลับไปถึงเมืองโพ่เมี่ยแล้วขอบเขตัสูง ขึ้น เขาตั้องกลับมาแก้แค้นพวกเราอย่างแน่นอน”
“อย่าให้เวลาเขานานนัก!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงโหวกเหวกเซ็งแซ่ดังมาจากสี่ด้านแปดทิศ หลัง จากที่เสี้ยวหลินบอกตัำาแหน่งที่แน่นอน พวกนักล่ามากมายก็พุ่งมารวมตััว กันด้วยความเร็วที่มากที่สุด
หัวหน้ากลุ่มนักล่าหลายคนที่มีตับะถึงตั้นสวรรค์ตั่างก็พุ่งทะยานมา เร็วรี่ราวสายรุ้ง รอบกายของพวกเขาเปียมล้นไปด้วยพลังวิญญาณ เห็น ได้ชัดว่าทุ่มเทสุดกำาลังแล้ว
เนี่ยเทียนที่มีเสี้ยวหลินไล่กวดมาด้านหลังค้นพบอย่างรวดเร็วว่าเขา ตักอยู่ท่ามกลางวงล้อมที่แน่นหนาเสียแล้ว
การลงมือของกลุ่มนักล่าที่มีตั่อเขาครั้งนี้เพิ่มความระมัดระวังขึ้นมา เยอะมาก อีกทั้งยังทุ่มเทเตั็มกำาลัง แถมยังมีการวางแผ่นไว้อย่างรัดกุม ตัั้งแตั่ก่อนหน้านี้
เขาค้นพบอย่างฉับไวว่าผู่้ที่พุ่งเข้ามาโจมตัีเขาเป็นอันดับแรกล้วน เป็นผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์
ห่างออกไปไกลยังมีผู่้แข็งแกร่งขอบเขตักลางสวรรค์อีกไม่น้อย การ จัดวางเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นการโอบล้อมสองชั้น
ในวงล้อมเล็กนี้เขาจำาเป็นตั้องเผ่ชิญหน้ากับการไล่ฆ่าของผู่้ แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์ และหากเขาใช้คาถาดาวเปล่งประกายหนีไป จากวงล้อมเล็กนี่เมื่อไหร่ก็มีความเป็นไปได้มากว่าเขาจะไปโผ่ล่อยู่ใน วงล้อมใหญ่
การโอบล้อมโจมตัีสองชั้นเช่นนี้จัดวางไว้ก็เพื่อรับมือกับการร่ายใช้ คาถาดาวเปล่งประกายหลบหนีของเขาอีกครั้ง
“คราวนี้ปัญหาใหญ่จริงๆ”