ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 301 การล้อมโจมตัีครั้งใหม่!
แถบเนินเขา
หลี่หลางเฟิงที่ฝึกวิชาพิษร้ายก็กำาลังห้อทะยานรวดเร็วราวกับ ดาวตักเช่นกัน
“หัวเทียน!”
สีหน้าหลี่หลางเฟิงมืดทะมึน เข่นเขี้ยวชื่อนี้ออกมา นัยน์ตัาลุก โชนไปด้วยเปลวเพลิงแปลกประหลาด
เขาตัามหาอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงโดยที่ไม่ได้ผ่ลลัพธ์ใด แตั่กลับ รู้จากปากของคนอื่นๆ ว่าเส้นทางเนินเขาและป่ารกร้างจากเทือกเขาฮว้าน คงกลับไปยังโพ่เมี่ย กลุ่มนักล่าที่มีคมเขี้ยวเป็นผู่้นำากำาลังตัามหาคนผู่้หนึ่ง อยู่
และคนผู่้นั้นก็คือหัวเทียน!
ในสายตัาของหลี่หลางเฟิง เนี่ยเทียนที่สามารถสร้างลูกปราณ วิญญาณสกปรกแล้วชุบหลอมให้มันบริสุทธิ์อย่างถึงที่สุดถือเป็นของล้ำาค่า ที่ฟ้าประทานมาให้แก่เขา!
วิชาพิษร้ายที่เขาฝึกฝึนตั้องการปราณวิญญาณสกปรกประเภท นั้น และการดำารงอยู่ของเนี่ยเทียนก็ช่วยเพิ่มพลังในการสู้รบและขอบเขตั ของเขาให้สูงขึ้นได้
เขารู้ดีว่าวิชาพิษร้ายที่เขาฝึกฝึน ทำาร้ายร่างกายของเขาอย่างสาหัส อีกทั้งยังมิอาจรักษาให้หายได้
ก่อนที่จะตัายเขาจำาเป็นตั้องเพิ่มตับะและศักยภาพของตััวเองให้ ไปถึงระดับที่สามารถแก้แค้น
ขอแค่เขาทำาตัามความปรารถนาให้เป็นจริง ขอแค่ได้สังหารคน ผู่้นั้น เขาก็ยินดีละทิ้งทุกสิ่ง รวมไปถึงชีวิตัของเขาเองด้วย!
และเนี่ยเทียนก็คือกุญแจสำาคัญที่จะช่วยให้เขาทำาเป้าหมายใหญ่ นี้ได้สำาเร็จ
ด้วยเหตัุนี้ พอรู้ว่าเนี่ยเทียนออกมาจากเทือกเขาฮว้านคงและ เดินทางอยู่บนเส้นทางกลับเมืองโพ่เมี่ย เขาจึงออกมาจากเทือกเขาฮว้าน คงทันที และห้อตัะบึงเข้าหาเนี่ยเทียนไม่ตั่างจากคมเขี้ยวและซ่งลี่
“คมเขี้ยว…” หลี่หลางเฟิงสีหน้าเย็นชา ปราณอำามหิตัทั่วร่าง คล้ายกลายมาเป็นของจริง “ทางที่ดีที่สุดพวกเจ้าควรเหลือเนี่ยเทียนที่มี ชีวิตัให้กับข้า หากเขาถูกพวกเจ้าฆ่าตัาย ข้าก็จะให้คมเขี้ยวของพวกเจ้า ตัายไปพร้อมกับเขาด้วย!”
……
ป่ารกร้างไร้ที่สิ้นสุด
เสี้ยวหลินหลับตัาลงปรับสภาพจิตัใจ มือขวาของเขาถือหยกรูป งูก้อนหนึ่งซึ่งมือของเขาก็คอยลูบคลำาหยกก้อนนั้นอย่างตั่อเนื่อง
ทุกครั้งที่เขาลูบคลำา งูตััวเล็กตััวหนึ่งที่เรียวยาวเล็กบางในหยก รูปงูก็จะเลื้อยขยุกขยิกเบาๆ
“สิบวันแล้ว ยังไม่ได้ข่าวคราวใดๆ ของเขาเลยแม้แตั่นิดเดียว” ซ่งลี่ที่นั่งอยู่ข้างกันมีสีหน้าเหนื่อยล้า ความโกรธแค้นที่ลุกโชนสูงสุดก่อน หน้านี้เมื่อได้ผ่่านการค้นหาช่วงที่ผ่่านมาก็คล้ายว่าจะค่อยๆ สลายหายไป
เวลานี้ในใจของนางไม่ได้แค่คิดจะแก้แค้นเนี่ยเทียนอย่างเดียว เท่านั้น
นางได้มองเนี่ยเทียนเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งในชีวิตั มองเนี่ย เทียนเป็นมารในใจที่จำาเป็นตั้องขจัดทิ้ง ราวกับว่าหากไม่สามารถจับตััว เนี่ยเทียนออกมาทรมานทั้งเป็นจนเขาตัายไป นางก็จะไม่สามารถหยุดคิด เรื่องนี้ ไม่สามารถกำาจัดมารในใจและให้ตััวเองฝึกบำาเพ็ญตับะอย่าง เป็นสุขได้
เนี่ยเทียนได้กลายมาเป็นหินลับมีดทางใจในการขัดเกลานาง กลายมาเป็นด่านที่ยากลำาบากด่านหนึ่งในชีวิตันาง
และนางจะตั้องข้ามผ่่านมันไปให้ได้!
“คุณหนู ไม่ตั้องร้อนใจเกินไปนัก” หันมู่ค้อมตััว เอ่ยปลอบเสียง เบา “ดูจากข้อมูลที่พวกเราได้มาตัอนนี้ เนี่ยเทียนยังไม่ได้ย่างเท้าเข้ามาใน ป่ารกร้าง ก่อนหน้านี้ท่านเสี้ยวน่าจะพูดถูกแล้ว หลังจากที่เขาใช้วิธีหลบ หนีฝึ่าวงล้อมออกมาได้สำาเร็จคงจะบาดเจ็บสาหัส ช่วงเวลาที่ผ่่านมานี้เขา จึงจำาเป็นตั้องหลบเลียแผ่ลของตััวเองในแถบเนินเขา รอจนเขาหายดีแล้ว เขาย่อมกลับไปที่เมืองโพ่เมี่ยแน่นอน”
“ขอแค่เขาเข้ามาในป่ารกร้าง ด้วยความสามารถของท่านเสี้ยว ตั้องรับสัมผ่ัสกับการดำารงอยู่ของเขาได้อีกครั้งแน่นอน”
“เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราก็จะไม่มีทางเปิดโอกาสให้เขาได้หนีไป อีก เราจะจับตััวเขาทั้งเป็น เอามาให้คุณหนูได้ระบายความโกรธแค้น”
เสี้ยวหลินที่ลูบคลำาหยกรูปงูก็ลืมตัาขึ้นมาและกล่าวแสดงท่าที เช่นกัน “ข้ารับรองกับเจ้าว่าขอแค่หัวเทียนเหยียบเข้ามาในป่ารกร้าง ข้า จะตั้องหาตััวเขาเจอก่อนที่เขาจะกลับไปถึงเมืองโพ่เมี่ยแน่นอน”
“หวังว่าจะเป็นเช่นนี้” ซ่งลี่กล่าวอย่างไม่ร้อนไม่หนาว
และก็ไม่รู้ว่าทำาไม เมื่อเวลาผ่่านไป ความล้มเหลวครั้งแล้วครั้ง เล่าได้ทำาให้นางไม่มั่นใจอย่างที่เคยเป็นอีกแล้ว
นับตัั้งแตั่ที่นางเจอกับเนี่ยเทียนในป่าลึก นับตัั้งแตั่ที่นางลงมือ กับพวกเสิ่นเหวย นางก็พ่ายแพ้ด้วยน้ำามือของเนี่ยเทียนครั้งแล้วครั้งเล่า
ตัอนอยู่ในผ่ืนป่า นางเรียกใช้ผู่้แข็งแกร่งของคมเขี้ยวมากมายก็ ยังไม่สามารถหาตััวเนี่ยเทียนเจอได้
และเนี่ยเทียนก็คล้ายวิญญาณดวงหนึ่งที่คอยทำาลายแผ่นการ ของนางอย่างตั่อเนื่อง อีกทั้งยังทำาให้หญิงรับใช้คนสนิทของนางอย่างลวี่ เหยี่ยนและสมาชิกเพศหญิงอีกหลายคนของคมเขี้ยวตั้องตัายไป
ในพื้นที่เนินเขา นางคิดว่าหลังจากที่ตััวเองระดมพลนักล่า จำานวนมากมาแล้วตั้องสามารถจับตััวเนี่ยเทียนได้สำาเร็จแน่นอน
ทว่านางก็ตั้องล้มเหลวอีกครั้ง
แม้แตั่เสี้ยวหลินที่นางเชิญตััวมาซึ่งเดิมทีคิดว่าคงจะไม่พลาดอีก แตั่เนี่ยเทียนก็ยังฝึ่าวงล้อมออกไปได้สำาเร็จและหายตััวไปอย่างไร้ร่องรอย อีกครา
เมื่อตั้องพ่ายแพ้ด้วยน้ำามือของเนี่ยเทียนอยู่หลายครั้ง ทำาให้ใน ใจนางเริ่มเกิดอารมณ์หดหู่ ทำาให้นางเริ่มสงสัยในตััวเอง รู้สึกว่าตััวเอง ไม่ใช่คนที่เก่งกาจไปเสียทุกอย่าง ไม่ใช่คนที่สามารถปัยนหัวใครก็ได้อีกแล้ว
นางแอบมีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า หากครั้งนี้ปล่อยให้เนี่ยเทียน กลับไปยังเมืองโพ่เมี่ยได้สำาเร็จ เกรงว่าเนี่ยเทียนผู่้นี้คงกลายมาเป็นฝึันร้าย ไปชั่วชีวิตัของนาง!
คิดมาถึงตัรงนี้ ความเดือดดาลก็ปะทุ “ปุดๆ” ขึ้นมาอีกครั้ง ทำาให้นางขบฟันกรอดอยู่กับตััวเอง
“หัวเทียนไม่ตัาย! ข้าจะไม่มีทางไปจากอาณาจักรเลี่ยคงเด็ด ขาด!” นางสาบานอยู่กับตััวเองในใจ นัยน์ตัาเปล่งประกายวาววับ ความ เย็นชาเสียดแทงทะลุกระดูก
“กรุ๊งกริ๊ง!”
และเวลานี้เอง หินส่งข้อความเสียงที่อยู่ในมือหันมู่ก็มีข้อความ หนึ่งส่งมา
หันมู่ตัั้งใจรับฟังอยู่ชั่วครู่ สีหน้าก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป ก่อนจะพูด ขึ้นเบาๆ “แย่แล้ว!”
ซ่งลี่และเสี้ยวหลินหันมามองเขาพร้อมกัน
หันมู่ยิ้มเจื่อน “สมาชิกกะโหลกเลือดกลุ่มหนึ่งที่มีไฉ่โยวและสื อชิงเป็นผู่้นำาได้ออกเดินทางจากเมืองโพ่เมี่ยแล้ว และได้ลงมือกวาดล้าง กลุ่มนักล่าอีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนว่าเป้าหมายในการกวาดล้างครั้งนี้ก็เพื่อหัว เทียนผู่้นั้น!”
“กะโหลกเลือด!”
ซ่งลี่และเสี้ยวหลินตั่างก็หน้าเปลี่ยนสี ขมวดคิ้วแน่น
“ทีนี้ก็ลำาบากแล้ว” เสี้ยวหลินสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งแล้ว จึงกล่าวว่า “นึกไม่ถึงว่ากะโหลกเลือดจะให้ความสำาคัญกับเจ้าเด็กนั่น ขนาดนี้ ถึงกับลงมือกวาดล้างครั้งใหม่ล่วงหน้าเพื่อเขา พวกเราตั้องตัาม ตััวเขาให้เจอโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นรอจนพวกสือชิงแห่งกะโหลกเลือดมาถึง ก็จะยิ่งลำาบากมากกว่านี้”
“ขอแค่เจ้าหาตััวเขาเจอ! เขาก็ตั้องตัายอย่างมิตั้องสงสัย!” ซ่งลี่ พูดเสียงเย็น
“หากเขากล้าเข้ามาในป่ารกร้าง ข้าตั้องหาตััวเขาเจอแน่นอน ข้อนี้เจ้าวางใจได้เลย!” เสี้ยวหลินตัอบรับ
“ตั้องเจอเขาโดยเร็วที่สุด! พวกเราจะมัวล่าช้าอยู่ที่นี่นานนักไม่ ได้!” ซ่งลี่กล่าวอีกครั้ง
“นั่นก็ตั้องดูว่าเจ้าหัวเทียนผู่้นั้นจะมาถึงเมื่อไหร่” เสี้ยวหลินเอง ก็รู้สึกได้ถึงความยุ่งยากบ้างแล้ว
คนทั้งสามนั่งรอกันไปอีกครึ่งวัน
หันมู่คอยนำาข้อมูลการเคลื่อนไหวของกะโหลกเลือดที่ได้รับฟัง ผ่่านหินส่งข้อความเสียงบอกกล่าวกับคนทั้งสองอย่างตั่อเนื่อง
ตัอนที่กะโหลกเลือดออกเดินทางจากเมืองโพ่เมี่ยเพื่อเริ่มการก วาดล้างกลุ่มนักล่าอีกครั้ง ทั้งยังแจ้งเจตัจำานงว่าการกระทำาครั้งนี้เพื่อเนี่ย เทียน กลุ่มนักล่าอีกมากมายก็เริ่มขวัญหนีดีฝึ่อกันบ้างแล้ว
พวกเขาจึงเริ่มทำาตัามคำาสั่งของคมเขี้ยวไปแบบลวกๆ เท่านั้น ซึ่งทุกกลุ่มตั่างก็เริ่มเดินทางออกห่างจากทิศทางการเคลื่อนไหวของ กะโหลกเลือด
ความหวาดกลัวของกลุ่มนักล่าเหล่านั้นทำาให้ซ่งลี่เดือดเป็นฟืน เป็นไฟ นางโวยวายว่ารอให้เรื่องยุตัิลงเมื่อไหร่ นางจะกำาจัดกลุ่มนักล่าที่ กล้าขัดขืนตั่อคำาสั่งของนางทิ้งไปทีละกลุ่ม
และขณะที่ซ่งลี่กำาลังโกรธเคืองอยู่นั้น งูตััวเล็กๆ สีเขียวกลาง หยกรูปงูที่อยู่ในมือของเสี้ยวหลินก็พลันบิดเบือนอย่างบ้าคลั่ง
“ในที่สุดเขาก็ปรากฏตััวแล้ว!”
……
ช่วงสนธยา ในที่สุดเนี่ยเทียนก็เดินทางเข้ามาในพื้นที่ป่ารกร้าง
ตัอนที่เขาผ่่านพื้นที่แห่งหนึ่ง ม่านแสงพลังวิญญาณจากหยกสี เขียวที่ห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ก็พลันเกิดคลื่นกระเพื่อมไหวน้อยๆ
เขาอึ้งงันไปครู่ หยุดชะงักฝึีเท้ากะทันหัน ก่อนจะใช้ทิพย์จักษุรับ สัมผ่ัสไปรอบด้าน
หลังผ่่านไปหลายวินาที เขาก็ยังสัมผ่ัสไม่ได้ถึงความผ่ิดปกตัิใดๆ ผ่่านทางทิพย์จักษุจึงส่ายหัวและห้อตัะบึงตัรงไปข้างหน้า
หลังจากที่เขาหายตััวไปนาน จุดที่เขาหยุดชะงักก่อนหน้านี้ก็มี กระดูกแหลมเรียวท่อนหนึ่งที่แขวนธงสีขาวซีดผ่ืนหนึ่งทะลุพรวดออกมา จากพื้นดิน
บนธงผ่ืนนั้นวาดงูสีเขียวตััวหนึ่งที่เหมือนมีชีวิตัจริงเอาไว้ งูตััว เล็กคล้ายกำาลังเลื้อยขยุกขยิกตัามธงที่โบกสะบัด มองดูแล้วมหัศจรรย์ อย่างมาก
เพียงแค่ครู่เดียวธงผ่ืนนั้นก็หดตััวกลับเข้าไปในพื้นดินอีกครั้ง
เนี่ยเทียนยังคงห้อทะยานไปตัามผ่ืนป่ารกร้าง หลังจากที่วิ่งเตั็ม เหยียดไปได้หลายสิบลี้ ม่านแสงพลังวิญญาณที่ห่อหุ้มเรือนกายเขาไว้ก็ เกิดคลื่นเคลื่อนไหวผ่ิดปกตัิอีกครั้ง
เขายังคงใช้ทิพย์จักษุมาตัรวจสอบอย่างคราวก่อน ทว่าก็ยังคง ไม่ได้ผ่ลลัพธ์อะไรเช่นเคย
เขาที่สงสัยไม่คลายได้แตั่ส่ายหัวแล้วพุ่งทะยานไปด้านหน้าตั่อ ไป
ทว่าระยะทางด้านหลัง ม่านแสงพลังวิญญาณของเขากลับเกิด ความผ่ิดปกตัิซ้ำาไปซ้ำามา แตั่ทุกครั้งที่ใช้ทิพย์จักษุไปรับสัมผ่ัสกลับไม่ค้น พบอะไรสักอย่าง
ทิพย์จักษุรับสัมผ่ัสได้แค่คลื่นเคลื่อนไหวจากปราณเลือดเนื้อ และพลังวิญญาณ คลื่นเคลื่อนไหวเล็กละเอียดอย่างอื่นไม่อยู่ในขอบเขตั การตัรวจสอบของทิพย์จักษุ
และก็ด้วยเหตัุนี้ เมื่อเขาใช้ทิพย์จักษุตัรวจสอบจึงแน่ใจแค่ว่า บริเวณใกล้เคียงไม่มีสิ่งมีชีวิตัอยู่
ทว่าเมื่อความผ่ิดปกตัิเกิดขึ้นหลายครั้ง เขาก็ยังคงเกิดใจระแวง ภัย รู้สึกได้ว่ามีเรื่องที่ไม่เป็นมงคลกับเขากำาลังเกิดขึ้นอย่างลับๆ
“ผ่ิดปกตัิแหะ นับตัั้งแตั่ที่เข้ามาในป่ารกร้างกลับไม่เจอกลุ่มนัก ล่าเลย ซ่งลี่ผู่้หญิงคนนั้นไม่เหมือนคนที่จะยอมปล่อยใครไปง่ายๆ นางตั้อง ยังมีแผ่นการอื่นเตัรียมไว้แน่นอน”
“เสี้ยวหลินผู่้นั้นสามารถระงับขอบเขตัที่แท้จริงได้ และก็ถือว่า เป็นบุคคลร้ายกาจคนหนึ่ง ในเมื่อมองข้าเป็นเป้าหมายแล้วเขาก็ไม่น่าจะ ยอมปล่อยไปง่ายๆ”
“คลื่นผ่ิดปกตัิของม่านแสงพลังวิญญาณที่เกิดขึ้นอย่างตั่อเนื่อง จะเกี่ยวข้องกับสองคนนั้นหรือไม่?”
เมื่อคิดเช่นนี้เนี่ยเทียนก็ตัั้งสมาธิมั่น พอได้กลิ่นวิกฤตัอันตัราย ล่วงหน้าจึงขยายขอบเขตัการปกคลุมของทิพย์จักษุไปให้ถึงขีดสุด เพื่อ พยายามวิเคราะห์อันตัรายออกมาให้ได้มากที่สุด
เหตัุการณ์เป็นเช่นนี้อยู่หลายวัน
ในที่สุดเขาก็เห็นกลุ่มนักล่ากลุ่มหนึ่งผ่่านทิพย์จักษุ เมื่อกลุ่มนัก ล่ากลุ่มนั้นปรากฏตััว เขาก็เปลี่ยนทิศทางทันที
ทว่าเมื่อเขาเปลี่ยนทิศทางไปได้ครู่หนึ่ง ตัอนที่เดินทางเคลื่อน หน้าไปได้อีกพันเมตัร เขาก็มองเห็นนักล่ากลุ่มใหม่อีกครั้ง
ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนทิศทางอย่างตั่อเนื่อง
ทว่าทุกครั้งที่เขาเปลี่ยนทิศทางได้ไม่นาน เขาก็จะตั้องมองเห็น นักล่ากลุ่มใหม่ปรากฏตััว
“ดูท่าคงจะถูกล้อมโจมตัีอีกครั้งหนึ่งแล้ว” เขาจึงเข้าใจได้ใน ที่สุด