ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 304 จุดเปลี่ยน
ในป่ารกร้างกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด เนี่ยเทียนวิ่งห้อเตั็มฝึีเท้าอย่าง บ้าคลั่ง คอยอาศัยคาถาดาวเปล่งประกายเคลื่อนที่ในระยะสั้นๆ เพื่อฝึ่า วงล้อมออกไป
ทว่าทุกครั้งที่เขาเกือบจะสลัดได้สำาเร็จก็จะตั้องมีธงผ่ืนใหม่โผ่ล่ ขึ้นมาจากใตั้ดิน
ธงที่มาจากเสี้ยวหลินจะสร้างเขตัอาคมพลังวิญญาณขึ้นมาชั้น หนึ่งและทำาให้เขาจำาเป็นใช้สนามแม่เหล็กมาทำาลายมันให้แตักกระจายไป ก่อน
ซึ่งเขาจะตั้องถูกถ่วงเวลาเอาไว้ทุกครั้ง
นักล่าเหล่านั้นจะตั้องถูกซ่งลี่โยกย้ายให้คอยตัีวงโอบล้อมครั้ง ใหม่ ทำาให้เขาถูกล้อมครั้งแล้วครั้งเล่า
ระหว่างที่เขาอาศัยคาถาดาวเปล่งประกายเคลื่อนที่และความ มหัศจรรย์จากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงมาฝึ่าวงล้อม เขาก็ได้สังหารนักล่า ขอบเขตักลางสวรรค์ตัิดตั่อกันไปอีกสิบกว่าคน
ส่วนตััวเขาเองก็ได้รับบาดเจ็บระหว่างที่ตั่อสู้กับนักล่าขณะที่รอ ให้เขตัอาคมพลังวิญญาณพังทลายลง
พลังงานตั่างธาตัุมากมายในร่างของเขารวมไปถึงพลังวิญญาณ ตั่างก็ไหลหายไปอย่างบ้าคลั่ง
แล้วเขาก็ตัระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าพวกซ่งลี่และเสี้ยวหลินน่า จะรอเขาอยู่ในบริเวณรอบๆ นี้มานานแล้ว อีกทั้งยังมีการวางแผ่นอย่าง รัดกุมมากด้วย
ธงทั้งหลายผ่ืนที่โผ่ล่ออกมาจากในพื้นดินมีจำานวนมากทั้งยัง กระจายไปรอบด้าน
ทุกครั้งที่ธงเหล่านี้โผ่ล่ออกมา เขาก็จะสัมผ่ัสได้ถึงคลื่นพลังงาน ที่ผ่ิดปกตัิได้อย่างเฉียบไว และเขาจึงเข้าใจทันทีว่าที่ร่องรอยของตััวเองถูก เปิดเผ่ยตัลอดทางมานี้ก็เพราะธงที่ซ่อนลึกอยู่ใตั้ดินเหล่านั้น
ตัอนที่มาถึง เขาตั้องทิ้งช่วงนานมากถึงจะสัมผ่ัสได้ถึงคลื่นพลัง วิญญาณที่ผ่ิดปกตัิ
นี่หมายความว่าตัลอดทางที่ผ่่านมา ธงประเภทนั้นที่กระจายตััว ออกไปเป็นวงกว้างไม่ได้มีไว้เพื่อเล่นงานเขาโดยเฉพาะ
ทว่าการที่มีธงคอยโผ่ล่ออกมาในพื้นที่ที่เขาเคลื่อนไหวอย่างตั่อ เนื่องนี้หมายความว่าเสี้ยวหลินได้มีการเตัรียมการเอาไว้นานแล้ว
การเคลื่อนที่ด้วยคาถาดาวเปล่งประกายระยะสั้นของเขาไม่ สามารถลอดทะลุห้วงมิตัิ เพียงแตั่เป็นเพราะความเร็วมีมากเกินไปถึง สามารถเคลื่อนที่ได้เหนือความเร็วแสง
การดำารงอยู่ของเขตัอาคมพลังวิญญาณสามารถสกัดกั้นการ เคลื่อนที่ในระยะสั้นเอาไว้ได้ บีบให้เขาตั้องใช้สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงมา ทำาลายเขตัอาคมพลังวิญญาณเหล่านั้นไปอย่างช้าๆ
หลังจากที่ทำาอย่างนี้อยู่หลายครั้ง ร่างของเขาก็เตั็มไปด้วย บาดแผ่ล การเผ่าผ่ลาญพลังวิญญาณก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
“ตัูม”
ท่ามกลางสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง เขาใช้เปลวเพลิงที่เกิดจาก คาถาเปลวเพลิงมาสังหารผู่้ที่มีขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงกลางไปอีกคน หนึ่ง
ก่อนที่คนผู่้นั้นจะตัาย กริชที่เขากำาไว้ในมือก็บินออกมาและแทง เข้าที่หน้าท้องของเนี่ยเทียน
กริชแทงทะลุเนื้อของเขาไปสามชุ่นก็ถูกหยุดยั้งการโจมตัี เขา ข่มกลั้นความเจ็บปวดดึงกริชออก หลังจากโยนทิ้งไปส่งๆ ก็ฝึ่าทะลุวงล้อม ออกไปอีกครั้ง
จุดที่ห่างออกไปด้านหน้าร้อยเมตัรมีธงสีขาวซีดโผ่ล่ออกมาจาก ใตั้ดินดังเคย และเขตัอาคมพลังวิญญาณชั้นใหม่ก็ก่อตััวขึ้นอย่างรวดเร็ว
สองฝึัยงซ้ายขวาตั่างก็มีพวกนักล่ากลุ่มเล็กๆ จ้องมาที่เขาเขม็ง อีกทั้งยังเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วด้วย
เขาทำาได้เพียงใช้สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงมาฉีกทึ้งเขตัอาคมพลัง วิญญาณที่เสี้ยวหลินสร้างไว้ลับๆ อีกครั้ง
“ฟู่วๆ!”
พอเขตัอาคมพลังวิญญาณสัมผ่ัสเข้ากับสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก็ ถูกบิดเบือน
ค่ายกลลึกลับซับซ้อนห้าค่ายที่อยู่กลางเขตัอาคมคล้ายถูกมีด แหลมคมกรีดเฉือนจนลายเส้นพลังวิญญาณที่เล็กบางและชัดเจนหักออก เป็นชิ้นๆ
พอค่ายกลทั้งห้าที่แนบประทับอยู่ในเขตัอาคมถูกเปลี่ยนแปลง มันจึงไม่สมบูรณ์แบบอีกตั่อไป และอานุภาพของเขตัอาคมพลังวิญญาณก็ หายไปในที่สุด
เนี่ยเทียนลอดทะลุออกไปในชั่วพริบตัา ใช้ความเร็วที่มากที่สุด ห้อตัะบึงไปทางทิศที่ตัั้งของเมืองโพ่เมี่ย
ทว่าการถ่วงเวลาอยู่ชั่วครู่เช่นนี้ก็ทำาให้พวกนักล่าที่สังเกตัเห็น ทิศทางซึ่งเขาจะพุ่งตััวไปอยู่ก่อนแล้วได้สร้างการโอบล้อมโจมตัีขึ้นมาใน บริเวณที่ใกล้เคียงกับเขาอีกครั้ง
เนี่ยเทียนทำาได้เพียงเลือกกลุ่มเล็กๆ ที่ค่อนข้างอ่อนแอกลุ่มหนึ่ง และใช้วิธีการเดิมมาโจมตัี
เวลานี้หากมีคนลอยตััวอยู่สูงกลางอากาศก็จะเห็นว่ากลุ่มนักล่า มากมายที่ตัีวงเข้ามาเหมือนแหปากใหญ่ตัาถี่ที่โอบล้อมเขาเอาไว้ภายใน
ส่วนเนี่ยเทียนก็เหมือนสัตัว์ตััวหนึ่งที่ถูกกักตััวให้อยู่ในตัาข่าย ทุกครั้งที่จะฝึ่าทะลุตัาข่ายใหญ่ออกไปได้ก็จะตั้องมีตัาข่ายใหญ่ปากใหม่ เข้ามาปกคลุมรออยู่แล้วเพราะถูกถ่วงเวลาให้ล่าช้า
เวลาที่เขาฝึ่าตัาข่ายออกไปก็จะตั้องสังหารผู่้ที่มีขอบเขตักลาง สวรรค์ช่วงตั้นและช่วงกลางอย่างโหดเหี้ยมไปด้วยทุกครั้ง
มุมหนึ่งของป่ารกร้าง ซ่งลี่ที่ตัิดตัามการเปลี่ยนทิศทางอย่างตั่อ เนื่องของเนี่ยเทียนก็มาหยุดอยู่ข้างกายของเสี้ยวหลินอย่างเงียบเชียบ
ซึ่งหันมู่ที่ตัิดตัามนางอยู่ตัลอดเวลาก็ตัามมาด้วย
“เจ้าเด็กนี่จัดการได้ยากจริงๆ” เห็นคนทั้งสองมาถึง เสี้ยวหลิน ที่ขมวดคิ้วมุ่นก็เก็บรอยยิ้มบนใบหน้ากลับคืนและพูดอย่างเคร่งขรึม “หลัง จากที่เรื่องนี้ยุตัิลง ข้าตั้องการผ่ลตัอบแทนที่มากกว่าเดิม! เนี่ยเทียนคนนี้ ทำาให้ข้าตั้องสิ้นเปลืองทรัพยากรไปมาก! ธงที่ข้าสร้างขึ้นมาด้วยความยาก
ลำาบากระเบิดทลายไปแล้วยี่สิบอัน นี่ก็แทบจะเกินค่าตัอบแทนที่เจ้าเสนอ ไว้ให้แล้ว”
“ท่านเสี้ยว พวกเราตักลงกันไว้ตัั้งแตั่แรกแล้วไง!” หันมู่ กระชากเสียง
เสี้ยวหลินแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง “หากพวกเจ้าไม่รับปากข้าก็จะ ไม่ลงมืออีก ไม่มีการขัดขวางจากข้าก็ยากที่พวกเจ้าจะล้อมโจมตัีเขาได้ สำาเร็จ!”
“ข้ารับปากเจ้า” ซ่งลี่มีสีหน้าเย็นชา “ขอแค่จับตััวเนี่ยเทียนได้ ไม่ว่าเจ้าตั้องการอะไรก็คุยกันได้ทั้งนั้น สำาหรับเนี่ยเทียนผู่้นี้ เจ้าและข้า ตั่างก็เคยพ่ายแพ้ด้วยน้ำามือของเขา อีกทั้งยังมีความแค้นที่ลึกล้ำาตั่อเขา ด้วย”
กล่าวมาถึงตัรงนี้นางก็หยุดชะงักก่อนจะมองเสี้ยวหลินด้วย สายตัาลึกล้ำา แล้วอยู่ๆ ก็ยิ้มออกมาด้วยท่าทางที่เย้ายวนอย่างถึงที่สุด “ท่านเสี้ยว เรื่องมาถึงตัอนนี้ข้าเชื่อว่าท่านคงเหมือนข้าที่ไม่คิดจะปล่อย หัวเทียนไปง่ายๆ”
ดวงตัาของเสี้ยวหลินเปล่งวาบแตั่ไม่ได้ตัอบรับ
“เจ้าน่าจะมองออกว่าหัวเทียนผู่้นี้ไม่ธรรมดา ไม่พูดถึงเรื่องอื่น เอาแค่ครั้งนี้ เผ่ชิญหน้ากับการล้อมโจมตัีจากกลุ่มนักล่ามากมาย เขาได้ สังหารนักล่าที่มีขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงตั้นและช่วงกลางไปแล้วหลาย สิบคน”
“ดูจากสภาพการณ์ในตัอนนี้ยังตั้องมีนักล่าอีกมากที่จะตัายด้วย น้ำามือของเขา”
“เจ้าและข้าตั่างก็รู้ดีว่าขอบเขตัที่แท้จริงของเขาก็แค่กลาง สวรรค์ช่วงตั้นเท่านั้น!”
“กลางสวรรค์ช่วงตั้นก็สังหารคนที่อยู่ในระดับเดียวกันได้อย่าง ง่ายดายขนาดนี้ แม้แตั่ข้ามขั้นมาสังหารคนที่อยู่ระดับกลางก็ยังไม่เสีย เวลาไปมากเท่าไหร่นัก”
“คนเช่นนี้ในเมื่อถูกพวกเราบีบคั้นจนถึงขั้นนี้แล้วมีหรือจะยอม รามือง่ายๆ?”
“หากปล่อยให้เขามีชีวิตัรอดออกไป รอจนวันที่เขาเหยียบย่าง เข้าสู่ขั้นตั้นสวรรค์ ลำาพังเพียงแค่คนที่อยู่ตั้นสวรรค์ช่วงตั้นที่เข้าร่วมการ เคลื่อนไหวครั้งนี้ ตั่อไปหากเจอเขาก็เกรงว่าคงไม่มีแม้แตั่โอกาสให้หนี”
“รวมถึงตััวท่านเสี้ยวเองด้วย!”
ซ่งลี่เอ่ยด้วยน้ำาเสียงเรียบเรื่อยดั่งไม่กังวลสักนิดเลยว่าเสี้ยว หลินจะเปลี่ยนใจ นางมั่นใจอย่างยิ่งว่าเสี้ยวหลินก็แค่อยากจะรีดไถค่า ตัอบแทนที่มากขึ้นเท่านั้น ไม่ได้คิดจะปล่อยเนี่ยเทียนไปจริงๆ
หลังจากที่นางเอ่ยความคิดของตััวเองออกมาหมดสิ้น เสี้ยวหลิน กลับเงียบลงไปอย่างน่าแปลกใจ เขาขมวดคิ้วมองออกไปยังทิศไกล
เขามองไปยังกลุ่มนักล่าเล็กๆ อีกกลุ่มที่ถูกเนี่ยเทียนโจมตัี เขา มองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกผู่้ฝึกลมปราณขอบเขตักลางสวรรค์ที่อยู่ใน กลุ่มนั้นไม่เพียงแตั่ทำาเหมือนเผ่ชิญหน้ากับศัตัรูตััวฉกาจ อีกทั้งเมื่อเนี่ย
เทียนมองพวกเขาเป็นเป้าหมาย ดวงตัาของพวกเขาก็เตั็มไปด้วยความ หวาดกลัวและกริ่งเกรงอย่างลึกล้ำา
แม้แตั่พวกผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัตั้นสวรรค์ที่คอยโหวกเหวกเสียง ดัง ไล่ล่าเนี่ยเทียนอย่างตั่อเนื่องและเป็นกลุ่มที่สร้างความกดดันให้เนี่ย เทียนมากที่สุดก็ยังเริ่มเงียบเสียงลงแล้ว
ตัอนแรกเริ่มพวกผู่้นำาของมือเลือด แมงป่องพิษและกลุ่มนักล่า กลุ่มอื่นๆ ยังพูดจาโอหังถือดี เยาะหยันเขาอย่างกำาเริบเสิบสาน
ทว่าในเวลานี้คนเหล่านั้นกลับไม่กล้าพูดจาหยอกล้อส่งเดช ไม่มี ใครกล้าใช้คำาพูดมากระตัุ้นเนี่ยเทียนอีกแล้ว ราวกับกลัวว่าเนี่ยเทียนจะ เลือกสมาชิกกลุ่มของพวกเขาเป็นตััวฝึ่าวงล้อม
แม้ว่าผู่้นำาของกลุ่มนักล่าเหล่านั้นจะโกรธแค้นเนี่ยเทียนอย่าง ถึงที่สุด และพวกเขาก็อยากสังหารเนี่ยเทียนไม่ตั่างกัน ทว่าส่วนลึกในใจ ของพวกเขากลับเตั็มไปด้วยความกระวนกระวายและหวาดกลัวในตััวของ เนี่ยเทียน
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเนี่ยเทียนมีตับะเพียงแค่กลางสวรรค์ช่วงตั้น แตั่เมื่ออยู่ภายใตั้การล้อมโจมตัีของผู่้แข็งแกร่งมากมาย จนถึงตัอนนี้เขาไม่ เพียงแตั่ยังไม่ตัาย แถมยังสามารถสังหารสมาชิกที่มีขอบเขตัตั่ำากว่าตััวเอง ได้อีกด้วย
บุคคลที่โหดเหี้ยมเช่นนี้นับว่าหาได้ยากยิ่ง สักวันหนึ่งที่เขามี พลังแข็งแกร่งมากกว่าเดิมย่อมตั้องกลายมาเป็นบุคคลที่น่ากลัวซึ่งเป็นที่ จับตัามองที่สุดของอาณาจักรเลี่ยคงแน่นอน
พวกเขาถึงขั้นรู้สึกได้ด้วยว่าแม้แตั่ขั้วอำานาจที่มีชื่อเสียงอย่าง กะโหลกเลือด เดือนดับ เปลวอัคคี ก็คงไม่กล้าไปมีเรื่องกับเขาง่ายๆ หรือ แม้แตั่พวกคนอำามหิตัหลายคนที่เหมือนกับหลี่หลางเฟิงก็ยังไม่มีใครเป็น ภัยคุกคามได้มากเท่าเนี่ยเทียน
“ข้ายอมรับว่าที่เจ้าพูดนั้นถูกตั้อง” เสี้ยวหลินสูดลมหายใจเข้า ลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าวตั่อ “เรื่องมาถึงตัอนนี้ตั่อให้ไม่มีเจ้า ข้าก็ยังตั้อง พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อปลิดชีวิตัเขาให้ได้ เขาเป็นขุนนางตั่าง ถิ่นของกะโหลกเลือด เจ้าก็รู้ว่าข้ามีความแค้นกับกะโหลกเลือด หากปล่อย ให้เขามีชีวิตัรอดจากไป เขาจะกลายมาเป็นกระบี่แหลมคมเล่มหนึ่งในมือ
ของกะโหลกเลือด และภัยคุกคามที่เกิดจากเขาก็จะมากกว่านางมารเผ่ย เสียอีก”
“ไอ้หมอนี่ ข้าไม่มีทางปล่อยให้มันมีชีวิตัอยู่ตั่อ และไม่มีทาง มอบโอกาสให้มันได้เตัิบโตั”
ซ่งลี่หัวเราะเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าวางใจเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าเสียหายไปไม่น้อย หลังจบเรื่องแล้วข้าจะชดใช้ให้เจ้าเอง ที่ข้า พูดเรื่องพวกนี้ออกมาเพราะหวังว่าทุกคนจะปฏิบัตัิตั่อกันด้วยความ จริงใจ”
“อืม เจ้าเด็กนั่นเสียพลังไปเยอะมาก บาดแผ่ลบนร่างก็ยิ่ง สาหัส” เสี้ยวหลินพยักหน้าพูดด้วยความมั่นใจ “ขอแค่ไม่มีอุบัตัิเหตัุอะไร เกิดขึ้น อย่างมากสุดอีกครึ่งชั่วยาม แม้แตั่การหลบหนีในระยะทางสั้นๆ เขาก็ยังไม่เหลือกำาลังให้ทำาได้ ถึงเวลานั้นก็จะเป็นเวลาตัายของเขา”
“หันมู่ สั่งความให้พวกหัวหน้ากลุ่มล่าสัตัว์พวกนั้นช่วยกัน ออกแรงให้มากขึ้นอีกหน่อย” ซ่งลี่หันไปพูดกับหันมู่ที่อยู่ข้างกัน “บอกกับ พวกเขาว่าหลังจากเสร็จเรื่องครั้งนี้ คมเขี้ยวของพวกเราจะหยุดล่า ชั่วคราว และจะตัั้งฐานที่มั่นอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงช่วงเวลาหนึ่ง ภายใน
หนึ่งปี ป่ารกร้างและแถบเนินเขาที่เป็นจุดศูนย์กลางของเมืองโพ่เมี่ยและ เทือกเขาฮว้านคงจะตักเป็นพื้นที่ล่าเหยื่อของพวกเขาทั้งหมด”
“รับทราบขอรับ!” หันมู่รีบหยิบหินส่งข้อความเสียงออกมา ถ่ายทอดข้อความทันที
……
“ตัูม!”
เมื่อเขตัอาคมพลังวิญญาณอีกแห่งหนึ่งระเบิดกระจัดกระจาย เนี่ยเทียนที่มองเห็นการโอบล้อมซึ่งเกิดขึ้นใหม่ก็พลันลังเลขึ้นมา
เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะโจมตัีออกไป
เขารับสัมผ่ัสกับสภาพร่างกายของตััวเองอย่างละเอียด แล้วก็ เข้าใจว่าการหนีอุตัลุดของเขาในช่วงเวลาที่ผ่่านมานี้ทำาให้พลังวิญญาณที่ เปียมล้นอยู่ในมหาสมุทรวิญญาณของเขาเหลืออยู่ไม่ถึงสามส่วนแล้ว
เปลวเพลิงเป็นกลุ่มๆ ในน้ำาวนเปลวเพลิงเหลือไม่ถึงสองส่วน พลังดวงดาวเมื่อนำามาใช้กับคาถาดาวเปล่งประกายก็เหลืออีกแค่สามส่วน เท่านั้น
แม้แตั่พลังวิญญาณในน้ำาวนพืชหญ้าที่เนื่องจากเขาฟื้นฟูอาการ บาดเจ็บอย่างตั่อเนื่องจึงเหลืออีกไม่มากเช่นกัน
นี่คือการเผ่าผ่ลาญพลังงานหลากหลายชนิด
เรือนกายของเขาเองก็เหวอะหวะเตั็มไปด้วยบาดแผ่ล มีรอย แผ่ลฉีกขาดไปทั่วทุกหนแห่ง
ยังดีที่จิงชี่พืชหญ้าในน้ำาวนพืชหญ้าคอยรักษาบาดแผ่ลให้เขา อยู่เงียบๆ ตัลอดเวลา ดังนั้นแม้ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บของเขาจะ รุนแรง ทว่ายังไม่ถึงขั้นที่เขารับไม่ไหว
ทุกครั้งที่เขาใกล้ฝึ่าวงล้อมออกไปได้จะตั้องถูกเสี้ยวหลินเล่น งานอย่างลับๆ บีบให้เขาตั้องสิ้นเปลืองเวลา และเปิดโอกาสให้นักล่าล้อม โจมตัีเข้ามาอีกครั้ง
ด้วยสภาพของเขาในเวลานี้หากทำาแบบเดิมตั่อไป พลังงานของ เขาย่อมถูกเผ่าผ่ลาญจนหมดและถูกพวกนักล่าจับตััวได้
นี่คือการตัายแบบล่าช้า
เขาคอยตัรวจสอบพลังดวงดาวที่มีอยู่ในน้ำาวนดวงดาวอย่าง ระมัดระวังตัลอดเวลา ไม่กล้าใช้มันจนหมดสิ้นในทีเดียว
ตัอนนี้พลังดวงดาวของเขายังสามารถร่ายใช้คาถาดาวเปล่ง ประกายหลบหนีระยะทางไกลได้อีกหนึ่งครั้ง ทว่าหากร่ายใช้เมื่อใดพลัง ดวงดาวของเขาก็จะถูกเผ่าผ่ลาญจนเกลี้ยง ถึงเวลานั้นแม้แตั่คาถาดาว เปล่งประกายระยะสั้นก็คงไม่สามารถร่ายใช้ได้
อีกทั้งด้วยสภาพของเขาได้ตัอนนี้หากถูกพลังโจมตัีกลับทาง เลือดเนื้ออีกหนึ่งครั้ง เขาก็ไม่มั่นใจว่าจะสามารถเคลื่อนไหวได้ดังใจอีก
เขากำาลังเผ่ชิญหน้ากับทางเลือกที่ยากลำาบากข้อหนึ่ง สรุปแล้ว จะเลือกตัายอย่างช้าๆ หรือว่าเสี่ยงดวงใช้คาถาดาวเปล่งประกายระยะ ไกลหนีออกไปในป่ารกร้างนอกระยะสามลี้
“เอาว่ะ!”
ผ่่านไปอีกครู่หนึ่งเขาก็ตััดสินเตัรียมจะสู้ตัายดูสักตัั้ง
ทว่าตัอนนี้เอง นักล่ากลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งที่ห่างออกไปไกลมาก พลันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
“หลี่หลางเฟิง!”
กลุ่มนักล่าที่อยู่ตัรงนั้นตัระหนักได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นจึงร้อง อุทานด้วยความแตักตัื่นทันควัน
เนื่องด้วยห่างกันไกลมากจนเนี่ยเทียนตั้องอาศัยทิพย์จักษุข้าง หนึ่งถึงจะมองเห็นว่า หลี่หลางเฟิงที่ไอโขลกๆ ไม่หยุดทั้งยังมีสีหน้าซีด ขาวราวกับกระดาษอยู่ๆ ก็ปรากฏตััวกะทันหัน และกำาลังสังหารนักล่าทุก คนในบริเวณใกล้เคียงที่เขามองเห็น
“ทำาไมเขาก็มาด้วยล่ะ?”