ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 305 สถานการณ์พลิกเปลี่ยน
ท่ามกลางกลุ่มคน หลี่หลางเฟิงสั่นกระดิ่งพร้อมก้าวเดินออกมา ด้วยความมาดมั่น
“กรุ๊งกริ๊ง!”
เสียงกระดิ่งสดใสดังกังวานทว่าเมื่อเข้าหูพวกนักล่าขอบเขตั กลางสวรรค์ที่อยู่รอบด้านกลับคล้ายเสียงเรียกร้องของปีศาจที่กำาลังจะเอา ชีวิตัพวกเขา
ม่านแสงพลังวิญญาณที่อยู่บนร่างของคนเหล่านั้นพังทลายทันที ที่เสียงกระดิ่งดังขึ้น สีหน้าของพวกเขาบูดเบี้ยว ขณะที่ถอยกรูด ปากก็มี เลือดสดๆ พุ่งทะลักทลายออกมา
หลี่หลางเฟิงไอเบาๆ สีหน้าของเขาขาวราวกระดาษเหมือนคนขี้ โรคที่อาจจะตัายได้ทุกเมื่อ
แตั่เมื่อนักล่าทั้งหมดที่เคลื่อนไหวอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเห็นเขา ปรากฏตััว พวกเขาก็ทำาท่าราวกับเห็นผ่ีตัอนกลางวันแสกๆ ตั่างคนตั่างหนี ให้ห่างไกลจากเขาอย่างสุดชีวิตั
“หลี่หลางเฟิง!” เสี้ยวหลินหน้าตัาเคร่งเครียด หันขวับมามอง ซ่งลี่ “เขามาทำาไม?”
ไม่เหมือนกับซ่งลี่ เสี้ยวหลินเดินทางเพียงลำาพัง ด้านการรับรู้ ข่าวสารจึงไม่ไวเท่าไหร่นัก
อีกทั้งก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ได้อยู่ในเทือกเขาฮว้านคง ย่อมไม่รู้ว่า เนี่ยเทียนก็คือเป้าหมายของหลี่หลางเฟิงเช่นกัน
บนใบหน้างดงามของซ่งลี่เตั็มไปด้วยความเย็นเยียบ “หัวเทียน เคยมีเรื่องกับเขา ตัอนที่อยู่ในเทือกเขาฮว้านคงก็ไม่รู้ว่าหัวเทียนไปล่วง เกินเขาอย่างไร เขาจึงตัามหาหัวเทียนอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง เพียงแตั่ข้าคิด ไม่ถึงว่าเขาจะออกจากเทือกเขาฮว้านคงเพื่อมาตัามหาหัวเทียนที่นี่โดย เฉพาะ”
“ถ้างั้นข้าก็ไม่เข้าใจแล้ว” เสี้ยวหลินขมวดคิ้ว “ในเมื่อเขาเคยมี เรื่องกับหัวเทียนก็ไม่ใช่ว่าควรเป็นพันธมิตัรกับพวกเราหรอกหรือ? เหตัุใด พอเขาปรากฏตััวถึงได้ลงมือกับคมเขี้ยวของพวกเจ้าและนักล่ากลุ่ม อื่นๆ?”
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” ซ่งลี่ส่ายหัวก่อนจะตัรงดิ่งไปหา หลี่หลางเฟิงพร้อมกับหันมู่ “ท่านเสี้ยว โปรดช่วยจัดการเนี่ยเทียนตั่อ ด้วย!”
ไม่นานหลังจากนั้นนางและหันมู่สองคน บวกกับสมาชิกคมเขี้ยว ที่มีขอบเขตัตั้นสวรรค์อีกสี่คนก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าหลี่หลางเฟิง
หลี่หลางเฟิงก้าวเดินเข้าหาตัำาแหน่งที่เนี่ยเทียนยืนอยู่ด้วยสีหน้า ที่ไม่เปลี่ยนแปลง พอเห็นพวกเขามาขวางหน้าจึงหยุดชะงักน้อยๆ แล้ว มองประเมินซ่งลี่ด้วยความใคร่รู้
เขาที่เคลื่อนไหวอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงมานานปี แน่นอนว่า ย่อมได้ยินชื่อกลุ่มคมเขี้ยวที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาในเมืองโพ่เมี่ยไม่นานมานี้ และ ก็รู้ด้วยว่าหัวหน้าของกลุ่มนักล่ากลุ่มใหม่นี้คือหญิงสาวลึกลับผู่้หนึ่ง
แตั่เขาไม่เคยตัิดตั่ออะไรกับคมเขี้ยว ซึ่งบางครั้งหากพบเจอกัน โดยบังเอิญในเทือกเขาฮว้านคง สมาชิกของคมเขี้ยวก็จะเป็นฝึ่ายเลี่ยงไป ก่อนทุกที
ในสายตัาของเขาถึงแม้ว่าคมเขี้ยวจะไม่ธรรมดา ทว่าก็เป็นแค่ นักล่ากลุ่มหนึ่งเท่านั้น
ตััวเขาคือหนึ่งในขุนนางตั่างถิ่นที่สูงศักดิ์ที่สุดของเดือนดับ แม้แตั่เดือนดับก็ยังปฏิบัตัิตั่อเขาอย่างพินอบพิเทา ทำาราวกับเขาเป็นท่าน ขุนมูลนายอย่างไรอย่างนั้น
อาณาจักรเลี่ยคงที่ยิ่งใหญ่ อันที่จริงแล้วบุคคลที่ทำาให้เขาหวาด เกรงได้นั้นมีไม่มาก และซ่งลี่แห่งคมเขี้ยวก็ไม่ได้อยู่ในบรรดาคนเหล่านั้น
“ท่านหลี่” หลังจากมาถึง ซ่งลี่ก็โค้งตััวคำานับก่อนหนึ่งครั้ง ทั้ง ไม่ได้แสดงความไม่พอใจตั่อการบาดเจ็บและล้มตัายของสมาชิกคมเขี้ยว “ข้าเองก็เคยได้ยินมาว่าท่านกำาลังตัามหาหัวเทียน ในสายตัาของข้า เป้า หมายและผ่ลประโยชน์ของพวกเราล้วนสอดคล้องตั้องกัน สรุปคือตั้องการ ให้เขาตัาย ส่วนจะตัายด้วยน้ำามือของใครนั้น อันที่จริง…”
ซ่งลี่ยังไม่ทันกล่าวจบ หลี่หลางเฟิงก็โบกมือตััดบทคำาพูดของ นาง “ข้าว่าเจ้าคงเข้าใจผ่ิดแล้ว ข้าและหัวเทียนเคยมีเรื่องกันมาก่อนก็ จริง ทว่าเป้าหมายของข้ากับพวกเจ้านั้นไม่เหมือนกัน ข้าไม่ตั้องการให้เขา ตัาย ข้าตั้องการหัวเทียนที่มีชีวิตัอยู่ อีกทั้งข้ายังตั้องการให้เขามีชีวิตัอยู่ไป นานๆ อีกด้วย!”
“ทำาไมล่ะ?” ซ่งลี่ตัะลึง
“ข้าไม่จำาเป็นตั้องอธิบายให้เจ้าฟัง” หลี่หลางเฟิงไม่ไว้หน้ากัน แม้แตั่นิด เขายังคงกล่าวตั่อด้วยเสียงเย็นชา “ข้าตั้องการตััวหัวเทียนที่มี ชีวิตักลับไปด้วยกัน ง่ายๆ แค่นี้ คมเขี้ยวของพวกเจ้า…”
เขามองไปรอบด้านแล้วเพิ่มระดับน้ำาเสียง “รวมไปถึงกลุ่มนักล่า ทั้งหมด ทางที่ดีก็อย่ามารบกวนข้าจะดีกว่า มิฉะนั้น ความตัายอย่างคน เหล่านั้นก็คือจุดจบของพวกเจ้า!”
เมื่อได้ยินคำาพูดนี้ซ่งลี่ก็พลันเดือดดาลอย่างหนัก นางตัวาดเสียง ขุ่นเขียว “ท่านหลี่! ข้าสามารถมอบตััวหัวเทียนให้ท่านเอาไปทรมานได้ ตัามใจชอบ แตั่ท่านจำาเป็นตั้องคืนเขามาให้ข้า ข้าตั้องการให้เขาตัายด้วย น้ำามือของข้า!”
“ข้าว่าเจ้าคงยังไม่เข้าใจความหมายของข้า” หลี่หลางเฟิงส่าย หัวเบาๆ “หัวเทียนมีประโยชน์ตั่อข้า อีกทั้งยังมีประโยชน์ในระยะยาว ข้า ย่อมไม่ยอมให้เขามาตัายด้วยน้ำามือพวกเจ้าอย่างแน่นอน”
“ท่านเอาจริงรึ?” สีหน้าของซ่งลี่เย็นชา
“ถูกตั้อง” หลี่หลางเฟิงสีหน้าเฉยเมย “นับแตั่ตัอนนี้เป็นตั้นไป หัวเทียนคือเป้าหมายของข้าเพียงผู่้เดียว ใครก็ตัามที่พยายามสังหารเขา ก็เท่ากับเป็นศัตัรูของข้า!”
กล่าวจบเขาก็ไม่สนใจซ่งลี่อีก แตั่พุ่งตััวไปยังทิศทางที่เนี่ยเทียน ยืนอยู่ด้วยความรวดเร็ว
“คุณหนู?” หันมู่เอ่ยถามเบาๆ
ซ่งลี่มองหลี่หลางเฟิงที่จากไปด้วยสายตัาเย็นชาแล้วกล่าวว่า “แม้เขาจะแข็งแกร่ง แตั่อย่างไรซะก็มีตััวคนเดียว”
“หากจะจัดการกับคนอำามหิตัเช่นนี้ ยังไม่ตั้องพูดถึงว่าจะทำา สำาเร็จหรือไม่ ตั่อให้สำาเร็จจริง การบาดเจ็บและล้มตัาย…ก็ตั้องมีมากจน น่ากลัว” หันมู่ยิ้มเจื่อน “พวกเรามาในครั้งนี้ ทรัพยากรที่พกพามาด้วยมี จำากัด ทั้งไม่มีผู่้แข็งแกร่งขอบเขตัสามัญให้การปกป้องอย่างลับๆ การ ลงมือในอาณาจักรเลี่ยคงคือสถานที่ที่คุณหนูเลือกมาฝึกประสบการณ์ด้วย ตััวเอง หรือท่านไม่คิดจะสนใจใยดีเรื่องใหญ่ของตััวเองเพียงเพราะหัว เทียนคนเดียว?”
การปรากฏตััวของหลี่หลางเฟิงทำาให้เขารู้สึกไม่เป็นสุขเล็กน้อย จึงเริ่มคิดจะถอนตััวออกกลางคัน
“เจ้าเข้าใจผ่ิดแล้ว” ซ่งลี่สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง นางสงบ สตัิได้อย่างน่าแปลกใจ “หัวเทียนผู่้นั้นไม่ใช่แค่ศัตัรูคนหนึ่งอีกตั่อไปแล้ว ในสายตัาของข้า เขาคือความท้าทายครั้งใหม่! หากไม่สามารถฆ่าคนผู่้นี้ ได้จะทำาให้ข้าเสียใจและเจ็บแค้นไปอีกเนิ่นนาน และเขาจะทำาให้ข้ามิอาจ ไตั่ระดับขึ้นสู่ขอบเขตัที่สูงกว่านี้ได้!”
“มีเพียงเรื่องของเขายุตัิลงเท่านั้นข้าถึงจะสามารถรวบรวม กำาลังกายใจไปเผ่ชิญหน้ากับความท้าทายในวันข้างหน้า และทำาตัาม แผ่นการที่ข้าวางเอาไว้”
หันมู่ไม่ได้ตัอบรับ แตั่ขบคิดความหมายในคำาพูดของนางอย่าง จริงจัง
ผ่่านไปครู่ใหญ่หันมู่ก็พยักหน้าช้าๆ คล้ายเข้าใจอะไรขึ้นมา ก่อนจะกล่าวเสียงเบา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ทำาอย่างที่ท่าน ตั้องการเถอะ”
เขารีบถ่ายทอดความคิดของซ่งลี่ลงไปในหินส่งข้อความเสียง บอกสมาชิกทุกคนของคมเขี้ยวว่าการกระทำาล้อมโจมตัีเนี่ยเทียนยังคงไม่ เปลี่ยนแปลง หากระหว่างนั้นถูกหลี่หลางเฟิงขัดขวางก็ให้มองเขาเป็นศัตัรู ไปด้วย
หลังจากที่ได้ยินข้อความนี้ พวกสมาชิกของคมเขี้ยวก็ให้การ ตัอบรับทันที
ทว่าผู่้นำาของกลุ่มนักล่ากลุ่มอื่นกลับไม่ได้ว่าง่ายอย่างสมาชิกคม เขี้ยว หลังจากที่พวกเขารู้ผ่่านหินส่งข้อความเสียงว่าเพื่อสังหารหัวเทียน แล้ว ซ่งลี่ถึงกับให้พวกเขาร่วมมือกันโจมตัีหลี่หลางเฟิง ทุกคนก็หน้า เปลี่ยนสีทันที
ผู่้นำาหลายคนเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาในชั่วพริบตัา พยายาม พูดเกลี้ยกล่อมผ่่านหินส่งข้อความเสียง บอกกับหันมู่ว่าทางที่ดีที่สุดอย่า เปิดศึกกับคนอำามหิตัอย่างหลี่หลางเฟิงผู่้นั้นเลย
ชื่อเสียงความดุร้ายของหลี่หลางเฟิงนั้นเลื่องลือไปทั่วทั้งอาณา จักรเลี่ยคง นี่คือบุคคลที่แม้แตั่เดือนดับ เปลวอัคคีและกะโหลกเลือดตั่างก็ ไม่กล้าบุ่มบ่ามมีเรื่องด้วย
พวกเขาที่เป็นกลุ่มนักล่าก็เป็นแค่คนที่มีชีวิตัอยู่ตัามรอยแยก ของสามอิทธิพลใหญ่ซึ่งไม่ได้รับการดูแลเท่านั้น พวกเขาเองก็ไม่กล้าไปล่ วงเกินหลี่หลางเฟิงเช่นกัน
คมเขี้ยวน่ากลัว หลี่หลางเฟิงเองก็ไม่ตั่างกัน ในสายตัาของพวก เขาแล้ว ทั้งสองฝึ่ายตั่างก็ไม่ใช่คนที่พวกเขาควรมีเรื่องด้วย
“กรุ๊งกริ๊ง!”
เสียงกระดิ่งใสแจนวดังขึ้นอีกครั้ง สมาชิกคมเขี้ยวคนหนึ่งที่อยู่ ด้านหน้าหลี่หลางเฟิงถูกพลังวิญญาณไร้รูปลักษณ์ระลอกหนึ่งผ่ลักให้ กระเด็นออกไปไกล
“ตัูม!”
เมื่อร่างของสมาชิกคมเขี้ยวคนนั้นร่วงลงพื้น เลือดก็ไหลออกมา จากทวารทั้งเจ็ดของเขาแล้วขาดใจตัายไปทันที
“ใครขวางทางข้า ข้าก็จะฆ่ามันผู่้นั้น ไม่ว่าจะเป็นคมเขี้ยวหรือ นักล่ากลุ่มอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน”
หลี่หลางเฟิงกล่าวด้วยน้ำาเสียงเฉยเมย ร่างกายขยับเข้าไปใกล้ เนี่ยเทียนอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
“สังหารเขาซะ! ไม่ว่าเขาเป็นใคร ในเมื่อตัั้งตันเป็นศัตัรูกับคม เขี้ยวก็จงกำาจัดเขาซะ!” หันมู่ถูกกระตัุ้นความดุดัน เขาไม่รอให้ซ่งลี่สั่ง ความก็ออกคำาสั่งผ่่านหินส่งข้อความเสียงทันที “พวกเจ้าตั่างก็รู้ดีว่าพวก เรามาจากไหน มาด้วยเหตัุใด! กะอีแค่หลี่หลางเฟิงแห่งอาณาจักรเลี่ยคง กลับรนหาที่ตัายมาก่อกวนแผ่นการของคุณหนู!”
“รับทราบ!”
“รับทราบขอรับ!”
หลังจากที่ได้ยินคำาพูดประโยคนั้นของหันมู่ สมาชิกคมเขี้ยวแทบ ทั้งหมดก็ล้วนเปียมไปด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว พวกเขาละทิ้งเนี่ย เทียนแล้วกรูกันเข้าหาหลี่หลางเฟิง
หันมู่ส่งข้อความไปหาเสี้ยวหลินและนักล่ากลุ่มอื่นอีกครั้ง “พวก เราจะไม่ขอให้พวกเจ้ารับมือกับหลี่หลางเฟิงอีก พวกเจ้าจงทุ่มเทแรงกาย แรงใจทั้งหมดไปที่หัวเทียนเพียงผู่้เดียว!”
กล่าวมาถึงตัรงนี้เขาก็หันขวับมามองซ่งลี่ แล้วอยู่ๆ ก็พูดว่า “คุณหนู! บางทีพวกเราอาจตั้องเปลี่ยนความคิดกันสักหน่อยแล้ว พวกเรา ไม่ตั้องพยายามจับเป็นเขาให้ได้ ในเมื่อหลี่หลางเฟิงตั้องการให้เขามีชีวิตั อยู่ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ฆ่าเขาไปเลย ท่านว่าดีไหม?”
“ดี!” ซ่งลี่พยักหน้า
“เอ๊ะ? ทำาไมอยู่ๆ คมเขี้ยวถึงเปิดศึกกับหลี่หลางเฟิงแล้วล่ะ?”
การเปลี่ยนแปลงกะทันหันที่เกิดขึ้นทำาให้เนี่ยเทียนงุนงงเป็น กำาลัง เดิมทีเขาจนตัรอกจนเตัรียมจะสู้ตัายเตั็มที่แล้ว
นึกไม่ถึงว่าหลี่หลางเฟิงจะโผ่ล่มา ทั้งยังเปิดฉากตั่อสู้กับพวกคม เขี้ยวโดยไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
คมเขี้ยวกับหลี่หลางเฟิงตักลงกันไม่ได้จนตั้องเปิดฉากตั่อสู้กัน กะทันหัน นี่ทำาให้เขาทั้งตัะลึงและทั้งดีใจ
เห็นว่าผู่้แข็งแกร่งทั้งหมดของคมเขี้ยวตั่างก็พุ่งไปล้อมโจมตัีหลี่ หลางเฟิง วงล้อมที่มีคมเขี้ยวเป็นกำาลังหลักจึงไม่สมบูรณ์แบบอีกตั่อไป
เขาจึงพลันมองเห็นความหวังที่จะหนีรอด
“ไอ้ขี้ขลาดตััวไหนกล้าฆ่าหัวเทียนก็คือศัตัรูคู่แค้นของข้าหลี่ หลางเฟิง ข้าจะตั้องตัามหาตััวมันให้เจอแล้วจับมันมาแร่เนื้อเถือหนังทั้ง เป็น!”
หลี่หลางเฟิงที่ถูกคมเขี้ยวโอบล้อมไว้อย่างแน่นหนาเห็นว่านัก ล่ากลุ่มอื่นลงมือกับเนี่ยเทียนอีกครั้งจึงตัวาดกร้าวอย่างฉุนเฉียว
“หากมีใครสามารถจับตััวเนี่ยเทียนทั้งเป็นมามอบให้ข้า! ข้าหลี่ หลางเฟิงจะถือว่าตัิดหนี้บุญคุณใหญ่หลวงกับคนผู่้นั้น ไม่ว่าเรื่องอะไรก็คุย กันได้!”
เมื่อคำาพูดนี้ดังขึ้น พวกกลุ่มนักล่าที่ล้อมโจมตัีเนี่ยเทียนจึงพากัน หน้าเปลี่ยนสีทันที
พวกเขาได้รับข้อความสองอย่างตัิดๆ กัน ข้อความหนึ่งมาจาก คมเขี้ยวที่อยู่ๆ ก็เปลี่ยนท่าที ไม่ให้จับเป็นอีกตั่อไป แตั่ตั้องการให้สังหาร เนี่ยเทียนไปเลย
ทว่าหลี่หลางเฟิงกลับตัะโกนเสียงดังว่าตั้องการให้เนี่ยเทียนมี ชีวิตัอยู่
เมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาจึงเผ่ชิญหน้ากับสองทางเลือก หากไม่ล่วง เกินหลี่หลางเฟิงก็ตั้องสร้างความขุ่นเคืองให้กับซ่งลี่แห่งคมเขี้ยว
ผู่้นำาของกลุ่มนักล่ามากมายที่อยู่ใกล้เคียงกับเมืองโพ่เมี่ยตั่างก็ เกิดความลังเล บัดนี้พวกเขาปวดหัวอย่างถึงที่สุด ไม่รู้ว่าควรจะทำาเช่นไรดี
ทว่าเนี่ยเทียนที่หลังจากหยุดชะงักไปชั่วครู่ก็เริ่มวิ่งห้อเตั็ม เหยียดอีกครั้ง
“ตัาม! ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามปล่อยให้เขาพ้นไปจากพื้นที่แห่งนี้ได้ เด็ดขาด!”