ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 313 ความขัดแย้ง!
ในห้องฝึกตันที่สร้างขึ้นเพื่อขอบเขตักลางสวรรค์โดยเฉพาะ เนี่ย เทียนใช้เวทลับที่บรรลุมาจากดินแดนลึกลับสร้างลูกปราณวิญญาณขึ้นมา
ไม่เหมือนกับในเทือกเขาฮว้านคง ปราณวิญญาณฟ้าดินในห้อง ฝึกตันแห่งนี้เข้มข้นและบริสุทธิ์อย่างถึงที่สุด ไม่เจือปนไปด้วยสิ่งสกปรก ใดๆ
หลังจากที่เหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตักลางสวรรค์ ความเร็วใน การรวมปราณวิญญาณและสร้างลูกปราณวิญญาณของเขาก็เพิ่มขึ้นมา เยอะมาก
ไม่นานเท่าไหร่นัก ความเร็วในการเผ่าผ่ลาญปราณวิญญาณใน ห้องฝึกตันแห่งนี้ก็เกินภาระที่มันจะแบกรับได้ไหว
ค่ายกลอีกแห่งหนึ่งที่ช่วยปรับการไหลเวียนของปราณวิญญาณ จึงถูกกระตัุ้นขึ้นมาโดยอัตัโนมัตัิ
ชั้นที่สองก็เหมือนชั้นล่างที่มีห้องฝึกตันสองห้องเตัรียมไว้ให้ผู่้ฝึก ลมปราณขอบเขตักลางสวรรค์ได้ฝึกฝึนโดยเฉพาะ
เมื่อปราณวิญญาณในห้องของเนี่ยเทียนไม่พอให้เขาฝึกฝึน ค่าย กลที่อยู่ด้านล่างจึงไปดึงเอาปราณวิญญาณของอีกห้องหนึ่งมายังห้องของ เนี่ยเทียนเพื่อให้เขาได้ฝึกฝึนตั่อไป
ในห้องฝึกตันอีกห้องหนึ่ง ผู่้ที่มีตับะกลางสวรรค์ช่วงท้ายซึ่ง กำาลังจะฝึ่าทะลุขั้นเตั็มทีสัมผ่ัสได้ถึงความผ่ิดปกตัิอย่างเฉียบไว
เขารับสัมผ่ัสอย่างละเอียดอีกครู่หนึ่งจนแน่ใจแล้วว่าปราณ วิญญาณในห้องของเขาลดน้อยลง ในที่สุดก็ทนไม่ไหวจนตั้องเดินออกมาน อกห้องก่อนเวลา
เขาลงจากหอเรือนไปหาสือชิงและเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่น่ามอง “พวกเจ้าทำาบ้าอะไรกัน? ทำาไมปราณวิญญาณในห้องฝึกตันของข้าถึงได้ ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ? ข้ากำาลังรีบฝึ่าทะลุขอบเขตั การลดลงของปราณ วิญญาณจะส่งผ่ลกระทบตั่อข้าอย่างใหญ่หลวง!”
“ขอโทษด้วย ข้าจะถามให้เดี๋ยวนี้” สือชิงมีมารยาทดีมาก
เขารู้ว่าผู่้ที่มีตับะกลางสวรรค์ช่วงท้ายคนนี้ก็เป็นขุนนางฝึ่าย นอกคนหนึ่งของกะโหลกเลือดเช่นกัน แม้ว่าความสามารถของคนผู่้นี้จะ ธรรมดา ทว่าเขามีความสัมพันธ์ลึกล้ำากับขุนนางตั่างถิ่นที่แข็งแกร่งอีกคน หนึ่งของกะโหลกเลือด
สือชิงเรียกผู่้ที่รับผ่ิดชอบปูหินวิเศษเพื่อโคจรค่ายกลขึ้นมาถาม
คนผู่้นั้นมาถึงอย่างรวดเร็ว ขณะที่สือชิงเอ่ยถามถึงสาเหตัุเขาก็ ยิ้มเจื่อน ก่อนจะกล่าวอย่างเกรงใจ “ไตั้เท้า สถานการณ์ครั้งนี้เหมือน คราวก่อนไม่มีผ่ิดเพี้ยน”
ดวงตัาของสือชิงเป็นประกายแล้วถามว่า “เพราะหัวเทียนน่ะ หรือ?”
คนผู่้นั้นพยักหน้าเบาๆ “ปราณวิญญาณในห้องฝึกตันของหัว เทียนเผ่าผ่ลาญไวเกินไป ค่ายกลของพวกเราย่อมไปดึงเอาปราณวิญญาณ ของอีกห้องหนึ่งมายังห้องของเขา”
“หัวเทียน?” สื่อหนันที่เป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด เหมือนกันขมวดคิ้วฉับ กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “ข้ารู้ว่าเขาคือขุนนาง ตั่างถิ่นที่อายุน้อยที่สุดของกะโหลกเลือด และช่วงนี้ก็สร้างเรื่องวุ่นวายไป ทั่วเมือง เขาคือขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด ข้าเองก็เป็นเหมือนกัน อีกอย่างข้ายังเป็นมานานกว่าเขาด้วย”
“หรือว่าเพราะเขามีความสัมพันธ์อันดีกับนายน้อยของพวกเจ้า เขาก็เลยฮุบเอาปราณวิญญาณในห้องฝึกตันของข้าไปได้? เจ้าหัวเทียนผู่้นี้ ออกจะวางอำานาจบาตัรใหญ่เกินไปหน่อยไหม?”
“ยังมีอีก แตั่ไหนแตั่ไรมากะโหลกเลือดของพวกเจ้าก็ยุตัิธรรมมาก ไม่ใช่หรือ?”
สื่อหนันมีตับะกลางสวรรค์ช่วงท้าย เขามีอาคนหนึ่งนามว่าสื่อฮุย และก็เป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดเช่นกัน อีกทั้งยังมีตับะตั้น สวรรค์ช่วงท้าย ถือเป็นบุคคลแข็งแกร่งที่มีชื่อเสียงในบรรดาขุนนางตั่าง ถิ่นของกะโหลกเลือด
สื่อฮุยก็เหมือนหลี่หลางเฟิงที่เป็นขุนนางตั่างถิ่นของเดือนดับซึ่งตั่าง ก็เป็นบุคคลที่ขึ้นชื่อว่ายากจะตั่อกรได้ เวลาที่กะโหลกเลือดปฏิบัตัิตั่อสื่อฮุ ยก็มักจะเตั็มไปด้วยความระมัดระวัง ทั้งยังนอบน้อมราวกับเขาเป็นนาย ท่านใหญ่
แม้ว่าสื่อหนันจะมีตับะกลางสวรรค์ช่วงท้าย ทว่าความสามารถของ เขากลับไม่ได้โดดเด่นไปจากผู่้ที่มีขอบเขตัเดียวกันมากมายนัก
ที่เขาถูกกะโหลกเลือดรับตััวมาเป็นขุนนางตั่างถิ่นก็เพราะเป็นการ ให้เกียรตัิสื่อฮุยเท่านั้น
ในบรรดาขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด สื่อหนันก็ทำาตััวโอหังมา โดยตัลอด ซึ่งบางครั้งยังปะทะกับสมาชิกแท้จริงของกะโหลกเลือดอยู่ บ่อยๆ ด้วย
ทว่าเนื่องจากอาของเขาคือสื่อฮุย คนมากมายของกะโหลกเลือดจึง ไม่ยินดีที่จะล่วงเกินเขา
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน” สือชิงยิ้มน้อยๆ กล่าวว่า “ข้าจะลดราคา ห้องฝึกตันที่เจ้าฝึกฝึนให้ เดิมทีแล้วยืมใช้ห้องฝึกตันหนึ่งชั่วยามตั้องจ่าย ห้าสิบหินวิเศษ ข้าจะเก็บหินวิเศษจากเจ้าแค่ครึ่งเดียว เจ้าคิดว่าเป็น อย่างไรบ้าง?”
“เจ้าเห็นข้าเป็นใคร?” สื่อหนันไม่ยินดีกลับเดือดดาล “ข้า ขาดแคลนหินวิเศษงั้นหรือ? ข้ารีบอยากจะฝึ่าทะลุขั้นกลางสวรรค์ ที่ข้า ตั้องการคือห้องฝึกตันที่มีปราณวิญญาณเข้มข้นมากพอจะประคับประคอง การฝึ่าทะลุของข้าได้! ข้าไม่ขาดหินวิเศษ แค่ร้อนใจอยากฝึ่าทะลุขั้น เท่านั้น!”
สือชิงขมวดคิ้วน้อยๆ
เท่าที่เขารู้จักสื่อหนัน คนผู่้นี้ยังตั้องใช้เวลาอีกมากถึงจะบรรลุ ขอบเขตัปัจจุบันได้
และสื่อหนันก็ไม่ได้มีหินวิเศษให้ใช้มือเตัิบขนาดนั้น หลายครั้งที่เขา ตัิดตัามสื่อฮุยไปยังเทือกเขาฮว้านคงก็ล้วนไม่ได้รับผ่ลเก็บเกี่ยวชิ้นใหญ่ อะไรนัก หินวิเศษในมือเขาส่วนใหญ่แล้วจึงมีสื่อฮุยเป็นผู่้มอบให้
ในสายตัาของสือชิง สื่อหนันที่เป็นขุนนางตั่างถิ่นเหมือนกัน ถึง แม้ว่าตัอนนี้ขอบเขตัเขาจะสูงกว่าเนี่ยเทียน ทว่าพลังแฝึงนั้น…กลับอยู่กัน คนละชั้น
เนี่ยเทียนที่มีตับะกลางสวรรค์ช่วงตั้น เมื่ออยู่ในเทือกเขาฮว้านคงได้ สังหารผู่้แข็งแกร่งของเดือนดับไปไม่น้อย ซึ่งในบรรดาคนเหล่านั้นก็มี ขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงท้ายรวมอยู่ด้วย
และเนี่ยเทียนยิ่งสังหารนักล่าไปมากมายตัอนอยู่ในแถบเนินเขาและ ป่ารกร้าง ซึ่งในนั้นก็มีตับะกลางสวรรค์ช่วงท้ายเฉกเช่นสื่อหนัน
ทว่าสื่อหนันที่มีตับะกลางสวรรค์ช่วงท้าย ความสามารถของเขาก็ แค่เหนือกว่าผู่้ที่มีระดับเดียวกันของเดือนดับเล็กน้อยเท่านั้น
หากไม่เป็นเพราะความสัมพันธ์กับสื่อฮุยอาของเขา สื่อหนันผู่้นี้ก็ ไม่มีคุณสมบัตัิที่จะได้เป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดด้วยซ้ำา
“ห้องฝึกตันขอบเขตักลางสวรรค์เกิดปัญหาเล็กน้อย ทว่าห้องฝึก ตันขอบเขตัตั้นสวรรค์ยังมีว่างอยู่ห้องหนึ่ง” สือชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะ กล่าวว่า “ห้องฝึกตันของตั้นสวรรค์หนึ่งชั่วยามจำาเป็นตั้องจ่ายสามร้อย หินวิเศษ ข้าก็จะเก็บหินวิเศษจากเจ้าแค่ครึ่งเดียวเช่นกัน เจ้าแค่ตั้องจ่าย ชั่วยามละหนึ่งร้อยห้าสิบหินวิเศษ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ห้องฝึกตันของท้ายสวรรค์หนึ่งชั่วยามสิบหินวิเศษ กลางสวรรค์ หนึ่งชั่วยามห้าสิบหินวิเศษ ตั้นสวรรค์หนึ่งชั่วยามสามร้อยหินวิเศษ
นี่คือราคาที่กะโหลกเลือดตัั้งโดยดูจากการเผ่าผ่ลาญของหินวิเศษที่ อยู่ด้านใตั้รวมไปถึงระดับความเข้มข้นของปราณวิญญาณในห้องฝึกตัน
อันที่จริงราคานี้ถือว่ายุตัิธรรมมากแล้ว
ตัอนที่อยู่ในเทือกเขาฮว้านคง จะอย่างไรก็ถือว่าสือชิงตัิดค้างบุญ คุณของเนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง อีกทั้งยังเห็นแก่พลังแฝึงไร้ที่สิ้นสุดของเนี่ย เทียนด้วยแล้ว เขาจึงไม่ตั้องการรบกวนการฝึกตันของเนี่ยเทียน ดังนั้นจึง ใช้อำานาจในตัำาแหน่งของตััวเอง ยินยอมเสียเปรียบเล็กน้อยเพื่อปลอบใจ สื่อหนัน
“ห้องฝึกตันของตั้นสวรรค์มีปราณวิญญาณมากกว่าห้องของกลาง สวรรค์หลายเท่า ข้ามิอาจเผ่าผ่ลาญได้หมด นั่นเท่ากับสิ้นเปลืองหินวิเศษ ไปโดยเปล่าประโยชน์!” สื่อหนันกล่าวด้วยใบหน้าแดงก่ำา “ขอบเขตัของ ข้าอยู่ที่กลางสวรรค์ ห้องที่เหมาะสมกับข้ามากที่สุดก็คือห้องเมื่อครู่นี้!”
สือชิงก็คือจิ้งจอกเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์คนหนึ่งเหมือนกัน มองปราด เดียวเขาก็รู้แล้วว่าสื่อหนันคงอับอายที่ในกระเป๋าตััวเองไม่มีหินวิเศษมาก พอให้จ่ายเพื่อยืมใช้ห้องฝึกตันตั้นสวรรค์
ทั้งๆ ที่ไม่มีหินวิเศษมากนักแตั่กลับยังปากแข็ง คิดจะก่อความ วุ่นวายให้ได้ นี่ทำาให้สือชิงเองก็เริ่มไม่สบอารมณ์เข้าเหมือนกัน “แล้วเจ้า ตั้องการยังไง?”
“เจ้าไปบอกให้เจ้าเด็กที่ชื่อหัวเทียนนั่นหยุดการฝึกฝึนให้ข้า!” สื่อ หนันแค่นเสียงเย็น “เพราะเขาถึงได้ถ่วงเวลาการฝึ่าทะลุขั้นของข้า ให้เขา ออกมาขอโทษซะ และห้ามใช้ห้องฝึกตันนั่นตั่อ รอจนขอบเขตัของข้า เหยียบเข้าสู่ตั้นสวรรค์เมื่อใด เขาถึงจะสามารถยืมใช้ห้องฝึกตันของกลาง สวรรค์ได้อีกครั้ง!”
“นี่…” สือชิงขมวดคิ้วฉับ
เวลานี้มีหลายคนที่อยู่ที่นี่และเตัรียมจะลงทะเบียนยืมใช้ห้องฝึกตัน เหมือนกัน
พวกเขาตั่างก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างสือชิงและสื่อหนัน
ในบรรดาคนเหล่านี้มีคนหนึ่งที่รีบร้อนจากไป
ไม่นานนักเขาก็มาหยุดอยู่ตัรงลานบ้านที่เงียบสงบแห่งหนึ่งซึ่งไว้ใช้ รองรับพวกขุนนางตั่างถิ่นของศูนย์บัญชาการกะโหลกเลือดโดยเฉพาะ
ตัรงศาลาที่มีภูเขาจำาลองแห่งหนึ่ง สื่อฮุยที่มีฐานะเป็นขุนนางตั่าง ถิ่นของกะโหลกเลือดกำาลังพูดคุยกับขุนนางตั่างถิ่นคนอื่น
และบุคคลที่พวกเขาพูดถึงก็บังเอิญเป็นเนี่ยเทียนพอดี
ข่าวที่เนี่ยเทียนมายืมใช้ห้องฝึกตันในศูนย์บัญชาการกะโหลกเลือด ถูกแพร่ออกไปนานแล้ว
“หึ ขุนนางตั่างถิ่นที่มีตับะตั่ำาสุดของกะโหลกเลือด เพิ่งจะมีตับะแค่ กลางสวรรค์ช่วงตั้นเท่านั้น” คนผู่้หนึ่งแสยะปากหัวเราะเสียงเย็น “กะโหลกเลือดนับวันก็ยิ่งเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ ตัอนนี้แม้แตั่คนที่มีตับะ
กลางสวรรค์ช่วงตั้นก็ยังกล้ารับเข้ามา ทำาให้พวกเราถูกดึงให้ลดระดับตั่ำา ลงไปด้วย”
“เขาอยู่ขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงตั้นทว่าสังหารคนข้ามระดับไป มากมาย บุคคลเช่นนี้ตั่อไปเกรงว่าคงขึ้นมาขี่บนหัวพวกเราแน่แล้ว”
“ใครจะไปรู้ว่าจริงหรือเท็จ? บางทีกะโหลกเลือดอาจจะคุยโวไป อย่างนั้นเอง เพราะว่าเจ้าเด็กนั่นมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับนางมาร เผ่ยถึงได้ถูกเจ้าเด็กไฉ่โยวแนะนำาให้เข้ามาอยู่กะโหลกเลือดกระมัง? ไฉ่โยว รักนางมารเผ่ย เรื่องนี้คนเขารู้กันทั่ว เพื่อเอาใจนางมารเผ่ย ไม่ว่าเรื่อง อะไรเขาก็ทำาได้ทั้งนั้น”
“ก็อาจจะเป็นไปได้ คงกลัวว่าจะเป็นขี้ปากคนอื่นกะโหลกเลือดถึง ได้จงใจชื่นชมความสามารถของเจ้าเด็กนั่นซะเกินจริง กลางสวรรค์ขั้นตั้น สังหารคนเหนือระดับอย่างกลางสวรรค์ช่วงกลาง ข้อนี้ข้าอาจจะพอเชื่อได้ บ้าง ทว่าแม้แตั่ช่วงท้ายก็ยังถูกเขาสังหารด้วย แถมยังไม่ใช่แค่คนเดียว จะอย่างไรข้าก็ไม่เชื่อ!”
“เพื่อเขาแล้วกะโหลกเลือดถึงกับระดมพลไปกวาดล้างพวกนักล่า ก่อนกำาหนด ช่างให้เกียรตัิไฉ่โยวยิ่งนัก”
“พวกเราก็เป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดเหมือนกัน ทว่า กลับไม่เคยได้รับการปฏิบัตัิเช่นนี้มาก่อน เจ้าเด็กที่ชื่อหัวเทียนผู่้นี้ช่าง เข้าใจเข้าหาคนยิ่งนัก อาศัยความสัมพันธ์ระหว่างตััวเองกับนางมารเผ่ย วันหน้าคงจะวางอำานาจบาตัรใหญ่ไม่เห็นหัวพวกเราเลยกระมัง”
พวกขุนนางตั่างถิ่นกลุ่มหนึ่งตั่างก็กำาลังวิพากษ์วิจารณ์ว่าร้ายเนี่ย เทียน
และเวลานี้เอง คนผู่้นั้นที่ออกมาจากห้องฝึกตันก็เดินเร็วๆ เข้ามา ใกล้ ก่อนจะเอ่ยกับคนที่มีใบหน้าเหลี่ยม สองข้างแก้มเตั็มไปด้วยหนวด เคราด้วยความนอบน้อม “ไตั้เท้าสื่อ สื่อหนันและหัวเทียนเกิดความขัด แย้งกันเพราะเรื่องห้องฝึกตัน”
สื่อฮุยหน้ามืดคล้ำาลงไปทันที “หัวเทียนผู่้นั้นน่ะหรือ?”
“เขานั่นแหละขอรับ!”
“เรื่องเป็นมาอย่างไรกันแน่?”
“ห้องฝึกตันที่หัวเทียนผู่้นั้นยืมใช้เผ่าผ่ลาญปราณวิญญาณเร็วเกิน ไปจนไปกระตัุ้นค่ายกลที่อยู่ด้านล่าง ทำาให้ปราณวิญญาณในห้องฝึกตัน ของสื่อหนันถูกโยกย้ายไปหาเขา”
“ช่างบังอาจยิ่งนัก!” สื่อฮุยลุกพรวดขึ้นยืน
พวกขุนนางตั่างถิ่นที่มีสื่อฮุยเป็นหัวหน้ารีบมุ่งหน้าไปยังห้องฝึกตัน ของกะโหลกเลือดทันที
ไม่นานคนทั้งกลุ่มก็มาถึงที่แห่งนี้ สือชิงยังคงเอ่ยเกลี้ยกล่อมสื่อหนัน บอกให้เขาอย่าใจร้อน รอให้เวลาที่เนี่ยเทียนยืมใช้ห้องหมดลงแล้วและตััว เขาเดินออกมาค่อยให้อีกฝึ่ายมาขอโทษสื่อหนัน
“ได้ยินว่าที่นี่มีเรื่องเกิดขึ้น” สื่อฮุยก้าวยาวๆ มาถึง
“พี่สื่อ” สือชิงเห็นว่าเขามาเยือนก็หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ก่อนจะ เอ่ยพร้อมยิ้มตัาหยี “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้จะรบกวนพี่สื่อได้อย่างไร?” เขา ถลึงตัาใส่คนที่ไปรายงานข่าวอย่างดุดันก่อนจะกล่าวตั่อว่า “ท่านวางใจ เถอะ ข้าจะจัดการให้ดีเอง ทุกคนตั่างก็เป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลก เลือด อย่าให้ตั้องทำาลายความปรองดองกันเลยนะ”
“มีคนมาขี่หัวหลานข้าอย่างนี้ยังไม่เรียกว่าทำาลายความปรองดองอี กรึ?” สื่อฮุยแค่นเสียงเย็น “เสี่ยวหนันก็เป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลก เลือดเหมือนกัน ทุกคนมีฐานะเท่าเทียมกัน เหตัุใดหัวเทียนผู่้นั้นถึงเอา ปราณวิญญาณในห้องฝึกตันของเขาไปใช้ได้? หรือว่าเสี่ยวหนันยืมใช้ห้อง
ฝึกตันของกะโหลกเลือดพวกเจ้าโดยไม่ได้จ่ายหินวิเศษตัามจำานวนอย่าง นั้นรึ?”
“เข้าใจผ่ิดแล้ว เข้าใจผ่ิดกันไปใหญ่แล้ว” สือชิงกล่าวด้วยน้ำาเสียง ประนีประนอม
เขารู้ว่าในบรรดาขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด สื่อฮุยค่อนข้าง มีชื่อเสียง อีกทั้งถนัดในการลากคนเข้ามาเป็นพวกเดียวกับตัน
ขุนนางตั่างถิ่นส่วนหนึ่งล้วนมองเห็นสื่อฮุยเป็นหัวหน้า เรื่องนี้หาก จัดการไม่ดี เกรงว่าคงส่งผ่ลกระทบตั่อความสามัคคีในกลุ่มขุนนางตั่างถิ่น ของกะโหลกเลือด
“ให้หัวเทียนผู่้นั้นออกมาสิ” สื่อฮุยเอ่ยอย่างหงุดหงิด
สือชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้ารับ “ก็ดีเหมือนกัน ข้าจะให้เขา ออกมาอธิบายเองเสียหน่อย”