ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 312 การมาเยือนของคนรู้จัก
แถบเนินเขา
ด้านในเนินเขาเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ถูกหักร้างถางพง ซ่งลี่และหันมู่ นั่งนิ่งอยู่ข้างค่ายกลนำาส่งขนาดเล็กหลังหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ไม่นานหลังจากนั้นค่ายกลนำาส่งเล็กๆ นั่นก็พลันปล่อยประกาย แสงพร่างพราว
เงาร่างของคนผู่้หนึ่งปรากฏพรวดออกมา
“พี่ใหญ่! ทำาไมคนที่มาถึงเป็นท่านได้?”
หลังจากมองเห็นคนที่มา ซ่งลี่ก็แสดงท่าทางตักใจอย่างเห็นได้ ชัด สีหน้าเคร่งเครียดพลันเปลี่ยนมาเป็นอ่อนโยน
“ฮ่าๆ ได้ยินว่าเจ้าเจอปัญหานิดหน่อยในอาณาจักรเลี่ยคง ใน ฐานะที่เป็นพี่ใหญ่ แน่นอนว่าข้าตั้องมาดูด้วยตััวเองอยู่แล้ว” ผู่้ที่มา หัวเราะร่วนเสียงดัง ก่อนจะกล่าวว่า “อย่างไรซะข้าก็พ่ายแพ้มาจากประตัู สวรรค์แล้ว เลยถือโอกาสอยู่ว่างๆ มาผ่่อนคลายอารมณ์ที่อาณาจักรเลี่ย คงนี่เสียเลย”
หากเนี่ยเทียนอยู่ที่นี่ตั้องจำาได้ในทันทีว่าคนที่มาก็คือตั่งป่ายเจี๋ย ผู่้ชนะในเขตักลางสวรรค์ผู่้นั้น!
ตัอนที่อยู่ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ตั่งป่ายเจี๋ยที่อยู่ใน พื้นที่กลางสวรรค์กำาราบทุกคนได้หมด และเคยได้ครอบครองตัราประทับ สะเก็ดดาวหนึ่งดวง
ที่น่าเสียดายก็คือตั่งป่ายเจี๋ยที่ได้ครอบครองตัราประทับสะเก็ด ดาวดวงนั้นบาดเจ็บสาหัส ผ่ลกลับถูกลูกปราณวิญญาณที่เนี่ยเทียนสร้าง ขึ้นโจมตัีจนสภาพอนาถยิ่งกว่าเดิม เมื่ออับจนหนทาง ตั่งป่ายเจี๋ยจึงจำา ตั้องเป็นฝึ่ายสละตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นทิ้ง
“คารวะคุณชายใหญ่” หันมู่ที่อยู่ข้างกายโค้งกายคำานับ
ซ่งลี่ที่ชื่อจริงคือตั่งลี่ หลังจากมองเห็นตั่งป่ายเจี๋ยดวงตัาของ นางก็เผ่ยรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริง เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์พี่น้อง ระหว่างพวกเขาสองคนนั้นลึกซึ้งดีมาก
“พวกเราพี่น้องนี่ดวงซวยจริงๆ ภารกิจที่ตัระกูลมอบให้พวกเรา กลับทำาล้มเหลวทั้งหมด” ตั่งลี่กล่าวด้วยความกลุ้มใจ
“ล้มเหลวก็ล้มเหลวสิ อย่างไรซะในสายตัาของข้าเดิมทีการไป ประตัูสวรรค์ก็เป็นการขัดเกลาประสบการณ์อย่างหนึ่งเท่านั้น” ตั่งป่ายเจี๋ย ไม่ได้หดหู่เซื่องซึมเพราะตั้องสูญเสียตัราประทับสะเก็ดดาวไป กลับกัน สีหน้าของเขายังดูสดชื่นมากอีกด้วย “ไม่มีการตั่อสู้นองเลือดครั้งนั้นใน ประตัูสวรรค์ ข้าเองก็คงไม่ได้ฝึ่าทะลุสู่คอขวด เหยียบย่างเข้าสู่ขั้นตั้น สวรรค์เร็วขนาดนี้”
“ยินดีกับพี่ใหญ่ด้วย”
“ยินดีกับคุณชายใหญ่ด้วย”
ตั่งป่ายเจี๋ยโบกมือก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ “ได้ยินว่าเจ้าถูกเด็ก กลางสวรรค์ช่วงตั้นคนหนึ่งเล่นงาน แบบนี้มันไม่น่าจะใช่เลยนะ? ข้ารู้จัก วิธีการของเจ้าดี อย่าว่าแตั่อีกฝึ่ายมีขอบเขตักลางสวรรค์เลย ตั่อให้ ขอบเขตัตั้นสวรรค์ช่วงตั้น มีพวกหันมู่คอยช่วยเหลือเจ้าก็ไม่น่าจะพ่ายแพ้ จนหมดท่าแบบนี้สิ?”
“อย่าพูดอีกเลย” ตั่งลี่สีหน้าห่อเหี่ยว “เจ้าเด็กนั่นเจ้าเล่ห์ ราวกับผ่ี ในร่างมีวัตัถุวิเศษที่มหัศจรรย์สามารถล่วงรู้การจัดวางกำาลังของ พวกเราล่วงหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า”
“คุณชายใหญ่ ข้าน้อยไร้ความสามารถ” หันมู่เอ่ยขอโทษ
“เจ้าเด็กนั่นหน้าตัาเป็นอย่างไร?” ตั่งป่ายเจี๋ยเอ่ยถามอย่างไม่ ใส่ใจเท่าใดนัก
หันมู่รีบหยิบเอารูปภาพหนึ่งออกมาส่งให้เขาอย่างนอบน้อม “คือคนผู่้นี้!”
ตั่งป่ายเจี๋ยปรายตัามองครั้งเดียวก็ตััวสั่นเยือก สีหน้าเปลี่ยนมา เป็นตัื่นตัะลึงผ่ิดปกตัิ
“พี่ใหญ่?” ตั่งลี่มองออกถึงเส้นสนกลในบางอย่างจึงเอ่ยถาม เบาๆ “หรือว่าท่านรู้จักคนผู่้นี้?”
ตั่งป่ายเจี๋ยไม่ได้เอ่ยตัอบในทันที เขารับภาพวาดของเนี่ยเทียนที่ เหมือนจริงอย่างมากมาดูอยู่พักใหญ่ ก่อนจะพูดกับหันมู่ว่า “เจ้าออกไป ก่อนเถอะ”
หันมู่ไม่เอ่ยสิ่งใด หันตััวได้ก็ออกไปจากที่แห่งนี้ทันที
รอจนเหลือเพียงพวกเขาสองคนพี่น้อง ตั่งลี่จึงเอ่ยถามอย่างอด รนทนไม่ไหว “พี่ใหญ่ สรุปว่าคนผู่้นี้คือใคร? แม้ว่าข้าจะรู้จักกับเขาได้ไม่ นาน แตั่เขาย่อมไม่ใช่คนที่ไม่มีชื่อเสียงแน่นอน เจ้าเด็กนี่ไม่เพียงแตั่มีพลัง ในการตั่อสู้ที่ไม่ธรรมดา ทั้งยังมีคาถาวิเศษมากมายที่น่าเหลือเชื่อ แถม เชี่ยวชาญวิชาการหลบหนีด้วย!”
“นึกไม่ถึงว่าพวกเราพี่น้องจะตั้องพ่ายแพ้ด้วยน้ำามือของคนคน เดียวกัน น่าสนใจเสียจริง” ตั่งป่ายเจี๋ยถอนหายใจยาว
“ว่าไงนะ?” ตั่งลี่ตัะลึงพรึงเพริด
“เขาก็คือเนี่ยเทียน!” ตั่งป่ายเจี๋ยสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง “เจ้าน่าจะรู้ว่าตัอนนี้นามนี้ได้โด่งดังไปทั่วอาณาจักรทั้งเก้าของดินแดน ดาวตักแล้ว ทางฝึ่ายคนของวิมานสวรรค์ตั่างก็ตัามหาเขากันให้ควั่ก! ตัรา ประทับสะเก็ดดาวดวงหนึ่งที่ข้าได้มาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็
เขานี่แหละที่แย่งไป แล้วก็เพราะหนิงหยางตัามหาเขาอย่างยากลำาบากแตั่ ก็ยังไม่เจอตััวถึงได้ทรยศวิมานสวรรค์จนไปแอบซ่อนตััวแล้ว”
“หัวเทียนก็คือเนี่ยเทียน!” ตั่งลี่พลันเข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง ทันใด
“พ่ายแพ้ด้วยน้ำามือเขาไม่ถือว่าเป็นเรื่องน่าอาย” ตั่งป่ายเจี๋ยยิ้ม เจื่อน “ได้ยินเจ้าเล่าให้ฟังเช่นนี้ข้าก็พอจะเดาออกแล้วว่าเขาน่าจะชุบ หลอมตัราประทับสะเก็ดดาวได้ส่วนหนึ่งแล้ว ข้าเคยครอบครองตัรา ประทับสะเก็ดดาวดวงหนึ่งในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และก็พอจะรับรู้ได้ถึง ความลี้ลับของมันอย่างเลือนราง”
“คาถาวิเศษที่บันทึกไว้ในตัราประทับสะเก็ดดาวนั้นลี้ลับ มหัศจรรย์อย่างแท้จริง วิชาแปลกประหลาดที่เขามีตัิดตััว เกรงว่าก็คงมา จากตัราประทับสะเก็ดดาวนี่แหละ”
เมื่อรู้ว่าหัวเทียนก็คือเนี่ยเทียน ความหดหู่ในใจของตั่งลี่จึงลด น้อยลงไปมาก
การประลองของประตัูสวรรค์นางเองก็รู้รายละเอียดดี รู้ว่าผู่้ที่ เข้าร่วมการประลองนั้นได้ตั่างก็เป็นลูกศิษย์ผู่้ทรงเกียรตัิของสำานักใหญ่ใน ดินแดนดาวตักทั้งสิ้น
เนี่ยเทียนที่มาจากอาณาจักรหลีเทียนสามารถผ่งาดขึ้นมา ท่ามกลางคนเหล่านั้น อีกทั้งยังได้ครอบครองตัราประทับสะเก็ดดาวถึงสอง ดวง นี่ก็มากพอจะพิสูจน์ได้แล้วว่าเนี่ยเทียนไม่ธรรมดา
บุคคลเช่นนี้เมื่อทำาความเข้าใจกับตัราประทับสะเก็ดดาวส่วน หนึ่ง นางพ่ายแพ้ด้วยน้ำามือของเขาก็ดูเหมือนว่า…จะไม่ถึงกับรับไม่ได้ ขนาดนั้น
“พี่ใหญ่!” ดวงตัาของตั่งลี่เปล่งประกาย “ข่าวเรื่องที่หัวเทียนก็ คือเนี่ยเทียนน่าจะยังไม่มีใครรู้ ในเมื่อพวกเราพี่น้องรู้แล้วก็สามารถอาศัย สิ่งนี้มาทำาเป้าหมายของเราให้เป็นจริงได้!”
ตั่งป่ายเจี๋ยยิ้มยิงฟัน พยักหน้าเบาๆ แล้วกล่าวว่า “เขาอยู่ ที่ไหน?”
“เมืองโพ่เมี่ย!” ตั่งลี่กล่าว
“ข้าจะไปที่เมืองโพ่เมี่ยเพื่อพบหน้าและพูดคุยกับเขาสักหน่อย” ตั่งป่ายเจี๋ยตััดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
“ข้าไปด้วย!” หลังจากที่รู้ว่าหัวเทียนคือเนี่ยเทียน ตั่งลี่ก็ยิ่งเกิด ความสนใจมากขึ้น ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำาเสียงชิงชัง “ไม่ว่าเขาเป็นใคร ใน เมื่อเขาล่วงเกินข้า ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ!”
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็จำาเป็นตั้องแปลงโฉมเสียก่อน” ตั่งป่ายเจี๋ยเอง ก็ไม่ขัดขวาง
“เรื่องนี้จะยากตัรงไหน?” ตั่งลี่ยิ้มกริ่ม “ท่านก็รู้ว่าที่ข้าถนัด ที่สุดก็คือเรื่องแบบนี้”
“ไปเมืองโพ่เมี่ยนั้นได้ แตั่เจ้าตั้องจำาเอาไว้ว่าห้ามก่อเรื่องเด็ด ขาด” ตั่งป่ายเจี๋ยลังเลอยู่ชั่วครู่ถึงได้พูดว่า “ข้าจำาเป็นตั้องแน่ใจเสียก่อน ว่าเจ้าเนี่ยเทียนนั่นทำาความเข้าใจกับตัราประทับสะเก็ดดาวไปได้มากน้อย
แค่ไหนแล้ว คนผู่้นี้สำาคัญอย่างถึงที่สุด ไม่เพียงแตั่สำาคัญตั่อวิมานสวรรค์ แม้แตั่กับสำานักอื่นๆ ของเก้าอาณาจักรในดินแดนดาวตักก็เหมือนกัน”
“ได้ ข้าเชื่อท่าน” ตั่งลี่กล่าว
“เจ้าไปจัดการตััวเองให้เรียบร้อยแล้วพวกเราจะเดินทางไป เมืองโพ่เมี่ยเพื่อไปเจอหน้าเจ้าเด็กเนี่ยเทียนโดยเร็วที่สุด” ตั่งป่ายเจี๋ยพูด
“ตักลง”
……
ศูนย์บัญชาการของกะโหลกเลือด
“หัวเทียน!”
พอเนี่ยเทียนเหยียบเข้ามาในที่แห่งนี้ก็มีสมาชิกของกะโหลก เลือดจำาเขาได้ทันที ก่อนที่จะเดินเข้ามาทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
“ว่าไงนะ? หัวเทียน?”
“หัวเทียนผู่้นั้นน่ะหรือ?”
“หัวเทียนที่หนีรอดมาจากเงื้อมมือของคมเขี้ยวและกลุ่มนักล่า มากมาย ทั้งยังสังหารนักล่าไปหลายสิบคนน่ะหรือ? เขามาที่นี่?”
ผู่้ฝึกลมปราณหลายคนที่มาเยือนศูนย์บัญชาการของกะโหลก เลือดเพื่อซื้อขายวัตัถุดิบวิเศษและอาวุธวิเศษพอได้ยินชื่อหัวเทียนก็ระเบิด เสียงดังเซ็งแซ่ทันที
ท่ามกลางหอเรือนมากมายพลันมีคนจำานวนมากกรูเกรียวกัน เข้ามา แตั่ละคนหันมามองเนี่ยเทียนด้วยความตัะลึงระคนแปลกใจ ทั้งยัง วิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด
บนหน้าตั่างของหอเรือนหินหลายแห่งที่ขายอาวุธวิเศษ ยา วิเศษและวัตัถุวิเศษตั่างก็มีคนมายืนออกันเตั็มไปหมด พวกเขาทอดสายตัา มองไกลมายังเนี่ยเทียน นัยน์ตัาเตั็มไปด้วยความแปลกใจ
เพิ่งจะเหยียบเข้ามาในศูนย์บัญชาการของกะโหลกเลือดก็เจอ กับเหตัุการณ์เช่นนี้ เนี่ยเทียนก็รู้สึกปวดหัวอย่างยิ่ง
เวลานี้เขายิ่งรู้สึกร้อนใจมากกว่าเดิม
ด้วยระดับความเป็นที่จับตัามองของเขาในตัอนนี้ เกรงว่าอีกไม่ นานเท่าไหร่นัก ตััวตันที่แท้จริงของเขาตั้องถูกเปิดเผ่ยแน่นอน
ถึงเวลานั้นหากเขายังไม่สามารถชุบหลอมตัราประทับสะเก็ด ดาวดวงหนึ่งได้ หากพวกวิมานสวรรค์แห่กันมาด้วย เขาก็อาจจะตั้องสูญ เสียทุกอย่างไป
เขาจึงรีบเดินเร็วๆ ไปตัามทางหินที่ทอดยาวภายใตั้การจับจ้อง และวิพากษ์วิจารณ์ของผู่้ฝึกลมปราณมากมาย จนกระทั่งมาถึงห้องฝึกตัน พิเศษของกะโหลกเลือด
หน้าประตัู สือชิงที่เพิ่งกลับมาเมื่อวันก่อนพอเห็นเขาเดินมาก็ เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเตั็มใบหน้า “เจ้ารีบมาฝึกตันเร็วขนาดนี้เชียวรึ?”
“เช่าห้องฝึกตันสำาหรับกลางสวรรค์ก่อนสิบวัน!” เขาหยิบหิน วิเศษตัามจำานวนที่สมควรออกมาจากในกำาไลเก็บของแล้วผ่ลักไปไว้ข้าง หน้าสือชิงรวดเดียว
“ข้าจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้แหละ!” สือชิงตัอบรับอย่างยินดี
ครั้งนี้ไม่มีหลีเหย่พามา ทว่าท่าทีที่เขามีตั่อเนี่ยเทียนกลับดีกว่า ก่อนหน้านี้เยอะมาก
ในเทือกเขาฮว้านคง ตัอนที่รับมือกับหลี่หลางเฟิง เขาและเนี่ย เทียนก็ถือว่าเคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาก่อน ความเด็ดเดี่ยวและความ เหี้ยมโหดที่เนี่ยเทียนแสดงออกในช่วงเวลาคับขันได้สร้างความประทับใจ อย่างลึกล้ำาให้แก่เขา
ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่ไล่ล่าพวกกลุ่มนักล่า เขาจึงได้รู้จากปาก พวกนักล่าว่าเนี่ยเทียนไม่เพียงแตั่ไม่ได้หลอกลวงเรื่องผ่ลการตั่อสู้ แถมยัง ถือว่าถ่อมตััวมากด้วย
นักล่าที่เนี่ยเทียนสังหารไปมีมากกว่าที่เขาบอก!
นักล่ามากมายที่ถึงแม้จะไล่ล่าเนี่ยเทียนแบบกัดไม่ปล่อยเพราะ ได้รับคำาส่งจากหลี่หลางเฟิงและตั่งลี่ ทว่าส่วนลึกในใจของคนเหล่านั้น กลับหวาดกลัวเนี่ยเทียนไม่น้อย
ลำาพังแค่ตับะกลางสวรรค์ช่วงตั้น แตั่กลับทำาให้นักล่าที่ดุร้ายทั้ง หลายรู้สึกหวั่นเกรงได้ นี่จึงทำาให้สือชิงยิ่งเห็นความสำาคัญของเขา
และไม่นานสือชิงก็มอบห้องฝึกตันห้องหนึ่งที่เดิมทีควรเป็นของ อีกคนหนึ่งให้กับเนี่ยเทียน
ตัอนที่เนี่ยเทียนเดินเข้าไป สือชิงยืนอยู่หน้าประตัูแล้วเอ่ยพร้อม ยิ้มตัาหยี “ใกล้จะฝึ่าทะลุขั้นแล้วหรือเปล่า?”
“ก็น่าจะล่ะมั้ง” เนี่ยเทียนยักไหล่
“เจ้านี่ใช้ได้เลยนะ” รอยยิ้มบนใบหน้าของสือชิงไม่ลดลง “ขอบเขตักลางสวรรค์ก็สามารถสร้างเรื่องโกลาหลไปทั่วทั้งเมืองได้ เท่าที่ ข้าจำาได้ยังไม่เคยมีใครเป็นแบบเจ้ามาก่อน แม้แตั่ผู่้นำาของกะโหลกเลือด เราช่วงที่ผ่่านมาก็ยังสอบถามเรื่องเจ้ากับข้า”
เนี่ยเทียนยิ่งปวดหัวเข้าไปใหญ่
“ท่านผู่้นำาให้ความสนใจกับเจ้าก็พิสูจน์ให้เห็นถึงความไม่ ธรรมดาของเจ้าแล้ว” สือชิงตับไหล่เขาแล้วอยู่ๆ ก็เปลี่ยนหัวข้อพูดด้วย น้ำาเสียงจริงจัง “เจ้าคิดว่าไฉ่เยว่เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ว่าไงนะ?” เนี่ยเทียนอึ้งงัน
“ไม่มีอะไรหรอก เฮอๆ คิดซะว่าข้าไม่ได้พูดก็แล้วกัน” สือชิงหัว เราะฮ่าๆ ก่อนจะลงจากหอเรือนไปด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า