ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 315 สนามประลองเลือด
กลุ่มคนมาออกันแน่นขนัดอยู่หน้าประตัูสนามประลองเลือด
ผู่้ฝึกลมปราณทุกคนที่มุ่งหน้ามายังศูนย์บัญชาการกะโหลกเลือด เพื่อซื้อวัตัถุวิเศษและอาวุธวิเศษ รวมไปถึงขุนนางตั่างถิ่นคนอื่นๆ ของ กะโหลกเลือดพอได้ยินข่าวนี้ตั่างก็มารวมตััวกันที่นี่
ช่วงที่ผ่่านมานามของเนี่ยเทียนระบือดังไปทั่วเมืองโพ่เมี่ย คน มากมายสนใจในตััวเขาอย่างมาก
สื่อหนันเองก็เป็นขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดเช่นกัน ทั้งยัง เป็นหลานชายของสื่อฮุย เขาจึงเป็นคนหนึ่งที่มีชื่อเสียงไม่น้อยในเมืองโพ่ เมี่ย
ได้ยินว่าคนทั้งสองจะตั่อสู้กันในสนามประลองเลือด คนมากมาย ตั่างก็ทิ้งธุระที่ทำาในมือเพื่อมุ่งหน้ามาที่นี่
ในกลุ่มคนมีตั่งป่ายเจี๋ยและตั่งลี่ที่แปลงโฉมและเปลี่ยนตััวตัน รวมอยู่ด้วย
หลังจากที่สองพี่น้องแปลงโฉมแล้วหน้าตัาจึงเปลี่ยนมาเป็น ธรรมดาอย่างมาก ไม่มีจุดพิเศษใดๆ เลยแม้แตั่นิดเดียว
พวกเขาเองก็ปะปนอยู่ในกลุ่มคนและกำาลังมองไกลๆ มาประ เมินเนี่ยเทียนที่อยู่หน้าสนามประลองเลือดเช่นกัน
“หึ นึกไม่ถึงจริงๆ เลยว่าเพิ่งจะมาถึงเมืองโพ่เมี่ยก็ได้ดูอะไร สนุกๆ ซะแล้ว” ตั่งป่ายเจี๋ยยิ้มน้อยๆ กล่าวกับตั่งลี่ที่อยู่ข้างกันว่า “เจ้า เนี่ยเทียนผู่้นี้เพิ่งจะมาอยู่ได้ไม่นาน แตั่ดันได้รับความสำาคัญจากกะโหลก เลือด แน่นอนว่าย่อมเป็นเหตัุให้ขุนนางตั่างถิ่นคนอื่นๆ ไม่พอใจ กลาง สวรรค์ช่วงตั้นสู้กับสื่อหนันที่เป็นกลางสวรรค์ช่วงท้าย เจ้าว่าใครจะ ชนะ?”
“แม้ว่าข้าจะรังเกียจเจ้าเนี่ยเทียนผู่้นั้นอย่างถึงที่สุด แตั่ข้าก็ยัง คงเชื่อว่าหากเขาคิดจะเอาชนะสื่อหนันผู่้นั้นก็ช่างเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่ง” ตั่งลี่ขมวดคิ้ว เห็นสื่อหนันที่วางท่าเย่อหยิ่งโอหัง นางก็พูดขึ้นด้วยความดู หมิ่น “สื่อหนันผู่้นี้ข้าเองก็เคยได้ยินเรื่องของเขามาบ้าง ที่เขาได้เป็น ขุนนางตั่างถิ่นของกะโหลกเลือดก็แค่เพราะมีความสัมพันธ์กับสื่อฮุย เท่านั้น”
“ความสามารถที่แท้จริงของเขาแค่เท่าเทียมกับคนระดับ เดียวกันในกะโหลกเลือดที่มีฝึีมือธรรมดาเท่านั้น คนแบบนี้เนี่ยเทียนฆ่ามา แล้วไม่รู้ตัั้งกี่คน”
ตั่งป่ายเจี๋ยมีสีหน้าเคร่งเครียด “เจ้าเห็นเองกับตัาเลยรึ?”
ตัอนอยู่ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เนี่ยเทียนสามารถแย่ง เอาตัราประทับสะเก็ดดาวหนึ่งดวงไปจากเขาได้ก็เพราะตััวเขาบาดเจ็บ หนัก
หากตัอนนั้นเขาไม่ได้ผ่่านการตั่อสู้ดุเดือดตัิดตั่อกันหลายครั้ง เขาก็ไม่คิดว่าเนี่ยเทียนจะสามารถชิงตัราประทับสะเก็ดดาวไปจากเขาได้
ตัอนที่มาอาณาจักรเลี่ยคงแล้วได้รู้ผ่ลการตั่อสู้ของเนี่ยเทียนจาก ปากตั่งลี่และหันมู่ อันที่จริงเขาเองก็เตั็มไปด้วยความแคลงใจ
กลางสวรรค์ช่วงตั้นสามารถฆ่าคนตัิดตั่อกันได้หลายสิบคน แถม ยังมีหลายคนที่เป็นกลางสวรรค์ช่วงท้าย เขารู้สึกว่ามันออกจะดูเกินจริงไป เสียหน่อย
“แน่นอนว่าข้าย่อมได้เห็นมากับตัาตััวเอง” ตั่งลี่มีสีหน้าขมขื่น “ไม่เพียงแค่นี้ ตัอนที่อยู่ในเทือกเขาฮว้านคง ข้าเคยประมือกับเขาในช่วง ระยะเวลาสั้นๆ ฝึีมือของข้าท่านเองก็รู้ มีขอบเขตักลางสวรรค์ช่วงท้าย เหมือนกัน หากข้าคิดจะสังหารคนอย่างสื่อหนันผู่้นี้ก็ช่างเป็นเรื่องที่ง่าย เสียยิ่งกว่าง่าย”
“และข้าเองก็มั่นใจมากว่านอกจากพวกที่มากพรสวรรค์ซึ่งมี ขอบเขตัเดียวกันจากขั้วอิทธิพลใหญ่ๆ แล้ว คนอื่นๆ ตั่อให้มีระดับ เดียวกันกับข้าก็ไม่มีทางเป็นคู่ตั่อสู้ของข้าได้อย่างแน่นอน”
“ทว่าเนี่ยเทียนผู่้นั้น”
ตั่งลี่ถอนหายใจหนึ่งครั้ง “เขามีตับะแค่กลางสวรรค์ช่วงตั้น เมื่อ ข้าตั้องประมือกับเขากลับตั้องกลายมาเป็นฝึ่ายที่ถูกกระทำา”
ตั่งป่ายเจี่ยแสดงความตักตัะลึงออกมาทางสีหน้า เขาพยักหน้า เบาๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ลงเดิมพัน กันเถอะ เจ้าเด็กนี่ทำาให้พวกเราเสียเปรียบครั้งใหญ่ก็ใช้ตััวเขานั่นแหละมา ชดเชยความเสียหายของพวกเรา”
“ก็จริงนะ” ตั่งลี่ดวงตัาเป็นประกาย
ขณะที่พวกเขากำาลังวิพากษ์วิจารณ์กันเบาๆ สือชิงที่จากไป ก่อนหน้านี้ก็กลับมาในที่สุด
“ว่าอย่างไร?” สื่อฮุยตัะโกนถาม
สือชิงพยักหน้า “สู้กันได้”
“ดี!” สื่อฮุยแสยะปากยิ้ม “เริ่มลงเดิมพันกันเถอะ!”
หน้าประตัูสนามประลองเลือด ผู่้แข็งแกร่งคนหนึ่งที่รับผ่ิดชอบ การลงเดิมพันของกะโหลกเลือดตัะโกนเสียงดังขึ้นมาทันที บอกเป็นนัยให้ ทุกคนเริ่มเดิมพันกันได้แล้ว
“เปิดประตัูเถอะ” สือชิงกล่าว
ขณะที่เขาพูด สมาชิกอีกคนของกะโหลกเลือดก็เปิดประตัูสนาม ประลองเลือดออก ทำาท่าทางบอกให้เนี่ยเทียนและสื่อหนันเข้าไป
ด้านนอกพวกผู่้คนมากมายที่มารวมตััวกันอยู่ที่นี่ตั่างก็หยิบเอา หินวิเศษออกมาลงเดิมพัน
หลายคนล้วนลงข้างเนี่ยเทียน มีเพียงสื่อฮุย พวกขุนนางตั่างถิ่น ที่อยู่ข้างกายเขาบวกกับคนน้อยนิดอีกส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ยอมลงทุนกับตััว สื่อหนัน
คนมากมายล้วนรู้ดีว่าสื่อหนันกลายเป็นขุนนางตั่างถิ่นของ กะโหลกเลือดได้ก็เพราะพึ่งใบบุญของสื่อฮุย ทว่าฝึีมือของเขากลับไม่ได้น่า ตัื่นตัะลึงถึงขนาดนั้น
แตั่เนี่ยเทียนนั้นตั่างออกไปเนื่องจากช่วงที่ผ่่านมาชื่อเสียงของ เขาโด่งดังเป็นพิเศษ
ตั่อให้ในเรื่องเล่าของเนี่ยเทียนจะตั้องมีส่วนหนึ่งที่ใส่เสริมเตัิม แตั่งกันเข้ามา แตั่การที่เขาสามารถมีชีวิตัรอดจากการล้อมโจมตัีของพวก นักล่าที่มีคมเขี้ยวเป็นผู่้นำาและกลับมายังเมืองโพ่เมี่ยได้สำาเร็จก็มากพอจะ พิสูจน์ได้ถึงความแข็งแกร่งของเขาแล้ว
ด้วยเหตัุนี้คนแทบแปดส่วนจึงลงเดิมพันให้เนี่ยเทียนชนะ
สื่อหนันได้ยินเสียงผู่้คนโหวกเหวกอยู่หน้าประตัู แตั่ละคนมีแตั่ พวกที่กลัวว่าใตั้หล้าจะไม่เกิดเรื่องวุ่นวาย พวกเขาพากันหยิบเอาหินวิเศษ แล้วตัะโกนเอะอะว่าจะลงเดิมพันข้างเนี่ยเทียน สีหน้าของสื่อหนันก็ เปลี่ยนมาเป็นน่าเกลียดอย่างถึงที่สุด
สื่อฮุยและพวกขุนนางตั่างถิ่นเหล่านั้นก็มีสีหน้าไม่น่าดูเช่นกัน คล้ายคาดไม่ถึงว่าชื่อเสียงของเนี่ยเทียนจะใหญ่โตัมากถึงขนาดนี้
พวกเขาไม่รู้ว่าการที่เนี่ยเทียนดึงดูดความสนใจทั้งหมดของกลุ่ม นักล่าในครั้งนี้ทำาให้พวกผู่้ฝึกลมปราณที่เข้าๆ ออกๆ เมืองโพ่เมี่ยได้พบ เจอกับความราบรื่นผ่ิดปกตัิ
ในบรรดาคนเหล่านั้นมีคนไม่น้อยที่โชคดีเพราะเนี่ยเทียน สามารถ เดินทางกลับมาถึงเมืองโพ่เมี่ยได้อย่างไร้อุปสรรค
และยังมีคนบางส่วนที่รู้ว่าคนที่ส่งข่าวเปิดโปงแผ่นชั่วร้ายของคม เขี้ยวในป่าลึกเทือกเขาฮว้านคงให้ทุกคนได้รับรู้ก็คือเนี่ยเทียน
พวกเขารับน้ำาใจจากเนี่ยเทียน ดังนั้นตัอนที่ลงเดิมพัน แน่นอน ว่าย่อมเดิมพันข้างเนี่ยเทียน
“ผู่้ที่คิดจะเข้าไปดูการตั่อสู้ในสนามประลองเลือดจำาเป็นตั้อง จ่ายหินวิเศษห้าสิบก้อน หากใครสนใจก็เข้าไปข้างในได้” ผู่้แข็งแกร่งคน นั้นของกะโหลกเลือดที่ยืนอยู่หน้าประตัูตัะโกนเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง
พวกสื่อฮุยและยังมีตั่งป่ายเจี๋ย ตั่งลี่ตั่างก็จ่ายหินวิเศษในจำานวน ที่เหมาะสมแล้วเหยียบเข้าไปในสนามประลองเลือดตัามหลังเนี่ยเทียนกับ สื่อหนัน
ในสนามประลองเลือดขนาดใหญ่ยักษ์ เนี่ยเทียนและสื่อหนันยืน อยู่ตัรงจุดศูนย์กลาง รอบด้านมีพวกผู่้ชมที่จ่ายหินวิเศษโอบล้อมเอาไว้เป็น วง
นี่เป็นครั้งแรกที่เนี่ยเทียนได้เข้ามาในสนามประลองเลือดของ กะโหลกเลือด หลังจากถูกพาตััวเข้ามาเขาก็มองประเมินรอบด้านด้วย ความใคร่รู้
สนามประลองเลือดใหญ่มาก ตัรงพื้นที่ตั่อสู้คือแท่นทรงกลมที่มี เส้นผ่่าศูนย์กลางหนึ่งร้อยเมตัร รอบด้านของแท่นกลมมีเขตัอาคมพลัง วิญญาณปกคลุมด้านในเอาไว้ มิให้พลังวิญญาณไหลออกไปข้างนอก
รอบนอกของแท่นหินทรงกลมล้วนเป็นอัฒจรรย์ ตัอนนี้บนอัฒ จรรย์เหล่านั้นได้มีคนมากมายทยอยกันเข้ามานั่งแล้ว
เวลาเพียงแค่ครู่เดียวเนี่ยเทียนก็พบว่าบนอัฒจรรย์เหล่านั้นมี เงาร่างของผู่้คนเพิ่มเข้ามาเกือบร้อยคนแล้ว
คนเหล่านั้นตั่างก็อยู่บนแท่นอัฒจรรย์ที่ค่อนข้างสูง กำาลัง วิพากษ์วิจารณ์กันด้วยความครึกครื้น สีหน้าแดงปลั่ง เห็นได้ชัดว่าตัื่นเตั้น ยิ่งกว่าเขาเสียอีก
สือชิงและคนรับผ่ิดชอบของกะโหลกเลือดที่อยู่ที่แห่งนี้บอกเป็น นัยให้เนี่ยเทียนและสื่อหนันรู้ว่าอย่าเพิ่งวู่วาม พวกเขารอให้ผู่้ที่จ่ายหิน วิเศษเข้าประจำาที่นั่งกันหมดแล้วและการเดิมพันของด้านนอกใกล้จะสิ้น สุดลงก่อนถึงจะประกาศให้เริ่มการตั่อสู้ได้
สือชิงตัะโกนก้อง “หัวเทียน สื่อหนัน พวกเจ้าตั่างก็เป็นขุนนาง ตั่างถิ่นของกะโหลกเลือด ศึกนี้มิตั้องการให้มีใครตัาย! หวังว่าพวกเจ้าจะ รักษาข้อตักลง แค่รู้ว่าใครแพ้ใครชนะก็พอแล้ว”
เนี่ยเทียนสะบัดคอ สีหน้าเมินเฉย ทว่าในใจกลับด่ากราด
ก่อนหน้านี้ไม่นานหลีเหย่และเผ่ยฉีฉีเพิ่งจะเตัือนเขาว่าห้าม ทำาตััวกำาเริบเสิบสานเกินไปนัก
เขาเองก็รู้ชัดเจนดีว่าหากเขาวางตััวโดดเด่นเกินไปในเมืองโพ่ เมี่ย สักวันตััวตันที่แท้จริงของเขาจะตั้องถูกเปิดโปง แม้แตั่วิมานสวรรค์ก็ ตั้องมาตัามหาเขาแน่นอน
เขากลัวอะไรก็ดันเจอกับสิ่งนั้น เห็นชัดๆ ว่าสื่อหนันและสื่อฮุย จงใจยืมใช้โอกาสนี้มาหาเรื่องซวยใส่ตััว
ถูกคนอื่นข่มหัวขนาดนี้แล้ว เขาย่อมมิอาจยอมทนได้จึงตักลง ประลองทันที
เห็นว่าคนมาดูมีมากขึ้นเรื่อยๆ เขาเองก็แอบโกรธแค้นสื่อหนันที่ ทำาแผ่นของตันพัง อยากแตั่จะรีบตั่อสู้เพื่อให้เรื่องนี้จบลงเร็วๆ
“ฟู่วๆ!”
สายฟ้าสีเขียวเข้มหลายเส้นพลันบินพรวดออกมาจากปลายนิ้ว ของสื่อหนัน สื่อหนันที่ฝึกฝึนวิชาสายฟ้าเมื่อพลังสายฟ้าถูกรวบรวมขึ้น เขาก็หยิบเอาค้อนสีเขียวอันหนึ่งออกมาจากในกำาไลเก็บของ
เมื่อค้อนเผ่ยกาย สื่อหนันแค่โบกควงตัามใจชอบอยู่ครู่เดียวมันก็ พลันปลดปล่อยเสียงฟ้าร้องครืนๆ
สายฟ้าสีเขียวแน่นหนากว่าเดิมบินออกมาจากในปลายนิ้วของ สื่อหนันคล้ายตั้องการมารวมตััวกันอยู่ในค้อนสายฟ้าอันนั้น
สื่อหนันมองไกลๆ ไปหาสือชิงแล้วจึงกล่าวว่า “วางใจเถอะ ข้า ไม่เอาชีวิตัเขาหรอก ทว่าในเมื่อกล้ามาประมือกับข้าในสนามประลอง เลือด ข้าคงมิอาจปล่อยให้เขาเดินออกไปได้ง่ายๆ!”
“เปรี้ยง!”
เสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหวระเบิดออกมาจากในค้อนสายฟ้า ราวกับว่าอยู่ๆ ค้อนสายฟ้านั้นก็กลายมาเป็นลูกสายฟ้าขนาดใหญ่ยักษ์ หนึ่งลูกที่กระแทกแสกหน้าเนี่ยเทียน
กลางสนามประลองเลือดอึกทึกไปด้วยเสียงฟ้าคำารณ สายฟ้า เจิดจ้าแสบตัาหลายเส้นสาดกระจายไปทั่ว
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองเพียงครู่เดียวดวงตัาก็แสบร้อนน้อยๆ รู้ดี ว่าสายฟ้าเหล่านั้นมีพลานุภาพน่าตัะลึงมากเพียงใด
“เก่งนักใช่ไหม!”
เขาแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้งแล้วสร้างสนามแม่เหล็กขึ้นมาอย่าง เงียบเชียบ ควบคุมสนามแม่เหล็กให้อยู่ในขอบเขตัสองเมตัร
ตัอนที่สนามแม่เหล็กก่อตััวได้สำาเร็จ เขาที่มีความคิดอยากจะรีบ รบรีบจบก็พลันใช้คาถาดวงดาวสร้างดาวเปล่งประกายระยะสั้นขึ้นมา
“ฟิ้ว!”
เพียงแค่ครู่เดียวเขาก็เหมือนหายตััวไปกลางอากาศ ก่อนจะมา เผ่ยกายอยู่เบื้องหน้าสื่อหนันในพริบตัาเดียว
พอสื่อหนันเข้ามาในสนามแม่เหล็ก พลังวิญญาณในร่างกายก็ พลันปัยนป่วนวุ่นวาย หัวสมองก็ปวดร้าวคล้ายถูกบีบเคล้นอย่างหนัก
เนี่ยเทียนไม่พูดมาก เขารวบรวมพลังงานตั่างธาตัุในร่างขึ้นมา ก่อนจะเหวี่ยงหมัดที่เปียมล้นไปด้วยความโกรธแค้นลงไปบนหน้าอกของ สื่อหนันอย่างจัง
“ปัง!”
ร่างกายของสื่อหนันคล้ายลูกกระสุนที่กระแทกลงบนเขตัอาคม พลังวิญญาณอย่างรุนแรง ก่อนจะหล่นตัุ้บลงมาบนพื้น