ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 323 โชควาสนาที่มาเยือนกะทันหัน!
“จากคำาบอกเล่าของสำานัก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเป็นผู่้ ค้นพบดินแดนดาวตัก”
“ดินแดนดาวตักก็ได้พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเป็นผู่้ตัั้งชื่อให้ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาที่นี่และสังหารพวกคนชั่วร้ายของ อาณาจักรใหญ่ตั่างๆ จนสิ้นซาก แล้วจึงมาอยู่อาศัยหลายปีก่อนจะค่อยๆ ถอนกำาลังออกไปจากสถานที่แห่งนี้”
“ในช่วงเวลานั้นพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวคือสำานักใหญ่ อันดับหนึ่งอย่างสมเกียรตัิของดินแดนดาวตัก หลังจากพวกเขาถึงได้มีเผ่่า มนุษย์อื่นๆ ย้ายมาอยู่ที่นี่”
“ภายหลังก็ไม่มีใครรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ดูเหมือนว่าฝึ่ายในของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจะเกิดปัญหา และเป็นไปได้มากว่าจะเจอกับ
ศัตัรูตััวฉกาจ พวกผู่้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่มา บุกเบิกที่แห่งนี้ถึงได้พากันจากไป”
“ปีนั้นที่พวกเขาอยู่ในดินแดนดาวตักก็ตั้องมีสำานักและสถานที่ สำาหรับรวมตััวกัน ข้าเดาเอาว่าบางทีที่นี่ของอาณาจักรเลี่ยคงอาจเป็น จุดรวมพลจุดหนึ่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว”
“มิฉะนั้นสถานที่แห่งนี้ก็คงไม่มีทางดึงดูดให้หินอุกกาบาตันอก โลกตักลงมาตัลอดระยะเวลาหลายปี”
“รอจนประตัูสวรรค์ปรากฏ ตัอนที่อาณาจักรเสวียนเทียน อาณาจักรเชียนแจวนและอาณาจักรหลีเทียนมีหินอุกกาบาตัมากมายตักลง มาจากนอกโลก หินอุกกาบาตัที่ตักลงมาที่นี่ก็ถี่มากขึ้นกว่าก่อนหน้านั้น อย่างเห็นได้ชัด”
“หลังจากข้ารู้เรื่องราวของเจ้าจึงให้เจ้ามาที่นี่ เพราะหวังว่าเจ้า จะได้อาศัยที่แห่งนี้มาทำาความเข้าใจกับตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้น”
“…”
คนผู่้นั้นที่เป็นศิษย์ผู่้หันหลังให้วิมานสวรรค์ซึ่งตัอนนี้คือขุนนาง ตั่างถิ่นของเปลวอัคคีบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวและดินแดนดาวตักให้กับหนิงหยางฟังช้าๆ
หนิงหยางตัั้งใจรับฟัง คอยพยักหน้ารับเป็นระยะ พร้อมครุ่นคิด อย่างหนัก
ห่างไปไกล เนี่ยเทียนที่อาศัยทิพย์จักษุจนได้ยินคำาพูดของคนทั้ง สองอย่างชัดเจนกลับตัื่นตัะลึงอย่างถึงที่สุด
หลังจากที่เขาได้ตัราประทับสะเก็ดดาวสองดวงมาครอบครองไม่ นานก็เปิดฉากเข่นฆ่าภูตัผ่ีปีศาจในอาณาจักรหลีเทียน เพราะปิดบังเรื่อง ตัราประทับสะเก็ดดาวเอาไว้ เขาเองจึงไม่กล้าถามเรื่องพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวจากใคร
และก็ด้วยเหตัุนี้ ตัอนอยู่ในประตัูสวรรค์ เขาจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่ลึกลับนั่นแม้แตั่น้อย
จนกระทั่งบัดนี้เขาถึงตัระหนักได้ว่าพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวที่เขาได้รับการสืบทอดมามีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ถึงขนาดนี้!
ช่วงเวลาแรกเริ่มสุด ตัลอดทั้งดินแดนดาวตักล้วนตักอยู่ในการ ครอบครองของเผ่่าพันธุ์ชั่วร้าย
และก็เพราะผู่้แข็งแกร่งจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่ไม่รู้ว่า เดินทางมาจากทางช้างเผ่ือกที่ไกลโพ้นแค่ไหนได้เยื้องกรายมาถึงที่แห่งนี้ ถึงได้กำาจัดเผ่่าชั่วร้ายออกไปหมด
ภูตัผ่ีปีศาจที่เคยปรากฏตััวอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนก็น่าจะถูกพลัง อำานาจที่น่าหวาดกลัวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวบีบให้ถอยออกไป จากอาณาจักรหลีเทียน ทำาให้ดินแดนดาวตักค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นแดน สุขาวดีสำาหรับเผ่่ามนุษย์
ผู่้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวบุกยึดดินแดนดาวตัก หลังจากที่มีเผ่่ามนุษย์มาลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่เป็นจำานวนมาก ฝึ่ายในของ สำานักพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ผู่้แข็งแกร่งพา กันถอยห่างออกไปไกล
เมื่อผู่้แข็งแกร่งจากไป ผ่ลกระทบที่เกิดขึ้นก็ทำาให้พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวหายไปจากดินแดนดาวตักนับจากนั้น
แตั่ก็ไม่รู้เพราะเหตัุใด ทั้งๆ ที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวย้ายออก ไปจากดินแดนดาวตักแล้ว ทว่าทุกระยะห่างหลายร้อยปีจะยังตั้องมีประตัู สวรรค์ปรากฏขึ้นในดินแดนดาวตัก
เนี่ยเทียนแอบฟังอยู่ครู่หนึ่งก็พบว่าขุนนางตั่างถิ่นของเปลวอัคคีผู่้ นั้นได้บอกลากับหนิงหยางไปแล้ว
หลังจากที่คนผู่้นั้นจากไป หนิงหยางยืนนิ่งอยู่ข้างหลุมใหญ่ยักษ์ นานมาก แล้วอยู่ๆ ก็เลือกกระโดดลงไปในหลุม ยืนอยู่บนหินอุกกาบาตัสี ดำาสนิทก้อนนั้น
กระบี่วิเศษเล่มหนึ่งที่ส่องประกายแสงเย็นเยียบบินออกมาจากมือ ของหนิงหยาง
กระบี่เล่มนั้นคมกริบอย่างถึงที่สุด และดูเหมือนว่าจะมีระดับสูงมาก มันฟาดฟันลงไปบนหินอุกกาบาตัก้อนมหึมาอย่างง่ายดายราวกับหั่นก้อน เตั้าหู้
เมื่อคนผู่้นั้นจากไป หนิงหยางก็มีสีหน้ามืดดำา นัยน์ตัาเตั็มไปด้วย ความร้อนใจคล้ายกำาลังตัามหาอะไรบางอย่าง
“แคร๊ก! แคร๊ก!”
หินอุกกาบาตัลึกลับที่ตักลงมาจากนอกโลกเมื่อถูกกระบี่วิเศษเล่ม นั้นฟาดฟันก็กลายมาเป็นเศษหินเล็กๆ มากมาย
ในบรรดานั้นมีหินหลายก้อนที่พอหลุดออกมาจากหินอุกกาบาตั ก้อนใหญ่ก็พลันระเบิดออก และด้านในก็มีหินดวงดาวขนาดเท่ากำาปั้น หลายก้อนบินออกมา
ในหินดวงดาวพอจะมองเห็นแสงสว่างกระจัดกระจายได้รำาไรซึ่งมัน แฝึงเร้นไว้ด้วยพลังดวงดาว
มองอยู่แค่ครู่เดียว เนี่ยเทียนก็พบว่าหินดวงดาวที่ระเบิดออกมานั้น มีอย่างน้อยก็หกร้อยถึงเจ็ดร้อยก้อน
หินดวงดาวที่เขาได้มาจากตััวของนักล่าและที่ตั่งป่ายเจี๋ยมอบให้ เมื่อเอามารวมกันแล้วเกรงว่าก็ยังมีไม่มากขนาดนั้น
หินดวงดาวที่ทำาให้เขาตัาร้อนอย่างถึงที่สุดกลับไม่อยู่ในสายตัาของ หนิงหยาง หนิงหยางไม่มีความคิดจะเก็บมันมาเลยแม้แตั่นิดเดียว ปล่อย ให้หินดวงดาวเหล่านั้นร่วงกระจายเตั็มพื้น และยังคงใช้กระบี่วิเศษฟาด ฟันหินอุกกาบาตัอย่างบ้าคลั่งตั่อไป
ดูเหมือนหนิงหยางคิดจะหาความลับบางอย่างจากในหินอุกกาบาตั ก้อนใหญ่ยักษ์นี้ คิดจะบรรลุตัราประทับสะเก็ดดาวที่อยู่ตัรงหน้าอกของ เขา
หนึ่งชั่วยามให้หลัง
เมื่ออยู่ภายใตั้การแบ่งชิ้นส่วนอย่างบ้าคลั่งของหนิงหยาง หิน อุกกาบาตัก้อนมหึมาก็แตักระจายออกเป็นพันเป็นหมื่นก้อนเรียบร้อยแล้ว
หินดวงดาวที่ระเบิดออกมาจากด้านในนั้นเกรงว่าคงมีมากนับพัน ก้อน ภายใตั้ม่านรัตัตัิกาล สะเก็ดแสงในหินดวงดาวเหล่านั้นยังคงเปล่ง แสงวิบวับ
แตั่หนิงหยางกลับไม่สนใจมันแม้แตั่นิดเดียว เมื่อหินอุกกาบาตัก้อน นั้นไม่มีขนาดใหญ่เกินแท่นโม่หินอีกแล้ว เขาที่ยืนอยู่ท่ามกลางเศษหิน มากมายก็เริ่มมีสีหน้าดุร้าย
“ไม่มี ไม่มีความผ่ิดปกตัิอะไรเลย!”
หนิงหยางมองตัราประทับสะเก็ดดาวตัรงหน้าอกของตััวเองแล้ว คำารามตั่ำาๆ ราวกับสัตัว์ร้าย
“อ๊าก!”
ภายใตั้แสงจันทร์ หนิงหยางโบกสะบัดกระบี่วิเศษเล่มนั้น แผ่ด เสียงร้องคำารามพลางตัวัดฟันก้อนหินรอบด้านที่ขนาดมีใหญ่ให้แตักออก เป็นเสี่ยงๆ
เขาโบกหมัดตั่อยไปทั่วด้านอย่างไม่มีเป้าหมาย
ก้อนหินหลายก้อนเมื่ออยู่ท่ามกลางพลังของเขาก็กลายเป็นเศษ หินที่ปลิวว่อน
หินดวงดาวมากมายถูกเขาใช้ระบายโทสะจนกลายมาเป็นฝึุ่นผ่ง หมดค่าไปนับแตั่นั้น
เห็นหินดวงดาวที่ล้ำาค่าระเบิดออกก้อนแล้วก้อนเล่า เนี่ยเทียนก็ แอบเสียดายอยู่ในใจ แตั่กลับไม่กล้าโผ่ล่ออกมาห้ามปรามหนิงหยางใน ตัอนนี้
พลังและความแข็งแกร่งที่หนิงหยางแสดงออกมาในเวลานี้ ทำาให้เขาหน้าเปลี่ยนสี เขาใช้ทิพย์จักษุประเมินอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่าหนิง หยางที่มีตับะตั้นสวรรค์ช่วงท้ายเหมือนกัน ทว่าศักยภาพกลับแข็งแกร่งยิ่ง กว่าหลี่หลางเฟิงระดับหนึ่ง
และหลี่หลางเฟิงก็ถูกเรียกว่าบุคคลอันดับหนึ่งผู่้เป็นรองเขตั ลี้ลับแห่งอาณาจักรเลี่ยคงแล้ว
ในตัอนนี้เขายังไม่กล้าไปมีเรื่องกับหนิงหยางที่ดุร้ายยิ่งกว่าหลี่ หลางเฟิง ได้แตั่มองการเปลี่ยนแปลงอยู่เงียบๆ
เนิ่นนานหลังจากนั้น หนิงหยางระบายโทสะเสร็จสิ้นก็ยังไม่ได้ รับผ่ลพวงใดกลับมา เขาถึงได้ไปจากที่นั่นอย่างหดหู่ และไม่รู้ว่าไปที่ใด
เนี่ยเทียนไม่ได้รีบร้อน ยังคงซ่อนตััวอยู่ในที่มืดรอคอยเงียบๆ
ผ่่านไปอีกครึ่งชั่วยาม เมื่อแน่ใจแล้วว่าหนิงหยางจากไปไกล แล้วและไม่มีความเป็นไปได้ที่จะย้อนกลับมา เขาถึงได้เดินออกมาจากจุดที่ ซ่อนตััว ก่อนจะไล่เก็บหินดวงดาวที่หนิงหยางทิ้งเอาไว้ไปทีละก้อน
ลำาพังเพียงแค่ครั้งนี้เขาก็ได้รับหินดวงดาวไปทั้งหมดหนึ่งพัน สองร้อยก้อน มากพอจะให้เขาฝึกฝึนไปได้อีกนานมาก
นอกเหนือจากความตัะลึงและดีใจ เขาเองก็สงสัยอย่างมาก ไม่ เข้าใจว่าเหตัุใดหนิงหยางผู่้นั้นถึงไม่ได้เก็บเอาหินดวงดาวเหล่านั้นไป
เขาไม่รู้ว่าก่อนหน้าที่หนิงหยางยังไม่บรรลุตัราประทับสะเก็ด ดาว เขาก็ไม่สามารถฝึกฝึนคาถาสะเก็ดดาวได้อย่างตัน ตั่อให้ได้หิน ดวงดาวเหล่านั้นไปก็ไม่มีประโยชน์แม้แตั่นิดเดียว
หนิงหยางมาจากวิมานสวรรค์ ก่อนหน้าที่เขาจะเข้าไปในประตัู สรรค์ก็ได้เก็บสะสมหินดวงดาวไว้มากพอเพื่อเตัรียมจะใช้ฝึกบำาเพ็ญตับะ หลังจากที่ช่วงชิงตัราประทับสะเก็ดดาวมาได้
น่าเสียดายที่หลังจากได้รับตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นมาแล้ว เขากลับไม่สามารถฝึกฝึนมันได้ นี่ทำาให้เขารังเกียจหินดวงดาวที่อยู่ใน แหวนเก็บของของตััวเองอยู่นานมากแล้ว
สองเดือนหลังจากนั้น เนี่ยเทียนก็เริ่มเดินเตัร่อยู่ตัามสถานที่ที่ เรียกว่าพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตันี้ แล้วก็ได้เจอหินอุกกาบาตันอกโลกที่ร่วง ลงมาอีกสามครั้ง
ทุกครั้งที่เห็นเปลวไฟกรีดผ่่านท้องฟ้า เขาก็จะทดลองโคจร คาถาดาวตักเพื่อเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนโคจรของหินอุกกาบาตั
ทว่าทั้งสามครั้งล้วนได้แตั่บอกลากันด้วยความล้มเหลว
สามครั้งนี้เขาและหนิงหยางจะผ่ลัดกันปรากฏตััวอยู่ในจุดที่มีหิน อุกกาบาตัร่วงลงมา บางครั้งหนิงหยางก็มาถึงก่อน บางครั้งเขาก็ไปถึง ก่อน
เขาล้วนหลีกเลี่ยงหนิงหยางไปได้ทุกครั้ง หลังจากที่หนิงหยาง ระบายความโกรธและจากไปด้วยความสิ้นหวัง เขาก็จะตั้องไปค้นหาอย่าง ละเอียด หวังว่าจะได้รับหินดวงดาวที่มากขึ้นกว่าเดิม
ที่น่าเสียดายก็คือไม่ใช่หินอุกกาบาตัทุกก้อนที่จะมีหินดวงดาว อยู่ด้านใน
หินอุกกาบาตัที่ร่วงลงมาทั้งสามครั้งล้วนไม่มีหินดวงดาวอยู่ข้าง ใน อีกทั้งหินอุกกาบาตัทั้งสามก้อนนี้ล้วนมีขนาดเล็กมาก ก้อนที่ใหญ่ที่สุด ก็ยังไม่ใหญ่เท่าหนึ่งส่วนสิบของก้อนแรกที่พบ
ในเวลาสองเดือนมานี้เขายังคงฝึกทำาความเข้าใจกับความลี้ลับ ของคาถาดาวตักอย่างหนักทั้งวันและคืน อีกทั้งยังยืมใช้หินดวงดาว จำานวนมากมารวบรวมหยดดาว
เมื่อหยดดาวในน้ำาวนดวงดาวรวบรวมได้ถึงขีดสุดจนไม่สามารถ รวมเพิ่มได้อีกแล้ว เขาก็ใช้หินวิเศษที่มีธาตัุเปลวเพลิง ธาตัุไม้มารวบรวม พลังวิญญาณเปลวเพลิงและพลังวิญญาณธาตัุไม้
รอจนน้ำาวนเปลวเพลิง น้ำาวนพืชหญ้า และน้ำาวนดวงดาว รวม ไปถึงมหาสมุทรวิญญาณล้วนถูกเตั็มเตัิมจนถึงขีดสุดแล้ว เขาก็ยังไม่ สามารถหากุญแจสำาคัญในการฝึ่าทะลุขอบเขตัได้เจอ
คอขวดชั้นนั้นที่สกัดขวางการฝึ่าทะลุขั้นของเขายังคงดำารงอยู่ ไม่รู้ว่าทำาอย่างไรถึงจะฝึ่าทะลุไปได้
เป็นอีกวันที่หลังจากกินเนื้อสัตัว์วิเศษจำานวนมากเข้าไปแล้วเขา พบว่าจิงชี่เลือดเนื้อที่มาจากเนื้อสัตัว์วิเศษถูกปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้น กลืนกินไปส่วนหนึ่ง ปราณเลือดสีเขียวก็พลันเปลี่ยนมาเป็นสงบนิ่ง
ปราณเลือดสีเขียวขดตััวอยู่ในหัวใจ โซ่ผ่ลึกสายเลือดที่โปร่งใส หลายเส้นตั่างก็ปลดปล่อยประกายแสงสีเขียวเจิดจ้า
เขาตัระหนักได้ทันใดว่าในที่สุดปราณเลือดสีเขียวที่แฝึงเร้นไว้ ด้วยพลังแห่งชีวิตัเส้นนั้นก็ดูดซับจิงชี่เลือดเนื้อที่มากพอจนบรรลุไปถึง ระดับที่พร้อมจะแปรสภาพแล้ว
หลังจากนั้นปราณเลือดสีเขียวก็เริ่มจำาศีลคล้ายกำาลังรอให้นาที แห่งการแปรสภาพมาถึง
จิงชี่เลือดเนื้อส่วนหนึ่งที่ยังเหลืออยู่ซึ่งไม่ถูกปราณเลือดสีเขียว แย่งชิงไปก็กระจายไปตัามโครงกระดูกแขนขาทั้งสี่ดังเมื่อครั้งอดีตั
ขณะที่จิงชี่เลือดเนื้อเหล่านั้นผ่สานรวมเข้าไปในเลือดเนื้อและ กระดูกแล้ว เขาก็พลันรู้สึกได้ว่าน้ำาวนพืชหญ้าในร่างเคลื่อนโคจรรวดเร็ว ยิ่งกว่าเวลาปกตัิ
“คาถาดวงดาวและเปลวเพลิง ข้าล้วนเข้าใจค่อนข้างลึกซึ้งแล้ว และก็ฝึกวิชาตัามที่ควรจะฝึกจนเชี่ยวชาญแล้ว! มีเพียงน้ำาวนพืชหญ้า และคาถาธาตัุไม้เท่านั้นที่ข้ายังไม่ได้ทำาความเข้าใจอย่างจริงจัง”
ความผ่ิดปกตัิของน้ำาวนพืชหญ้าและการเปลี่ยนแปลงที่เล็กน้อย ทำาให้เขากระจ่างแจ้งในบัดดล
“ดูท่าการทำาความเข้าใจกับความลี้ลับของธาตัุไม้ก็คือกุญแจ สำาคัญในการฝึ่าทะลุขอบเขตัของข้า!”