ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 322 พื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตั!
พวกสื่อฮุยไล่ล่าอยู่นาน สุดท้ายก็ยังไม่ได้ผ่ลพวงใดๆ กลับมา
เนี่ยเทียนที่มีทิพย์จักษุเจ็ดข้างทั้งยังเชี่ยวชาญคาถาดาวเปล่ง ประกายการหลบหนีใช้ความเร็วที่มากที่สุดหนีไปไกลจากพื้นที่ที่วุ่นวาย แห่งนั้น
กลุ่มของสื่อฮุยไหว้วานคนของเปลวอัคคีให้ช่วยกันตัามหาอีก พักหนึ่งก็ยังไม่พบปราณของเกราะมังกรเพลิง
พวกเขาหดหู่เป็นอย่างมาก แตั่กลับไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เพียง เท่านั้น
ช่วงเวลาตั่อมา ทุกคนที่มีสื่อฮุยเป็นหัวหน้าก็ดวงตัาแดงก่ำา ใน สมองมีแตั่อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณธาตัุไฟชิ้นนั้น
แม้แตั่ฟู่เหิงแห่งเปลวอัคคีที่รับผ่ิดชอบอยู่ในเทือกเขาฮว้านคง เมื่อรู้ว่าอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณปรากฏตััวก็ถูกกระตัุ้นอารมณ์ให้ ฮึกเหิม
ข่าวแพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานทางฝึ่ายของเดือนดับและ กะโหลกเลือดตั่างก็รับรู้ข่าวนี้
คนมากมายที่มาเสี่ยงโชคในเทือกเขาฮว้านคงหลังจากที่รู้ข่าวนี้ ก็เข้าร่วมการตัามหาอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้นด้วย
ทว่าเนี่ยเทียนกลับออกจากเทือกเขาฮว้านคงไปไกลแล้ว
ครึ่งเดือนตั่อมา
ภายใตั้แสงแดดร้อนแรงที่สาดส่อง เขาก็มาถึงพื้นที่ที่เผ่ยฉีฉีบอก เอาไว้
ตัลอดทางที่เขาเดินทางมาก็ได้เจอกับนักล่าหลายกลุ่มที่ เคลื่อนไหวอยู่รอบๆ ซากปรักหักพังอย่างที่เผ่ยฉีฉีบอกจริงๆ
ภายใตั้การช่วยเหลือจากทิพย์จักษุ เขาหลีกเลี่ยงคนเหล่านั้นไป ก่อนล่วงหน้า รอจนเข้ามาใกล้เขตัทะเลทรายรกร้าง มาถึงด้านหน้าพื้นที่ที่ เรียกว่าพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัเขาก็ไม่พบเจอใครอีกแม้แตั่คนเดียว
ทิศตัะวันออกของซากปรักหักพัง จุดลึกของทะเลทรายมีหลุม ขนาดใหญ่ยักษ์ให้เห็นทั่วทุกหนแห่ง
หลุมเหล่านั้นบางจุดก็มีขนาดใหญ่แค่ปากบ่อเท่านั้น และก็มี บางหลุมที่คล้ายทะเลสาบแห้งขอดซึ่งกว้างใหญ่อย่างถึงที่สุด
ในหลุมมากมายตั่างก็มีหินอุกกาบาตันอกโลกฝึังอยู่ หิน อุกกาบาตัเหล่านั้นมีลักษณะแปลกประหลาด สีไม่เหมือนกัน ตั่างก็ฝึัง เลื่อมอยู่ลึกในพื้นดิน
และเนี่ยเทียนก็ยังได้เห็นโครงกระดูกสีขาวซีดอยู่หลายโครง
เห็นได้ชัดว่าโครงกระดูกเหล่านั้นเป็นของผู่้ฝึกลมปราณเผ่่า มนุษย์ สถานที่ที่ตั่อให้อันตัรายน่าหวาดกลัวแค่ไหน ขอแค่มีผ่ลประโยชน์ก็ ตั้องมีเผ่่ามนุษย์มาเกี่ยวพันด้วยทุกครั้ง แน่นอนว่าสถานที่แห่งนี้ก็ไม่ใช่ข้อ ยกเว้น
หินอุกกาบาตัลึกลับที่ร่วงลงมาจากนอกโลก ตัอนที่แตักกระจาย ก็จะมีหินดวงดาวปรากฏออกมา
นอกจากนี้แล้วยังมีหินอุกกาบาตันอกโลกบางก้อนที่อาจมี วัตัถุดิบวิเศษที่พิเศษและหายากบางอย่างอยู่ด้านใน
วัตัถุดิบวิเศษเหล่านั้นก็เหมือนกับหินดวงดาวที่ตั่างก็มีมูลค่า สูงสุด เมื่อนำามาไว้ในซากปรักหักพัง พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างและเมืองโพ่เมี่ยใน อาณาจักรเลี่ยคงตั่างก็สามารถเอามาแลกเป็นหินวิเศษได้จำานวนมาก
ระหว่างที่เดินผ่่านหลุมแล้วหลุมเล่า รับสัมผ่ัสกับแสงแดดแผ่ด เผ่า เนี่ยเทียนก็ค่อยๆ เดินลึกเข้าไปด้านใน
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างคล้ายโคมไฟที่มองไม่เห็นซึ่งลอยสูงอยู่กลาง อากาศ คอยจับสังเกตัทุกเหตัุการณ์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงอย่างใกล้ชิด
เมื่อยิ่งเข้ามาลึกมากขึ้นเรื่อยๆ เนี่ยเทียนก็ค่อยๆ ค้นพบว่าม่าน แสงคุ้มกันรอบกายที่ปลดปล่อยออกมาจากในห่วงหยกสีเขียวก็เริ่มส่งเสียง ประหลาดัง “เปรี๊ยะๆ”
เขาแอบขมวดคิ้ว หยุดชะงักฝึีเท้าแล้วรวบรวมสมาธิไปรับ สัมผ่ัส
แล้วเขาก็ค้นพบอย่างรวดเร็วว่าปราณวิญญาณฟ้าดินสกปรก ของพื้นที่แห่งนี้เข้มข้นกว่าในเทือกเขาฮว้านคงอยู่เยอะมาก อีกทั้งใน ปราณวิญยาณยังปะปนไปด้วยปราณแปลกประหลาดอื่นๆ ที่ไม่มีในเทือก เขาฮว้านคง
อาวุธวิเศษอย่างห่วงหยกสีเขียวที่สามารถป้องกันกายให้คน เคลื่อนไหวอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงได้คล้ายจะแบกรับการรุกเข้ากัดกินของ ปราณวิญญาณสกปรกไม่ไหว
หลังจากที่เดินไปได้อีกสองชั่วยาม เมื่อห่วงหยกสีเขียวใกล้จะ ระเบิดออก เขาก็รีบเก็บมันลงไป
สนามแม่เหล็กที่มีขอบเขตัแค่สองเมตัรถูกเขาสร้างขึ้นมาให้แผ่่ ขยายไปทั่วด้านอย่างเงียบเชียบ
ช่วงกลางดึก พระอาทิตัย์ตักดิน ดวงจันทร์ลอยขึ้นฟ้า
ความหนาวเย็นที่แตักตั่างไปจากตัอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง ปกคลุมไปทั่วแปดทิศ ตั่อให้อยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง เขาก็ยังสามารถ สัมผ่ัสได้ถึงพลังอึมครึมเย็นเยียบ
“ปราณวิญญาณสกปรกที่เข้มข้นยิ่งกว่าเทือกเขาฮว้านคงเยอะ มาก แม้แตั่อาวุธวิเศษทั่วไปก็ยังไม่สามารถตั้านทานการรุกเข้ากัดกินได้” เนี่ยเทียนยืนอยู่ข้างหลุมแห่งหนึ่ง ขมวดคิ้วแน่น พึมพำากับตััวเองว่า
“ลำาพังเพียงแค่จุดนี้ก็สามารถทำาให้ผู่้ที่มีขอบเขตัตั่ำาตั้อยมากมายหยุด ชะงักฝึีเท้า กลางวันร้อนระอุ กลางคืนหนาวสะท้าน ทั้งยังอาจจะมีหิน อุกกาบาตัก้อนใหม่ร่วงลงมาได้ตัลอดเวลา…”
เขานั่งลงช้าๆ ไม่รีบร้อนเดินไปรอบด้าน แตั่เงยหน้าเพ่งมอง ท้องฟ้ารัตัตัิกาลที่ลึกลับ
จุดลึกของนภากาศดารดาษไปด้วยหมู่ดาว คล้ายมีอัญมณีหลาย ก้อนที่เปล่งประกายอยู่กลางฟ้าราตัรี
เขาสงบจิตัใจ หยุดชะงักความคิดวุ่นวายเหล่านี้ทันที ในสมอง ครุ่นคิดถึงความลี้ลับของคาถาดาวตักซ้ำาไปซ้ำามา
ตัามคำาบอกของเผ่ยฉี สถานที่แห่งนี้อาจมีหินอุกกาบาตันอกโลก ตักลงมาได้ทุกเมื่อ ไม่มีใครรู้ว่าเหตัุใดหินอุกกาบาตัที่เป็นดาวตักซึ่งลอย ผ่่านอาณาจักรเลี่ยคงถึงตั้องมาตักอยู่ในที่แห่งนี้เท่านั้น
สองวันตั่อมา
ช่วงพลบค่ำาที่ไอหมอกลอยอวลไปทั่วท้องฟ้า ลำาแสงสีแดงเข้ม เส้นหนึ่งพลันลอดผ่่านแสงอาทิตัย์อัสดงคล้ายแม่น้ำาสายยาวที่ลุกโชตัิช่วง ไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงเข้มซึ่งบินเข้ามาถึงในชั่วพริบตัา
เนี่ยเทียนที่รออยู่นานหลายวันดวงตัาพลันเปล่งประกายวิบวับ รีบรวบรวมสมาธิพยายามชักนำาลำาแสงแดงเข้มเส้นนั้น
“ตัูม!”
กระแสจิตัของเขายังไม่ทันรับสัมผ่ัสได้ถึงลำาแสงแดงเข้มเส้นนั้น แสงนั่นก็ตักตัูมลงมาอย่างแรงห่างจากเขาไปหลายสิบลี้
ตัลอดทั้งพื้นดินสั่นสะเทือนอย่างน่ากลัว เรือนกายที่นั่งนิ่งของ เขาก็สั่นเทิ้มอย่างตั่อเนื่อง
เขาที่ยังไม่ทันได้ใช้พลังจิตัไปสัมผ่ัสกับลำาแสงแดงเข้มนั้นมี สีหน้าห่อเหี่ยว ลุกพรวดขึ้นยืนทันที
เขาตัรงดิ่งเข้าไปยังจุดที่ลำาแสงสีแดงเข้มร่วงลงมา
หนึ่งชั่วยามให้หลัง ขณะที่ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลง ในที่สุดเขาก็เดิน มาถึงพื้นที่ที่ลำาแสงสีแดงเข้มบินตักลงมา
หลุมที่มีเส้นผ่่าศูนย์กลางสี่สิบกว่าเมตัรสะท้อนเข้ามาในคลอง จักษุของเขาทันที จากกลางหลุมนั่นพอจะมองเห็นแสงไฟที่กำาลังมอดดับ ลงไปอย่างตั่อเนื่องได้รำาไร
หินอุกกาบาตัสีดำาสนิทก้อนหนึ่งนอนอยู่ตัรงก้นหลุมแห่งนั้น รอบด้านยังมีสะเก็ดไฟแลบออกมา
“แปลกจริง…”
ยืนอยู่ข้างหลุม เขาไม่รีบร้อนกระโดดลงไป ไม่คิดจะตัรวจสอบ ความมหัศจรรย์ของมันในทันที แตั่ขมวดคิ้วเป็นปม
เขานึกถึงหินอุกกาบาตันอกโลกที่อยู่ๆ ก็โผ่ล่มาปรากฏใน อาณาจักรหลีเทียนก่อนวันที่ประตัูสวรรค์จะเปิดออก
ก่อนหน้าที่ประตัูสวรรค์จะเปิดขึ้นหน้าวังยมบาล ตัลอดทุกพื้นที่ ในอาณาจักรหลีเทียนล้วนมีหินอุกกาบาตัแบบนี้ร่วงลงมาจากฟ้า ท่ามกลางหินอุกกาบาตัเหล่านั้นยังมีภาพประตัูสวรรค์อยู่ด้วย
ภาพเหล่านั้นก็คือกุญแจในการเหยียบย่างเข้าไปในประตัูสวรรค์ ผู่้ที่ได้รับกุญแจถึงจะเข้าไปในประตัูสวรรค์ได้
ตัระกูลอวิ๋นของเมืองเฮยอวิ๋นก็ถูกหินอุกกาบาตันอกโลกแบบนี้ ร่วงใส่ ตัลอดทั้งตัระกูลอวิ๋นจึงพังทลายลงไปในค่ำาคืนเดียว คนตัระกูลอวิ๋ นทั้งหมดที่อยู่ด้านในไม่มีใครหนีรอดออกมาได้ ทุกคนตัายกันหมด
“คาถาดาวตักก็คือชักนำาหินอุกกาบาตันอกโลก เปลี่ยนทิศทาง ของหินอุกกาบาตัให้ไปโจมตัีศัตัรู”
“คาถาดาวตักมาจากคาถาสะเก็ดดาว คาถาสะเก็ดดาวคือการ สืบทอดจากในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวและก็เป็นความลับสูงสุดใน
ประตัูสวรรค์ ก่อนหน้าที่ประตัูสวรรค์จะปรากฏขึ้นก็มีหินอุกกาบาตัจาก นอกโลกหลายก้อนร่วงลงมาทั่วทุกมุมในอาณาจักรหลีเทียน”
“…”
เขาครุ่นคิดอย่างหนัก รู้สึกว่าพื้นที่แห่งนี้ในอาณาจักรเลี่ยคงที่ได้ รับความสนใจจากดาวตักนอกโลกเป็นพิเศษอยู่ตัลอดเวลา เกรงว่าคงจะมี ความลับที่คนไม่รู้ดำารงอยู่
และเวลานี้เอง เขาพลันรู้สึกได้ว่าตัราประทับสะเก็ดดาวทั้งสอง ดวงตัรงหน้าอกเปลี่ยนมาเป็นร้อนลวก
ตัราประทับสะเก็ดดาวที่หลังจากย้ายมาอยู่ตัรงหน้าอกของเขาก็ ไม่เคยมีความผ่ิดปกตัิเกิดขึ้นมาก่อน แล้วอยู่ๆ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเช่น นี้ ทำาให้เนี่ยเทียนตักใจทันที
ทันใดนั้นทิพย์จักษุข้างหนึ่งที่เขาทิ้งไว้ข้างนอกก็พลันมองเห็น เงาร่างของคนสองคนกำาลังพุ่งเข้ามาใกล้ที่นี่อย่างรวดเร็ว
คนหนึ่งในนั้นมองดูเหมือนมีรูปโฉมธรรมดา แตั่ไม่รู้ว่าทำาไมเขา กลับรู้สึกคุ้นเคยกับคนผู่้นั้น
เห็นว่าคนทั้งสองเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว เขาไม่มีเวลาให้มัว คิดมาก รีบหลบเลี่ยงออกไปอย่างว่องไว ใช้ดาวเปล่งประกายระยะสั้นสาม ครั้งตัิดตั่อกันถอยห่างออกไปจากหินอุกกาบาตัก้อนนั้น
ทิพย์จักษุสามข้างมารวมตััวกันจากพื้นที่อื่นแล้ว ก่อนจะลอยอยู่ เหนือหินอุกกาบาตั
เขาสังเกตัความเคลื่อนไหวของที่นั่นอย่างเงียบๆ
ผ่่านไปครู่หนึ่งคนทั้งสองก็มายืนอยู่ข้างหลุมแห่งนั้น ขมวดคิ้ว มองหินอุกกาบาตัที่อยู่ในหลุม
คนหนึ่งในนั้นเงียบงันอยู่นานแล้วพลันพูดขึ้นว่า “น้องหนิง มี ความรู้สึกอะไรเป็นพิเศษหรือไม่?”
คนผู่้นั้นที่เนี่ยเทียนรู้สึกคุ้นเคยแหวกสาบเสื้อตัรงหน้าอกออก เผ่ยให้เห็นตัราประทับสะเก็ดดาวหนึ่งดวง “ไม่มีอะไรผ่ิดปกตัิ”
วินาทีที่มองเห็นตัราประทับสะเก็ดดาวนั้น เนี่ยเทียนก็แน่ใจใน ตััวตันของคนผู่้นี้ทันที—หนิงหยางแห่งวิมานสวรรค์!
ไม่คิดเลยว่าหนิงหยางที่แปลงโฉมก็จะมาปรากฏตััวอยู่ที่นี่ด้วย!
“เฮ้อ” อีกคนหนึ่งถอนหายใจเบาๆ “น้องหนิง หากเจ้าไม่ สามารถไขความลับของตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นและชุบหลอมมันได้ อย่างแท้จริงตัั้งแตั่อยู่ที่นี่ เกรงว่าเจ้าคงกลับไปยังสำานักไม่ได้จริงๆ แล้ว ล่ะ”
“หากกลับสำานักแล้วตั้องจ่ายค่าตัอบแทนโดยการที่ข้าเป็นฝึ่าย สละตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนี้ ข้ายอมเป็นเหมือนศิษย์พี่ที่เป็นผ่ีเร่ร่อน ไม่ยอมกลับวิมานสวรรค์ตัลอดกาล!” น้ำาเสียงของหนิงหยางเด็ดเดี่ยว “ข้าลำาบากลำาบนกว่าจะได้มันมาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ย่อม ไม่มีเหตัุผ่ลให้ตั้องยกสองมือประคองส่งให้คนอื่นเด็ดขาด!”
“แล้วนับประสาอะไรกับที่เนี่ยเทียนผู่้นั้นไม่ใช่ลูกศิษย์ของวิมาน สวรรค์เราเสียหน่อย!”
“เจ้าไม่เหมือนกับข้า” คนผู่้นั้นยิ้มขื่น “ข้ากลับไปไม่ได้แล้ว จริงๆ ถึงได้เปลี่ยนชื่อแซ่มาเป็นขุนนางตั่างถิ่นของเปลวอัคคี ได้แตั่ใช้ชีวิตั ให้หมดไปวันๆ เท่านั้น เดิมทีเจ้ามีอนาคตัยาวไกล ตั่อให้สูญเสียตัรา ประทับสะเก็ดดาวดวงนี้ เจ้าก็ยังคงมีอนาคตัสว่างไสวดุจเดิม”
“ศิษย์พี่ ท่านไม่ตั้องเกลี้ยกล่อมข้าแล้ว ข้าตััดสินใจดีแล้ว” หนิง หยางกล่าวเสียงเย็น
“ก็ได้” คนผู่้นั้นพยักหน้า “ข้าเองก็หวังว่าเจ้าจะสามารถอยู่ที่นี่ และทำาความเข้าใจกับตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นให้ทะลุปรุโปร่ง ตัอน ที่ประตัูสวรรค์ปรากฏ หินอุกกาบาตัที่ตักลงมาที่นี่เปลี่ยนจากเมื่อก่อนที่มี เดือนละครั้ง ตัอนนี้กลายมาเป็นทุกๆ สามวันห้าวันก็มีหินอุกกาบาตัตักลง มาหนึ่งก้อน ข้ามีเหตัุผ่ลให้เชื่อว่าที่นี่ตั้องผ่ิดปกตัิแน่นอน”
“หากเจ้าอยู่ที่นี่ก็ยังหาความลับอะไรไม่เจอ และไม่สามารถชุบ หลอมตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีความหวังแล้ว จริงๆ”
หนิงหยางกล่าว “ความรักและเมตัตัาจากศิษย์พี่ ข้าจะจดจำาให้ ขึ้นใจ”