ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 325 ชุบหลอมตัราประทับ
หลายวันหลังจากนั้น
หลังจากที่เนี่ยเทียนใช้หยกวิเศษสิบสามก้อนหมดไปในพื้นที่ตั้อง ห้ามแห่งชีวิตัทางฝึัยงตัะวันออกของซากปรักหักพัง เขาก็ได้เหยียบย่างเข้า สู่ขั้นกลางสวรรค์ช่วงกลาง
ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตัันเถียน น้ำาวนพลังวิญญาณลูกใหม่ อีกหนึ่งลูกก็ได้ปรากฏขึ้น
การฝึ่าทะลุขอบเขตัใหม่หนึ่งครั้งมีความหมายอย่างมาก และจะ ทำาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายตัามมา
น้ำาวนพลังวิญญาณทั้งห้าลูกของเขาตั่างสามารถรองรับปราณ วิญญาณได้ มหาสมุทรวิญญาณสามารถแผ่่ขยายออกไปอีกครั้ง และ สามารถชุบหลอมให้บริสุทธิ์ได้อีกหลายครั้ง
พลังเปลวเพลิง พืชหญ้า และดวงดาวก็สามารถฝึกฝึนตั่อไป สามารถรวบรวมขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง
รวมไปถึงเรือนกายที่มีเลือดเนื้อนี้ของเขาด้วย เมื่อฝึ่าทะลุ ขอบเขตัจึงยังคงชุบหลอมได้อย่างตั่อเนื่อง
การฝึ่าทะลุขอบเขตัสามารถเพิ่มพูนพลังงานทุกด้านให้สูงขึ้น ความเร็วในการโคจรพลังงานตั่างๆ ของเขาก็จะเร็วขึ้นไปอีก
หลังจากที่เหยียบเข้าสู่กลางสวรรค์ช่วงกลาง เขาไม่ได้รีบร้อน ทำาเรื่องอื่น แตั่ใช้เวลาอีกหลายวันเพื่อควบคุมตับะให้มั่นคง ทำาสภาพ จิตัใจของตััวเองให้สงบนิ่ง
จากนั้นเขาก็ใช้หินดวงดาวจำานวนมากมารวบรวมหยดดาวให้ มันตักตัะกอนอยู่ในก้นทะเลสาบดวงดาวไปทีละนิด
เวลาเจ็ดวันผ่่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
กลางดึกของวันนี้ขณะที่เขากำาลังรวบรวมหยดดาวก็พลันมอง เห็นลำาแสงเจิดจ้าเส้นหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
ลำาแสงเส้นนั้นเข้ามาใกล้เขาอย่างมาก!
เขารีบรวบรวมสตัิเงยหน้าขึ้นมองลำาแสงที่พุ่งทะยานเข้ามา อย่างรวดเร็ว แล้วจึงทำาตัามวิธีลี้ลับของคาถาดาวตัก โดยการใช้พลังจิตั เรียกขานพลังดวงดาวที่อยู่ในน้ำาวนดวงดาว
ลำาแสงเส้นนั้นเล็กบางอย่างถึงที่สุด หินอุกกาบาตัที่อยู่ด้านในก็ เป็นก้อนที่เล็กมากเช่นกัน
เมื่อเขาใช้วิชาลับของคาถาดาวตักโดยการเอาพลังจิตัใน มหาสมุทรวิญญาณไปรวบรวมกันอยู่ในลำาแสงเส้นนั้น ในที่สุดคราวนี้เขาก็ สามารถจับทิศทางการเคลื่อนไหวของลำาแสงเส้นนั้นได้สำาเร็จ!
ชั่วขณะที่เขาและลำาแสงเส้นนั้นสร้างความเชื่อมโยงที่ลึกลับตั่อกัน ได้สำาเร็จ พลังดวงดาวในร่างของเขาก็เริ่มไหลเชี่ยวกรากทะลักทะลาย ออกมาราวกับเกิดอุทกภัย
ไม่เพียงเท่านี้ กระแสจิตัที่เขารวบรวมไปไว้ในลำาแสงเส้นนั้นก็ ถูกเผ่าผ่ลาญไปด้วยความเร็วที่น่ากลัวไม่ตั่างจากพลังดวงดาว!
ลำาพังเพียงแค่หินอุกกาบาตัก้อนเล็กก้อนเดียวที่ร่วงลงมาจาก ท้องฟ้า เมื่อเขาพยายามใช้คาถาลับดาวตักมาชักนำา บิดเบือนทิศทางการ เคลื่อนไหวของมันก็ดูเหมือนว่าเขาจะแบกรับไม่ไหวเท่าไหร่นัก
สมองของเขาเจ็บร้าวราวถูกฉีกกระชาก น้ำาวนดวงดาวหมุน คว้างอย่างรวดเร็วเกินเวลาปกตัิไปมาก
เขาตัั้งสมาธิให้แน่วแน่ ใช้ความเด็ดเดี่ยวสูงสุดพยายามขยับ เปลี่ยนทิศทางการร่วงลงมาของดาวตักดวงนั้น
“ฟิ้ว!”
ดาวตักที่พุ่งฉิวลงมาหลุดออกจากทิศทางเดิมเล็กน้อยจนห่างไป จากตัำาแหน่งที่เขาชักนำา
แตั่เวลาเพียงแค่ครู่เดียวนี้ พลังจิตัและพลังดวงดาวของเขาก็ถูก เผ่าผ่ลาญไปแล้วเกินครึ่ง!
“ตัูม!”
ลำาแสงเส้นนั้นร่วงห่างออกไปสิบลี้ พื้นดินที่เขานั่งอยู่แค่สั่นไห วน้อยๆ เท่านั้น
นี่หมายความว่าหินอุกกาบาตัที่ร่วงลงมาก้อนนั้นน่าจะเป็นก้อน ที่เล็กมาก มิฉะนั้นเขาอยู่ใกล้ขนาดนี้แผ่่นดินก็ตั้องโยกคลอนอย่างรุนแรง แล้ว
“เฮือก!”
ผ่่อนลมหายใจยาวๆ ออกมาหนึ่งครั้ง ขณะที่เขาปรับสภาพ จิตัใจให้ราบเรียบก็พบว่าเหงื่อท่วมเตั็มร่างของตััวเอง
เขารู้สึกตัาลายครู่สั้นๆ หลังจากที่สูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ ตัิดตั่อกันหลายครั้งถึงได้พอจะกลับมาเป็นปกตัิ ทว่าหัวใจกลับยังคงเตั้นรัว อย่างบ้าคลั่ง
“คาถาดาวตัก!”
กระแสจิตักลุ่มหนึ่งบินเข้าไปในตัราประทับสะเก็ดดาวตัรง หน้าอกทันที แล้วเขาก็ได้เห็นอย่างชัดเจนว่าอักขระบรรพกาลที่บันทึก ความลี้ลับของคาถาดาวตักไว้ในตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นกำาลังค่อยๆ หายไป
เรือนกายของเขาสั่นเยือกอย่างรุนแรง เข้าใจทันทีว่าในที่สุดเขา ก็บรรลุวิชาสามอย่างที่บันทึกไว้ในตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนี้แล้ว!
และเวลานี้เอง เขาพลันกระจ่างแจ้งทันใดว่าเหตัุใดก่อนหน้านี้ เขาถึงได้ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า
ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่เข้าใจคาถาดาวตักมากพอ ไม่ใช่เพราะเขา รวบรวมพลังจิตัไม่ได้ และยิ่งไม่ใช่เพราะเขาไม่พยายามมากพอ
ความพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าของเขา ด้านหนึ่งเป็นเพราะตัอน นั้นพลังดวงดาวในร่างของเขายังไม่ถึงระดับที่สามารถร่ายใช้คาถาดาวตัก ได้!
ตั่อให้เป็นหินอุกกาบาตัจากนอกโลกก้อนที่เล็กที่สุด หากคิดจะ ชักนำาให้มันเปลี่ยนทิศทาง เปลี่ยนแนวโคจรของมันก็ยังจำาเป็นตั้องเผ่า ผ่ลาญพลังจิตัและพลังดวงดาวไปมากมหาศาลจนถึงระดับที่น่าหวาดกลัว!
หลายวันก่อนขอบเขตัของเขายังไม่ฝึ่าทะลุสู่กลางสวรรค์ช่วง กลาง ตั่อให้พลังดวงดาวสะสมถึงขีดสูงสุด อันที่จริงแล้วก็ยังมีขีดจำากัด
หลังจากที่เขาฝึ่าทะลุขั้นถึงได้รวบรวมหยดดาวให้มากกว่าเดิม เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพลังดวงดาวได้อีกครั้ง
ช่วงที่ผ่่านมานี้เขาอาศัยหินดวงดาวคอยรวบรวมพลังดวงดาว ให้มากกว่าเดิมตัลอดเวลาเพื่อแปลงมันมาเป็นหยดดาวที่ตักตัะกอนอยู่ใน ทะเลสาบดวงดาว ทำาให้พลังดวงดาวในทะเลสาบดวงดาวของเขามี มากกว่าก่อนหน้าที่ยังไม่ฝึ่าทะลุขั้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตััว
พลังดวงดาวที่เพิ่มพูนขึ้น บวกกับหินอุกกาบาตัก้อนนั้นเล็กมาก นั่นถึงทำาให้เขาสามารถร่ายใช้คาถาดาวตักได้สำาเร็จอย่างแท้จริง
และช่วงเวลาก่อนหน้านี้ หินอุกกาบาตัมากมายที่ตักมาจากนอก โลกก็ก้อนใหญ่เกินไป ด้วยตับะขอบเขตัของเขาในตัอนนี้ คิดจะใช้พลัง ดวงดาวในร่างกายมาขยับหินอุกกาบาตัเหล่านั้นจึงเป็นไปไม่ได้ และ แน่นอนว่าย่อมไม่สามารถชักนำามันได้สำาเร็จ
“หินอุกกาบาตันอกโลกก้อนเล็กขนาดนั้น ข้าแค่เปลี่ยนทิศทาง เล็กน้อยก็ยังเกือบเผ่าผ่ลาญพลังจิตัและพลังดวงดาวไปจนหมด!”
“ชัดเจนว่าคาถาดาวตักนี้ ข้าในตัอนนี้ยังไม่สามารถเอามาใช้ใน เวลาปกตัิและเวลาตั่อสู้ได้!”
เขาเริ่มเข้าใจทีละน้อย
คาถาวิเศษสามบทที่บันทึกไว้ด้านในบทตั้นของคาถาสะเก็ดดาว ตัอนนี้เขาสามารถใช้ดาวเคลื่อนย้าย ดาวเปล่งประกายได้แล้ว
ทว่าดาวตัก ด้วยขอบเขตัและศักยภาพของเขาในตัอนนี้ย่อม ไม่มีทางเอามาใช้ประมือกับคนอื่นได้แน่นอน
ตัามความคิดของเขา บางทีอาจตั้องรอให้เขาอยู่ในเขตัสามัญ หรือเขตัลี้ลับถึงจะสามารถใช้คาถาดาวตักได้อย่างเชี่ยวชาญ และเอามัน มาใช้โจมตัีเป้าหมายได้อย่างแท้จริง
หากเป็นหินอุกกาบาตัที่มีขนาดใหญ่มาก บางทีอาจยังจำาเป็น ตั้องมีตับะที่ยอดเยี่ยมสูงส่งมากกว่านี้ และตั้องมีพลังดวงดาวที่กว้างใหญ่ ราวมหาสมุทรถึงจะกระตัุ้นใช้ได้สำาเร็จ
“ยังดีที่ถือว่าข้าบรรลุความลี้ลับของตัราประทับสะเก็ดดาวดวง ที่หนึ่งอย่างแท้จริงแล้ว”
รู้สึกได้ว่าอักขระบรรพกาลในตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่หนึ่ง หายวับไป เขาก็เกิดความรู้สึกปิตัิยินดี รู้ว่านับแตั่นี้เป็นตั้นไป บางทีเขาคง ไม่จำาเป็นตั้องหลบๆ ซ่อนๆ มัวแตั่กังวลว่าตััวตันจะถูกเปิดเผ่ยอีกแล้ว
เขาแหวกสาบเสื้อออก ก้มลงมองก็พบว่าตัราประทับสะเก็ดดาว ที่นาบอยู่บนหน้าอกของเขาราวรอยสักนั้นค่อยๆ จางลง ก่อนจะ หลอมละลายเข้าไปใตั้ผ่ิวหนังของเขาแล้วหายวับไปอย่างรวดเร็ว
ตัราประทับสะเก็ดดาวอีกดวงหนึ่งที่เขายังไม่มีความสามารถไป ทำาความเข้าใจกับมันยังคงเด่นชัดสะดุดตัา
“นี่…ก็คือการชุบหลอมแล้วรึ?”
เมื่อคิดเช่นนี้เขาก็พลันรู้สึกได้ถึงความร้อนลวกที่ส่งมาจากตัรา ประทับสะเก็ดดาวซึ่งถูกผ่สานรวมเข้าไปในเลือดเนื้อ
เขารีบใช้พลังจิตัไปรับสัมผ่ัสก็ค้นพบทันทีว่าอักขระกลุ่มใหม่ที่ ร้อยเรียงกันได้โผ่ล่ขึ้นมาตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่ถูกชุบหลอม
อักขระใหม่เหล่านั้น เขาแค่มองปราดเดียวก็ตัราตัรึงอยู่ในความ ทรงจำาของเขาอย่างลึกซึ้ง กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของจิตัวิญญาณเขา
จากนั้นอักขระใหม่ทั้งหมดที่ลอยขึ้นมาก็ค่อยๆ หายวับไป
เมื่อเขาทบทวนอักขระที่นาบประทับอยู่ในความทรงจำาซ้ำาไปมา หนึ่งรอบก็พบว่าวิชาลับที่ใช้ปิดผ่นึกรอยแยกห้วงมิตัิตั้องใช้ตัราประทับ สะเก็ดดาวสามดวงและยังมีพลังจากทางช้างเผ่ือกนอกอาณาจักรด้วย
และเขาก็เป็นเพียงแค่ผู่้ที่กระตัุ้นมันเท่านั้น เขาแค่จำาเป็นตั้อง อาศัยวิชาลับนั้นมาปลดปล่อยตัราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวง ใช้
พลังจิตัไปควบคุมก็จะสามารถชักนำาให้รอยแยกห้วงมิตัิที่แตักออกถูกปิด ผ่นึกเข้าหากันอีกครั้ง!
เวลาเดียวกันนั้นเขายังพลันสัมผ่ัสได้ถึงการดำารงอยู่ของตัรา ประทับสะเก็ดดาวดวงที่สาม
ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สามคล้ายจะสาดสะท้อนอยู่ใน มหาสมุทรจิตัวิญญาณของเขา เขาสามารถรู้ตัำาแหน่งของมันได้อย่าง แม่นยำา
ความรู้สึกเช่นนี้ไม่จำาเป็นตั้องใช้ทิพย์จักษุ ดูเหมือนว่าแค่ความ คิดเขาบังเกิดขึ้นก็รู้ได้เลยว่าตัอนนี้ตัราประทับสะเก็ดดาวอยู่ที่ไหน
“หนิงหยาง! ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นที่อยู่บนร่างของหนิง หยาง!”
เขาเข้าใจโดยพลันว่าระหว่างตัราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวง ล้วนมีการขานรับตั่อกัน
ก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้ชุบหลอมตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่ หนึ่งก็เลยไม่รู้ถึงการดำารงอยู่ของหนิงหยาง ทว่าเมื่อตัราประทับสะเก็ดดาว ดวงแรกผ่สานรวมเข้าไปในเลือดเนื้อของเขาอย่างแท้จริงแล้ว เขาก็ สามารถใช้ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สามมาจับการเคลื่อนไหวของหนิง หยางได้อย่างเฉียบไวจนรู้ตัำาแหน่งที่แน่นอนของอีกฝึ่าย
“เขาอยู่ตัรงจุดที่หินอุกกาบาตัก้อนเล็กตักลง!”
เมื่อแน่ใจในตัำาแหน่งของหนิงหยางแล้วเขาเองก็ไม่ได้รีบร้อน ลงมือ แตั่รีบหยิบเอาหินดวงดาวออกมาชดเชยพลังดวงดาวที่เผ่าผ่ลาญไป ก่อน
จากนั้นเขาก็หยิบยาบางส่วนที่สามารถบำารุงพลังจิตัได้ออกมา แล้วกลืนลงไปทีเดียว
ใช้เวลาไปเกินครึ่งวันเขาถึงฟื้นฟูพลังจิตัและพลังดวงดาวที่เผ่า ผ่ลาญกลับคืนมาได้
รอจนเขาลุกขึ้นแล้วเดินไปยังจุดที่หินอุกกาบาตัก้อนนั้นตักลงมา หนิงหยางก็จากไปไกลหลายร้อยลี้แล้ว และยังคงตัามหาวิธีการชุบหลอม ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สามตั่อไป
ส่วนเนี่ยเทียน ตัอนที่มาถึงจุดที่หินอุกกาบาตัตักลง มองหลุม เล็กๆ ที่ราวกับปากบ่อเขาก็สัมผ่ัสได้ว่าตัราประทับสะเก็ดดาวเกิดร้อนลวก ขึ้นมาอีกครั้ง
และเขาก็พอจะรู้สึกได้อย่างเลือนรางว่าในหลุมลึกกลางพื้นดิน นั้นคล้ายจะมีบางอย่างที่ดึงดูดตัราประทับสะเก็ดดาว
“เกิดอะไรขึ้น?”
ดวงตัาเขาเตั็มไปด้วยความแปลกใจ จ้องเขม็งไปที่หลุมนั้น ทดลองใช้ทิพย์จักษุข้างหนึ่งไปตัรวจสอบในหลุมลึก