ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 326 โบราณสถานใตั้ดิน
ในพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตันี้ ตัราประทับสะเก็ดดาวตัรงหน้าอก ของเนี่ยเทียนเกิดความผ่ิดปกตัิเป็นครั้งที่สอง
ครั้งแรกก็คือตัอนที่เขาเพิ่งมาถึงที่นี่ เมื่อหินอุกกาบาตัใหญ่ยักษ์ ร่วงลงมาจากฟ้า ตัอนที่เขายืนอยู่ข้างหลุมแห่งนั้น ตัราประทับสะเก็ดดาว ก็ส่งความรู้สึกร้อนลวกมาให้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ
คราวนั้นเพราะหนิงหยางกำาลังมาถึง เขาจึงรีบถอยห่างไปจากที่ แห่งนั้น
คราวนี้ยืนอยู่ข้างหลุมลึก ตัราประทับสะเก็ดดาวตัรงหน้าอกของ เขาก็เริ่มร้อนระอุอีกครั้ง
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งไตั่ลึกลงไปตัามหลุมที่มีขนาดเท่าปากบ่อนั้น
ไม่นานนัก หินอุกกาบาตัก้อนเล็กที่ฝึังอยู่ในพื้นดินก็ถูกทิพย์จักษุ ตัรวจสอบอย่างชัดเจน
หินอุกกาบาตัก้อนนั้นก็ปริแตักออกเป็นก้อนๆ แตั่ไม่มีหิน ดวงดาวดำารงอยู่ด้านใน
เห็นได้ชัดว่ารอยแตักของหินอุกกาบาตัเกิดจากฝึีมือของหนิงหยาง ช่วงเวลาที่ผ่่านมาหนิงหยางเองก็เตัร็ดเตัร่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเช่นกัน ขอแค่เห็นว่ามีหินอุกกาบาตัร่วงลงมาจากท้องฟ้าก็จะรีบเร่งรุดเดินทางมา ถึงอย่างรวดเร็ว
หินอุกกาบาตัทุกก้อน หนิงหยางจะตั้องฟันมันออกเป็นก้อนเล็กๆ หมายตัามหาวิธีการชุบหลอมตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นของเขา
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน หินอุกกาบาตัที่ปริแตักนั้นไม่มีความ มหัศจรรย์ใดๆ
สิ่งของที่กระตัุ้นให้ตัราประทับสะเก็ดดาวตัรงหน้าอกของเขาร้อน ลวกไม่น่าจะใช่หินอุกกาบาตัจากนอกโลก แตั่เป็นสิ่งของบางอย่างที่อยู่ใน จุดลึกใตั้ดินตั่างหาก
ทิพย์จักษุหยุดชะงักเล็กน้อยก็จมลึกลงไปใตั้ดินอีกครั้ง กระแสจิตั ของเขาจึงตัามทิพย์จักษุข้างนั้นลงไปรับสัมผ่ัสอย่างละเอียดด้วย
หลายสิบวินาทีตั่อมา
ในความรู้สึกของเขา ทิพย์จักษุข้างนั้นจมลึกลงไปสองพันกว่าเมตัร แล้ว
เนื่องจากห่างไกลกันเกินไป ความเชื่อมโยงระหว่างเขาและทิพย์ จักษุข้างนั้นจึงเริ่มเปลี่ยนมาเป็นไม่ปะตัิดปะตั่อ
เมื่อเขาและทิพย์จักษุใกล้จะสูญเสียความเชื่อมโยงจากกัน เขาก็ พลันสัมผ่ัสได้ว่าในจุดลึกใตั้ดินคล้ายจะมีเขตัอาคมที่เหมือนน้ำาชั้นหนึ่ง ดำารงอยู่
ดูเหมือนว่าเขตัอาคมนั้นจำาเป็นตั้องใช้ทิพย์จักษุที่แฝึงเร้นไว้ด้วย พลังดวงดาวเจ็ดดวงเท่านั้นจึงจะสัมผ่ัสถึงได้
แม้จะดูเร้นลับซับซ้อนจนไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่นัก แตั่เขาก็มีความ รู้สึกอย่างหนึ่งว่ามีเพียงคนอย่างเขาที่เป็นผู่้ได้รับการสืบทอดจาก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ฝึกฝึนวิชาสะเก็ดดาว ในมหาสมุทรจิตั วิญญาณมีสะเก็ดดาวดำารงอยู่ อย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะใช้ทิพย์จักษุมา สัมผ่ัสถึงเขตัอาคมชั้นนั้นได้
นอกจากเขาแล้วตั่อให้เป็นคนที่มีขอบเขตัสูงกว่าเขาหลายขั้นจน พลังจิตัแปรสภาพเป็นพลังจิตัวิญญาณ บางทีก็ยังยากที่จะสัมผ่ัสได้ถึงการ ดำารงอยู่ของเขตัอาคมชั้นนั้น
เพราะว่าเมื่อทิพย์จักษุข้างนั้นสัมผ่ัสกับเขตัอาคมที่อยู่ลึกใตั้ดิน เขา ก็สัมผ่ัสได้อย่างชัดเจนว่าปราณที่ส่งมาจากเขตัอาคมแฝึงเร้นไว้ด้วยปราณ ของดวงดาวที่บริสุทธิ์
ทว่าตัอนนี้เอง ขณะที่เขาพยายามจะตัรวจสอบความลี้ลับที่อยู่ ใตั้ดินตั่อไป ทิพย์จักษุข้างนั้นที่เขารวบรวมขึ้นมาจากพลังจิตัวิญญาณ ของสะเก็ดดาวเจ็ดดวงก็จมลึกลงไปไกลเกินขีดจำากัดการรับสัมผ่ัสของเขา แล้ว
หากขยับลงไปอีกนิด เขาและทิพย์จักษุก็จะขาดการเชื่อมตั่อกัน อย่างสิ้นเชิงและภาพมหัศจรรย์ใตั้ดินก็มิอาจสะท้อนเข้ามาในสมองของ เขาได้อีก
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เก็บเอาทิพย์จักษุกลับมาแล้วนั่งเงียบๆ อยู่ ข้างหลุม
เขามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจุดลึกใตั้ดินของสถานที่ที่เรียกว่าพื้นที่ตั้อง ห้ามแห่งชีวิตันี้มีโบราณสถานแห่งหนึ่งของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ดำารงอยู่
โบราณสถานนี้น่าจะถูกผู่้แข็งแกร่งของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวใช้เวทลับซุกซ่อนเอาไว้ มีเพียงผู่้ที่ได้รับการสืบทอดและฝึกฝึนคาถา สะเก็ดดาวเท่านั้นถึงจะสามารถค้นหาความลึกลับของมันได้
แตั่ตัอนนี้ด้วยระดับขอบเขตัของเขาดูเหมือนว่าจะยังตั่ำาตั้อยเกินไป เขาจึงยังไม่มีความสามารถที่จะขุดเอาความมหัศจรรย์ที่อยู่ในนั้นออกมา ได้
ทว่าขอแค่ขอบเขตัของเขาพัฒนาอย่างตั่อเนื่อง พลังจิตัของเขา แปรสภาพเป็นพลังจิตัวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ช้าก็เร็วเขาตั้องได้ รู้ความลึกลับที่อยู่ใตั้ดินแห่งนี้แน่
หลายวันหลังจากนั้น เขาเริ่มค้นหาไปตัามพื้นที่ที่มีหินอุกกาบาตั มากมายตักลงมาในพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตั
ทุกครั้งที่เขาใช้ทิพย์จักษุแฝึงตััวลงไปด้านล่างก็ล้วนไม่สามารถมอง เขตัอาคมที่แฝึงเร้นไว้ด้วยพลังดวงดาวได้อย่างทะลุปรุโปร่งก่อนที่จะขาด การตัิดตั่อกับทิพย์จักษุ
ทดลองอยู่หลายครั้งในที่สุดเขาก็มั่นใจว่าด้วยขอบเขตัและตับะของ เขาในเวลานี้ไม่สามารถตัรวจสอบหาความลับที่อยู่ใตั้ดินได้จริงๆ
จากตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้น ตั่อให้เขาไม่ใช้ทิพย์จักษุก็ยัง สามารถรับสัมผ่ัสถึงตัำาแหน่งของหนิงหยางได้อย่างชัดเจน
เขารู้ว่าหนิงหยางยังคงไม่ยอมแพ้ที่จะชุบหลอมตัราประทับสะเก็ด ดาวดวงที่สาม หนิงหยางยังคงมุมานะด้วยความยากลำาบาก
“ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สาม!”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว ครุ่นคิดอยู่นานมาก รู้ดีอยู่แก่ใจว่าด้วยฝึีมือของ เขาตัอนนี้และด้วยพละกำาลังของเขาเพียงคนเดียวย่อมไม่มีทางช่วงชิงเอา ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สามมาจากมือของหนิงหยางได้แน่นอน
และความลับที่อยู่ใตั้ดิน เขาเองก็ยังไม่สามารถตัรวจสอบได้ ชั่วคราว ดังนั้นหลังจากที่เขาบรรลุคาถาดาวตักและเหยียบย่างเข้าสู่กลาง สวรรค์ช่วงกลางแล้วจึงตััดสินใจว่าจะเดินทางกลับเมืองโพ่เมี่ย
เขาตััดสินใจว่าจะไปหาหูหรงแห่งพรรคคิชฌกูฏ หากไม่ยืมพลังของ พรรคคิชฌกูฏเพื่อช่วงชิงตัราประทับสะเก็ดดาวมาจากหนิงหยาง
ก็ตั้องเปิดเผ่ยตััวตันของตััวเองเพื่อล่อให้ผู่้แข็งแกร่งของวิมาน สวรรค์มาเยือนอาณาจักรเลี่ยคง ให้วิมานสวรรค์ออกหน้าเป็นผู่้ช่วงชิงเอา ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นมาจากตััวของหนิงหยางเอง
มีเพียงตัราประทับสะเก็ดดาวสามดวงอยู่บนร่างของเขาเท่านั้น เขา ถึงจะสามารถใช้เวทลับปิดผ่นึกมาประสานรอยแยกห้วงมิตัิของอาณาจักร หลีเทียน อาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนแจวนได้อีกครั้ง
หลายวันหลังจากนั้น
เขาหลบเลี่ยงพวกนักล่าที่เคลื่อนไหวอยู่ใกล้เคียงกับซากปรักหักพัง กลับไปถึงเทือกเขาฮว้านคง มาปรากฏตััวอยู่ตัรงขอบเขตัอำานาจของเปลว อัคคี
พอเข้ามาในเทือกเขาฮว้านคงเขาก็ใช้ทิพย์จักษุจนได้รู้จากปากของ คนของเปลวอัคคีและผู่้ฝึกลมปราณที่มาเสี่ยงโชคบางส่วนว่าในเทือกเขาฮ ว้านคงมีอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณปรากฏขึ้น
ในพื้นที่ของเปลวอัคคี ผู่้ฝึกลมปราณมากมายหลายฝึ่ายทั้งกะโหลก เลือด เดือนดับ เปลวอัคคี รวมไปถึงนักล่าบางส่วนตั่างก็กำาลังตัามหากัน ให้ควั่ก
คนเหล่านั้นล้วนกำาลังตัามหาอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณ คิดจะ ช่วงชิงเอาอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่ไร้เจ้าของมาครอบครองเป็นของ ตัน
ดูเหมือนว่าทุกคนที่เคลื่อนไหวอยู่ในเทือกเขาฮว้านคงล้วนพากันมา รวมตััวอยู่ที่นี่
การปรากฏตััวของอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณทำาให้คนเหล่านั้น ใกล้จะเป็นบ้ากันเตั็มที ทุกคนล้วนรู้สึกว่าเมื่ออาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยง วิญญาณเผ่ยตััวออกมาอาจเป็นตััวแทนถึงโอกาสอันดีมากมาย
เขาเจอคนของกะโหลกเลือดอย่างรวดเร็ว และใช้ทิพย์จักษุจนรู้ว่า เผ่ยฉีฉี ไฉ่โยวก็อยู่ในกลุ่มคนด้วยจึงเป็นฝึ่ายขยับเข้าไปใกล้พวกเขา
“หัวเทียน!” เมื่อเขาเผ่ยกาย ไฉ่โยวก็ร้องอุทานด้วยความตักใจ “เจ้าหายไปไหนมา?”
“ไปหาสถานที่ฝึกตันมาน่ะ” เนี่ยเทียนยิ้มเบิกบาน แกล้งถามทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจ “ทำาไมพวกเจ้ามาอยู่กันที่นี่ล่ะ?”
เขาเหลือบตัามองเผ่ยฉีฉีหนึ่งครั้ง เผ่ยฉีฉีมีสีหน้าดังปกตัิ นางแค่ พยักหน้าเบาๆ ให้เขาเท่านั้น
ตัอนที่เกราะมังกรเพลิงแปลงกายเป็นลำาแสงเปลวเพลิงบินออกไป จากกำาไลเก็บของของเขา เผ่ยฉีฉีเองก็เป็นพยานรู้เห็นด้วย ตัอนที่เกราะ
มังกรเพลิงแย่งชิงผ่ลึกเพลิงฟ้าไปจากมือของพวกสื่อฮุย เขาก็รีบร้อนบอก ลากับเผ่ยฉีฉีแล้วใช้คาถาดาวเปล่งประกายเผ่่นหนีไปไกลจากนาง
เขาไม่แน่ใจว่าเผ่ยฉีฉีรู้หรือไม่ว่าอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่ทุก คนพูดถึงกันนั้น แท้จริงแล้วก็คือเขาเองที่เป็นคนปลดปล่อยออกมา
“อาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นหนึ่งที่ไม่มีเจ้าของมาปรากฏอยู่ ในบริเวณใกล้เคียงนี้” ไฉ่โยวสีหน้าเคร่งเครียดอย่างมาก “ผู่้ที่สามารถ ครอบครองอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณได้อย่างน้อยก็ตั้องเป็นผู่้ แข็งแกร่งเขตัลี้ลับ เขตัวิญญาณ และอาจเป็นไปได้ว่าคือบุคคลที่น่ากลัว ถึงระดับแดนตั่างๆ ด้วยซ้ำา!”
“พวกเราล้วนรู้ดีว่าเทือกเขาฮว้านคงพิเศษอย่างมาก มีรอยแยก ห้วงมิตัิที่ซับซ้อนตััดสลับกันมากมาย”
“รอยแยกห้วงมิตัิเหล่านั้นมีทั้งที่เชื่อมตั่อกับพื้นที่แห่งความตัาย มี ทั้งที่เชื่อมโยงกับดินแดนของตั่างเผ่่า และมีความเป็นไปได้มากว่าจะเชื่อม โยงไปยังสถานที่พิเศษที่ผู่้แข็งแกร่งเผ่่ามนุษย์ของเราเคลื่อนไหวอยู่”
“ไม่แน่ว่าอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้นอาจจะบินออกมา จากในดินแดนลึกลับแห่งหนึ่งที่ผู่้แข็งแกร่งเผ่่ามนุษย์ใช้ชีวิตัอยู่ การบิน
ออกมาของอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณหมายความว่าเจ้าของมันได้ตัาย ไปแล้ว”
“หากหาอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้นเจอ รู้ว่ามันมาจากดิน แดนไหนก็อาจจะมีการค้นพบที่น่าตักตัะลึง”
นัยน์ตัาไฉ่โยวเตั็มไปด้วยความคาดหวัง ระหว่างที่พูดก็ดูเหมือนว่า เขากำาลังจินตันาการไปไกลถึงภาพเหตัุการณ์ที่ได้ครอบครองอาวุธล้ำาค่า เชื่อมโยงวิญญาณ แล้วมุ่งหน้าไปตัรวจค้นดินแดนบางแห่งที่ผู่้แข็งแกร่ง เผ่่ามนุษย์ตัายไปแล้ว