ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 374 ความระส่ำระสายในอาณาจักรเชียนแจว๋
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งลอดผ่านภาพดวงดาวขนาดใหญ่ยักษ์ที่ส่องแสง พร่างพราวบินลอดเข้าไปในช่องทางห้วงมิติ
ตอนที่ทิพย์จักษุจมลงไปด้านล่างก็เห็นได้ชัดว่ามันดึงเอาพลังดวงดาว บริสุทธิ์และเข้มข้นมาจากภาพค่ายกลดวงดาวยักษ์ที่กำลังค่อยๆ ก่อตัว
ชั่วขณะที่ทิพย์จักษุซึ่งเป็นวัตถุมายาลอยผ่านภาพดวงดาวขนาดใหญ่ เข้าไปในช่องทางห้วงมิติก็ได้เปลี่ยนมาเป็นดาวดวงหนึ่งที่สุกสกาวเหมือน ดาวของจริง!
ในชั่วพริบตา การรับสัมผัส การมองเห็น ความสามารถในการ สังเกตการณ์ของเนี่ยเทียนต่างก็ปกคลุมไปทั่วช่องทางห้วงมิติด้านล่าง ผ่านทิพย์จักษุข้างนั้น
เขาจึงมองเห็นทันทีว่าบริเวณใกล้เคียงน้ำวนสีเทาขมุกขมัวที่ เคลื่อนไหวไม่อยู่นิ่งมีภูตผีปีศาจนับพันนับหมื่นตนรวมตัวกันแน่นขนัด!
ภูตผีปีศาจระดับสูงกลุ่มใหญ่ที่สวมชุดเกราะหนักอึ้งสีดำ ขี่อยู่บนหลัง ม้าปีศาจเช่นเดียวกับเอ้าเติงกำลังตั้งท่ารอคอยอย่างเคร่งเครียด แผ่ไอ สังหารออกมาตลบอบอวล
รอบนอกมีภูตผีปีศาจระดับต่ำที่มีเรือนกายใหญ่โต รูปร่างแปลก ประหลาดจำนวนมากที่ต่างก็กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในธารปีศาจซึ่งเกิดจาก ปราณปีศาจพลุ่งพล่านมารวมตัวกัน อีกทั้งพวกมันยังคอยร้องคำรามอยู่ เป็นระยะ
ดูเหมือนว่าเวลานี้เอ้าเติงที่กลับมาจากอาณาจักรเสวียนเทียนกำลัง เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับนั่วหลันเต๋อแห่งตระกูลอาซือข่าเท่อ พวก เขากำลังโต้เถียงกันด้วยภาษาภูตผีปีศาจ
สัตว์กร่อนวิญญาณของตระกูลอาซือข่าเท่อกับงูหลามสองหัวต่างก็ กำลังถลึงตามองกันไปมา ตั้งท่าพร้อมต่อสู้ทุกเมื่อ
พวกภูตผีปีศาจที่กระจายตัวอยู่ใกล้น้ำวนสีเทามีจำนวนมากมหาศาล หากพวกมันบุกเข้ามาในอาณาจักรเสวียนเทียนทั้งหมด เนี่ยเทียนก็นึก ภาพไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทิพย์จักษุข้างนั้นของเขากำลังรวบรวมสมาธิสังเกตภาพเหตุการณ์ใน ช่องทางห้วงมิติ แต่อยู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกของฮวางฝาน
เขาจึงตื่นขึ้นจากสภาวะการเข้าฌานโดยพลัน ก่อนจะหันไปมองฮวาง ฝานด้วยใบหน้างุนงง “มีอะไรหรือ?”
“ท่านเจ้าสำนักให้ข้าพาเจ้าไปยังอาณาจักรเชียนแจว๋ทันที” ฮวางฝาน กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ราวกับว่าในใจไม่ได้เกิดคลื่นความเคลื่อนไหว ใดๆ เพราะภาพการแลกเปลี่ยนระหว่างจ้าวลั่วเฟิง หลิงตงและภูตผีปีศาจ “รอยแยกห้วงมิติทั้งสามที่ปริออก ตอนนี้เหลือแค่ฝุายของอาณาจักร เชียนแจว๋เท่านั้นที่ยังไม่ถูกปิดผนึก”
“ที่นั่นก็ต้องการเจ้าเหมือนกัน”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วมุ่น พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ข้าทราบแล้ว”
ตรงหุบเขา จ้าวลั่วเฟิงและหลิงตงยังคงก้มหน้ามองรอยแยกห้วงมิติที่ ถูกภาพดวงดาวขนาดใหญ่ปิดทับและพูดคุยกันเบาๆ
รอจนภาพดวงดาวขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บนผิวภายนอกของรอยแยกที่ แตกออก พวกจ้าวลั่วเฟิงและหลิงตงก็เหมือนจะรู้ว่าค่ายกลลับที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้ได้เปิดใช้งานสำเร็จแล้ว
เมื่อค่ายกลลับเปิดแล้ว พวกเขาจึงไม่คิดจะแยแสเนี่ยเทียนหรือหันมา ให้ความสนใจเขาอีก
ในสายตาของจ้าวลั่วเฟิงและหลิงตงเหมือนว่าจะมีเพียงวัตถุวิเศษที่ เขียนไว้บนรายการซึ่งมอบให้เอ้าเติงเท่านั้นที่ถึงจะเป็นวัตถุที่พวกเขาให้ ความสนใจอย่างแท้จริง
ส่วนเนี่ยเทียนที่เมื่อเปิดใช้ค่ายกลลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทิ้งไว้เสร็จแล้วจึงไม่มีค่าเท่าใดนัก
“ไปกันเถอะ” ฮวางฝานขับเคลื่อนรถศึกทองคำให้บินไปทางวิมาน สวรรค์อีกครั้ง “ท่านเจ้าสำนักบอกว่ารอจนรอยแยกห้วงมิติของ อาณาจักรเชียนแจว๋ถูกปิดผนึกแล้วค่อยให้ข้าพาเจ้ากลับมาวิมานสรรค์ อีกรอบ เพื่อที่จะได้คุยกับเจ้าอย่างละเอียด”
“อ้อ” เนี่ยเทียนมีท่าทีเฉยชา
ไม่รู้ว่าเหตุใด เมื่อได้เห็นจ้าวลั่วเฟิงและเอ้าเติงแห่งอาณาจักรปีศาจที่ สี่มีข้อตกลงร่วมกัน ความรู้สึกที่เขามีต่อวิมานสวรรค์ก็ต่างไปจากเดิม
เดิมทีเขาเคารพเลื่อมใสในวิมานสวรรค์ผู้เป็นสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน ดินแดนดาวตก
แต่ไหนแต่ไรมาเขาคิดว่าวิมานสวรรค์ต่างหากถึงจะเป็นกำลังหลักของ สำนักผู้ฝึกลมปราณใหญ่ๆ ในดินแดนดาวตกที่คอยรับมือกับภูตผีปีศาจ และพวกต่างเผ่า
รอจนเขาค้นพบว่าวิมานสวรรค์ที่ตั้งตนยิ่งใหญ่อยู่ในดินแดนดาวตก มานานหลายปีโดยไม่ล้มลง ทั้งยังมีศักยภาพที่แข็งแกร่งและมีผู้ฝึก ลมปราณขอบเขตสูงสุด เมื่อเผชิญหน้ากับภูตผีปีศาจกลับเลือกที่จะทำ การแลกเปลี่ยน ภาพลักษณ์ของวิมานสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรในสายตา ของเนี่ยเทียนก็พลันพังทลายลง
สำหรับการเข้าร่วมกับวิมานสวรรค์ ก่อนหน้านี้ใจเขาก็มีการต่อต้าน อยู่แล้ว พอได้มาเห็นภาพการสนทนาระหว่างจ้าวลั่วเฟิงและเอ้าเติง เขาก็ ยิ่งหมดความสนใจที่จะกลายมาเป็นลูกศิษย์ของวิมานสวรรค์
ทว่าสิ่งเหล่านี้เขากลับยังไม่ได้พูดกับฮวางฝาน
เพราะค่ายกลลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้เกิด ประสิทธิผล ปราณปีศาจเข้มข้นที่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่กว้างขวางจึงค่อยๆ จางหายไป
ภายใต้การขับเคลื่อนรถศึกทองคำจากฮวางฝาน พวกเขาจึงกลับ มาถึงวิมานสวรรค์ในเวลาไม่นานนัก
เมื่อมาถึงวิมานสวรรค์ ฮวางฝานก็ส่งมอบรถศึกทองคำคืนไป ก่อนจะ พาเนี่ยเทียนไปยังพื้นที่ค่ายกลนำส่งแห่งมิติที่พวกเขาเคยมาทันที
“ไปอาณาจักรเชียนแจว๋!” ฮวางฝานกล่าว
ค่ายกลหลังหนึ่งที่มีแสงวิเศษเปล่งประกายซึ่งปูเต็มไปด้วยหินวิเศษ ถูกลูกศิษย์ของวิมานสวรรค์เปลี่ยนพิกัดให้เชื่อมต่อไปยังอาณาจักรเชียน แจว๋
ภายใต้สายตาจับจ้องด้วยความตะลึงระคนสงสัยของลูกศิษย์วิมาน สวรรค์จำนวนมาก เนี่ยเทียนก็ถูกฮวางฝานพาตัวเข้ามายืนอยู่ในค่ายกล นำส่ง
ค่ายกลนำส่งเริ่มการทำงานทันที
“รอยแยกห้วงมิติถูกปิดผนึกเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?”
“เหมือนจะใช่นะ ข้ามองเห็นได้เลยว่าปราณปีศาจที่อบอวลไปทั่วไม่ เพียงแต่หยุดชะงักลง ยังค่อยๆ สลายไปทีละนิดด้วย”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ก็แสดงว่าเจ้าเด็กที่มาจากอาณาจักรหลีเทียนรวมตรา ประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงได้แล้วจริงๆ น่ะหรือ? ปัญหาของ อาณาจักรหลีเทียนและของอาณาจักรเสวียนเทียนเราล้วนถูกแก้ไขเพราะ ฝีมือเขา?”
“น่าจะเป็นแบบนี้แหละ”
“แล้วศิษย์พี่หนิงหยางล่ะ? ตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สามอยู่บน ร่างของเขาไม่ใช่หรือ? เนี่ยเทียนรวบรวมตราประทับสะเก็ดดาวได้สาม ดวง แล้วเขาล่ะ?”
“ดูเหมือนว่าศิษย์พี่หนิงหยางจะหายตัวไปนานมากแล้ว”
“ตราประทับสะเก็ดดาวของเขาถูกเนี่ยเทียนชิงมาได้ ต่อให้ศิษย์พี่ห นิงหยางยังมีชีวิตอยู่ ด้วยความภาคภูมิใจในตัวเองของเขา เกรงว่าคง เหมือนตายทั้งเป็นเลยกระมัง?”
ลูกศิษย์จำนวนมากของวิมานสวรรค์ต่างก็กระซิบกระซาบกันอยู่ใน พระราชวังที่กว้างขวางโอ่อ่าแห่งนั้น
ในบรรดานั้นมีผู้ฝึกลมปราณหลายคนที่พอเอ่ยถึงหนิงหยางก็แอบใช้ สายตาที่แฝงเร้นไว้ด้วยไอสังหารหันไปมองแผ่นหลังของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนที่ถูกแสงวิเศษแวววาวปกคลุมอยู่กลางค่ายกลนำส่งซึ่งกำลัง จะเดินทางไปยังอาณาจักรเชียนแจว๋พลันสัมผัสได้อย่างเฉียบไว
เขามองตามสายตาเหล่านั้นกลับไปก็พบว่าในบรรดาผู้ฝึกลมปราณ วิมานสวรรค์ที่มองเขาด้วยสายตาเคียดแค้นมีผู้แข็งแกร่งระดับเขตสามัญ อยู่ด้วย
“อู้!”
ในที่สุดค่ายกลนำส่งก็เริ่มทำงาน
เมื่อฟูาดินพลิกตลบ เนี่ยเทียนและฮวางฝานสองคนก็มาปรากฏตัวอยู่ ที่ลานหินสีเทาแห่งหนึ่ง
“คนของวิมานสวรรค์มาแล้ว!” สตรีหน้าตางดงามเรือนกายอรชรคน หนึ่งชายอาภรณ์โบกสะบัด ดูเหมือนว่านางมารออยู่นานมากแล้ว
เห็นว่าเนี่ยเทียนและฮวางฝานเดินออกมา นางจึงรีบเดินไปรับหน้า “พี่ใหญ่ฮวาง คนที่อยู่ข้างกายท่านคือเนี่ยเทียนแห่งอาณาจักรหลีเทียน หรือ?”
“ถูกต้อง” ฮวางฝานพยักหน้า แล้วจึงเอ่ยถาม “สถานการณ์ใน อาณาจักรเชียนแจว๋ของพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ย่ำแย่มาก สถานการณ์เกือบจะควบคุมไม่อยู่แล้ว” สตรีหน้าตา งดงามผู้นั้นมีตบะเขตลี้ลับช่วงต้น นางกล่าวด้วยความร้อนรนราวกับถูก ไฟลน “พวกเรารีบไปยังจุดที่รอยแยกห้วงมิติเปิดออกกันเถอะ ต้องปิด ผนึกรอยแยกห้วงมิติให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อขัดขวางไม่ให้ภูตผีปีศาจ จำนวนมากกว่าเดิมบุกเข้ามา!”
ฮวางฝานตะลึงงัน “อาณาจักรเชียนแจว๋เริ่มมีภูตผีปีศาจบุกเข้า มาแล้วรึ?”
สตรีหน้าตางดงามยิ้มขื่นและพยักหน้า “เมื่อสองวันก่อน ภูตผีปีศาจ ระดับต่ำและภูตผีปีศาจระดับสูงจำนวนมากต่างก็รุกรานเข้ามาผ่านรอย แยกห้วงมิติที่ปริแตก สำนักผู้ฝึกลมปราณใหญ่ๆ ในอาณาจักรเชียนแจว๋ ของพวกเรา รวมไปถึงผู้ฝึกลมปราณที่แข็งแกร่งทุกคนต่างก็มารวมตัวกัน อยู่ใกล้กับบริเวณที่รอยแยกห้วงมิติเปิดออกและเริ่มเปิดฉากสังหารกับ พวกภูตผีปีศาจแล้ว”
“เวลาไม่คอยท่า รีบไปกันเถอะ!” ฮวางฝานเองก็เริ่มร้อนใจ
เนี่ยเทียนยังไม่ทันมองสภาพรอบด้านก็ถูกฮวางฝานและสตรีผู้งดงาม ลากตัวให้ขึ้นไปบนรถศึกสีเงินแวววาว
รถศึกห้อทะยานขึ้นสูงอยู่เหนือจุดศูนย์กลางของหอเรือนมากมายที่ งามประณีตซึ่งตั้งอยู่บนลานหินสีเทา
“อ๊าว!”
ทิศทางที่รถศึกสีเงินบินไป ฟูาดินล้วนถูกกลบทับไว้ด้วยปราณปีศาจ พลุ่งพล่าน เสียงร้องคำรามของภูตผีปีศาจจำนวนมากที่ทำให้คนได้ยิน หวาดผวาพรั่นพรึงดังขึ้นๆ ลงๆ ก้องกังวานมาจากพื้นที่แห่งนั้น
ท่ามกลางปราณปีศาจที่ซัดตลบ ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์หลายคนที่ ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยม่านแสงพลังวิญญาณห้าแสงหกสีคอยขับเคลื่อนอาวุธ วิเศษ ร่ายใช้เวทคาถาที่ตนเองเชี่ยวชาญมาประหัตประหารกับพวกภูตผี ปีศาจ
“เจ้าชื่อเนี่ยเทียนใช่ไหม?” สตรีงดงามมองเขาด้วยสายตาลึกล้ำหนึ่ง ครั้ง ก่อนจะเอ่ยกำชับอย่างจริงจัง “เจ้าระวังหน่อย ห้ามเปิดเผยคลื่น ดวงดาวบนร่างตัวเองออกมาเด็ดขาด อย่างน้อยตอนที่เดินทางไปยังรอย แยกห้วงมิตินั่นก็ต้องอำพรางเอาไว้ เพื่อไม่ให้ภูตผีปีศาจที่พบเจอระหว่าง ทางล้อมเข้ามาสังหารเจ้าอย่างบ้าคลั่ง”
“ไม่มีปัญหา” เนี่ยเทียนกล่าว