ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 373 แลกเปลี่ยนกับภูตผีปีศาจ
การกระทำอันดับต่อมาของวิมานสวรรค์ช่วยพิสูจน์ได้ว่าการคาดเดา ของฮวางฝานคือความจริง
พวกผู้แข็งแกร่งของวิมานสวรรค์ทั้งกลุ่มซึ่งมีจ้าวลั่วเฟิงและหลิงตง เป็นหัวหน้ายืนอยู่ต่อหน้าเอ้าเติงจากอาณาจักรปีศาจที่สี่ และงูหลามตัว ใหญ่ยักษ์สองหัวตัวนั้น
“ค่ายกลลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้หากเปิดใช้เมื่อใด ก็จะไม่หยุดลงกลางคัน” จ้าวลั่วเฟิงเจ้าสำนักวิมานสวรรค์มีสีหน้าเรียบ เฉย น้ำเสียงก็ราบเรียบราวกับผิวน้ำ อธิบายความจริงอย่างไม่รีบไม่ร้อน “บางทีพวกเจ้าเองก็อาจจะคาดไม่ถึง คราวนี้ตราประทับสะเก็ดดาวทั้ง สามดวงไม่เพียงแต่มีคนได้ครอบครอง ทั้งยังรวมกันเป็นหนึ่งอย่าง รวดเร็ว”
“ขอแค่ตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงมารวมกันครบอยู่บนร่าง ของคนคนเดียวก็สามารถเปิดใช้ค่ายกลลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทิ้งเอาไว้และสามารถปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติที่เปิดออกอีกครั้งได้”
ระหว่างที่จ้าวลั่วเฟิงกล่าว บนท้องฟูาก็ยังคงมีแสงดาวไหลรินลงมา อย่างต่อเนื่อง
แสงดาวที่ราวกับธารแสงไหลเข้าหาปากรอยแยกห้วงมิติที่ปริแตก แสงดาวพร่างพราวคล้ายกลายมาเป็นธารน้ำที่คดเคี้ยวไหลรินอยู่ตรง พื้นผิวชั้นนอกของรอยแยก ทั้งยังตัดสลับกันเป็นภาพดวงดาวที่ซับซ้อน และลึกลับ
“คราวนี้ชะตากำหนดมาแล้วว่ารอยแยกห้วงมิติต้องถูกปิดผนึกอีก ครั้ง และหากมันถูกปิดผนึกลงเมื่อใด ภูตผีปีศาจอย่างพวกเจ้าก็ไม่ สามารถเข้าออกได้ตามใจชอบอีก”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้ช่วงก่อนหน้านี้ภูตผีปีศาจอย่างพวกเจ้าจะ รุกรานกันเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อรอยแยกห้วงมิติถูกปิดผนึกลง การติดต่อระหว่างพวกเจ้าและอาณาจักรปีศาจก็จะถูกตัดขาดไปในทันที”
“เมื่อถูกตัดขาดการติดต่อ ภูตผีปีศาจที่เข้ามาอยู่ในดินแดนดาวตกก็ เป็นเพียงกองทัพที่โดดเดี่ยวเท่านั้น”
จ้าวลั่วเฟิงหรี่ตาลงน้อยๆ มองไปยังเอ้าเติงที่มาจากอาณาจักรปีศาจที่ สี่ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ด้วยพละกำลังของอาณาจักรปีศาจ ที่สี่ของพวกเจ้า คิดจะต้านทานผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ตลอดทั้งดินแดนดาว ตกก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายกระมัง? เจ้าเองก็น่าจะเข้าใจในข้อนี้ดี ดังนั้น หลังจากที่เจ้ารู้ว่าตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามมารวมตัวกันแล้วจึงไม่ได้ พาลูกน้องมาด้วยมากนัก”
“มีเพียงเจ้า แล้วก็มัน…”
เส้นสายตาของจ้าวลั่วเฟิงไปตกอยู่บนร่างของงูหลามสองหัว แล้วจึง พูดต่ออีกว่า “ที่พวกเจ้ามาที่นี่ก็แค่เพื่อจะมาดูสถานการณ์เท่านั้นมิใช่ หรือ?”
“โฮก!”
ดวงตาสีม่วงของงูหลามสองหัวฉายแสงดุร้าย ทั้งยังปลดปล่อยเสียง คำรามเบาๆ ราวสัตว์ปุา
ดูเหมือนว่ามันจะไม่พอใจในคำพูดของจ้าวลั่วเฟิง
กลับเป็นเอ้าเติงผู้สวมชุดเกราะสีดำสนิทและยังคงนั่งอยู่บนหลังม้าศึก เสียอีกที่โบกมือบอกเป็นนัยไม่ให้มันวู่วาม
หลังจากที่จ้าวลั่วเฟิงเริ่มพูด ผู้แข็งแกร่งทุกคนของวิมานสวรรค์ต่างก็ เงียบงัน
หลิงตงที่ก่อนหน้านี้ประมือกับเอ้าเติงครู่สั้นๆ ก็ไม่เอ่ยคำใด เอาแต่ใช้ สายตาเย็นชาจ้องเขม็งไปยังงูหลามสองหัวที่มีท่าทีไม่พอใจตัวนั้นคล้าย กำลังเตรียมพร้อมรับมือ
อ้าวเติงใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก็พลันหันไปใช้ภาษาเผ่าปีศาจพูดคุย กับนั่วหลันเต๋อจากตระกูลอาซือข่าเท่อ “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า พวก เจ้าจงกลับไปก่อน”
ใบหน้าที่หล่อเหลาน่ามองของนั่วหลันเต๋อพลันมืดทะมึน ใช้ภาษาของ ภูตผีปีศาจตอบกลับไปเช่นกัน “เอ้าเติง เจ้าคิดจะแลกเปลี่ยนกับเผ่า มนุษย์ต่ำช้าอย่างนั้นหรือ? ของสิ่งนั้น พวกเจ้าไม่ควรใช้วิธีการที่โหดเหี้ยม ที่สุดแย่งคืนมาจากมือของเผ่ามนุษย์ แล้วสังหารเผ่ามนุษย์ทุกคนที่อยู่ที่นี่ เพื่อลบล้างความอัปยศที่พวกเราเคยได้รับหรอกหรือ?”
“ข้าบอกแล้วว่าเรื่องของพวกข้าไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลอาซือข่า เท่อของพวกเจ้า!” เอ้าเติงตวาด
“ท่านอา รอยแยกห้วงมิติของที่นี่เริ่มปิดตัวลงแล้ว” จื่อเหลียนเอ่ย เตือนเบาๆ
นั่วหลันเต๋อพยักหน้า จ้องมองเอ้าเติงที่มีหน้ากากปกปิดใบหน้าจน เหลือเพียงดวงตาด้วยสายตาเย็นชา แล้วจึงกล่าวว่า “เจ้าก็ระวังตัวให้ดี เถอะ!”
ทันใดนั้นคนของตระกูลอาซือข่าเท่อก็บินเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติที่มี แสงดาวเปล่งประกายทันที
หลังจากที่คนของตระกูลอาซือข่าเท่อทยอยกันจากไปแล้ว ในหุบเขา จึงเหลืออยู่เพียงแค่เอ้าเติงและงูหลามสองหัวตัวนั้น
“พวกเจ้าต้องการอะไร?” เอ้าเติงใช้ภาษาเผ่ามนุษย์ถามอย่าง คล่องแคล่ว
คำพูดนี้ดังออกมา เนี่ยเทียนสังเกตเห็นว่าดวงตาของจ้าวลั่วเฟิงและห ลิงตงต่างก็เปล่งประกายวาบ
“นี่คือรายการ” จ้าวลั่วเฟิงโบกมือ
กระดาษน้ำมันสีเทาเหลืองแผ่นหนึ่งที่ด้านบนนั้นเขียนอักษรปีศาจ บูดๆ เบี้ยวๆ เอาไว้จึงบินไปหาเอ้าเติง
เอ้าเติงยื่นมือข้างที่ว่างออกมารับกระดาษแผ่นนั้นแล้วก้มหน้าลงอ่าน
บนยอดเขา เนี่ยเทียนได้ยินเสียง “ฟืดฟาดๆ” ดังออกมาจากในรอย แยกห้วงมิติที่มีแสงดาวเปล่งประกายแว่วๆ
นั่นจึงทำให้เขารู้ว่าในช่องทางมืดมิดเบื้องใต้รอยแยกห้วงมิติที่เปิด ออกคงมีภูตผีปีศาจที่น่าหวาดกลัวจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่
ภูตผีปีศาจระดับต่ำหลายประเภท รวมไปถึงภูตผีปีศาจระดับสูงที่มา จากอาณาจักรปีศาจที่สี่น่าจะกำลังรอฟังคำสั่งจากเอ้าเติง
เดิมทีแผนการเดิมของเอ้าเติงผู้นั้นน่าจะเตรียมรุกรานอย่างกำเริบเสิบ สาน หมายจะกวาดล้างอาณาจักรเสวียนเทียนในชั่วระยะเวลาสั้นๆ เพื่อ แย่งชิงบางอย่างกลับคืนไป
ทว่าเขากับฮวางฝานมาทันเวลา เมื่อตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสาม ดวงเปิดค่ายกลใหญ่จึงทำให้เอ้าเติงเปลี่ยนความคิด
ด้วยเหตุนี้ผู้ที่มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่จึงมีเพียงเอ้าเติงและงูหลามสองหัว ตัวนั้น
“แลกเปลี่ยนกับภูตผีปีศาจ…”
เนี่ยเทียนมีสีหน้ามืดคล้ำ พลันหันไปถามฮวางฝาน “อาณาจักร เสวียนเทียนแห่งนี้ได้กำราบสิ่งของอย่างหนึ่งของภูตผีปีศาจเอาไว้ แล้ว อาณาจักรหลีเทียนของข้าล่ะ? ในอาณาจักรหลีเทียนของข้าก็มีสิ่งของที่ สำคัญอย่างยิ่งต่อตระกูลอาซือข่าเท่อแห่งอาณาจักรปีศาจที่หกซึ่งถูก กำราบเอาไว้เหมือนกันหรือไม่?”
“ไม่มี” ฮวางฝานส่ายหัว “ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“อาณาจักรเชียนแจว๋ล่ะ?” เนี่ยเทียนถามอีกครั้ง
“เหมือนว่าจะไม่มีเหมือนกัน” ฮวางฝานตอบ
“สำหรับพวกเราแล้ว สิ่งของเหล่านี้ก็รวบรวมได้ยากเหมือนกัน!” และเวลานี้เอง เอ้าเติงที่อยู่ด้านล่างก็ได้อ่านรายการที่จ้าวลั่วเฟิงเรียกร้อง
จบในที่สุด และในดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด “และอีกไม่นานเท่าไหร่ค่ายกลที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้ก็ จะปิดรอยแยกห้วงมิติได้อย่างสมบูรณ์แบบ!”
“เวลาสั้นๆ เพียงเท่านั้น พวกเราไม่สามารถนำวัตถุที่พวกเจ้าต้องการ มายังอาณาจักรเสวียนเทียนได้!”
มุมปากของจ้าวลั่วเฟิงยกยิ้มให้เห็นเป็นครั้งแรก “ไม่มีปัญหา ขอแค่ เจ้าพยักหน้าตอบรับ การแลกเปลี่ยนของพวกเราสามารถดำเนินการได้ใน ช่องทางห้วงมิติ ภูตผีปีศาจอย่างพวกเจ้ามิอาจข้ามผ่านรอยแยกห้วงมิติ มายังอาณาจักรเสวียนเทียนได้ ทว่าต่อให้รอยแยกห้วงมิติจะถูกปิดผนึก เผ่ามนุษย์อย่างพวกเราก็ยังไม่ถูกจำกัด”
หยุดชะงักไปครู่เขาจึงพูดต่อว่า “ตอนที่รอยแยกห้วงมิติเปิดออก วิมานสวรรค์ของพวกเราได้ร่ายเวทอภินิหาร ถือโอกาสตอนที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวสูญเสียการควบคุมชั่วคราวไปเอาสิ่งของที่พวกเจ้า ต้องการออกมาเรียบร้อยแล้ว”
“ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าไปรวบรวมทรัพยากรที่วิมานสวรรค์ต้องการมา จากนั้นพวกเราค่อยทำการแลกเปลี่ยนกับพวกเจ้าในช่องทางห้วงมิติ”
“พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร?”
“โฮก!”
งูหลามสองหัวตัวนั้นพอได้ยินว่าพวกจ้าวลั่วเฟิงไปเอาของสิ่งนั้น มาแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นพลุ่งพล่านทันใด
ในดวงตาทั้งสองข้างของมันพลันฉายประกายแสงที่ทำให้คนมอง หวาดกลัว ปราณที่น่าตกใจระลอกหนึ่งค่อยๆ แผ่อบอวล
ดูเหมือนมันจะใช้เสียงคำรามเร่งรัดเอ้าเติง บอกให้เอ้าเติงเรียกหาผู้ แข็งแกร่งของอาณาจักรปีศาจที่สี่ซึ่งรออยู่ด้านล่าง ให้พวกเขาเปิดฉาก สังหารคนเหล่านี้ของวิมานสวรรค์ทันทีเพื่อช่วงชิงเอาเปูาหมายของพวก เขากลับคืนมา
ดวงตาที่เปิดเปลือยของเอ้าเติงฉายให้เห็นถึงความสนใจ ดูเหมือนว่า เขากำลังคิดไม่ตกจึงมีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด
“หึ!” อยู่ๆ หลิงตงก็แค่นเสียงเย็น
เอ้าเติงพลันคืนสติทันที เขามองจ้าวลั่วเฟิงที่มีท่าทีเรียบเฉยถึงขีดสุด ก่อนจะไล่สายตามองไปยังกองกำลังของวิมานสวรรค์ที่มารวมตัวกันอยู่ ที่นี่อีกครั้ง
สุดท้ายเขาจึงหันหน้ากลับไปกวาดตามองรอยแยกห้วงมิติที่ค่อยๆ ประสานตัวเข้าหากัน
“ตกลง! ข้ายอมรับเงื่อนไขของพวกเจ้า!” เขากล่าวเสียงหนัก
เมื่อได้ยินการตอบรับของเขา ผิวหนังบนใบหน้าจ้าวลั่วเฟิงและหลิง ตงก็กระตุกน้อยๆ คล้ายปกปิดความตื่นเต้นในใจเอาไว้ไม่มิด
คนทั้งสองต่างก็มีตบะเขตวิญญาณ หากคิดจะพัฒนาไปอีกขั้นเพื่อ เหยียบเข้าสู่แดนว่างเปล่าก็จำเป็นต้องพึ่งพาวัตถุหายากบางอย่าง
ซึ่งส่วนหนึ่งในนั้นดินแดนดาวตกได้ขุดเจาะกันไปจนเกลี้ยงแล้ว มี เพียงอาณาจักรปีศาจใหญ่ๆ เท่านั้นที่ยังคงมีเหลืออยู่
มีเพียงได้รับของวิเศษเหล่านั้นมา พวกเขาสองคนที่ฝึกถึงเขตวิญญาณ ช่วงท้ายถึงจะมีคุณสมบัติและความกล้าหาญมากพอที่จะเหยียบย่างเข้าสู่ แดนว่างเปล่า
“เจ็ดวัน! เจ็ดวันให้หลังมาแลกเปลี่ยนกันในช่องทางห้วงมิติ!” จ้าวลั่ว เฟิงกล่าว
“หวังว่าพวกเจ้าจะรักษาสัญญา!” เอ้าเติงพยักหน้า บอกกล่าวงูหลาม สองหัวนั่นเสียงหนึ่งก่อนจะขี่ม้าศึกสีดำหายเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติ
งูหลามสองหัวใช้สายตาที่ดุร้ายถลึงมองหลิงตงหนึ่งครั้งแล้วจึงมุดลอด ตามไป
เมื่อพวกเขาจากไป จ้าวลั่วเฟิงและหลิงตงหันมาสบตากันหนึ่งครั้ง ต่างคนต่างคลายใจอย่างเห็นได้ชัด
“ฟูุวๆ!”
แสงดาวพร่างพราวยังคงไหลรินลงมาจากนภากาศ ปราณปีศาจ เข้มข้นที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ถูกแสงดาวชำระล้างจนค่อยๆ สลายหายไป
บนพื้นผิวของรอยแยกห้วงมิติที่อยู่เบื้องล่างมีแสงดาวระยิบระยับ ซึ่ง แสงนั้นยิ่งเจิดจ้าบาดตา ภาพดวงดาวขนาดใหญ่ยักษ์ที่ลอยออกมาให้เห็น อย่างเด่นชัดก็เผยปราณแห่งความกว้างใหญ่ไพศาลและเก่าแก่โบราณที่ ลึกลับยากคาดเดา
“ฟิ้ว! ฟิ้วๆ!”
ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงที่ออกจากร่างทยอยกันบินกลับเข้ามา อยู่ในร่างของเนี่ยเทียนอีกครั้ง
รอจนตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงย้อนกลับมา พลังในการรับ สัมผัสจากทิพย์จักษุทั้งเจ็ดข้างของเนี่ยเทียนก็พลันเพิ่มพูนขึ้นอีกหลายสิบ เท่า