ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 380 เจ้าสำนักหยาง
อีลี่และถ่าเค่อเห็นคนผู้นั้นที่ปรากฏกะทันหันทั้งยังชี้นิ้วใส่พวกเขา พวกเขาก็พากันหน้าถอดสี
ม่านแสงวิญญาณราวกับลูกคลื่นกลบทับตามมา
ม่านแสงวิญญาณที่เป็นราวกับดวงอาทิตย์ร้อนแรงสัมผัสเข้ากับคลื่น สายเลือดที่ถ่าเค่อปลดปล่อยออกมาตรวจสอบจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน ในชั่วพริบตาเดียว
“ฟูุวๆ!”
ถ่าเค่อร้องอู้อี้อยู่ในลำคอ เลือดเส้นหนึ่งไหลลงมาเป็นสายจากมุมปาก ของเขา
สัตว์ปีศาจตัวที่อีลี่ขี่อยู่เมื่อเห็นประกายแสงวิญญาณที่เปล่งพร่าง พราวก็พลันกรีดร้องเสียงแหลมยาวทันที ก่อนจะรีบเบนตัวหลบเปลี่ยน ทิศทาง หมายพานางหนีไปโดยเร็วที่สุด
ภูตผีปีศาจระดับต่ำหลายตัวที่ถูกอีลี่และถ่าเค่อเรียกให้มารวมกันก็พุ่ง ตัวตามพวกเขามาด้วย
สติปัญญาของภูตผีปีศาจระดับต่ำเหล่านั้นมีไม่มากพอที่จะสัมผัสได้ถึง กลิ่นอายของภัยคุกคามล่วงหน้า ดังนั้นพวกมันจึงยังคงกระโจนเข้าใส่ อย่างไม่กลัวตาย
และทันใดนั้น มหาสมุทรแสงพลังวิญญาณที่ร้อนแผดเผาดุจดวง อาทิตย์ก็กลบทับร่างที่ใหญ่โตของพวกมันทันที
“โอ๊ววว!”
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงขีดสุดของภูตผีปีศาจ ระดับต่ำตัวแล้วตัวเล่าดังเป็นทำนองสูงๆ ต่ำๆ
เนี่ยเทียนหรี่ตาลงมองก็เห็นว่าเลือดเนื้อของภูตผีปีศาจระดับต่ำ เหล่านี้ล้วนแตกกระจายอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแสงพลังวิญญาณ
“ท่านคือ?” เนี่ยเทียนหันกลับไปมองยังคงผู้นั้น
ผู้ที่มาเยือนสวมชุดเก่าแก่โบราณ ผมยาวถูกมัดไว้เป็นมวย เขาไว้ หนวดเคราสีขาวโพลน ดูท่าแล้วน่าจะอายุประมาณห้าสิบกว่าปี
“หลี่มู่หยาง เจ้าสำนักหยางคนปัจจุบัน” คนผู้นั้นยิ้มอย่างสง่างาม ก่อนจะกล่าวว่า “เจ้าสามารถมาที่อาณาจักรเชียนแจว๋ ช่วยพวกเราเปิด ค่ายกลลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้ เจ้าก็คือสหายของ สำนักผู้ฝึกลมปราณทั้งหมดในอาณาจักรเชียนแจว๋เรา ไม่ว่าอย่างไร พวก เราก็จะต้องพยายามสุดความสามารถเพื่อรักษาความปลอดภัยของเจ้า จะไม่ยอมให้ภูตผีปีศาจทำร้ายเจ้าได้เด็ดขาด”
“ท่านผู้อาวุโสหลี่เกรงใจกันแล้ว” เนี่ยเทียนเอ่ยอย่างเคารพนบนอบ
เขาไม่ค่อยรู้จักอาณาจักรเชียนแจว๋เท่าไหร่นัก และไม่รู้ถึงบุญคุณ ความแค้นระหว่างสำนักหยินและสำนักหยาง แต่ไม่รู้ว่าทำไม เมื่อ เผชิญหน้ากับหลี่มู่หยาง เขากลับมีความรู้สึกสนิทใจอย่างไร้สาเหตุ
เขาลองรับสัมผัสอย่างละเอียดก็พบว่าความรู้สึกสนิทสนมที่เขามีต่อห ลี่มู่หยางเหมือนจะมาจากการที่คนผู้นี้ครอบครองวงล้อดวงอาทิตย์
วงล้อดวงอาทิตย์คืออาวุธล้ำค่าของสำนักหยาง ดวงอาทิตย์ที่ร้อนแรง มีธาตุที่ใกล้เคียงกับเกราะมังกรเพิลง
“หรือว่าสาเหตุเป็นเพราะข้าครอบครองเกราะมังกรเพลิง?” เขาคิด เช่นนี้โดยอัตโนมัติ
ขณะที่เขากำลังขบคิดอยู่นั้น ตรงรอยแยกห้วงมิติที่แตกออก ภูตผี ปีศาจระดับสูงเรือนกายสูงหนาตนหนึ่งก็พลันตวาดด่าอย่างแค้นเคือง “หลี่มู่หยาง เจ้าบังอาจลงมือกับท่านอีลี่เชียวรึ!”
กล่าวจบเขาก็รวบรวมปราณปีศาจเข้มข้นให้จำแลงกายมาเป็นมังกร ปีศาจสีดำสนิทสองตัวที่บินพรวดเข้ามาอย่างเกรี้ยวกราด
ภูตผีปีศาจระดับสูงเรือนกายสูงใหญ่ตนนี้คือแม่ทัพของอาณาจักร ปีศาจที่ห้า ผู้มีสายเลือดระดับเจ็ด อันเก๋อซือ!
คู่ต่อสู้ของหลี่มู่หยางก่อนหน้านี้ก็คือเขา!
“ตอนที่เจ้ายังไม่มาถึง สถานการณ์ค่อนข้างอันตรายและเร่งด่วน ข้า เองก็เป็นกังวลอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้านทานพวกภูตผีปีศาจที่โผล่เข้ามา อย่างต่อเนื่องไม่ไหว” หลี่มู่หยางไม่ได้สนใจภูตผีปีศาจตนนั้น ทั้งยังหันมา พูดคุยกับเนี่ยเทียนอย่างสบายอารมณ์ “พอเจ้าเปิดค่ายกลใหญ่ของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทำให้รอยแยกห้วงมิติปิดตัวเข้าหากันช้าๆ ข้าจึงไม่กังวลอีกแล้วว่าอาณาจักรเชียนแจว๋จะต้องเสียดินแดนให้กับพวก ภูตผีปีศาจ”
เขาหัวเราะเฮอๆ แล้วอยู่ๆ ก็หันขวับไปมองวงล้อดวงอาทิตย์
เมื่อสายตาของเขาเปลี่ยนตำแหน่ง วงล้อดวงอาทิตย์ที่ลอยสูงอยู่กลาง อากาศคล้ายพระอาทิตย์ดวงใหญ่ยักษ์ของจริงก็พลันบินเข้าหาอันเก๋อซือ แห่งอาณาจักรปีศาจที่ห้า
แล้วทันใดนั้นวงล้อดวงอาทิตย์ก็ระเบิดแสงอาทิตย์ที่ยิ่งร้อนลวกสว่าง จ้ามากกว่าเดิม
บัดนี้ความมืดมิดในรัศมีร้อยลี้คล้ายกลายมาเป็นเกล็ดหิมะที่ถูก แสงแดดสาดส่องจึงพลันหลอมละลายอย่างรวดเร็ว
ฟูาดินที่ถูกปราณปีศาจกลบทับก็เปลี่ยนมาเป็นสว่างไสวราวกับเวลา กลางวัน
เนี่ยเทียนมองวงล้อดวงอาทิตย์ด้วยความตะลึง แล้วเขาก็พบว่าเมื่อ เขาถูกแสงเจิดจ้าของวงล้อดวงอาทิตย์สาดส่อง น้ำวนดวงดาวในร่างกาย กลับหมุนคว้างอย่างรวดเร็วผิดปกติ
แสงแดดร้อนแรงที่วงล้อดวงอาทิตย์ส่องออกมาสาดลงบนเรือนกาย เขา ทำให้เรือนกายเขาบังเกิดความอุ่นสบายอย่างไม่บอกไม่ถูก
“รอยแยกห้วงมิติที่กำลังปิดตัวลงช้าๆ จะทำให้พวกภูตผีปีศาจร้อนใจ ยิ่งกว่าพวกเราเสียอีก” หลี่มู่หยางยิ้มน้อยๆ กล่าวเนิบนาบอย่างไม่รีบ ร้อน “เมื่อรอยแยกนั้นปิดสนิทสมบูรณ์เมื่อไหร่ เจ้าพวกที่ปรากฏตัวใน อาณาจักรเชียนแจว๋ก็มิอาจหวนกลับไปได้อีก เจ้าอย่าเห็นว่าพวกมันร้อง คำรามดูเหมือนดุร้าย อันที่จริงในใจพวกมันลนลานกันอยู่นานแล้ว”
น้ำเสียงอ่อนโยนของหลี่มู่หยางดังไปรอบด้าน มองผิวเผินเหมือนเขา พูดให้เนี่ยเทียนฟัง ทว่าตอนที่ผู้ฝึกลมปราณของอาณาจักรเชียนแจว๋ได้
ยินคำพูดประโยคนี้ก็คลายหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันออกคล้ายได้ปลดภาระ หนักอึ้งในใจอย่างฉับพลัน เปลี่ยนมาเป็นผ่อนคลายกว่าเดิมเยอะมาก
“พวกเจ้าทั้งหลาย! มาปกปูองเนี่ยเทียนตรงนี้!”
เขาชี้นิ้วเลือกผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่สวมอาภรณ์ของสำนักหยางไป มั่วๆ หลายคน ก่อนจะหันมายิ้มขออภัยให้กับเนี่ยเทียน “เจ้าอันเก๋อซือผู้ นั้นค่อนข้างร้ายกาจ ข้าต้องไปจัดการเขาด้วยตัวเอง”
กล่าวจบเขาก็บินทะยานจากไปตามหลังวงล้อดวงอาทิตย์
“คนของสำนักหยินเองก็ช่วยกันระวังภูเขาใหญ่ที่เนี่ยเทียนอยู่ด้วย อย่าให้พวกภูตผีปีศาจเหล่านั้นทำร้ายเขาได้!” เวลาเดียวกันนั้นสตรีวัย กลางคนที่ท่วงท่าสง่างามเรียบง่ายผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่เบื้องใต้วงล้อดวงจันทร์ ก็กำชับลูกศิษย์ของสำนักหยินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เมื่อหลี่มู่หยางและนางออกคำสั่งแล้ว ผู้แข็งแกร่งหลายคนของ อาณาจักรเชียนแจว๋ต่างก็ห้อมล้อมมาหาภูเขาที่เนี่ยเทียนอยู่อย่างเป็น ธรรมชาติ
เมื่อเห็นว่าข้างกายตนเริ่มมีผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ปรากฏตัวไม่น้อย เนี่ยเทียนเองก็คลายใจลงได้
ดังนั้นเขาจึงนั่งลงไปกับพื้น
หลับตาลง อาศัยความสัมพันธ์ลึกลับระหว่างเขาและตราประทับ สะเก็ดดาวไปรับสัมผัสกับทิศทางการเคลื่อนไหวของตราประทับสะเก็ด ดาวทั้งสามดวง
เมื่อเขาเริ่มรับสัมผัส ตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงก็คล้ายกลาย มาเป็นทิพย์จักษุสามข้างของเขา
ด้านในตำหนักหินกว้างใหญ่กลางยอดเขายักษ์ทั้งสาม เจดีย์ดวงดาว คล้ายภาพวาดที่ค่อยๆ สะท้อนอย่างเด่นชัดในสมองของเขา
“เอ๊ะ?”
ทันใดนั้นเขาก็ร้องอุทานเบาๆ หนึ่งครั้ง สังเกตเห็นว่าค่ายกลที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวจัดวางเอาไว้ในอาณาจักรเชียนแจว๋แตกต่าง ไปจากของอาณาจักรหลีเทียนและอาณาจักรเสวียนเทียนอย่างเห็นได้ชัด