ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 41 วานรกรงเลมบน้ำาแขมง
“เนี่ยเทียน ขอบคุณเจ้ามาก”
เด้มกหญิงใบหน้าตุากตาที่ยังไม่หายตกใจกำากระบี่สั้นในมือ แน่น เอ่ยขอบคุณอย่างขลาด้กลัว
“ข้าเป็นคนของเมืองอันซิง ชื่อเจียงเหมียว เมืองอันซิง และเมืองเฮยอวิ๋นอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก ต่อไปหากเจ้ามาเมืองอัน ซิง ข้าจะรับรองเจ้าเป็นอย่างด้ีแน่นอน”
เนี่ยเทียนมองนางหนึ่งครั้ง ส่งยิ้มเหมนฟันไปให้ “เจ้าอยู่ขั้น หลอมลมปราณแปด้ กระบี่เล่มนั้นของเจ้า…กมไม่ใช่ของธรรมด้า ขอ แค่เจ้ามีสมาธิจด้จ่ออยู่กับการต่อสู้ ระวังความเคลื่อนไหวใต้ฝ่าเท้า เจ้ากมน่าจะสัมผัสถึงกิ้งก่าด้ินได้้เหมือนกัน ต่อไป เจ้าต้องระวังตัวให้ มาก ไม่ต้องคิด้เหลวไหลอีกแล้ว”
“อืม ข้าจะทำาอย่างนั้น” เจียงเหมียวพยักหน้าอย่างแรง
“ฟ่อ ฟ่อ!”
และเวลานี้เอง เบื้องหลังงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ตัวนั้นกมี เสียงแปลกประหลาด้ด้ังขึ้นมาอีกครั้ง
“ยังมีสัตว์วิเศษอีก!” พันเทาหน้าเปลี่ยนสี
เพิ่งพูด้จบกมองเหมนสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่งอีกประมาณสิบ กว่าตัวทยอยกันปรากฏตัวตรงจุด้ที่งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์เลื้อยผ่าน
สัตว์วิเศษที่โผล่ออกมาใหม่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นสัตว์เลื้อย คลานประเภทงูเหลือม พวกมันน่าจะรีบเด้ินทางมาจากเขตอื่นๆ หลัง จากที่ถูกงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์เรียกหา
แค่สัตว์วิเศษพวกนั้นโผล่หัวออกมาเนี่ยเทียนกมเข้าใจทันที ว่าเหตุใด้งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ถึงไม่ได้้รีบร้อนลงมือ
มันรอให้ผู้ติด้ตามมาถึง!
เด้ิมทีผู้ประลองเหล่านั้นของหอหลิงเป่ามีจำานวนมากกว่า สัตว์วิเศษระด้ับหนึ่งของที่แห่งนี้ อีกอย่างในมือของพวกเด้มกรุ่นเลมก แต่ละตระกูลล้วนมีอาวุธวิเศษที่ไม่ธรรมด้า นี่จึงทำาให้พวกเขาเป็น ฝ่ายได้้เปรียบเวลาที่ต่อสู้กับสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่ง
และด้้วยเหตุนี้ ตอนที่เนี่ยเทียนและเจิ้งรุ่ยเกิด้การปะทะกัน ก่อนหน้านั้น พวกเขาถึงได้้มีเวลาว่างหันไปมองได้้
ทว่าเมื่อสัตว์วิเศษอีกกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ทำาให้พวกเขา ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่งสองถึงสามตัว
เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้พวกเขาจะอาศัยความแหลมคมของ อาวุธวิเศษ กมยังยากที่จะสิ้นสุด้การต่อสู้ในเวลาอันสั้น!
เมื่อกิ้งก่าด้ินปรากฏตัว และงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์กมใกล้จะ เข้ามาถึง ผู้ประลองของหอหลิงเป่าต่างตกอยู่ในสภาพย่ำาแย่แล้ว
ความหวังเด้ียวของพวกเขากมคืออันอิ่งสามารถรั้งงูเหลือม น้ำาแขมงยักษ์ไว้ได้้สำาเรมจ ส่วนคนอื่นกมจัด้การกับคู่ต่อสู้ให้ได้้เรมวที่สุด้ เพื่อจะได้้ไปช่วยอันอิ่งสังหารงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์
ทว่าสัตว์วิเศษที่เพิ่งมาใหม่กลุ่มนั้นคล้ายจะด้ับทำาลาย ความหวังทั้งหมด้ของพวกเขา
“ฟ่อ ฟ่อ!”
งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์แลบลิ้นสองแฉกออกมา ด้วงตาเผย ความเยมนเยียบ สายตานั้น…ดู้เหมือนจะแฝงไว้ด้้วยแววหยอกล้อ
มันที่ก่อนหน้านี้ไม่รีบร้อนแม้แต่นิด้เด้ียว หลังจากสัตว์ วิเศษประเภทเลื้อยคลานเหล่านั้นต่างพุ่งเข้ามาจากทิศทางต่างๆ ใน ที่สุด้มันกมไม่รอเฉยอีกต่อไป
“บัด้ซบ! ควรจะลงมือให้เรมวกว่านี้!”
อันอิ่งเองกมตั้งตัวได้้แล้วเช่นกัน รู้ว่าความขี้ขลาด้และความ ลังเลของพวกเขาทำาให้พวกเขาพลาด้โอกาสที่ด้ีที่สุด้ไป
“จะรอต่อไปอีกไม่ได้้แล้ว! ใครกมไม่รู้ว่าจะมีสัตว์วิเศษ มากกว่านี้มาจากพื้นที่อื่นหรือเปล่า!” นางมองไปยังพื้นแผ่นด้ินที่เป็น น้ำาแขมงด้้วยความหนักใจ ใบหน้าเตมไปด้้วยความมืด้มน
จากที่นางรู้มา กิ้งก่าด้ินซึ่งเป็นสัตว์วิเศษระด้ับสองกมน่าจะ มีความสามารถในการเรียกหาสัตว์วิเศษระด้ับต่ำาได้้เช่นกัน
นางไม่แน่ใจว่ากิ้งก่าด้ินที่ปรากฏกายที่นี่ จะพาสัตว์วิเศษ ระด้ับหนึ่งในทะเลทรายมาที่นี่ด้้วยหรือไม่
บางทีเวลานี้ สัตว์วิเศษของทะเลทราย…อาจกำาลังเคลื่อน เข้ามาใกล้แล้วกมได้้
นางไม่กล้าชักช้าอีกต่อไป
“ฟู่ว!”
ในมีด้จันทร์เสี้ยวสีชาด้เล่มนั้นของนางพลันมีประกายไฟ ลูกแล้วลูกเล่าพวยพุ่งออกมา หลังจากที่เปลวไฟบินออกมากม เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องกลางอากาศ กลายเป็นธารเปลวไฟเส้น แล้วเส้นเล่าราวกับลาวาที่ไหลริน
เพียงแค่พริบตาเด้ียว เบื้องหน้าอันอิ่งกมีธารเปลวไฟหก สายก่อตัวขึ้น
ธารเปลวไฟหกสายปลด้ปล่อยคลื่นความร้อนแผด้เผาตัด้ สลับกันไปมา มองเหมนได้้รำาไรว่ามันเริ่มเกาะตัวกันกลายมาเป็นภาพ เปลวเพลิงอันซับซ้อนหนึ่งภาพ
“ค่ายธาราเพลิงแผด้เผา!”
อันอิ่งยกมีด้ยาวเล่มนั้นขึ้นสูง หันความคมกริบของมีด้ยาว ไปทางงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ทันใด้
“ฟู่ว!”
ภาพเปลวเพลิงที่ลอยอยู่กลางอากาศตัด้สลับกับเปลวเพลิง ที่โหมซัด้สาด้ ราวกับเมฆาไฟขนาด้ยักษ์แปลกประหลาด้ก้อนหนึ่งที่ พุ่งพรวด้เข้าใส่งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์
เมื่อภาพเปลวเพลิงยักษ์เคลื่อนไหว อันอิ่งจึงยกมีด้ยาว แล้วพุ่งถลาออกไป
งูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ที่ลำาตัวยาวเกินสิบเมตรนั้นเปล่ง ประกายเยมนเยียบผ่านด้วงตา พลันเงยหน้าขึ้นฟอาอ้าปากออกกว้าง
ลำาแสงเยมนเฉียบหนาพอๆ กับลำาตัวของงูยักษ์ลำาแสงหนึ่ง พุ่งทะยานออกมาจากปากของมัน ลำาแสงน้ำาแขมงนั้นตรงด้ิ่งเข้าสู่ นภากาศ กระแทกเข้าใส่ภาพเปลวเพลิงขนาด้มหึมาทันควัน
พลังเปลวไฟและพลังน้ำาแขมงประสานงาเข้าหากันทันที นภากาศพลันมีสะเกมด้แสงนับหมื่นนับพันสาด้กระเซมน
“รีบลงมือเรมวเข้า!” และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนคำารามเสียง ต่ำาขึ้นมาอีกครั้ง “นางกำาลังช่วงชิงเวลาให้กับพวกเรา!”
เมื่อเขาพูด้เช่นนี้ ผู้ประลองเหล่านั้นที่จ้องเขมมงไปยังอันอิ่ง จึงฟื้นคืนสติขึ้นมาฉับพลัน
ส่วนเนี่ยเทียนกมไม่ได้้มองการต่อสู้ระหว่างอันอิ่งและงู เหลือมน้ำาแขมงยักษ์ตัวนั้นอีก แต่ทำาหน้าเคร่ง พุ่งเข้าใส่สัตว์วิเศษที่ เข้ามาใกล้เป็นคนแรก
นั่นคือวานรกรงเลมบน้ำาแขมงตัวหนึ่งที่มีกรงเลมบแหลมคม ตลอด้ทั้งร่างเตมไปด้้วยขนสีเงิน
วานรกรงเลมบน้ำาแขมงเป็นเพียงสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่ง มีชื่อ เสียงในการหลบหลีกอย่างชาญฉลาด้ วิธีการโจมตีเพียงหนึ่งเด้ียว ของมันกมคือกรงเลมบแหลมคมซึ่งแผ่ไอความเยมนออกมารอบด้้านนั่น
จุด้ที่มันชอบโจมตีมากที่สุด้กมคือลำาคอของคน อวัยวะทั้งห้า โด้ยเฉพาะด้วงตา!
“กีกด้ กีกด้!”
พอมองเหมนว่าเนี่ยเทียนห้อตะบึงเข้ามา วานรกรงเลมบน้ำา แขมงกมกรีด้ร้องเสียงแหลม ร่างกายเลมกเตี้ยวิ่งวนไปวนมารับหน้าเนี่ย เทียนราวกับไฟสีเขียวกองเลมก
วิธีการพุ่งเข้าหาของมันไม่ได้้เป็นเส้นตรง แต่โค้งงอสลับไป มา
ขณะที่เนี่ยเทียนใกล้จะเข้าไปถึงตัวมัน กรงเลมบของมันทิ่ม เข้าไปใต้พื้นด้ิน แล้วกระชากออกอย่างรุนแรง
น้ำาแขมงมากมายหลายก้อนถูกกรงเลมบของมันตวัด้ขึ้นมา จากพื้นด้ิน เศษน้ำาแขมงแตกกระจายเตมท้องฟอา ทำาให้เส้นสายตาของ เนี่ยเทียนถูกบัด้บัง
ขณะที่เกลมด้หิมะสาด้กระจาย เงาร่างสีเงินร่างหนึ่งพลัน โผล่มาทางด้้านหลังของเนี่ยเทียน
วินาทีถัด้มา เงาร่างนั้นกมกลายร่างเป็นวานรกรงเลมบน้ำาแขมง
กรงเลมบที่แหลมคมราวกับมีด้น้ำาแขมงของมันเอื้อมแทงเข้า มาที่ต้นคอด้้านหลังของเนี่ยเทียน
ลำาคอกมคือจุด้ที่เปราะบางที่สุด้ของร่างกายมนุษย์ หากถูก กรงเลมบนั่นทิ่มแทงเข้า คนส่วนใหญ่ล้วนสิ้นใจตายทันที
เหมนได้้ชัด้ว่ามันรู้จุด้อ่อนของร่างกายมนุษย์
“กีกด้ กีกด้!”
ขณะที่กรงเลมบนั่นกำาลังจะทิ่มเข้ามายังลำาคอของเนี่ยเทียน ในที่สุด้มันกมอด้ไม่ไหวที่จะเปล่งเสียงกรีด้ร้องเสียงแหลมอย่างลำาพอง ใจ
“รนหาที่ตาย!”
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเยมนราวกับว่ามีด้วงตาอยู่ข้างหลัง มือ ทั้งคู่ของเขาพลันยื่นไปที่หลังศีรษะ จับเข้าที่ข้อมือซึ่งเตมไปด้้วยขน ของวานรกรงเลมบน้ำาแขมงอย่างแม่นยำาราวตาเหมน
ขณะที่วานรกรงเลมบน้ำาแขมงกรีด้ร้องเสียงแหลม เขากม ออกแรงกระชากหนึ่งครั้ง เหวี่ยงตัวมันลอยข้ามหัวมาด้้านหน้า
กำาข้อมือของวานรกรงเลมบน้ำาแขมงไว้แน่น ทำาให้เนี่ยเทียน ใช้เท้าถีบลงไปที่หน้าอกของวานรกรงเลมบน้ำาแขมงได้้อย่างถนัด้ถนี่
การถีบครั้งนี้เขาออกแรงเตมที่ ทั้งยังใช้พลังวิญญาณใน ร่างกายด้้วย
“โอาก! กราอบ!”
ร่างกายเลมกเตี้ยของวานรกรงเลมบน้ำาแขมงถูกถีบจนลอยตัว ขึ้น แขนทั้งสองข้างของมันหลุด้ออกจากร่างกายทันที!
เนี่ยเทียนที่ถือแขนทั้งสองข้างซึ่งเตมไปด้้วยขนเอาไว้ ไม่ สนใจวานรกรงเลมบน้ำาแขมงที่กรีด้ร้องโหยหวนอีกต่อไป เอาแต่ตั้งหน้า ตั้งตาจัด้การกับแขนผอมแห้งสองข้างนั่น
เขาหันกรงเลมบออกไปข้างนอก เอากรงเลมบคู่นั้นมาเป็น อาวุธของตัวเอง
จากนั้นเขากมหันไปยังสัตว์วิเศษอีกตัวที่อยู่ใกล้เขามากที่สุด้
เพราะเขารู้ว่าวานรกรงเลมบน้ำาแขมงที่แขนทั้งสองข้างหัก และสูญเสียกรงเลมบไปแล้วไม่เหลือภัยคุกคามใด้ๆ อีกต่อไป
ต่อให้ยังมีชีวิตอยู่ วานรกรงเลมบน้ำาแขมงตัวนั้นกมไม่สามารถ ส่งผลกระทบใด้ๆ ต่อการสู้รบได้้อีกแล้ว
“ฟู่ว!”
และเวลานี้เอง กิ้งก่าด้ินที่ซ่อนอยู่ในจุด้ลึกใต้ด้ินกมปรากฏ ตัวขึ้นอย่างฉับพลันอีกครั้ง
เด้มกหนุ่มผู้หนึ่งนามว่าจู่ฟางกำาลังต่อสู้กับแมงมุมยักษ์ตัว หนึ่งอย่างดุ้เด้ือด้ กิ้งก่าด้ินตัวนั้นพอปรากฏกายกมโจมตีอีกครั้งทันที เขาจึงไม่ทันได้้ตั้งตัว
“กราอบ!”
กิ้งก่าด้ินตัวนั่นกัด้กระดู้กขาของเขาในคำาเด้ียว ด้้วยความ เจมบปวด้มหาศาล เขาไม่เหลือเรี่ยวแรงให้ต่อกรกับแมงมุมยักษ์ตัวนั้น อีก จึงถูกแมงมุมใช้ขาแหลมคมแทงทะลุเข้าไปยังหัวใจของเขา
“จู่ฟาง!”
พันเทาและเจิ้งรุ่ยที่ตามหากิ้งก่าด้ินตัวนั้นอยู่ตลอด้เวลาพุ่ง เข้าใส่พร้อมแผด้เสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง น่าเสียด้ายที่สายไปเสียแล้ว
ตอนที่พวกเขามาถึงจู่ฟางได้้สิ้นใจตายไปแล้ว ส่วนแมงมุม ตัวนั้นแน่นอนว่าย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา มันจึงหลบไปซ่อนตัวนาน แล้ว
“บัด้ซบ! กิ้งก่าด้ินซ่อนตัวอยู่ใต้ด้ินแต่กลับสัมผัสได้้ถึงการ ต่อสู้บนพื้น มันจะฉวยโอกาสลงมือกะหันทันตอนที่เพื่อนของพวกเรา กำาลังต่อสู้!” พันเทาตาแด้งก่ำา “ขอแค่มันซ่อนอยู่ใต้ด้ินไม่ยอมออก มา พวกเรากมหามันไม่เจอ และไม่มีทางฆ่ามันได้้!”
“ต้องรีบคิด้หาวิธีแล้ว! อันอิ่งนาง…ทนได้้ไม่นานนัก หรอก!” เจิ้งรุ่ยกล่าวอย่างฉุนเฉียว
เนี่ยเทียนที่สังเกตเหมนว่าทางฝั่งนี้มีการตายเกิด้ขึ้นอีกครั้งกม ไม่ได้้ลนลานเพราะการตายของจู่ฟาง แต่เมื่อได้้ยินบทสนทนาของ พวกพันเทาจึงหันไปมองทางอันอิ่งโด้ยไม่รู้ตัว
สีหน้าของเขาเปลี่ยนมาเป็นเคร่งขรึมอย่างถึงที่สุด้
“ท่าไม่ค่อยด้ีแหะ”