ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 527 ฝ่าทลายปราการ!
สัตว์ปฐพีแตกตายไปแล้วหลายปี ทว่าจิงชี่เลือดเนื้อที่อยู่ในร่างกลับ ยังคงเปี่ยมล้นดังเดิม
จิงชี่เลือดเนื้อที่เนี่ยเทียนปลดปล่อยออกมาซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วย พรสวรรค์การสูบดึงพลังชีวิตได้ดึงเอาปราณเลือดเนื้อที่บริสุทธิ์อย่างถึง ที่สุดมาจากในร่างของสัตว์ปฐพีแตกจนหมด
ชั่วขณะที่ปราณเลือดสีแดงสดสิบเส้นย้อนกลับคืนสู่ร่างของเนี่ยเทียน ปราณเลือดสีเขียวที่ขดตัวอยู่ในหัวใจก็เผยความละโมบแล้วกัดกินอย่าง บ้าคลั่งทันที
หลังจากปราณเลือดสีแดงสดเจ็ดเส้นถูกปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นชัก ดึงไปก็คล้ายว่าจะเติมเต็มความกระหายของปราณเลือดสีเขียวได้ในที่สุด
ปราณเลือดสีเขียวที่ถูกเนี่ยเทียนใช้เนื้อสัตว์วิเศษหลากชนิดปูอนให้ ในช่วงที่ผ่านมาจึงได้รับการชดเชยอีกครั้งจากปราณเลือดสีแดงเจ็ดเส้น มันจึงเริ่มจำศีลอย่างสงบนิ่ง
เนี่ยเทียนดีใจอย่างบ้าคลั่ง
เขารู้ว่าการจำศีลของปราณเลือดสีเขียวหมายความว่ามันกินอิ่มอีก ครั้งหนึ่ง ได้รับพลังเลือดลมที่มากพอแล้วจึงตกอยู่ในระยะจำศีลช่วงหนึ่ง
เมื่อระยะจำศีลผ่านพ้นไป ปราณเลือดสีเขียวจะตื่นขึ้นมาและกระตุ้น พรสวรรค์แห่งสายเลือดรูปแบบใหม่
ปราณเลือดสีแดงสดสามเส้นที่เหลืออยู่ล้อมวนอยู่ในร่างกายของเนี่ย เทียน ก่อนจะค่อยๆ ปลดปล่อยพลังชีวิตเข้มข้นออกมา ทำการชุบหลอม รอบใหม่ให้กับเรือนกายนี้
พลังเลือดลมเข้มข้นที่ปราณเลือดสีแดงสดสามเส้นปล่อยออกมา ค่อยๆ แตกตัวกลายเป็นเส้นแสงเลือดลมนับพันนับหมื่นเส้นที่ทะลุทะลวง เข้าไปตามกระดูกและอวัยวะภายในของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนรู้สึกชาปลาบไปทั้งร่าง มองเห็นว่าหมอกเลือดเป็นเส้นๆ ค่อยๆ แผ่ไปทั่วร่างของเขา
ไม่นานนักหมอกเลือดเหล่านั้นก็แนบติดไปกับหนังเนื้อของเขาก่อนจะ กลายมาเป็นเยื่อเลือดสีแดงหนึ่งชั้นที่ปกคลุมทั้งร่างเขาเอาไว้ภายใน
เขาที่อยู่ในเยื่อสีเลือดได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังกังวาน อวัยวะภายใน และเส้นเอ็น เส้นชีพจรที่รับเอาพลังเลือดลมเป็นเส้นๆ เข้าไปยิ่งเปลี่ยนมา เป็นแข็งแกร่ง
ผ่านไปอีกครู่หนึ่งก็มีสิ่งสกปรกในร่างกายถูกขับออกมาตามรูขุมขน ของเขา
หลังจากที่ปราณเลือดสีแดงสดสามเส้นแยกตัวก็หายไปตามแขนขาทั้ง สี่ของเขาแล้วทำการชุบหลอมเรือนกายที่มีเลือดเนื้อนี้ช้าๆ
ระหว่างนั้นต่งลี่ที่อยู่ข้างกันจับสังเกตอยู่เงียบๆ มองเขาที่ถูกห่อหุ้ม เหมือนดักแด้เลือด ตอนแรกเริ่มนั้นใยไหมสีเลือดยังมีลักษณะเหนียวหนืด ทว่าไม่นานก็เปลี่ยนมาเป็นแข็งทนทาน สุดท้ายเกิดเป็นรอยเส้นละเอียด ยิบ
ในสายตาของต่งลี่ รอจนไยไหมนั้นแตกออก เนี่ยเทียนก็จะเปลี่ยน จากดักแด้มาเป็นผีเสื้อ ชุบหลอมเรือนกายได้สำเร็จ
เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการชุบหลอมเลือดเนื้อ นางจึงล้มเลิกความคิดที่จะไปค้นหาบริเวณรอบๆ ไปก่อนแล้วยืนอยู่ ด้านข้างคอยเป็นผู้พิทักษ์ให้กับเขา
ผ่านไปอีกนานมาก รังไหมบนร่างของเนี่ยเทียนก็แตกออกในที่สุดและ ค่อยๆ หลุดลอกจากร่างของเขา
ตอนที่รังไหมหลุดออกยังดึงเอาเสื้อผ้าของเนี่ยเทียนออกมาด้วย ทำ ให้เขาที่นั่งขัดสมาธิอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไปทั้งร่าง
เรือนกายแข็งแกร่งกำยำที่เต็มไปด้วยพลังของบุรุษเพศทำให้ดวงตา ของต่งลี่ที่จับตามองอยู่เป็นประกาย มุมปากยกยิ้มถูกใจ
ไม่นานนางก็สัมผัสได้ว่าในร่างของเนี่ยเทียนมีคลื่นพลังวิญญาณน่า ตะลึงถาโถมขึ้นมา
เนี่ยเทียนเองก็พลันลืมตาตื่น
“เจ้า เจ้าฝุาทะลุขั้นแล้ว?” ต่งลี่ตะลึง
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเบาๆ ลุกขึ้นยืนเนื้อตัวล่อนจ้อนโดยไม่เขิน อายต่งลี่ที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนที่เขาจะหยิบเอาชุดคลุมสีเขียวตัวหนึ่ง ออกมาจากในแหวนเก็บของแล้วสวมลงไปลวกๆ “ปราการของการฝุา ทะลุที่รบกวนข้ามานานเพิ่งจะถูกทลายออกเมื่อครู่นี้หลังจากข้าชุบหลอม
เรือนกาย จะอย่างไรซะที่นี่ก็ไม่มีคนอื่น ข้าจะถือโอกาสฝุาทะลุขั้นไป ด้วยกันเลยทีเดียว!”
กล่าวจบเขาก็นั่งลงไปใหม่แล้วหยิบหินวิเศษหลายก้อนออกมาจากใน แหวนเก็บของ
หยกวิเศษวางกองอยู่ด้านหน้าของเขา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่ง ครั้งแล้วหลับตาลง หยิบเอาหยกวิเศษก้อนหนึ่งมาเริ่มดูดซับพลังงานที่ เข้มข้นภายใน
ยามนี้ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนจึงมีคลื่นน่าตะลึงที่เขาคุ้นเคย ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง น้ำวนพลังวิญาณลูกใหม่ค่อยๆ ปรากฏเป็นเค้าโครง
“น้ำวนพลังวิญญาณลูกที่แปด!”
เขาลืมสิ้นซึ่งทุกอย่างที่อยู่โลกภายนอก สมาธิทั้งหมดล้วนมารวมอยู่ที่ มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน รวบรวมพลังวิญญาณที่ไหลรินอย่าง ต่อเนื่องให้เข้าไปหาน้ำวนพลังวิญญาณลูกที่แปด
พอได้ยินว่าเนี่ยเทียนกำลังจะฝุาทะลุขั้น ต่งลี่ก็ไม่มีอารมณ์สนใจ ร่างกายเปลือยเปล่าทั้งเนื้อตัวเมื่อครู่นี้ของเขาอีก นางพลันรู้สึกตื่นเต้น แทนเนี่ยเทียน
แม้จะบอกว่าเวลาผู้ฝึกลมปราณที่มีเขตต่ำกว่าสามัญลงไปฝุาทะลุ ขอบเขตจะไม่เจอกับความอันตรายเท่าใดนัก ทว่าเนี่ยเทียนนั้นพิเศษ เขา ฝึกพลังวิญญาณต่างธาตุสามชนิด นางยังกังวลว่าพลังวิญญาณเหล่านั้นจะ ขัดแย้งกันเอง เป็นเหตุให้การฝุาทะลุขอบเขตของเขาเกิดการเปลี่ยนที่ไม่ คาดคิด
ต่งลี่จับตามองเขาอยู่ด้านข้างพลางเดินไปเดินมา กลัวว่าตอนที่เนี่ย เทียนฝุาทะลุขั้นจะเกิดอุบัติเหตุ
เวลาผ่านไปแต่ละวินาที การฝุาทะลุของเนี่ยเทียนในครั้งนี้ดำเนิน ติดต่อกันถึงสามวันเต็มก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสิ้นสุด
สามวันมานี้ต่งลี่เฝูาอยู่ข้างกายของเขาด้วยใจที่ประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ ตลอดเวลา กลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดกับเขา แล้วก็กลัวว่าตอนที่เขา กำลังจะฝุาทะลุอาจดวงซวยเจอการรบกวนจากพลังภายนอก
กลัวอะไรสิ่งนั้นก็เกิดขึ้น ขณะที่ต่งลี่เป็นกังวลอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน นาง พลันได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากทิศไกล
สีหน้าของนางเปลี่ยนแปลงไปในทันที
สถานที่ที่เนี่ยเทียนฝุาทะลุก็คือข้างศพของสัตว์ปฐพีแตก ถือว่าสะดุด ตาอย่างมาก
ขณะที่ฝุาทะลุขอบเขตจะถูกรบกวนไม่ได้เด็ดขาด นางเองก็ไม่ สามารถปลุกเนี่ยเทียนกลางคัน หรือเคลื่อนย้ายร่างของเนี่ยเทียนได้
ทว่าเสียงโหวกเหวกที่ดังมายิ่งชัดเจนมากขึ้น นี่แสดงว่าคนที่มากำลัง ขยับเข้ามาใกล้
นางลังเลอยู่ชั่วครู่ก็ปลดปล่อยกระแสจิตออกไปหมายจะดูว่าคนที่มา คือผู้ใด
กระแสจิตที่นางรวบรวมขึ้นมาลอยไปยังทิศทางที่มีเสียงดัง และเมื่อ สัมผัสได้ถึงกระแสจิตอีกกลุ่มหนึ่งนางก็หน้าถอดสีทันที
กลางปุาไม้มีเงาร่างของผู้ฝึกลมปราณเขตต้นสวรรค์ที่สวมอาภรณ์ของ วิมานสวรรค์สามคนกำลังพูดคุยกันพลางเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
และหนึ่งในนั้นก็คือซูหลิน!
เนื่องจากการตายของหนิงหยาง ซูหลินที่ถูกวิมานสวรรค์มองเป็น เมล็ดพันธ์จึงได้รับความสำคัญเพิ่มมากขึ้นโดยไม่คาดคิด วิมานสวรรค์ ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่จึงทำให้หลายปีมานี้ขอบเขตของนาง เพิ่มขึ้นเป็นต้นสวรรค์ช่วงต้นแล้วเช่นกัน
ครั้งนี้นางรับผิดชอบหน้าที่สำคัญ ถูกส่งตัวมาที่นี่เพื่อตามหาวัตถุดิบ ล้ำค่าให้กับผู้แข็งแกร่งในวิมานสวรรค์
นางและอีกสองคนก็ลงมาตามน้ำวนลูกใหญ่ และได้เข้ามาถึงที่นี่ผ่าน แถบผ้าหลากสีเช่นกัน อีกทั้งนางยังมาถึงก่อนพวกคนของอาณาจักร ปุายจั้นด้วย
นางในเวลานี้ได้วัตถุดิบล้ำค่าไปมากมาย นี่ทำให้นางเบิกบานใจยิ่งนัก
ซึ่งในบรรดาวัตถุดิบเหล่านั้นมีบางประเภทที่หายสาบสูญไปจาก ดินแดนดาวตกแล้ว รอจนกลับไปยังอาณาจักรเสวียนเทียนเมื่อใด นางก็ สามารถเอาวัตถุดิบเหล่านั้นมาเสริมสร้างตำแหน่งของตัวเองในวิมาน สวรรค์ให้มั่นคงขึ้น
“มีกระแสจิตกลุ่มหนึ่งแอบสำรวจมาทางนี้!”
คนที่เดินเคียงบ่ามากับนางอุทานเบาๆ
คนผู้นั้นชื่อว่าฮวางหู่ ซึ่งก็คือลูกหลานของฮวางฝาน ตบะต้นสวรรค์ ช่วงกลาง และก็เป็นคนที่วิมานสวรรค์ให้ความสำคัญในการปลูกฝัง เช่นกัน แถมยังเป็นศิษย์พี่ของซูหลินด้วย
ฮวางหู่สีหน้ากระตุก พุ่งตัวมายังตำแหน่งของต่งลี่และเนี่ยเทียนทันที ซูหลินและอีกคนหนึ่งก็ตามมาติดๆ
“สัตว์ปฐพีแตก! สัตว์ปฐพีแตกระดับเจ็ด!”
ห่างกันร้อยเมตรฮวางหู่ก็มองเห็นซากศพของสัตว์ปฐพีแตกมาตั้งแต่ ไกล ดวงตาของเขาระเบิดแสงแห่งความปิติยินดี ตะโกนดังติดต่อกัน “สัตว์วิเศษระดับเจ็ดต่อให้เวลาผ่านไปนับหมื่นปีร่างก็ไม่เน่าเปื่อย ต้องยัง มีวัตถุดิบสำคัญหลงเหลืออยู่อย่างแน่นอน! ดวงตาของสัตว์ปฐพีแตก สามารถนำมาสร้างอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณธาตุดินได้ ในสำนักต้องมี คนจ่ายราคาอย่างงามแน่ๆ!”
ซูหลินมองเห็นสัตว์ปฐพีแตกตัวนั้นก็ตื่นเต้นอย่างมากเหมือนกัน นาง พยักหน้ารับติดๆ กัน “เตรียมช่วงชิงดวงตาของสัตว์ปฐพีแตกตัวนั้นมา!”
คนทั้งสามบินทะยานมาจากอีกฝั่งหนึ่งที่ศพของสัตว์ปฐพีแตกนอน กองอยู่จึงไม่สังเกตเห็นเนี่ยเทียนและต่งลี่ในทันที
แต่พวกเขากลับรู้ว่าในเมื่อมีกระแสจิตกลุ่มหนึ่งอยู่ บริเวณใกล้เคียง สัตว์ปฐพีแตกตัวนี้ต้องยังมีผู้ฝึกลมปราณคนอื่นที่ขอบเขตใกล้เคียงกับ พวกเขาอยู่แน่นอน
คนทั้งสามที่เคลื่อนไหวอยู่ที่นี่มาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วจึงรู้ดีว่าคน มากมายที่แถบผ้าวงกลมนั้นนำมาส่งมีขอบเขตในระดับเดียวกัน
คนหลายกลุ่มที่พวกเขาทั้งสามคนเจอล้วนมีเขตต้นสวรรค์
นี่จึงทำให้พวกเขายิ่งมั่นใจว่ากระแสจิตที่อยู่ใกล้กับสัตว์ปฐพีแตก น่าจะเป็นของคนที่มีเขตต้นสวรรค์คนหนึ่ง
วิมานสวรรค์คือสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนดาวตก ผู้ฝึก ลมปราณคนอื่นๆ ที่พวกเขาพบเจอมาตลอดทางจึงมักจะเป็นฝุาย หลีกเลี่ยงพวกเขาไปเอง
และหากทุกคนพบเจอของล้ำค่าชิ้นใหญ่พร้อมกัน ผู้ฝึกลมปราณคน อื่นๆ ก็จะเลือกสละทิ้ง
ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากรากฐานที่แข็งแกร่งของวิมานสวรรค์
และก็ด้วยเหตุนี้ ผู้ฝึกลมปราณทุกคนที่มาจากวิมานสวรรค์จึงมีนิสัย หยิ่งผยองโอหัง เคยชินกับการแย่งชิงของเชลยศึกและผลเก็บเกี่ยวที่เป็น ของคนอื่นมาครอบครอง
คนทั้งสามกระจายตัวไปทั่วร่างของสัตว์ปฐพีแตก และไม่นานก็หา ตำแหน่งที่ต่งลี่กับเนี่ยเทียนอยู่เจอจึงมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
“ดวงตาของสัตว์ปฐพีแตกถูกควักออกไปแล้ว!”
ฮวางหู่เพิ่งจะเดินมาถึงก็พบว่าดวงตาข้างหนึ่งของสัตว์ปฐพีแตกถูก แทงทะลุ ส่วนอีกข้างหนึ่งถูกคนควักไป แน่นอนพวกเขาย่อมรู้ว่าคนที่เอา ดวงตาของสัตว์ปฐพีแตกไปก็คือสองคนที่อยู่เบื้องหน้านี้
“ต่งลี่แห่งตระกูลต่ง!” ซูหลินขมวดคิ้ว
“ตระกูลต่ง?” ฮวางหู่ยิ้มเสแสร้ง “ตระกูลต่งไม่เลวจริงๆ แต่น่า เสียดายที่ยังมิอาจทัดเทียมกับวิมานสวรรค์ของเราได้ ต่งลี่ใช่ไหม? จงเอา ดวงตาข้างนั้นของสัตว์ปฐพีแตกออกมาซะ แล้วพวกเราจะยอมปล่อยเจ้า ไปสักครั้ง”