ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 528 ผู้คิดไม่ซื่อ
คนที่ต่งลี่ไม่อยากเจอมากที่สุดก็คือคนของวิมานสวรรค์
นางรู้ดีว่าตราประทับสะเก็ดดาวที่เนี่ยเทียนได้มาเดิมเป็นของที่วิมาน สวรรค์ต้องได้ครอบครอง ตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่เป็นของหนิงหยาง ก็ถูกเนี่ยเทียนแย่งเอามา นี่หมายความว่าเนี่ยเทียนย่อมมีส่วนพัวพันกับ การตายของหนิงหยางอย่างเลี่ยงไม่ได้
ที่ตอนแรกวิมานสวรรค์ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้เนี่ยเทียนก็เพราะ ต่อให้เป็นวิมานสวรรค์เองก็ยังจำเป็นต้องอาศัยให้เนี่ยเทียนใช้ตราประทับ สะเก็ดดาวทั้งสามดวงมาปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติ ขัดขวางการรุกรานของ ภูตผีปีศาจ
ตอนนี้วิกฤตเรื่องภูตผีปีศาจได้รับการแก้ไขแล้ว อีกทั้งเนี่ยเทียนยัง ปฏิเสธความหวังดีของวิมานสวรรค์ แล้วมีหรือที่วิมานสวรรค์จะยอม เลิกราง่ายๆ?
หากเป็นสำนักอื่นๆ ในดินแดนดาวตก ด้วยศักยภาพของตระกูลต่ง บางทีต่งลี่อาจไม่กลัว
ทว่าหลังจากที่ซวีเฉิงหายสาบสูญไป วิมานสวรรค์กลับกลายมาเป็น สำนักที่รากฐานแข็งแกร่งที่สุดของดินแดนดาวตก มีผู้แข็งแกร่งเขต วิญญาณช่วงท้ายรักษาการณ์ ตระกูลต่งมิอาจต้านทานได้
“น้องซู เจ้าต้องการอย่างไร?” ต่งลี่ไม่ได้สนใจฮวางฮู่ แต่หันมามองซู หลินด้วยสีหน้าเรียบเฉย
นางรู้ดีว่าหลายปีที่ผ่านมานี้ซูหลินต่างหากถึงจะเป็นคนที่วิมานสวรรค์ ให้การปลูกฝังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลังจากที่หนิงหยางตายไป วิมาน สวรรค์ก็ยิ่งจำเป็นต้องหาคนมีพรสวรรค์ขึ้นมาแทนที่
ซูหลินก็คือหนึ่งในคนที่วิมานสวรรค์มองเป็นเมล็ดพันธ์สำคัญ
แม้ฮวางหู่จะมีฮวางฝานเป็นผู้อาวุโสในตระกูล แต่เนื่องจากพรสวรรค์ ในการฝึกตนไม่โดดเด่นมากพอ อนาคตจึงไม่ค่อยกว้างไกลนัก
ซูหลินยิ้มหวาน สายตาย้ายมาที่ศพของสัตว์ปฐพีแตกแล้วเลยไปมอง เนี่ยเทียนแวบหนึ่ง ก่อนจะแสร้งพูดเหมือนไม่สนใจ “ดูเหมือนว่าสหาย คนนี้…จะกำลังฝุาทะลุขอบเขตอยู่นะ”
ต่งลี่หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เนี่ยเทียนที่แปลงโฉม ซูหลินเองก็ยังมองไม่ออก นางเพียงรู้สึกว่าหาก ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดจะมีประโยชน์ต่อพวกนาง
“ดวงตาของสัตว์ปฐพีแตกใช่ไหม?” ต่งลี่ลังเลอยู่ชั่วครู่ก็เอาดวงตาที่ นางควักเก็บไว้ออกมาจากในกำไลเก็บของแล้วโยนส่งให้ซูหลิน “ทีนี้ พอใจหรือยัง?”
นอกจากกังวลเรื่องฝีมืออันร้ายกาจของวิมานสวรรค์แล้ว ต่งลี่ก็ยัง กังวลว่าหากระเบิดความขัดแย้งกับคนทั้งสามจะส่งผลกระทบต่อการฝุา ทะลุขอบเขตของเนี่ยเทียน
ยิ่งกว่านั้นนางกังวลว่าตัวตนของเนี่ยเทียนจะถูกเปิดโปงต่อหน้าวิมาน สวรรค์
สำหรับนางแล้วถึงแม้ดวงตาของสัตว์ปฐพีจะล้ำค่า ทว่าย่อมเทียบ กับเนี่ยเทียนไม่ได้
เพื่อให้เนี่ยเทียนฝุาขอบเขตได้อย่างราบรื่น นางจึงข่มความละโมบที่มี ต่อดวงตาของสัตว์ปฐพีนั้นไว้แล้วฝืนใจส่งให้อีกฝุาย
หลังจากมอบดวงตานั้นแล้ว นางก็เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ตีสีหน้า เย็นชาไม่เอ่ยคำใดอีก
ซูหลินรับดวงตาของสัตว์ปฐพีมา ใช้พลังวิญญาณของตัวเองตรวจสอบ เล็กน้อยก็รู้ว่าในดวงตานี้ยังมีความมหัศจรรย์แฝงเร้นอยู่ รอกลับไปถึง วิมานสวรรค์ก็น่าจะนำมาทำเป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างอาวุธล้ำค่า เชื่อมโยงวิญญาณได้
การที่ต่งลี่ยอมแต่โดยดีทำให้นางพอใจอย่างมากจึงพยักหน้ารับแล้ว กล่าวว่า “งั้นก็แค่นี้ ไว้เจอกันใหม่”
กล่าวจบนางก็บอกเป็นนัยให้ฮวางหู่และอีกคนหนึ่งไปจากที่แห่งนี้
ฮวางหู่และผู้ฝึกลมปราณอีกคนของวิมานสวรรค์เห็นว่าต่งลี่ยอมมอบ ดวงตาสัตว์ปฐพีอันเป็นของล้ำค่ามาให้อย่างว่าง่ายจึงรู้สึกเบื่อหน่าย เล็กน้อย
เดิมทีพวกเขายังคาดหวังให้ต่งลี่ไม่ยอมง่ายๆ พวกเขาจะได้เล่นงานต่ง ลี่กับคนที่กำลังฝึกตนผู้นั้นให้หนำใจ
ทางที่ดีที่สุดคือสามารถฆ่าคนทั้งสองแล้วเอาวัตถุดิบมาจากร่างของ คนทั้งสองได้
พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าต่งลี่และเนี่ยเทียนน่าจะมาถึงที่นี่ได้ระยะหนึ่งแล้ว บางทีในกำไลเก็บของของพวกเขาอาจมีวัตถุดิบระดับสูงและหายากอยู่ อีกไม่น้อย
แต่พวกเขาก็เข้าใจดีว่าถึงแม้ขอบเขตของซูหลินจะไม่สูง ทว่ากลับได้ เป็นคนที่วิมานสวรรค์ให้การปลูกฝังเป็นพิเศษ ฮวางฝานเคยกำชับฮวางหู่ ไว้เหมือนกันว่าให้เชื่อฟังซูหลินทุกเรื่อง
“เดิมทีนึกว่าคนของตระกูลต่งจะกล้าหาญกว่านี้ซะอีก นึกไม่ถึงเลยว่า จะเป็นเช่นนี้ได้” หงเหอเอ่ยเสียดสีพร้อมโคลงศีรษะ ก่อนจะกระโดดขึ้น ไปบนร่างของสัตว์ปฐพีแตกแล้วตรวจสอบดู ทว่าเขากลับต้องผิดหวัง จึง หันมากล่าวกับซูหลิน “ศิษย์น้องหญิงซู ร่างของสัตว์ปฐพีแตกไม่เหลือ พลังใดๆ เลย”
หากศพของสัตว์ปฐพีแตกยังมีพลังหลงเหลือ กระดูกของมันก็นำมา ทำเป็นอาวุธได้แต่เมื่อไม่มีพลังใดๆ หลงเหลืออยู่ก็หมายความว่าสัตว์ปฐพี แตกที่เห็นอยู่เบื้องหน้านี้ต่อให้ถูกถลกหนังดึงกระดูกก็ยังเป็นแค่ของไร้ค่า ไม่มีราคาค่างวดใดๆ สำหรับพวกเขา
“พวกเราไปกันเถอะ” ซูหลินพยักหน้ารับ
แล้วคนทั้งสามก็ค่อยๆ จากไปไกลท่ามกลางสายตาเคียดแค้นของต่งลี่
รอจนต่งลี่เห็นว่าสามคนนั้นหายไปจากเส้นสายตาแล้วถึงวางใจได้จริง
“วิมานสวรรค์!”
นางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ในใจครุ่นคิดว่ารอให้เนี่ยเทียนฝุาทะลุขอบเขต ได้อย่างมั่นคงเมื่อไหร่ก็ควรจะหาวิธีสร้างปัญหาให้กับวิมานสวรรค์ดูบ้าง
พวกซูหลินสามคนจากมาได้ไม่นาน หงเหอก็พลันพูดขึ้นว่า “ทุกคน แยกย้ายกันไปตามหาของของใครของมันเถอะ”
ฮวางหู่มองเขาพร้อมแสยะปากหัวเราะหึหึ ก่อนจะโบกมือกล่าวว่า “ตกลง เจ้าไปก่อนได้เลย”
หงเหอจึงหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
พักใหญ่ ขณะที่ต่งลี่นั่งรออยู่ใต้ต้นไม้แห้งเหี่ยวอย่างสบายอารมณ์ หงเหอพลันย้อนกลับมาอีกครั้ง
ต่งลี่ตะลึง แล้วจึงถามเสียงเย็น “เจ้ามาทำไม?”
ดวงตาหงเหอเป็นประกายละโมบ เส้นสายตากวาดขึ้นๆ ลงๆ ไปทั่ว เรือนกายเย้ายวนของต่งลี่ “ยังมีของที่ข้าต้องการ”
“เจ้าต้องการอะไร?” ต่งลี่แค่นเสียง
“ข้าต้องการเจ้า!” หงเหอหัวเราะหึหึแล้วกระโจนเข้าหาเนี่ยเทียน หมายจะกดมือใหญ่ลงไปกลางกระหม่อมของเนี่ยเทียน “เลือกเอาว่าจะ ร่วมมือกับข้าดีๆ หรือจะให้ข้าสังหารไอ้หมอนี่!”
“เจ้ากล้ารึ!” ต่งลี่ผุดลุกขึ้นยืนแล้วเรียกวิญญาณสัตว์หงส์ดำออกมา ทันที ในมือนางถือเหล็กหมาดพุ่งตรงเข้าหาหงเหอ
“หึ แม้ว่าตำแหน่งของข้าในวิมานสวรรค์จะสู้ฮวางหู่และซูหลินไม่ได้ ทว่าขอบเขตของข้าเหนือกว่าพวกเขา” หงเหอแสยะปากหัวเราะเสียงดัง
“ข้าคือเขตต้นสวรรค์ช่วงท้าย คิดจะฆ่าไอ้เด็กนี่ก็ง่ายดั่งพลิกฝุามือ! เจ้า ควรจะทำตัวให้ฉลาดสักหน่อย เขาจะได้ไม่ต้องตายเปล่า”
“ฟิ้วๆ!”
สายฟูาสีทองหลายเส้นเหมือนหนวดปลาหมึกบินออกมาจากกลางฝุา มือของหงเหออย่างบ้าคลั่ง แล้วพุ่งเข้ากัดทึ้งต่งลี่
ตัวจริงของเขาเคลื่อนไหวตลอดเวลา เมื่อหลบพ้นการพุ่งแทงของ เหล็กหมาดสีเขียวแล้วจึงพุ่งเข้าหาเนี่ยเทียนหมายตบลงไปบนกระหม่อม ของอีกฝุาย
หงส์ดำเปล่งเสียงร้องขึ้นมากะทันหัน ทำให้มือของหงเหอที่กำลังจะ โดนตัวเนี่ยเทียนหยุดชะงัก นัยน์ตามีความเจ็บปวดวาบผ่าน
ครู่หนึ่งหงเหอก็สลัดเสียงร้องที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณซึ่งมาจาก หงส์ดำได้ มหาสมุทรจิตสำนึกคืนกลับมาเป็นปกติ
มือของหงเหอข้างที่วางเหนือหัวของเนี่ยเทียนเคลื่อนลงอย่างเชื่องช้า เขาพูดพร้อมหัวเราะ “ชื่อเสียงความสวยงามของคุณหนูตระกูลต่งโด่งดัง ไม่แพ้ความร่าน ได้ยินว่าเจ้าเคยมีสัมพันธ์กับคนมากมาย ข้าก็แค่ขอแนบ เนื้อกับเจ้าสักครั้งสองครั้งจะเป็นเรื่องใหญ่แค่ไหนกันเชียว? อย่างไรซะ เจ้าก็นอนกับคนมานับไม่ถ้วน เพิ่มข้าไปอีกสักคนก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ กระมัง?”
“ตายซะเถอะ!” ดวงตาคู่งามของต่งลี่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะ ถูก คำพูดของหงเหอกระตุ้นอารมณ์จนโมโหแทบบ้า
ขณะที่หงเหอเข้าไปใกล้เนี่ยเทียนที่กำลังนั่งอยู่ เหล็กหมาดสีเขียวของ นางซึ่งถูกปล่อยออกมาก็กลายเป็นแสงสีเขียวเข้มที่ฟันฉับลงไป
“ดูท่าเจ้าจะสนใจความเป็นความตายของไอ้เด็กคนนี้มาก แต่ทำไม เจ้าไม่ยอมข้าโดยดีเล่า?” หงเหอแค่นเสียงเย็น “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็จะ ฆ่าเขาก่อนค่อยว่ากัน!”
ไม่สนแสงสีเขียวที่สาดลงมา มือข้างนั้นของเขาที่ก่อนหน้านี้เคลื่อนที่ อย่างเชื่องช้าพลันกดลงไปด้านล่าง!