ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 547 ผลเก็บเกี่ยวเต็มแน่น
เขาหันไปมองยังเมล็ดพันธ์อันเป็นลูกศิษย์คนสำคัญของสำนักอื่นๆ
พวกคนที่ถูกเขามองมาต่างก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วน ดูลังเลใจอย่าง เห็นได้ชัด
“หยางคัน” เนี่ยเทียนหัวเราะหึหึ มองไปยังเมล็ดพันธ์แห่งตำหนัก เทพเพลิง “ข้าต้องการอะไร เจ้าน่าจะรู้ดี เส้นผลึกเพลิงพิภพและแก่น เพลิงพิภพ เอาออกมาได้หมด ขอแค่ราคาพอๆ กับรถศึกทองคำก็พอแล้ว เจ้าคิดเอาเองก็แล้วกัน”
หยางคันกล่าวอย่างเดือดดาล “เส้นผลึกเพลิงพิภพและแก่นเพลิง พิภพที่ข้าได้รับมาจากเจ้าตำหนักล้วนถูกเกราะมังกรเพลิงดูดเอาไป หมดแล้ว ข้ามีเหลือซะที่ไหน?”
“แบบนี้เองหรือ ถ้าอย่างนั้นข้าให้รถศึกทองกับเจ้า แล้วเจ้าก็ไปที่ นั่นเองดีไหม?” เนี่ยเทียนเสนอพร้อมรอยยิ้มสดใส
หยางคันสีหน้าแข็งทื่อ
สภาพของเขาในตอนนี้ค่อนข้างจะประดักประเดิด มองดูเหมือนอยู่ ระหว่างต้นสวรรค์และเขตสามัญ ทว่ากลับไม่มีพลังจิตวิญญาณให้ใช้ แถม พลังของเขายังถดถอยจนตอนสู้ก่อนหน้าที่ยังไม่ฝุาทะลุขั้นไม่ได้ด้วยซ้ำ
นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาเลือกจะถอยหนีเมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียน เปิดฉากสังหารกับทุกคนเพื่อปกปูองต่งลี่
ตอนนี้พละกำลังของเขาไม่เพียงพอ ขอบเขตก็ไม่แน่ชัด หาก ทะเล่อทะล่าไปยังเกาะที่มีชนต่างเผ่าเคลื่อนไหวก็มีความเป็นไปได้ถึงแปด เก้าส่วนว่าจะไม่ได้มีชีวิตรอดกลับมา
เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก็ข่มกลั้นความเสียดายเรียกเสาหินสีชาดหกต้น ออกมาจากในแหวนเก็บของ แล้วตะคอกพร้อมดวงตาฉายประกายโทสะ “ของสิ่งนี้มอบให้เจ้า เจ้าเองก็ฝึกวิชาเปลวเพลิง มีเกราะมังกรเพลิง เจ้าก็ น่าจะรู้ดีถึงมูลค่าของพวกมัน!”
ปูายหยกแผ่นหนึ่งก็บินเข้ามากลางฝุามือของเนี่ยเทียนพร้อมกัน ซึ่ง ในนั้นบันทึกวิธีการใช้เสาหินสีชาดทั้งหกต้นเอาไว้
เนี่ยเทียนหรี่ตาใช้กระแสจิตกลุ่มหนึ่งรับสัมผัสก็รู้ว่าขอแค่มีเส้นผลึก เพลิงพิภพและแก่นเพลิงพิภพ บวกกับมีแผ่นหยกนี้เป็นแกนกลาง เสาหิน สีชาดทั้งหกต้นก็จะชุบหลอมลูกผลึกสีชาดขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งลูก เมื่อเอา มาวางไว้ในแผ่นหยกที่เป็นแกนกลางก็จะควบคุมเสาหินสีชาดทั้งหกได้อีก ครั้ง
“นี่คงพอเป็นค่าตอบแทนของข้าและหลิวเจี้ยนสองคนแล้วกระมัง?” หยางคันกล่าวอย่างเคียดแค้น
เสาหินสีชาดทั้งหกต้นรวมไปถึงแผ่นหยกที่เขาให้อีกฝุายไปมีมูลค่า มากกว่ารถศึกทองคำเสียอีก นั่นคืออาวุธวิเศษเปลวเพลิงชิ้นหนึ่งที่ไม่ ธรรมดาอย่างยิ่ง
เขาครุ่นคิดว่าขอแค่เขาฝุาทะลุสู่เขตสามัญได้อย่างแท้จริง สุดท้ายเขา ก็ยังสามารถช่วงชิงอาวุธวิเศษและเกราะมังกรเพลิงมาจากมือเนี่ยเทียนได้ พร้อมกัน
“ไม่เลวๆ หลิวเจี้ยนไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนเพิ่มแล้ว” เมื่อรู้ถึง วิธีการใช้และความมหัศจรรย์ของเสาหินสีชาดทั้งหกต้น ใบหน้าเนี่ยเทียน ก็เต็มไปด้วยความเบิกบาน อารมณ์ดีไม่น้อย
เขาหันไปยังจางจิวจากลัทธิอูตู๋ แค่นเสียงกล่าวว่า “ข้าต้องการให้เจ้า บอกข่าวแก่ข้า”
เดิมทีจางจิวยังรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน แต่พอได้ยินเขาพูดแบบนี้ก็พลัน วางใจลงได้จึงรีบถาม “ข่าวอะไร?”
“เผยฉีฉีเป็นหรือตาย? นางอยู่ที่ไหน?” ไอสังหารแผ่อบอวลไปทั่วร่าง ของเนี่ยเทียน
“นังสารเลวเผย…” จางจิวเพิ่งเอ่ยปากก็พลันตระหนักได้ว่าถ้อยคำที่ ใช้ไม่เหมาะสมจึงรีบเปลี่ยนคำพูด “คุณหนูเผยไม่เป็นอะไร นางเข้าไปยัง แถบผ้าหลากสีที่ลัทธิอูตู๋ของเราอยู่ได้ไม่นานก็รีบรุดเดินทางไปยัง ปลายทาง แม้ว่าหมอกหลากสีจะกำจัดขอบเขตไม่ให้ผู้มีเขตต้นสวรรค์ ข้ามไปได้ ทว่านางกลับไม่ได้รับผลกระทบ ไม่นานนางจึงหายตัวไป ข้าเอง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่านางไปอยู่ที่ไหน”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าพูดจริงหรือเท็จ” เนี่ยเทียนกล่าวเสียงเย็น
จางจิวรีบเอ่ยคำสาบานสาปแช่งตัวเองในนามของลัทธิอูตู๋ บอกว่า หากคำพูดปดแม้เพียงครึ่งคำจะไม่สามารถเลื่อนสู่เขตสามัญ ร่างกายต้อง แหลกสลาย ฯลฯ
ลูกศิษย์คนอื่นๆ ของลัทธิอูตู๋ต่างก็ช่วยกันพูด บอกว่าเผยฉีฉีปลอดภัย ดี
เนี่ยเทียนจ้องพวกเขาเขม็ง พอเห็นว่าพวกเขาไม่มีท่าทีเหมือนคน โกหกจึงพยักหน้าและปล่อยลัทธิอูตู๋ไปในที่สุด
อันที่จริงเขาเองก็รู้สึกว่าด้วยฝีมืออันแข็งแกร่งของเผยฉีฉี หากถูกบีบ ให้อยู่ในแถบผ้าหลากสีเส้นนั้นบางทีเขาคงไม่ได้เจอกับจางจิวอีกครั้ง
ก่อนที่เผยฉีฉีจะจากไป นางบอกให้เขาไม่ต้องเป็นห่วง และดู เหมือนว่านางจะมีความลับอะไรบางอย่าง
หากจางจิวคิดจะพูดโกหกก็ไม่น่าจะพูดว่าเผยฉีฉีข้ามหมอกหลากสีอัน เป็นปราการขวางกั้นเขตต้นสวรรค์ไปได้ เพราะนี่ไม่ถือเป็นคำโปูปดที่ดีนัก
“แค่ข่าวว่านางมารเผยเป็นหรือตายข่าวเดียวก็ทำให้เจ้ายอมสละหิน วิเศษล้านก้อนได้เลย?” ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด ต่งลี่ก็พูดฮึดฮัดด้วย น้ำเสียงขึ้นจมูก นัยน์ตาเต็มไปด้วยความอาฆาตขุ่นเคือง
เห็นได้ชัดว่าต่งลี่ไม่พอใจอย่างถึงที่สุด นางไม่พอใจที่เพื่อเผยฉีฉีแล้ว เขาถึงกับยอมไม่รีดไถค่าตอบแทนมหาศาลมาจากลัทธิอูตู๋ เพียงเพื่อให้ได้ ข่าวข่าวเดียวของอีกฝุาย
“แค่กๆ” เนี่ยเทียนไอแห้งๆ หนึ่งที แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นความ โกรธเคืองในดวงตาของนาง ก่อนจะเหลือบมองไปยังฝุายของภูเขา สายฟูาและสำนักเทียนเหยียน“พวกเจ้าล่ะ?”
ตอนนี้ภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนมีคนเหลืออยู่แค่ห้าคน ผู้ที่ มีชีวิตอยู่ล้วนเป็นคนที่ฉลาดปราดเปรื่อง เลี่ยวเยี่ยนจากภูเขาสายฟูา และอวี๋ หยางจากสำนักเทียนเหยียนก็คือเมล็ดพันธ์คนสำคัญของทั้งสองสำนัก
แม้ว่าคนทั้งสองจะไม่ได้ไปถึงจุดหงส์ดำระดับแปดที่เนี่ยเทียนเฝูา พิทักษ์อยู่ แต่จากช่องทางต่างๆ พวกเขาก็ได้รู้ว่าเนี่ยเทียนสังหารคนของ ภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนไปมากมายในพื้นที่นั้น
ส่วนลึกในใจคนทั้งสองต่างก็เคียดแค้นเนี่ยเทียนเข้ากระดูกดำ แต่ กระนั้นก็รู้ดีว่าฝีมือเนี่ยเทียนน่าหวาดกลัว ทั้งยังมีอาณาจักรปุายจั้น สำนักหยินสำนักหยางให้การช่วยเหลือ พวกเขาจึงได้แต่จนใจ
ตอนนี้เมื่อเจอกับภัยคุกคามของชนต่างเผ่า แต่ละฝุายจำต้องเลือก ร่วมมือกันรับมือกับต่างเผ่าก่อน พวกเขาจึงยิ่งไม่กล้าทำตัวเหลวไหล
เมื่อสายตาของเนี่ยเทียนย้ายมาอยู่ที่ตัวพวกเขา เลี่ยวเยี่ยนและอวี๋ห ยางสองคนก็พยายามข่มกลั้นไฟโทสะไว้ในใจ ก่อนที่เลี่ยวเยี่ยนจะเป็นคน เอ่ย “เจ้าต้องการอะไร?”
“วัตถุดิบธาตุไม้ ธาตุไฟ ธาตุดวงดาว” เนี่ยเทียนสีหน้านิ่งเฉย ไม่กลัว พวกเขาอาละวาดแม้แต่น้อย
แต่ไรไหนมาเขาก็ไม่มีความรู้สึกอันดีต่อภูเขาสายฟูาและสำนักเทียน เหยียนอยู่แล้ว ปีนั้นสองอาณาจักรใหญ่จากอาณาจักรคุนหลัวนี้ได้ วางแผนฮุบอาณาจักรหลีเทียน คำพูดก่อนที่จะเหยียบเข้าไปในประตู สวรรค์ เขายังจำได้แม่นราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
อาณาจักรคุนหลัวไม่เคยล้มเลิกความคิดที่จะรุกรานอาณาจักรหลี เทียน
“วัตถุดิบเหล่านั้นที่เจ้าพูดถึง พวกเราล้วนไม่มี” เลี่ยวเยี่ยนส่ายหัว ด้วยสีหน้าจนใจ ก่อนจะหยิบภาชนะกระจกชิ้นหนึ่งออกมา ด้านใน ภาชนะนี้บรรจุหัวใจสีเทาแห้งเหี่ยวเอาไว้หนึ่งดวง “หัวใจดวงนี้เป็นของผู้ แข็งแกร่งเผ่าทมิฬคนหนึ่ง ระดับสายเลือดเท่าไหร่ไม่รู้แน่ชัด แม้ว่าเขาจะ ตายไปแล้วและหัวใจก็หยุดเต้นไปนานแล้ว ทว่ากลับยังคงมีพิษร้ายแรง”
“ตามความเห็นข้า ของสิ่งนี้ที่อยู่ในมือของข้ามากพอจะจ่ายเป็น ค่าตอบแทนของภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียน”
“เพื่อควักหัวใจดวงนี้ออกมา ลูกศิษย์ของเราถูกพิษร้ายคร่าชีวิตไปถึง สองคนกว่าจะบรรจุมันไว้ในภาชนะชิ้นนี้ปูองกันไม่ให้พิษไหลซึมได้สำเร็จ ของสิ่งนี้เดิมทีข้าคิดจะเอาไปแลกเปลี่ยนกับผู้แข็งแกร่งของลัทธิอูตู๋ ตอนนี้มันเป็นของเจ้าแล้ว”
ตอนที่จางจิวจากลัทธิอูตู๋มองเห็นหัวใจดวงนั้น ดวงตาของเขาก็พลัน เบิกกว้าง
เขารู้ว่าเผ่าทมิฬมีพิษร้ายอยู่เต็มร่าง ส่วนหัวใจก็คือต้นกำเนิดแห่ง สายเลือด แล้วก็เป็นจุดรวมพิษร้ายเช่นกัน
หากผู้แข็งแกร่งของลัทธิอูตู๋ได้หัวใจดวงนี้ไปแล้วสกัดเอาสารพิษที่อยู่ ข้างในนั้นออกมา หรือไม่ก็กรีดเอาความลี้ลับของสายเลือดเผ่าทมิฬ ออกมาศึกษา ศักยภาพย่อมต้องเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัวแน่นอน
ไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น ลูกศิษย์ทุกคนของลัทธิอูตู๋ที่เห็นหัวใจของเผ่า ทมิฬต่างก็มีท่าทางตื่นเต้นกันสุดขีด
เลี่ยวเยี่ยนแค่นเสียงเอ่ยเตือนเนี่ยเทียน “หัวใจดวงนี้ไม่ใช่ของที่พวก จางจิวจะจ่ายเงินหาซื้อมาได้ อีกอย่างสายเลือดของเจ้าของหัวใจดวงนี้ก็ ยังไม่ถูกประเมิน มันจะมีค่ามากน้อยแค่ไหนนั้น ตอนนี้ยังยากจะที่จะ บอกได้ ทางที่ดีที่สุดเจ้าควรเก็บรักษาไว้ให้ดี อย่าได้บุ่มบ่ามลองสัมผัส จะ ได้ไม่ต้องตายเปล่า”
เวลานี้เนี่ยเทียนถือภาชนะกระจกชิ้นนั้นไว้ในมือแล้ว เขาจึงเห็นว่า กลางหัวใจที่เหี่ยวแฟบมีควันพิษสีเขียวลอยกรุ่นขึ้นมา
ควันพิษสีเขียวประหนึ่งหนวดปลาหมึกที่เคลื่อนไหวขยุกขยิก ภาชนะ ใบนี้เองก็มีควันสีเขียวจางๆ แผ่ออกมาราวกับว่าหากพิษรั่วไหลแม้แต่นิด เดียวก็จะสร้างหายนะครั้งใหญ่ได้ทันที
หัวใจเขากระตุกน้อยๆ ลองปล่อยกระแสจิตกลุ่มหนึ่งออกไปหมาย สำรวจความมหัศจรรย์
ทว่ากระแสจิตของเขาเพิ่งจะเข้าไปในภาชนะก็ถูกควันพิษในนั้นกัด กร่อนเสียเกลี้ยงในชั่วพริบตา
“แม้แต่กระแสจิตก็ยังถูกกัดกร่อน!” เนี่ยเทียนหน้าถอดสี มองหัวใจ ดวงนั้นเขาให้รู้สึกว่ามันน่ากลัวอย่างที่เลี่ยวเยี่ยนบอกไว้จริงๆ เป็นของ เล่นที่หาได้ยากยิ่งและอันตรายถึงชีวิต
เขาจึงไม่กล้าตรวจสอบมั่วซั่วอีก แต่รีบเก็บภาชนะทั้งชิ้นเข้าไปใน แหวนเก็บของ “ตกลง ภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนถือว่าจ่าย พร้อมกันแล้ว”
ตอนนี้ผู้ที่ยังไม่ให้ค่าตอบแทนก็เหลือแค่แต่ละฝุายจากอาณาจักรปุาย จั้น และยังมีสำนักหยินสำนักหยาง รวมไปถึงหอหันปิง
พอเขาพูดประโยคนั้นจบเย่ฉินและเฉินฮ่าวก็หัวเราะแห้งๆ ทำท่าจะ พูดอะไรบางอย่าง
เนี่ยเทียนโบกมือ “ไม่จำเป็น พวกเจ้าไม่ต้องให้”
ประโยคนี้ดังจบ เย่ฉินและเฉินฮ่าวต่างก็ตาเป็นประกาย โค้งตัวลง น้อยๆ แสดงคำขอบคุณ
“พวกเราล่ะ?” ต่งลี่ค้อนตาใส่เขา
ต่งปุายเจี๋ยเองก็มองเขาด้วยสีหน้าครึ่งยิ้มครึ่งบึ้ง
“แน่นอน แน่นอนว่าไม่ต้องจ่าย” เนี่ยเทียนหัวเราะแห้งๆ
“เอาเถอะ ถือว่าเจ้าทำตัวได้ไม่เลว ข้าจะอภัยให้เจ้าก็แล้วกัน” ต่งลี่ แค่นเสียงกล่าว
เสวียนเข่อแห่งหอหันปิงลังเลอยู่ชั่วครู่จึงกล่าวว่า “คือว่า…”
เนี่ยเทียนมองเขาแวบหนึ่งก็โบกมือแล้วกล่าวอย่างใจกว้าง “พวกเจ้า ก็ด้วย”
ทุกคนของหอหันปิงได้ยินเขาพูดเช่นนี้ก็อึ้งไปครู่ ก่อนจะรีบเอ่ย ขอบคุณ
เสวียนเข่อพยักหน้า “น้ำใจครั้งนี้ หอหันปิงของข้ารับไว้แล้ว”
“เอาตามนี้ ทุกท่านรอฟังข่าวดีจากข้าเถอะ” ความคิดของเนี่ยเทียน แปรเปลี่ยน รถศึกทองคำที่อยู่ใต้ล่างเขาก็บินทะยานตรงดิ่งไปยังเกาะ ห่างไกลที่พวกชนต่างเผ่าเคลื่อนไหว
คนอื่นๆ ต่างก็มองเขาตาปริบๆ ด้วยสายตาซับซ้อนสับสน