ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 548 สำรวจเพียงลำพัง
“หวังว่าค่าตอบแทนที่พวกเราจ่ายไปจะคุ้มค่าจริงๆ”
จางจิวแห่งลัทธิอูตู๋มองรถศึกทองทำที่จากไปด้วยสีหน้าเย็นชา ทว่า ดวงตากลับมีประกายของความคาดหวัง
คนอื่นๆ ต่างเงียบงัน ลึกๆ ภายในใจล้วนคาดหวังว่าเนี่ยเทียนจะไม่ ตายเร็วนัก พวกเขาต่างก็อยากให้เนี่ยเทียนรอด
พวกเมล็ดพันธ์อันเป็นศิษย์ผู้ทรงเกียรติของแต่ละสำนักส่วนใหญ่ล้วน เกลียดเนี่ยเทียน อันที่จริงคนที่ต้องการให้เนี่ยเทียนรอดนั้นมีไม่มาก
เหตุผลที่คาดหวังให้เนี่ยเทียนรอดชีวิตเพราะพวกเขาต้องการรู้ถึงการ กระจายตัวและกำลังอำนาจของชนต่างเผ่าที่อยู่อีกเกาะหนึ่ง นอกจากนี้ พวกเขายังจินตนาการว่าหลังจากการต่อสู้กับชนต่างเผ่าสิ้นสุดลง พวก เขาจะได้ทวงคืนวัตถุดิบวิเศษที่พวกเขาส่งมอบคืนมาจากมือเนี่ยเทียน
แม้ว่าเนี่ยเทียนจะแข็งแกร่งโดดเด่น แต่อย่างไรเขาก็ตัวคนเดียว เบื้องหลังไม่มีสำนักที่แข็งแกร่งช่วยหนุนหลังให้
ในสายตาของคนเหล่านี้ สำนักหลิงอวิ๋นแห่งอาณาจักรหลีเทียนไม่มี ค่าพอจะให้พูดถึงด้วยซ้ำ
รอจนเรื่องตรงนี้สิ้นสุดลง พวกเขาได้เจอกับผู้แข็งแกร่งเขตสามัญและ เขตลี้ลับในสำนัก พวกเขาก็มีวิธีกำราบเนี่ยเทียน ทวงค่าตอบแทนที่พวก เขาจ่ายไปคืนมา
ต่อให้ไม่สามารถทำได้ตามปรารถนาขณะที่อยู่ที่นี่ ทว่ารอจนกลับคืน ไปยังดินแดนดาวตก พวกเขาก็ยังมีวิธีที่จะทำให้สมหวัง
หากเนี่ยเทียนตาย ค่าตอบแทนที่พวกเขาจ่ายไปเกรงว่าคงตกอยู่ใน มือของชนต่างเผ่า
และหากคิดจะช่วงชิงวัตถุล้ำค่ามาจากมือของชนต่างเผ่า พวกเขาก็คง ไม่มีปัญญาทำได้
หากซักไซ้ถึงต้นสายปลายเหตุแล้วพวกเขายังรู้สึกว่าเนี่ยเทียนที่ไม่มี สำนักใหญ่หนุนหลัง อาศัยฝีมือของเขาคนเดียวย่อมไม่สามารถสร้าง ปัญหาอะไรได้มากนัก
“เนี่ยเทียนผู้นี้กล้าหาญไม่เบา ถึงกับกล้าแบกรับภารกิจยิ่งใหญ่นี้” ฉินแยนเดินมาหยุดอยู่ข้างกายต่งลี่ มุมปากยกยิ้ม กระทบไหล่เข้ากับไหล่ ของต่งลี่เบาๆ ก่อนจะพูดต่อ “ต่งลี่ เจ้ารู้สึกว่าคนรักของเจ้าผู้นี้จะรอด ชีวิตกลับมาจากเกาะแห่งนั้นหรือไม่?”
ต่งลี่ปรายตามองนางหนึ่งทีแล้วกล่าวพร้อมอมยิ้มน้อยๆ “หากแม้แต่ เขาก็ยังทำไม่ได้ คนอื่นๆ ก็ยิ่งมีแต่จะไปตายเท่านั้น”
จากคำพูดของนางเห็นได้ชัดว่านางมองเนี่ยเทียนเป็นคนที่แข็งแกร่ง ที่สุดในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ น้ำเสียงก็ผ่อนคลายอย่างมากราวกับแน่ใจว่า ขอแค่เนี่ยเทียนลงมือก็ย่อมต้องสำเร็จแน่นอน
ความเชื่อใจที่นางมีต่อเนี่ยเทียนมาจากการที่นางเสียเปรียบให้กับ น้ำมือของเนี่ยเทียนครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อตอนที่อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง
นางคือสตรีที่แข็งแกร่ง มีเพียงคนที่ทำให้นางรับมือไม่ได้เท่านั้นถึงจะ ดึงดูดความสนใจจากนาง ทำให้สายตาของนางจับจ้องมองไป
ภายหลังนางวางความแค้นที่มีต่อเนี่ยเทียนลง ลักพาตัวญาติของเนี่ย เทียน บีบให้เนี่ยเทียนไปอาณาจักรอั้นหมิงร่วมกับนาง จากนั้นก็ไปที่ อาณาจักรต้าฮวาง
เมื่อได้อยู่กับเนี่ยเทียนนานวันเข้า นางถึงได้รู้ความร้ายกาจของเนี่ย เทียน รู้ว่าในร่างเขาซ่อนความลึกลับไว้มากมาย
ในช่วงเวลาสำคัญ เนี่ยเทียนแสดงให้เห็นถึงฝีมือที่เหนือกว่าขอบเขต ของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ชุบหลอมไข่มุกวิญญาณมืด ช่วยให้นางได้รับ ผลไม้แห่งชีวิต หาตัวจ้าวซานหลิงที่สำคัญต่ออาณาจักรต้าฮวางเจอ…
ทุกครั้งที่อยู่ในช่วงเวลาจนตรอก เนี่ยเทียนมักจะหาโอกาสรอดชีวิต คลี่คลายวิกฤตอันตรายได้เสมอ
ไม่นานนางก็เริ่มมั่นใจในตัวเนี่ยเทียนอย่างยิ่งยวด รู้สึกว่าไม่มี อันตรายใดสามารถพันธนาการเนี่ยเทียน ขัดขวางไม่ให้เขาลุกผงาดขึ้นใน ดินแดนดาวตกได้อย่างแท้จริง
ในสายตาของนาง ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธ์ผู้ทรงเกียรติคนไหนของ ดินแดนดาวตก หรือจะเป็นชนต่างเผ่า พวกเขาก็เป็นแค่ก้อนหินที่ให้เนี่ย เทียนเหยียบเดินขึ้นสู่ที่สูง ถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องถูกเนี่ยเทียนเหยียบย่ำ ใต้ฝุาเท้าไปตลอดกาล
“ข้าเองก็หวังว่าเขาจะปลอดภัย” ฉินแยนกล่าวเบาๆ
……
เหนือทะเลสีดำกว้างไกล รถศึกทองคำห้อทะยานไปอย่างรวดเร็ว ไม่ นานก็เริ่มมองเห็นเกาะนั้นได้อย่างชัดเจน
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งของเนี่ยเทียนฝากไว้ที่เข็มทิศสีทองกลางรถศึก อาวุธวิเศษประเภทบินที่วิมานสวรรค์สร้างขึ้นคันนี้สามารถเคลื่อนที่ ปรับเปลี่ยนทิศทางและควบคุมความเร็วไปตามความคิดของเขาได้อย่าง ยอดเยี่ยม มหัศจรรย์อย่างมาก
เขาที่ควบคุมอาวุธวิเศษประเภทบินเป็นครั้งแรกเปลี่ยนความคิดไป ตลอดเวลา ทำให้รถศึกทองคำคันนี้เดี๋ยวก็เคลื่อนที่เร็ว เดี๋ยวก็เคลื่อนที่ช้า เดี๋ยวก็ลอยตัวขึ้นสูง เดี๋ยวก็พลันลดตัวลงต่ำ
นับแต่วันนี้เป็นต้นไปรถศึกทองคำของวิมานสวรรค์ก็จะกลายมาเป็น ของเขาแล้ว ขณะที่เขามุ่งหน้าไปยังเกาะแห่งนั้นก็ฉวยโอกาสทำ ความคุ้นเคยกับวิธีการใช้รถศึกคันนี้ไปด้วย
ไม่นานเขาก็ควบคุมรถศึกเบื้องล่างได้อย่างเชี่ยวชาญ แล้วก็รู้ว่าขอแค่ เอาหินวิเศษออกมาเป็นต้นกำเนิดพลังงาน รถศึกก็จะโบยบินไปได้ ตลอดเวลา
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง เกาะที่เดิมที่พร่าเลือนก็ได้เผยตัวอย่างสมบูรณ์ แบบในที่สุด
เวลานี้เขาจึงผ่อนความเร็วของรถศึก ปรับเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อย จง ใจบินวนไปหนึ่งรอบเพื่อเตรียมหาที่ลงจอด
ที่ทำแบบนี้ก็เพราะคนของชนเผ่าหินเทาบินเป็นเส้นตรงมายังเกาะ แห่งนี้
เขากังวลว่าหากตามรอยของชนเผ่าหินเทาไป เมื่อเข้าไปใกล้เกาะก็มี ความเป็นไปได้มากว่าจะถูกคนของชนเผ่าหินเทาเห็นเข้า
เมื่อยังไม่มีความมหัศจรรย์ของเกาะแห่งนี้รวมไปถึงความสามารถของ ชนต่างเผ่า เขาก็ไม่อยากเปิดเผยตัวตนเร็วเกินไปนัก
พอคิดว่าเมื่อไปถึงเกาะนั้นแล้วถูกชนต่างเผ่ามากมายล้อมโจมตี นั่น จะส่งผลกระทบต่อภาระหนักอึ้งที่เขาแบกไว้บนบ่า
รถศึกทองคำบินวนอยู่ห่างๆ รอบหนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ อีกฝั่งหนึ่งของเกาะ ทิพย์จักษุหลายข้างที่เขาปล่อยออกมาแผ่กระจายไป ทั่วและบินเข้าไปยังเกาะนั้นด้วยความเร็วสูงสุด
เขาจงใจผ่อนความเร็วของรถศึกทองคำ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้รถศึกไป ถึงก่อนที่ทิพย์จักษุจะรู้สถานการณ์อย่างแน่ชัด
ทิพย์จักษุเก้าข้างลอยเข้าไปถึงเกาะแห่งนั้นก่อนรถศึกทองคำ
ทิพย์จักษุลอยอยู่กลางอากาศมองลงมาจากเบื้องบน สะท้อนภาพ เหตุการณ์ทั้งหมดเข้ามาในจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน
เขามองเห็นว่าเกาะแห่งนั้นมีธารน้ำและทะเลสาบใสกระจ่างอยู่ทั่วทุก หนแห่ง มองเห็นต้นไม้ที่ขึ้นเป็นปุาหนาแน่น รวมไปถึงพืชพรรณเก่าแก่ แปลกประหลาดมากมาย ทว่ากลับมองไม่เห็นชนต่างเผ่าใดๆ แล้วก็สัมผัส ไม่ได้ถึงปราณของสิ่งมีชีวิตด้วย
เกาะที่พวกเขาเดินทางมามีถึงยอดเขาตระหง่านที่ถูกตัดขาดและ เทือกเขาที่ทอดตัวยาวขึ้นๆ ลงๆ
ทว่าบนเกาะแห่งนี้กลับไม่มีภูเขาแม้แต่ลูกเดียว กลับมีแต่หนองบึง และผืนปุาที่กว้างไกล
เพียงแต่ว่าเนื่องจากพืชพรรณหนาแน่นเกินไป หากห่างไกลยิ่งกว่านี้มี ชนต่างเผ่าเคลื่อนไหวอยู่จริงๆ ในพื้นที่ที่ห่างไกลมาก ทิพย์จักษุก็อาจจะ มองไม่เห็นอะไร
นอกเสียจากว่าทิพย์จักษุแต่ละข้างจะลดตัวลงจากกลางอากาศแล้ว เข้าไปตามหาในผืนปุาอย่างละเอียด
มองไม่เห็นชนต่างเผ่า สัมผัสไม่ได้ถึงปราณแห่งชีวิตที่แข็งแกร่ง เขาจึง วางใจลงได้แล้วรีบเพิ่มความเร็วของรถศึกทองคำ
ไม่นานนักรถศึกทองคำก็มาปรากฏอยู่ริมขอบเกาะ จากนั้นสนามพลัง ที่พิเศษบางอย่างก็พลันบังเกิดขึ้น รถศึกทองคำส่ายไหว ไม่ว่าหินวิเศษจะ เปล่งแสงเจิดจ้าอย่างไร้ก็ยังร่วงลงสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
นี่ทำให้เนี่ยเทียนเข้าใจว่าเกาะแห่งนี้เหมือนกับเกาะที่พวกเขาอยู่นั่น คืออาวุธวิเศษประเภทบินจะบินทะยานได้ตามปกติเมื่อออกจากเกาะ เท่านั้น
อาวุธวิเศษประเภทบินทุกชิ้นล้วนไม่สามารถนำมาใช้ในเกาะได้ ได้แต่ เดินทางด้วยร่างกายตัวเองเท่านั้น
พอเก็บรถศึกทองคำเอาไปไว้ในแหวนเก็บของแล้ว เขาก็หยิบหินส่ง ข้อความเสียงก้อนหนึ่งออกมาทดลองติดต่อกับต่งลี่
ระยะการส่งสัญญาของหินส่งข้อความเสียงกว้างใหญ่มากเป็นพิเศษ เขาลองปลดปล่อยจิตสำนึกเข้าไปข้างใน ไม่นานก็ได้รับการตอบรับ กลับมาจากต่งลี่
“ข้ามาถึงแล้ว ตอนนี้ยังไม่เห็นชนต่างเผ่า ที่นี่ไม่มีภูเขา มีแต่ ทะเลสาบและธารน้ำ ทุกที่มีแต่พืชพรรณหลากหลาย อาวุธวิเศษประเภท บินมิอาจใช้ได้…”
เขาบอกข้อมูลที่เขารู้ตอนนี้ให้กับต่งลี่ผ่านหินส่งข้อความเสียง
ต่งลี่ตอบกลับมาว่าให้เขาระวังตัว ต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าบุ่มบ่าม เกินไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อคนของดินแดนดาวตก
ต่งลี่ยังกำชับเขาด้วยว่าให้เขาคว้าโอกาสเอาไว้ หากเจอกับวัตถุดิบหา ยากก็เก็บเอามาเป็นของตัวเอง
หากชนต่างเผ่าอ่อนแอแล้วเขาจัดการได้ก็ไม่ต้องสนใจคนของดินแดน ดาวตก แต่ให้พยายามสังหารชนต่างเผ่าเพื่อช่วงชิงเอาวัตถุดิบวิเศษมา
หากเจอกับคนรับมือได้ยาก ไม่มีความหวังว่าจะแย่งอาหารออกมา จากมือเขาได้ หรือตกอยู่ในอันตรายก็รีบขอความช่วยเหลือทันที
ข้อความและคำแนะนำที่ต่งลี่มอบให้ต่างก็คิดเพื่อเขาทั้งนั้น ไม่ได้ สนใจผลประโยชน์ของลูกศิษย์แต่ละฝุายในดินแดนดาวตกเลย
เนี่ยเทียนตอบรับว่าเข้าใจแล้วก็ตัดการติดต่อไปชั่วขณะ ก่อนจะใช้ สายเลือดการอำพรางชีวิตมาปกปิดร่องรอยของตัวเองแล้วเดินไปข้างหน้า
เขารู้ว่าชนต่างเผ่าส่วนใหญ่ต่างก็เชี่ยวชาญการตามหาเปูาหมายผ่าน ปราณเลือดเนื้อ
มีเพียงชนต่างเผ่าที่เชี่ยวชาญด้านจิตวิญญาณอย่างเผ่าอสูรกาย เท่านั้นถึงจะจับความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตผ่านทางจิตวิญญาณ
การอำพรางสายเลือดแห่งชีวิตสามารถปกปิดการรับสัมผัสทางเลือด เนื้อของชนต่างเผ่าได้ ขอแค่ไม่เจอกับชนต่างเผ่าอย่างอสูรกาย ไม่ถูกเห็น ตัวเป็นๆ เขาก็น่าจะซ่อนตัวอยู่ที่นี่ได้เป็นเวลานาน
เวลาช่วงนี้เขาอาศัยให้ทิพย์จักษุลอยตัวสูง ความสามารถในการ สังเกตการณ์ที่เฉียบไวของมันอาจช่วยให้เขาสำรวจเกาะนี้ไปได้เกินครึ่ง
ถึงเวลานั้นเขาก็น่าจะรู้คร่าวๆ แล้วว่ามีชนต่างเผ่ารวมตัวกันอยู่ที่นี่ มากน้อยแค่ไหน และคนเหล่านั้นมีฝีมือกับระดับสายเลือดเท่าไหร่
เวลาต่อมาเขาก็เดินเตร่ไปทั่วเกาะราวกับวิญญาณที่ไร้ปราณเลือดเนื้อ หมายทำความเข้าใจสถานการณ์ของที่นี่ให้ชัดเจน
ไม่นานนักเขาก็มองเห็นภูตผีปีศาจชั้นสูงหลายตนข้างทะเลสาบแห่ง หนึ่ง ภูตผีปีศาจชั้นสูงเหล่านั้นเหมือนจะมีสายเลือดแค่ระดับสี่ ฝีมือเท่า เทียมกับเขา
ภูตผีปีศาจชั้นสูงหลายตนสวมอาภรณ์งดงามประณีตอย่างถึงที่สุด บน ร่างมีชุดเกราะลวดลายซับซ้อน มือก็ถืออาวุธปีศาจ
ภูตผีปีศาจชั้นสูงเหล่านั้นเดินวนรอบทะเลสาบ ใช้ปราณสายเลือดที่ พิเศษของตัวเองรับสัมผัสถึงอะไรบางอย่าง เหมือนกำลังตามหาสิ่งของ หรือสิ่งมีชีวิตบางอย่าง
ทิพย์จักษุค่อยๆ ลดตัวลงต่ำ เขารับฟังบทสนทนาของภูตผีปีศาจ ชั้นสูงแล้ววิเคราะห์ความหมาย
หากเขาไม่เคยติดตามอูจี้ฝึกบำเพ็ญตนมาก่อน เขาก็ไม่มีทางเข้าใจ คำพูดของชนต่างเผ่า ทว่าตอนที่อูจี้นำพาเขาฝึกฝนได้จงใจสอนภาษาและ ตัวอักษรของชนเผ่าต่างๆ ที่พบเห็นได้บ่อยให้แก่เขา โดยเฉพาะภาษาของ ภูตผีปีศาจ อสูรกาย ชนเผ่าโครงกระดูก เผ่าทมิฬที่เคยปรากฏกายใน ดินแดนดาวตกอูจี้ก็ยิ่งเน้นย้ำเป็นพิเศษ
เขาแอบฟังอยู่ชั่วครู่ก็พอจะรู้ว่าดูเหมือนภูตผีปีศาจเหล่านั้นกำลังตาม หาผู้หญิงคนหนึ่ง
—ผู้หญิงเผ่ามนุษย์ที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ!
“เผยฉีฉี!”