ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 551 ทำลายความกังขา!
เกาะที่เผ่ามนุษย์รวมตัวกัน
เสาหินโบราณหลายต้นที่สลักลวดลายงดงามซับซ้อนตั้งตระหง่านสูง อยู่กลางอากาศ บางครั้งก็มีสายฟูาวาบผ่าน
ตรงกลางของเสาหินมีแผ่นไม้มากมาย พื้นดินถูกขุดเป็นปากหลุมแคบ ยาวหลายเส้น ด้านในมีหินวิเศษที่ส่องแสงแวววาวกองเรียงกันกลายมา เป็นค่ายกลพิเศษ
นี่คือค่ายกลปูองกันง่ายๆ ที่พวกเขาสร้างขึ้นเพื่อเตรียมรับมือกับการ มาเยือนของชนต่างเผ่า
ลูกศิษย์ของแต่ละฝุายต่างก็ยุ่งวุ่นวายเตรียมการสร้างเขตอาคมที่ ซับซ้อนแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
เมื่อต่งลี่หยิบเอาหินส่งข้อความเสียงออกมาติดต่อกับเนี่ยเทียนอีกครั้ง เมล็ดพันธ์ผู้มากฝีมือของแต่ละสำนักต่างก็ขยับเข้ามาใกล้โดยอัตโนมัติ
“เขาฆ่าชนต่างเผ่าได้อีกสามคน” ต่งลี่ถือหินส่งข้อความเสียง แย้มยิ้ม ราวบุปผาผลิบาน หันไปพูดกับศิษย์ผู้มีชื่อเสียงของแต่ละฝุาย “นับตั้ง วันที่เขาลงมือก็แค่สองวันเท่านั้น แต่นี่เขาฆ่าชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสี่ ไปได้สิบสามคน ผลการต่อสู้เช่นนี้…ทำให้พวกเจ้าแปลกใจใช่ไหม?”
พวกคนที่กำลังฟังนางต่างก็มีสีหน้าซับซ้อนคิดไม่ตก
เลี่ยวเยี่ยนแห่งภูเขาสายฟูาลังเลอยู่พักหนึ่งจึงกล่าวว่า “ก็ไม่รู้ว่าจริง หรือเท็จ”
เขารู้ผ่านช่องทางต่างๆ ว่าขณะที่เนี่ยเทียนเฝูาปกปูองต่งลี่ที่กำลังชุบ หลอมหงส์ดำระดับแปดได้เปิดฉากสังหารสหายจากภูเขาสายฟูาและ สำนักเทียนเหยียนไปไม่น้อย
ทว่าเขากลับไม่ได้เห็นเองกับตาจึงอดคลางแคลงใจไม่ได้
ต้องรู้ว่าหากเกาะแห่งนั้นมีชนต่างเผ่าแข็งแกร่งมากมายมารวมตัวกัน อย่างที่เนี่ยเทียนบอก เขาจะสามารถสังหารชนต่างเผ่าที่เก่งกาจติดต่อกัน สิบสามคนได้จริงหรือ?
ไม่เพียงแต่เขา อวี๋หยางแห่งสำนักเทียนเหยียนและพวกจางจิวจาก ลัทธิอูตู๋ก็สงสัยเหมือนกัน
และยังมีลูกศิษย์ของบางสำนักที่ได้แต่เคยได้ยินถึงความน่ากลัวของ เนี่ยเทียน แต่ไม่เคยเห็นเองกับตา พวกเขาจึงรู้สึกว่าเนี่ยเทียนอาจจะแจ้ง ผลลวง
เพราะอย่างไรซะข่าวที่พวกเขาได้มาก็ล้วนมาจากหินส่งข้อความเสียง ในมือต่งลี่ ไม่ได้สิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าพวกเขา
“ทำไม? ดูจากท่าทางพวกเจ้าคงไม่เชื่อใช่ไหม?” ต่งลี่กวาดตามอง ทีเดียวก็รู้ว่าคนเหล่านั้นคิดอะไร นางจึงเม้มปากยิ้ม กล่าวว่า “น่าเสียดาย นัก พวกเราไม่ได้อยู่ข้างกายเขา ไม่ได้เห็นศพชนต่างเผ่าที่ถูกเขาฆ่า หาไม่ แล้วพวกเจ้าต้องยอมแพ้อย่างราบคาบแน่นอน”
“ข้าไม่ปฏิเสธว่าข้าคิดเช่นนี้” อวี๋หยางแค่นเสียงกล่าว “หากเขา พูดจาเหลวไหล ใครจะไปรู้ว่าจริงหรือเท็จ? หากเกาะแห่งนั้นไม่มีชนต่าง เผ่าอะไรอยู่ มีแค่เขาคนเดียวที่เคลื่อนไหวไปทั่วแล้วหลอกพวกเราเพื่อ
เก็บเกี่ยวเอาวัตถุดิบล้ำค่าบนเกาะมาครอบครองคนเดียว พวกเราก็ทำ อะไรไม่ได้ถูกไหมล่ะ?”
หลายคนพยักหน้ารับเบาๆ แล้วก็พูดว่ามีความเป็นไปได้ข้อนี้อยู่จริง
“หากพวกเจ้ารู้สึกว่าเป็นอย่างที่พวกเจ้าคิด พวกเจ้าก็ลองตามไปดูได้ นี่” ต่งลี่กล่าวเสียงเย็น
และเวลานี้เองเสวียนเข่อแห่งหอหันปิงพลันเอ่ยแทรก “คุณหนูต่ง ข้า มีวิธีทำลายความกังขาและการคาดเดาที่ทุกคนมีต่อเนี่ยเทียน”
“ว่ามาสิ” ต่งลี่เองก็เริ่มสนใจ
เสวียนเข่อหยิบเอาผลึกน้ำแข็งก้อนหนึ่งที่มีไอเย็นเยียบลอยกรุ่น ออกมาในแหวนเก็บของ ผลึกน้ำแข็งนั้นใหญ่ประมาณปากบ่อ ใสแวววาว เป็นประกาย
“ผลึกน้ำแข็งนี้มหัศจรรย์ มาจากหอหันปิงของพวกเรา และได้ถูกผู้ แข็งแกร่งของสำนักเราชุบหลอมมาก่อน สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดให้ เป็นภาพได้” เสวียนเข่อวางผลึกน้ำแข็งไว้บนพื้นดิน “เจ้าเอาหินส่ง ข้อความเสียงก้อนนั้นวางบนผลึกน้ำแข็งแล้วบอกให้เนี่ยเทียนรวบรวม สมาธิ นำภาพที่เห็นเป็นภาพสุดท้ายก่อนหลับตาแปลงเป็นพลังจิตส่งเข้า มาในหินส่งข้อความเสียงของเจ้า”
“ผลึกน้ำแข็งก้อนนี้สามารถวิเคราะห์ข้อความที่เจ้าได้รับในหินส่ง ข้อความเสียง แล้วจะสะท้อนภาพสุดท้ายที่เขาเห็นออกมาบนผลึกน้ำแข็ง ดำรงอยู่ได้ประมาณสามถึงห้าวินาที”
“เยี่ยมไปเลย!” หลิวเจี้ยนแห่งวังวิญญาณเอ่ยปากชมก่อนผู้ใด จากนั้นก็โหวกเหวกเสียงดัง “เป็นวิธีการที่ดีจริงๆ จริงหรือเท็จก็วิเคราะห์ ได้ในเสี้ยววินาที!”
คนที่เหลือต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
แม้แต่พวกซูหลิน หยางคันที่เชื่อมั่นใจฝีมือของเนี่ยเทียนอย่างลึกล้ำก็ ยังรีบพยักหน้าเร่งให้ต่งลี่ทำตามที่เสวียนเข่อกล่าว
ต่งลี่ที่มีความเชื่อมั่นในตัวเนี่ยเทียนแบบหลับหูหลับตายิ้มหวาน “ตก ลง!”
นางพูดคุยกับเนี่ยเทียนบ่อยที่สุด แน่นอนว่าโดยส่วนตัวแล้วเนี่ยเทียน ย่อมไม่มีทางปิดบังนาง ดังนั้นนางจึงรู้ว่าทุกคำที่เนี่ยเทียนพูดไม่ใช่เรื่อง โกหก
ในเมื่อเป็นเรื่องจริงแล้วนางยังต้องกังวลถึงสิ่งใด?
นางใช้หินส่งข้อความเสียงบอกสถานการณ์ทางฝั่งนี้ให้เนี่ยเทียนรับรู้ หลังจากนั้นก็โยนหินส่งข้อความเสียงก้อนนั้นไว้บนผลึกน้ำแข็งของเสวียน เข่อ
หินส่งข้อความเสียงร่วงลงบนผลึกน้ำแข็ง พลังงานเย็นเยียบแฝงเร้น ไว้ด้วยปราณจิตวิญญาณก็ตรงเข้าล้อมพันไปทั่วหินส่งข้อความเสียงเล็กๆ ก้อนนั้น
ปราณจิตวิญญาณที่เกิดขึ้นในผลึกน้ำแข็งรวมตัวอยู่ที่หินส่งข้อความ เสียงอย่างแน่นหนาคล้ายกำลังวิเคราะห์ความคิดที่ส่งผ่านมาจากภายใน
ไม่นานกลางหินส่งข้อความเสียงก้อนนั้นก็มีแสงอ่อนจางเปล่งขึ้น และ มีความคิดก่อตัวกันขึ้นมา
ผลึกน้ำแข็งใสแวววาวพลันส่องสว่างเจิดจ้า ภาพเหตุการณ์หนึ่ง สะท้อนขึ้นมาคล้ายภาพบนผิวน้ำ
ลูกศิษย์ผู้มีชื่อเสียงของแต่ละสำนักต่างก็ก้มหน้าลงมอง จากนั้นพวก เขาก็เห็นว่าภาพที่สะท้อนออกมาจากในผลึกน้ำแข็งคือศพใหญ่ยักษ์ของ ชนต่างเผ่าสองตน
ชนต่างเผ่าสองตนนั้นมีผิวดำคล้ำ บนร่างมีเกล็ด ตำแหน่งหัวใจคล้าย ถูกอาวุธแหลมคมแทงทะลุ
ดูจากบาดแผลเหวอะหวะตรงหน้าอกนั้นน่าจะเป็นบาดแผลอันเป็น เหตุแห่งความตายซึ่งเกิดจากดาราเพลิงกาฬแทงทะลุเข้าไป
เรือนกายที่เดิมทีสูงใหญ่ของชนต่างเผ่าเหี่ยวแฟบอย่างเห็นได้ชัด บาดแผลน่ากลัวตรงหน้าอกไม่มีเลือดสดไหลออกมา ทว่าดูจากสีหน้าก่อน ตายของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
ภาพที่สะท้อนออกมาจากผลึกน้ำแข็งดำรงอยู่แค่สามถึงห้าวินาที เท่านั้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
พวกลูกศิษย์ของแต่ละสำนักที่มองเห็นภาพนั้นอย่างชัดเจนต่างก็เงียบ งันคล้ายไม่มีใครสงสัยอีกว่าข่าวที่เนี่ยเทียนให้มาเป็นจริงหรือเท็จ
“ผลึกน้ำแข็งก้อนนี้สะท้อนให้เห็นแค่ภาพเหตุการณ์สุดท้ายก่อนเนี่ย เทียนหลับตาเท่านั้น” เสวียนเข่อน้ำเสียงเฉยชา “หากไม่ใช่ความจริง แต่
เป็นภาพที่เขาจินตนาการขึ้นมาเอง ผลึกน้ำแข็งนี้ก็จะไม่มีภาพสะท้อน ออกมาเด็ดขาด ดังนั้นข้าขอสาบานในนามของหอหันปิงว่าภาพที่อยู่ใน ผลึกน้ำแข็งคือความจริง ไม่มีทางเป็นเท็จแน่นอน”
“ข้าเชื่อ” ซูหลินกล่าวเบาๆ
อันที่จริงตอนที่คนอื่นๆ มองเห็นภาพนั้นพวกเขาก็เชื่อกันหมดแล้ว พอมาได้ยินเสวียนเข่อยืนยันจึงมิอาจคลางแคลงได้อีก
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เป็นการยืนยันได้ว่าที่เนี่ยเทียนบอกว่าได้ฆ่าผู้แข็งแกร่ง ต่างเผ่าไปสิบกว่าคนก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง!
ทว่าเมล็ดพันธ์เหล่านั้นกลับยอมเชื่อว่าเนี่ยเทียนพูดเท็จมากกว่า ยอมรับว่านี่คือความจริง
เนี่ยเทียนคนเดียวกลับสังหารชนต่างเผ่าได้มากมายในเวลาสั้นๆ เพียง เท่านี้ ความจริงข้อนี้…เห็นได้ชัดว่าหนักหนาเกินไปสำหรับพวกเขา
เนี่ยเทียนเก่งกาจแค่ไหนกันแน่?
เขาทำได้อย่างไร?
ทำไมเขาถึงไม่ถูกล้อมโจมตี?
พวกชนต่างเผ่ามีแต่คนโง่งั้นหรือ?
คำถามข้อแล้วข้อเล่าลอยขึ้นมากลางใจของพวกเขา พวกคนที่เกลียด แค้นเนี่ยเทียนอย่างถึงที่สุดต่างก็มีสีหน้านิ่งสนิท ดวงตาที่ปลดปล่อย ประกายแสงคล้ายมีความหวาดกลัวไม่สบายใจเข้มข้นซ่อนเร้นอยู่
พวกคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเนี่ยเทียนอย่างต่งลี่ เย่ฉินต่างก็ตก ตะลึงไปตามๆ กัน ทว่าขณะเดียวกันดวงตาก็ส่องแสงสดใสด้วย
ขณะที่ทุกคนเงียบงันชั่งน้ำหนักอยู่กับตัวเองว่าควรจะมีความสัมพันธ์ เช่นไรกับเนี่ยเทียน หินส่งข้อความเสียงที่วางอยู่บนผลึกน้ำแข็งกลับยังไม่ ถูกหยิบขึ้นมา
ไม่นานนักหินส่งข้อความเสียงก็มีกลุ่มความคิดมารวมตัวกัน ก่อนที่ ผลึกน้ำแข็งเบื้องล่างจะเปลี่ยนมาเป็นสว่างไสวอีกครั้ง!
ภาพเหตุการณ์ใหม่ก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบเชียบกลางผลึกน้ำแข็ง
ทุกคนที่สัมผัสได้ต่างก็ก้มหน้าลงไปมองแล้วจึงเห็นชนต่างเผ่าร่างสูง ใหญ่ตนหนึ่งร่วงดิ่งลงมาจากกลางอากาศ
แสงมีดพร่างพราวเส้นหนึ่งตวัดเป็นเส้นโค้งงอ ลำคอหนาใหญ่ของชน ต่างเผ่าตนนั้นถูกบั่นออกอย่างแรง เลือดสดพุ่งทะลัก ศีรษะหลุดกระเด็น ออกจากลำคอ
ภาพนั้นดำรงอยู่แค่ไม่กี่วินาทีก็หายวับไป
ในสมองของทุกคนที่มองผลึกน้ำแข็งยังคงมีภาพที่ชนต่างเผ่าถูกตัดหัว หลงเหลืออยู่
“ไม่จำเป็นต้องดูต่ออีกแล้ว” เสวียนเข่อกระแอมเบาๆ ก่อนจะหันไป พยักหน้ากับต่งลี่ “ถึงตอนนี้คงไม่มีใครสงสัยในคำพูดของเนี่ยเทียนอีก แล้ว คุณหนูต่ง เก็บหินส่งข้อความเสียงไปเถอะ หอหันปิงของพวกข้าจะ รอฟังข่าวดีและรอคำสั่งจากเนี่ยเทียนอยู่ที่นี่”
หลายคนเหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากฝัน สีหน้าของพวกเขาเคว้งคว้าง พอได้ยินคำพูดของเสวียนเข่อก็เดินจากไปโดยไม่เอ่ยคำใด
ไม่นานเมล็ดพันธ์ของแต่ละฝุายก็บอกกับสหายในสำนักของตัวเองว่า ไม่ต้องมีความคิดอย่างอื่นอีก แค่สร้างแนวปูองกันอย่างมั่นคงแล้วรอ เงียบๆ เท่านั้นก็พอ
พวกคนที่เดินจากไปล้วนเป็นคนที่มีความแค้นกับเนี่ยเทียนอย่างซู หลิน หยางเจี้ยน
ที่อยู่ต่อคือคนของอาณาจักรปุายจั้นสำนักหยินสำนักหยางและหอ หันปิง
มุมปากเย่ฉินยกยิ้ม มองแผ่นหลังของคนเหล่านั้นแล้วเอ่ยขึ้นด้วย ความหมายลึกล้ำ “บางทีพวกเขาคงต้องคิดดีๆ แล้วว่าหลังจากจบเรื่อง จะยังไถค่าตอบแทนที่พวกเขาตัดใจจ่ายให้เนี่ยเทียนกลับคืนมาหรือไม่ คิดจะเอาค่าตอบแทนคืนมา สิ่งที่พวกเขาต้องจ่ายกลับไปอาจกลายมา เป็นปัญหาข้อยากที่พวกเขามิอาจคลี่คลายได้”
ต่งลี่ยิ้มลิงโลด
“คุณหนูต่ง” เสวียนเข่อเก็บผลึกน้ำแข็งก้อนนั้นไป ก่อนจะพูดด้วยสี หน้าจริงจัง “ในสถานที่แห่งนี้ พวกเราหลายฝุายสามารถร่วมมือกันเป็น พันธมิตรเล็กๆ กับเนี่ยเทียนได้ อาณาจักรปุายจั้นของพวกเจ้า สำนักหยิน และสำนักหยางของพวกเขา บวกกับหอหันปิงของพวกเรา พวกเรา มาร่วมมือกัน หลังจากนี้จะไม่ต่อสู้กันอีก แบ่งปันข้อมูลและทรัพยากร พวกเจ้าเห็นว่าเช่นไร?”
คำพูดนี้ดังจบ ดวงตาของเย่ฉินและเฉินฮ่าวต่างก็เปล่งประกาย
ฉินแยนรีบพยักหน้าเห็นด้วย “แบบนี้ดีที่สุด!”
ต่งลี่หัวเราะคิกคัก รู้ว่าข้อเสนอนี้ของเสวียนเข่อมีสาเหตุมาจากเนี่ย เทียนคนเดียวเท่านั้น
ไม่มีเนี่ยเทียน ด้วยความหยิ่งทระนงในตัวเองของเสวียนข่อ ย่อมไม่ คิดจะร่วมมือกับอาณาจักรปุายจั้นแน่นอน
“หากหลังจบเรื่อง คนพวกนั้นร่วมมือกันมาหาเรื่องเนี่ยเทียน หอ หันปิงของพวกเจ้าจะทำเช่นไร?” ต่งลี่ถามด้วยรอยยิ้ม
“ข้าจะยืนอยู่ฝุายเนี่ยเทียน” เสวียนเข่อกล่าวหนักแน่น
“ดี! มีประโยคนี้ของเจ้า พันธมิตรเล็กของพวกเราก็ถือว่าสร้างขึ้น สำเร็จแล้ว!” ต่งลี่พยักหน้าอย่างยินดี
นางไม่ได้ถามเย่เฉินกับเฉินฮ่าวเพราะนางรู้ว่าด้วยความสัมพันธ์ ระหว่างสำนักหยินสำนักหยางและเนี่ยเทียน ทั้งสองฝุายต้องยืนอยู่ข้าง เนี่ยเทียนแน่นอน