ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 552 ล่าเหยื่อ
ขณะที่เนี่ยเทียนลงมือสังหารชนต่างเผ่าเหล่านั้นอย่างโหดเหี้ยม นอกจากจะทำให้ลูกศิษย์ผู้มีชื่อเสียงของแต่ละสำนักในดินแดนดาวตกตื่น ตะลึงอย่างหนักแล้ว ยังมีคนผู้หนึ่งที่ได้รับผลประโยชน์ไปด้วย
คนผู้นั้นก็คือเผยฉีฉี
ด้านในต้นไม้โบราณต้นหนึ่งที่ต้องใช้สามคนโอบถูกขุดเป็นโพรง เผย ฉีฉีซ่อนตัวอยู่ภายใน
เขตอาคมห้วงมิติที่มหัศจรรย์หลายชั้นห่อหุ้มร่างของเผยฉีฉีไว้อย่าง แน่นหนา อำพรางปราณชีวิตและความเคลื่อนไหวทางจิตวิญญาณของ นางไว้อย่างมิดชิด
แม้แต่ตอนที่ทิพย์จักษุของเนี่ยเทียนลอยมาสำรวจตรงจุดนี้ก็ยังมิอาจ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
เผยฉีฉีในเวลานี้เมื่อได้ชุบหลอมมีดแสงห้วงมิติเล็กๆ ที่กระจายตัวอยู่ ในเรือนกายแล้ว ขอบเขตของนางจึงเลื่อนสู่ต้นสวรรค์ช่วงท้าย!
ทว่าเมื่อนางต้องต่อสู้และสังหารผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าไปมากมาย ก็ทำให้นางบาดเจ็บสาหัสเช่นกัน
หลังจากบอกลากับเนี่ยเทียน นางก็ยังคงยืนหยัดทำความเข้าใจกับ ความลี้ลับทางสายเลือดที่ชนต่างเผ่าคนหนึ่งซึ่งเชี่ยวชาญพลังห้วงมิติทิ้ง เอาไว้ นี่จึงเป็นเหตุใด้เลือดเนื้อของนางเต็มไปด้วยบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ
เมื่อไม่มีเนี่ยเทียนคอยใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มาช่วยฟื้นฟูอาการ บาดเจ็บ การฟื้นพลังของนางจึงเชื่องช้าอย่างมาก
ตอนที่มาถึงเกาะแห่งนี้ นางก็ได้เจอกับภูตผีปีศาจชั้นสูงและอสูรกาย มากมาย เมื่อต่อสู้กันหลายครั้งจึงเพิ่มบาดแผลใหม่จนนางแทบจะมิอาจ ต่อสู้ได้อีก
ด้วยความจนใจนางจึงทำได้เพียงซ่อนตัวอยู่ในโพรงไม้ ฝืนรวบรวม พลังห้วงมิติ ใช้เวทลับของสายเลือดสร้างเขตอาคมห้วงมิติขึ้นมาหลายชั้น เพื่อสกัดกั้นการตามหาของพวกชนต่างเผ่า
เขตอาคมห้วงมิติโคจรอยู่ตลอดเวลา ทำให้นางเผาผลาญพลังงานไม่ หยุดจนไม่สามารถฟื้นคืนกำลังทั้งหมดกลับมาได้
ระหว่างนี้หากมีภูตผีปีศาจเข้ามาใกล้ นางจึงไม่กล้าประมาทแม้แต่ เลย ทำได้เพียงฝืนโคจรพลังงานต่อเนื่องเพื่อให้เขตอาคมห้วงมิติยังคง ดำรงอยู่
ทว่าช่วงที่ผ่านมา เผยฉีฉีที่กำลังพักฟื้นอาการบาดเจ็บอย่างช้าๆ กลับ ค้นพบว่าพวกภูตผีปีศาจรวมไปถึงพวกอสูรกายเหมือนจะค่อยๆ จากไป ไกล ไม่ได้ค้นหานางแบบปูพรมอีก
นางแปลกใจมาก ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
การจากไปของภูตผีปีศาจและอสูรกาย ทำให้นางกล้าลดเขตอาคม ห้วงมิติลงมาในที่สุด ไม่จำเป็นต้องสูญเสียพลังงานที่เกินความจำเป็นอีก ต่อไป
นางจึงใช้แรงกายแรงใจทั้งหมดไปกับการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ
นางไม่รู้ว่าการจากไปไกลของภูตผีปีศาจและอสูรกายนั้นเป็นเพราะ เนี่ยเทียนเปิดฉากการสังหารอย่างดุเดือดอยู่ในอีกพื้นที่หนึ่ง เป็นเหตุให้ พวกภูตผีปีศาจและอสูรกายพากันตกใจ
ภูตผีปีศาจและอสูรกายยังนึกไปว่านางจากไปไกลนานแล้ว และ อาการบาดเจ็บก็หายดีจนเริ่มลงมือกับเผ่าเล็กๆ ได้แล้ว
เนื่องจากพวกภูตผีปีศาจและอสูรกายไม่เห็นตัวเนี่ยเทียนจึงเข้าใจผิด ไปว่าคนที่ไล่ฆ่าชนต่างเผ่าไปทั่วนั้นคือเผยฉีฉี
……
กลางผืนปุา
ภูตผีปีศาจตนหนึ่งลากศพสองศพออกมาจากพุ่มไม้หนาแน่นที่อยู่ เหนือศีรษะ
ข้างกายของภูตผีปีศาจตนนั้นยังมีภูตผีปีศาจชั้นสูงและผู้แข็งแกร่ง ของอสูรกายอยู่อีกหลายคน
“คนของเผ่าเกล็ดดำ”
ภูตผีปีศาจชั้นสูงหน้าตาหล่อเหลาคมคายนามว่าถ่าเกอมองศพทั้งสอง ที่ถูกเนี่ยเทียนสังหาร “ดูจากข่าวของฝุายเผ่าเกล็ดดำ คนในเผ่าของพวก เขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยสิบกว่าคนแล้ว ศพทั้งสองนี้…แสดงให้เห็น ว่าพวกคนของเผ่าเกล็ดดำที่หายตัวไปน่าจะถูกฆ่าตายไปแล้ว”
“มองดูเหมือนไม่ใช่ฝีมือของผู้หญิงคนนั้น” ผลึกทรงปริซึมกลางหว่าง คิ้วของอาปูหลู่จากเผ่าอสูรกายส่องไปยังศพทั้งสองของเผ่าเกล็ดดำ เขา กล่าวว่า “ผู้หญิงคนนั้นเชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ คนที่ตายด้วยน้ำมือนาง ส่วนใหญ่มักชิ้นส่วนไม่ครบ ทว่าเจ้าสองคนนี้น่าจะเพิ่งตายไปได้ไม่นาน แต่ปราณเลือดเนื้อกลับไม่เหลือแม้แต่เสี้ยวเดียว”
“ผู้หญิงคนนั้นแข็งแกร่งมากขึ้นทุกขณะ ไม่แน่ว่านางอาจบรรลุเวท ลับอะไรของเผ่ามนุษย์อีกก็เป็นได้” ถ่าเกอกล่าว
“ก็มีความเป็นไปได้นี้” อาปูหลู่พยักหน้า พูดอีกครั้งว่า “จากข่าวที่ เผ่าหินเทาบอกมาคือเกาะอีกแห่งหนึ่งยังมีเผ่ามนุษย์หลายคนรวมตัวกัน อยู่ ทว่าพลังในการต่อสู้ของเผ่ามนุษย์เหล่านั้นเหมือนจะไม่แข็งแกร่ง เท่าไหร่นัก พวกเราต้องรีบทำเวลาหาตัวผู้หญิงคนนั้นให้เจอโดยเร็วที่สุด สังหารนางก่อนแล้วค่อยว่ากัน หาไม่แล้วนางจะเป็นก้างชิ้นโตของพวก เรา”
“ฝุายอื่นๆ ยังอยากเก็บวัตถุดิบหายากของที่นี่ โดยเฉพาะเผ่าทมิฬ” ถ่าเกอขมวดคิ้ว “พวกเขากำลังรอข่าวจากพวกเรา ขอแค่พวกเราจัดการ ผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นได้ หรือไม่ล้อมจับนางไว้ได้ เจ้าพวกนั้นก็น่าจะยินดี ร่วมลงมือ”
อาปูหลู่จากเผ่าอสูรกายคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “บอกพวกชนเผ่า เล็กๆ ว่าอย่าแยกตัวออกจากกัน ให้เกาะกลุ่มกันเข้าไว้ ระวังถูกคนลอบ ฆ่า”
“อืม พวกเราก็ลองค้นหาในพื้นที่ของเผ่าเกล็ดดำด้วยเถอะ” ถ่าเกอก ล่าว
……
การมาถึงของภูตผีปีศาจและอสูรกาย เนี่ยเทียนมองเห็นผ่านทิพย์ จักษุข้างหนึ่งอย่างชัดเจน
แม้แต่บทสนทนาระหว่างภูตผีปีศาจและอสูรกาย เขาเองก็ยังได้ยิน พอรู้ว่าชนต่างเผ่าเหล่านั้นเข้าใจผิดว่าเขาคือเผยฉีฉี เขาก็ยิ่งดีใจ
เมื่อเขารู้ว่าเผยฉีฉีซ่อนตัวไม่ยอมออกมา เขาก็เดาได้ว่าเผยฉีฉีน่าจะ ได้รับบาดเจ็บและอยู่ในระยะฟื้นตัว
ในเวลาอย่างนี้เผยฉีฉีย่อมพยายามหลีกเลี่ยงการต่อสู้ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ การเข่นฆ่าของเขาช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากพวก ชนต่างเผ่าที่ไล่ล่านาง และย่อมแบ่งเบาความกดดันของเผยฉีฉี ช่วยให้ นางฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
การลงมือติดต่อกันหลายครั้งของเขาดึงดูดความสนใจจากคนต่างเผ่า หากเขาคิดจะวางมือภายหลังก็คงไม่ง่ายนัก
พิจารณาอยู่พักหนึ่งเขาก็ได้ข้อสรุปใหม่ นั่นคือทิ้งพื้นที่ที่พวกเผ่าเกล็ด ดำเคลื่อนไหวไปสำรวจตรงจุดที่ห่างไกลยิ่งกว่านี้
ดังนั้นเขาจึงจากไปทันที
ชนต่างเผ่าสิบกว่าคนล้วนตายด้วยน้ำมือของเขา ทุกคนล้วนมี สายเลือดระดับสี่และมีพลังชีวิตเทียบเคียงได้กับสัตว์วิเศษระดับเดียวกัน
ชนต่างเผ่าทุกคนที่ตายเพราะเขาล้วนถูกเขาสูบดึงพลังชีวิตที่เข้มข้น ออกมาจากร่างแล้วนำมาใช้ชุบหลอมเรือนกายของเขาเอง
บัดนี้เรือนกายที่มีเลือดเนื้อนี้ของเขาก็เปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิตเข้มข้น กระดูก เส้นเอ็นและอวัยวะภายในต่างก็เริ่มทำการชุบหลอมรอบใหม่ นี่ ทำให้เขาปิติยินดีอย่างมาก
ก่อนหน้านี้สิ่งที่ถ่วงการฝุาทะลุขอบเขตของเขาเอาไว้ก็คือการชุบ หลอมเรือนกาย
นี่เป็นเพราะจิงชี่เลือดเนื้อที่เขาได้มาจากเนื้อสัตว์วิเศษล้วนถูกปราณ เลือดสีเขียวในหัวใจกลืนกินไปอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้ปราณเลือดสีเขียวอยู่ ในสภาวะจำศีลอีกครั้ง มันจึงไม่แย่งพลังชีวิตกับเขาอีก เขาเลยสามารถ ชุบหลอมเรือนกายได้ใหม่
เมื่อฆ่าชนต่างเผ่าไปสิบกว่าคน เขายังได้รับวัตถุดิบวิเศษและพืชยา สมุนไพรมากมายที่เขาไม่รู้จัก
ทว่าในเมื่อเผ่าเกล็ดดำเก็บเอามาก็แสดงว่ามูลค่าของพวกมันต้องไม่ ธรรมดา
เผ่าเกล็ดดำเป็นเพียงแค่เผ่าเล็กๆ คนที่ถูกเขาฆ่าตายไปก็น่าจะมีฐานะ ไม่สูงนัก นี่ทำให้พวกเขาไม่มีวัตถุที่มีพื้นที่สำหรับเก็บของให้เอามาเก็บ วัตถุดิบวิเศษและพืชวิเศษที่พวกเขาหามาได้ ทำได้เพียงแบกมัดพวกมันไว้ กับหลังตัวเอง
แต่เนื่องจากเนี่ยเทียนได้สังหารลูกศิษย์ของภูเขาสายฟูาและสำนัก เทียนเหยียนไปมากมาย เขาจึงได้แหวนเก็บของมาเยอะมาก
วัตถุดิบวิเศษและพืชวิเศษที่ได้มาจากชนต่างเผ่าสิบกว่าคนจึงถูกเขา เก็บไว้ในแหวนเก็บของ กองรวมกันเป็นภูเขา
เขากะว่าเมื่อกลับไปถึงดินแดนดาวตกจะหาความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบ วิเศษและพืชวิเศษเหล่านั้น ก่อนจะตั้งราคาแล้วเอาไปแลกมาด้วยวัตถุดิบ ที่จำเป็นสำหรับการฝึกตนของเขา
ครึ่งวันต่อมาเขาก็ออกห่างจากพื้นที่เคลื่อนไหวของเผ่าเกล็ดดำมาถึง พื้นที่อีกแห่งหนึ่งที่มีเผ่าเล็กๆ เคลื่อนไหวอยู่
เปูาหมายใหม่คือชนต่างเผ่ากลุ่มหนึ่งที่มีปีก จากบทสนทนาของถ่า เกอและอาปูหลู่ทำให้เขารู้ว่าเผ่าที่มีปีกนี้มีนามว่าเผ่าปักษา
เมื่อเทียบกับภูตผีปีศาจ อสูรกายและเผ่าทมิฬแล้ว เผ่าปักษาและเผ่า เกล็ดดำ รวมถึงเผ่าหินเทาก็เป็นเพียงแค่เผ่าเล็กๆ ที่มีฝีมือธรรมดาอย่าง มาก
แม้ว่าเผ่าปักษาจะบินได้ ทว่าเรือนกายของพวกเขากลับค่อนข้าง อ่อนแอ เทียบกับเผ่ามนุษย์ก็แค่แข็งแรงกว่าเล็กน้อยเท่านั้น
ข้อนี้เนี่ยเทียนสัมผัสได้ตั้งแต่วันแรกที่เขาได้เห็นเผ่าปักษา
ปราณเลือดเนื้อที่ซ่อนอยู่ในเผ่าปักษาเมื่อเทียบกับเผ่าหินเทาและเผ่า เกล็ดดำที่เขาสังหารไป ถือว่าอ่อนแอกว่ามาก
ไม่นานเขาก็เล็งเปูาหมายใหม่ได้ ก่อนจะโจมตีใส่เผ่าปักษาสองคนที่ กำลังห้อทะยานอยู่ในผืนปุา
เผ่าปักษาค่อนข้างผอมบาง ปีกกว้างใหญ่ทำให้พวกเขาโบยบินได้ กลางอากาศก็จริง ทว่าเมื่อถูกเนี่ยเทียนโจมตีอย่างดุดัน เผ่าปักษาทั้งสอง คนต่างก็ร่วงลงมาจากกลางอากาศ
สังหารเผ่าปักษาได้สองคน ทว่าจิงชี่เลือดเนื้อของอีกฝุายที่เขาใช้การ สูบดึงพลังชีวิตดึงออกมากลับน้อยนิดยิ่งนัก
พอสะเก็ดแสงสีแดงฉานไหลเข้าสู่เลือดและอวัยวะภายในของเขา เขา ก็ต้องส่ายหัวด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“อู้ๆ!”
เผ่าปักษาสองคนตายไปได้ไม่นาน เผ่าปักษาคนอื่นๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ ใกล้ๆ พลันสัมผัสได้จึงเร่งรุดเข้ามา
จากทิพย์จักษุข้างหนึ่งเขามองเห็นหญิงสาวเผ่าปักษาที่มีปีกสีขาว โพลนคนหนึ่งกำลังใช้ภาษาชนต่างเผ่าเรียกรวมคนในเผ่าของตัวเอง
หญิงเผ่าปักษาผู้นั้นเอวบางอ้อนแอน มองดูเหมือนผอมแห้งมีแต่ กระดูก ทว่าปีกที่สยายออกมากลับเหมือนกระบี่แหลมคมหลายเล่มที่ เรียงตัวกัน
หญิงเผ่าปักษาผู้นี้หน้าตาไม่สวย เพียงแต่จมูกโด่งมาก ตอนที่นาง กระพือปีกเข้ามาใกล้ เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุตรวจสอบก็มองออกว่าปราณ เลือดเนื้อของเผ่าปักษามีไม่มากพอ
ทว่าเนื่องจากความสามารถในการบินของพวกเขาจึงทำให้พวกเขา เคลื่อนที่ได้ว่องไว ทั้งยังมองเห็นผ่านที่สูง
“สังหารเผ่าปักษานี่ก็คงไม่ได้จิงชี่เลือดเนื้อเท่าไหร่นัก เหลือไว้ให้กับ คนของดินแดนดาวตกจัดการก็แล้วกัน” เขาหมดความสนใจอย่างรวดเร็ว จึงกระตุ้นดาวเปล่งประกายหายตัวไปจากพื้นที่ที่เผ่าปักษาเคลื่อนไหว
แสงดาวเปล่งวาบอยู่ข้างทะเลสาบสีดำกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง
เมื่อแสงดาวจางหาย เนี่ยเทียนก็ปรากฏตัวกลางอากาศ พอเขา มองเห็นทะเลสาบสีดำเบื้องหน้า สีหน้าของเขาก็ตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด