ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 556 ศัตรูตัวฉกาจ!
เพียงแค่วินาทีเดียว สะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณของ เขาก็พลันส่องประกายจ้า
แสงสว่างจากสะเก็ดดาวเก้าดวงสาดไปทั่วมหาสมุทรจิตสำนึก ทำให้ ความรู้สึกเวียนหัวตาลายของเขาสงบลงในชั่วพริบตา
เขากลับมามีสติอีกครั้งทันใด
“เอ๊ะ!”
อามู่ซืออุทานเบาๆ ท่าทางแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด “เผ่ามนุษย์เขต ต้นสวรรค์ไม่น่าจะมีพลังจิตวิญญาณไม่ใช่หรือ? ไอ้หมอนี่…”
เขาคุ้นเคยกับสถานการณ์การฝึกตนของเผ่ามนุษย์เป็นอย่างดี เดิมที นึกว่าเมื่อเนี่ยเทียนถูกเวทลับจิตวิญญาณของเขาแล้วจะต้องตกอยู่ใน สภาวะสติพร่าเลือน
เนี่ยเทียนต้านทานเวทลับจิตวิญญาณได้ในฉับพลันทำให้เขาแปลกใจ อย่างมาก
เวลานี้เนี่ยเทียนก็มองเห็นเศษเสื้อเกราะที่มีแสงสีเขียวขมุกขมัวห้อม ล้อมห้อทะยานเข้ามา
เขาแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง ใช้ดาวเปล่งประกายระยะสั้นย้ายไปหยุด อยู่ตรงหน้าอามู่ซือ
ดาราเพลิงกาฬถูกชักออกมาว่องไวปานสายฟูาแลบ แสงรุ้งพร่าง พราว คมมีดตวัดฟันลงมา
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงของเขาก็ปกคลุมร่างของอามู่ซือแห่งเผ่าอสูร กายไว้ในชั่วพริบตา
ทว่าอามู่ซือกลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง นอกจากขมวดคิ้วน้อยๆ และได้รับผลกระทบทางพลังจิตวิญญาณ เล็กน้อยแล้ว ทุกอย่างก็เป็นปกติหมด
คู่ต่อสู้เผ่ามนุษย์ที่เนี่ยเทียนเคยพบเจอในอดีต ขอแค่ถูก สนามแม่เหล็กปกคลุม มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนก็จะยุ่งเหยิง พลัง จิตก็ถูกบิดเบือนจนเกิดความเจ็บปวด
ทว่าชนต่างเผ่ากลับอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงได้อย่างสบายๆ
“เคร้ง!”
อามู่ซือยกมือขึ้น นิ้วทั้งห้าที่พลันเปลี่ยนมาเป็นเหมือนหยกเขียว เปล่งแสงแวววาวต้านรับแสงคมมีดจากดาราเพลิงกาฬเบาๆ
ปราณเลือดสีเขียวหลายเส้นบินออกมาจากหว่างนิ้วมือทั้งห้าของอามู่ ซือ สายเลือดอันแข็งแกร่งของอสูรกายระเบิดพลังงานน่าตกใจ โจมตี ดาราเพลิงกาฬกลับไปอย่างแรง
ดาราเพลิงกาฬที่ตวัดฟันลงมาคล้ายฟันลงบนโลหะ สะเก็ดแสงสาด กระจาย
พลังงานต่างธาตุหลายชนิดที่เขากรอกเข้าไปในดาราเพลิงกาฬยังไม่ ทันไหลบ่าออกมาก็ถูกปราณเลือดเขียวดำจากนิ้วทั้งห้าของอามู่ซือก ระแทกจนแตกสลาย
อามู่ซือหัวเราะหึหึ จุดลึกในดวงตาทั้งคู่มีสายฟูาสีเขียวเคลื่อนวูบวาบ
“ฟิ้วๆ!”
มืออีกข้างหนึ่งของอามู่ซือกางนิ้วทั้งห้าออกแล้วกดเข้าหาหน้าอกของ เนี่ยเทียน
กลุ่มแสงสีเขียวกลุ่มหนึ่งที่ด้านในมีสายฟูาเปล่งวูบวาบพลันระเบิด แตก สายฟูาสีเขียวหลายร้อยเส้นพุ่งกระโจนไปยังหน้าอกและทั่วกายของ เนี่ยเทียน
สายฟูาสีเขียวไม่เพียงแต่แฝงเร้นไว้ด้วยปราณเลือดเนื้อน่าตกใจ ยัง นาบประทับเวทลับจิตวิญญาณของอามู่ซือเอาไว้ด้วย
ทั้งร่างของเนี่ยเทียนปวดร้าวไร้เรี่ยวแรงราวกับถูกพันธนาการไว้ด้วย ตาข่ายสายฟูา การไหลเวียนของพลังวิญญาณในร่างถูกกักกัน ยากจะ สำแดงอานุภาพที่ควรมีได้
มือข้างนั้นของอามู่ซือตามลงมากดบนหน้าอกของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนพลันเกิดความรู้สึกเหมือนถูกภูเขาเหล็กกระแทกใส่ ร่าง ปลิวกระเด็นไปไกลก่อนจะร่วงกระแทกกับพื้นอย่างแรง
เขารีบยันตัวให้มั่นคง และยังคงเห็นว่าสายฟูาสีเขียวล้อมพันไปทั่วร่าง ของเขา สายฟูาที่แฝงเร้นไว้ด้วยปราณเลือดและเวทลับจิตวิญญาณทะลุ
ทะลวงเข้ามาในเลือดเนื้อของเขาอย่างบ้าคลั่ง หมายจะทำลายเส้นเอ็น และกระดูกของเขา
หน้าอกของเขาที่ถูกฝุามือของอามู่ซือกดก็มีร่องรอยความเสียหาย
เขารีบโคจรเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่โดยพลัน
พลังพืชหญ้าบริสุทธิ์ในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนรวมตัวกันกลาย มาเป็นจุดแสงพลังชีวิตที่ไหลไปตามกระดูกที่ได้รับบาดเจ็บของเขา
ขณะเดียวกัน หัวใจของเขาพลันส่งเสียงดังกระหน่ำ เลือดสดในหลอด เลือดของเขาก็เดือดปุดๆ คล้ายถูกจุดไฟ
ปราณเลือดเนื้อเข้มข้นราวภูเขาไฟปะทุซัดกวาดสายฟูาสีเขียวของ อามู่ซือออกไปจากร่าง
แค่ไม่กี่วินาทีต่อมา จิงชี่เลือดเนื้อและเวทลับพลังจิตวิญญาณที่อามู่ ซือ ร่ายทิ้งไว้ในเรือนกายของเขาก็หายไปเกลี้ยงเหมือนถูกลมพายุพัดพา ออกไป
“เจ้า…”
ในดวงตาสีเขียวราวอัญมณีของอามู่ซือจากเผ่าอสูรกายเต็มไปด้วย ความตะลึงและเคร่งเครียด
“เจ้าไม่ตายเพราะการโจมตีของข้า! เจ้าไม่ใช่คนเผ่ามนุษย์กระนั้นรึ? เหตุใดในร่างของเจ้าถึงมีพลังชีวิตมากไพศาลขนาดนี้! แถมพลังชีวิตที่ ดุเดือดรุนแรงนั้นยังไม่ด้อยกว่าภูตผีปีศาจชั้นสูงอย่างถ่าเกอเลยสักนิด!”
กล่าวจบ เขาที่บนร่างมีม่านแสงสีเขียวปกคลุมอยู่หลายชั้นก็บินพรวด ออกมา
เขาที่มีสายเลือดระดับสี่มีความเร็วมากกว่าสัตว์วิเศษระดับเดียวกัน
เวลาเพียงแค่ชั่วพริบตาก็เข้ามาใกล้เนี่ยเทียนในระยะประชิด อยู่ใกล้ กันแค่นี้ มีดยาวอย่างดาราเพลิงกาฬแทบจะไม่สามารถสำแดงอานุภาพที่ แท้จริงออกมาได้เลย
เนี่ยเทียนจึงเก็บเอาดาราเพลิงกาฬไว้ในแหวนเก็บของแล้วใช้หมัด ปะทะกับอามู่ซือในพื้นที่แคบๆ นั่นทันที
“พลั่กๆๆ ตูมๆๆ!”
ทุกครั้งที่เรือนกายของคนทั้งสองปะทะกันก็จะมีเสียงฟูาผ่าดังลอยมา ประหนึ่งสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์สองตัวที่กำลังเข่นฆ่าหมายปลิดชีพกันและ กัน
ฝีมือการต่อสู้ของอามู่ซือยอดเยี่ยมเลิศล้ำ นับแต่แรกเนี่ยเทียนก็ได้แต่ บีบให้เป็นฝุายรับ ฝืนต้านทานการโจมตีราวกับพายุฝนบ้าคลั่งของอีกฝุาย ได้อย่างถูไถ
การต่อสู้ที่ทำให้คนตาลายเช่นนี้ การโคจรพลังวิญญาณของเนี่ยเทียน แทบจะตามไม่ทันเลยสักนิด
กลับเป็นจิงชี่เลือดเนื้อเข้มข้นที่ซ่อนอยู่ในเลือดเนื้อ กระดูกและ อวัยวะของเขาเสียอีกที่สามารถยื่นออกมาตามนิ้วมือทุกข้างได้อย่าง ง่ายดายตามใจปรารถนา
ม่านแสงพลังวิญญาณที่เขาฝืนรวมรวบมาจากพลังงานต่างธาตุก็ถูก หมัดพายุของอามู่ซือต่อยกระจายอย่างง่ายดาย
“ปังๆๆ!”
เนี่ยเทียนที่เป็นฝุายรับอย่างเดียวมือเท้าเคลื่อนที่ว่องไวดุจสายฟูา บางครั้งก็กำหมัด บางครั้งก็แบมือ บางครั้งก็ห่อตัว บางครั้งก็ยกเข่า กระแทกกลับ
ในความรู้สึกของเขา เขาเหมือนถูกสัตว์วิเศษดุร้ายหลายตัวใช้วิธีการ หลากหลายรูปแบบระเบิดการต่อสู้คลุ้มคลั่งเข้าใส่
ทุกครั้งที่มีการปะทะกัน จิงชี่เลือดเนื้อที่เขาใช้การสูบดึงพลังชีวิตดึง มาจากในร่างของชนต่างเผ่าและพลังงานเลือดเนื้อของเขาเองต่างก็ไหล หายไปอย่างรวดเร็ว
พลังวิญญาณของเขาตามไม่ทันการโจมตีถี่ยิบเช่นนี้ ได้แต่ใช้พลังเลือด เนื้อไปต้านทานเท่านั้น
แต่ไรไหนมาเขาก็มั่นใจในฝีมือการต่อสู้ประชิดตัวของตัวเองมาโดย ตลอด
คู่ต่อสู้เผ่ามนุษย์ส่วนใหญ่ที่เขาพบเจอก่อนหน้านี้ล้วนอาศัยอาวุธ วิเศษรวมไปถึงเวทคาถาต่างๆ เป็นหลัก
นี่เป็นเหตุให้เวลาที่ต่อสู้ประชิดตัวเขาจึงเป็นฝุายได้เปรียบ ด้วยพลัง เลือดเนื้อ ด้วยความแข็งแกร่งของเรือนกายเขามักจะทำให้เขาเป็นฝุาย เหนือกว่าคู่ต่อสู้เวลาที่สู้กันตัวต่อตัว
ปีนั้นตอนที่ยังอยู่ตระกูลเนี่ย เขาเคยใช้พละกำลังมหาศาลของตัวเอง มาเอาชนะเด็กๆ ในตระกูลเนี่ยหลายต่อหลายครั้ง
ทว่าอามู่ซือที่มาจากเผ่าอสูรกายคนนี้กลับต่างไปจากคู่ต่อสู้ทุกคนที่ เขาเคยเจอมา คนผู้นี้มาจากเผ่าอสูรกาย ทว่าระดับความเปี่ยมล้นของ พลังชีวิตอีกฝุายกลับเป็นสิ่งที่เขาเห็นได้น้อยครั้ง
ตามคำบอกเล่าของอูจี้อาจารย์เขา อสูรกายยังไม่ใช่เผ่าที่มีเรือนกาย แข็งแกร่งที่สุด
ทว่าอามู่ซือจากเผ่าอสูรกายผู้นี้กลับแสดงฝีมือการต่อสู้ที่น่าหวาดกลัว ออกมา ทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก
ต่อสู้กันมาได้พักหนึ่ง เมื่อหัวใจของเขาเต้นรัวแรง ปราณเลือดเนื้อ เข้มข้นระเบิดออก เลือดสดในหลอดเลือดของเขาก็เริ่มเดือดพล่าน
การเป็นฝุายถูกกระทำติดต่อกันทำให้หัวใจเขาเกิดความเดือดดาล เขาจึงสร้างหมัดพิโรธขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ฝืนรวบรวมพลังวิญญาณหลาย ธาตุปะปนไปด้วยจิงชี่เลือดเนื้อที่เข้มข้น
หมัดนั้นดึงเอาพลังจากในร่างของเขาไปเกือบหนึ่งในสามส่วน ในขณะ ที่ฝุามือแวววาวซึ่งกางออกของอามู่ซือกดลงมาอีกครั้ง หมัดนั้นก็ต่อย โครมออกไปเต็มแรง
“ปัง!”
ตอนที่หมัดกับฝุามือปะทะกัน อามู่ซือที่ออกท่าต่อสู้ไม่หยุดพลัน กระอักเลือด เซกรูดไปข้างหลังทันที
รอยแผลถี่ยิบของเขาที่ก่อนหน้านี้ประสานตัวกันช้าๆ กลับปริแตกอีก ครั้ง ทั้งยังมีเลือดสดซึมลงมาไม่หยุด
ดวงตาของอามู่ซือเผยความตกตะลึงอีกครั้ง “เจ้าเป็นใครกันแน่?”
พอใช้หมัดพิโรธไปหนึ่งครั้ง อารมณ์พลุ่งพล่านของเนี่ยเทียนก็ยากที่ จะสงบ หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงรุนแรง
ทิพย์จักษุที่เขาทิ้งเอาไว้ภายนอกมองเห็นเผ่าปักษามากมายบินกรูกัน เข้ามา
เนี่ยเทียนมองอามู่ซือด้วยสายตาลึกล้ำ กล่าวว่า “ข้าบอกไปแล้วว่า ข้ามาจากดินแดนดาวตก”
“ฟิ้ว!”
เสียงยังไม่ทันจางหาย ร่างของเขากลับหายวับไปกลางอากาศเสียแล้ว
ดวงตาของอามู่ซือฉายแสงเย็นเยียบ เขาเพิ่งจะหยิบเอาเสื้อเกราะชิ้น ใหม่ขึ้นมา เตรียมจะสวมลงบนร่าง แต่กลับพบว่าเนี่ยเทียนหายไปจาก เบื้องหน้าตัวเอง
เขาเงยหน้ามองก็สังเกตเห็นพวกเผ่าปักษาที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศจึง คำรามดังลั่น “ไสหัวไปให้หมด! อย่ามายุ่งกับการต่อสู้ของข้า!”
ผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วของเขาปล่อยคลื่นจิตวิญญาณที่ตา เปล่ามองไม่เห็นออกมาตามหาเนี่ยเทียน
“เจ้าเด็กเผ่ามนุษย์ที่ชื่อเนี่ยเทียนผู้นั้นคือคู่ต่อสู้ของข้า ใครก็ห้ามเข้า มายุ่งกับการต่อสู้ระหว่างข้าและเขา!”
เขาตะคอกฉุนเฉียวอยู่พักใหญ่ ทำให้พวกเผ่าปักษาที่เพิ่งบินมาถึงไม่ กล้าเข้าใกล้ ได้แต่มองไกลๆ มายังเขาราวกับรู้ดีถึงความร้ายกาจและ ฐานะที่สูงส่งของเขา
ด้วยเวทลับจิตวิญญาณของเผ่าอสูรกาย บวกกับพรสวรรค์ทาง สายเลือด แค่ตรวจสอบเล็กน้อยเขาก็วิเคราะห์ทิศทางที่เนี่ยเทียนจากไป ได้จึงไล่ตามไปทันใด
เผ่าปักษาที่มารวมตัวกันพอได้ยินคำเตือนของเขาก็ไม่มีใครกล้าเข้า ใกล้ ได้แต่หยุดอยู่ที่เดิมอย่างว่าง่าย
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง อาปูหลู่น้องชายของเขาและถ่าเกอก็พาภูตผีปีศาจ และอสูรกายตามมาถึงที่นี่
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี