ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 600 โชคดีอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรหลีเทียน!
พวกต่งปุายเจี๋ยเพิ่งขับเคลื่อนอาวุธวิเศษประเภทบินมาถึงก็อึ้งงันไป ทันที
เนี่ยเทียนที่นั่งอยู่บนไหล่ของโครงกระดูกปีศาจเลือดสุขุมเยือกเย็น ประดุจเขาไท่ซาน มุมปากยกยิ้มเย็นชา ไร้ซึ่งร่องรอยบาดเจ็บใดๆ
รอบกายของโครงกระดูกปีศาจเลือดมีศพห้าศพที่เปรอะโชกไปด้วย เลือด กลิ่นคาวเลือดจางๆ โชยมาตามลม
“พวกเจ้ามาช้าไปก้าวหนึ่ง” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ห้าคนนี้ล้วนถูกหุ่นเชิดเลือดตนนี้ฆ่าหมดเลยรึ?” ใบหน้าฉินแยนเต็ม ไปด้วยความตะลึงพรึงเพริด “นั่นมันเขตลี้ลับห้าคนเชียวนะ!”
“เป็นเขตลี้ลับจริง” เนี่ยเทียนพยักหน้า “แต่น่าเสียดายที่หุ่นเชิด เลือดตัวนี้ของข้าสามารถฆ่าเขตลี้ลับได้หมดทุกคน! อย่าว่าแต่ห้าคนนี้เลย เขตลี้ลับมาเพิ่มมากกว่านี้ก็ได้แต่พาตัวมาตายเท่านั้น”
หลังจากที่โครงกระดูกปีศาจเลือดสังหารเขตลี้ลับห้าคน มันกลับไม่ได้ ใช้เวทลับหลอมโลหิตมาชุบหลอมเลือดสดของเขตลี้ลับทั้งห้าคนอย่างที่ เนี่ยเทียนคิด
พอคิดอย่างละเอียด เนี่ยเทียนก็รู้ว่าถึงแม้ทั้งห้าคนจะเป็นเขตลี้ลับ ทว่าอย่างไรซะก็เป็นเพียงเผ่ามนุษย์
จิงชี่เลือดเนื้อที่แฝงเร้นอยู่ในร่างของเผ่ามนุษย์ไม่มีทางเติบโตไปตาม ขอบเขตที่เพิ่มขึ้น
ต้นกำเนิดพลังงานของเผ่ามนุษย์มาจากการสั่งสมพลังวิญญาณอยู่ใน มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน ไม่เกี่ยวกับความเข้มข้นของเลือดเนื้อใน ร่างเท่าไหร่นัก เอาจิงชี่เลือดเนื้อในร่างเขตลี้ลับทั้งห้าคนมารวมกันก็ไม่แน่ ว่าจะเทียบเคียงได้กับชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสาม
สำหรับโครงกระดูกปีศาจเลือดแล้ว มีเพียงพลังลมปราณที่มากมหา ศาลในเลือดเนื้อเท่านั้นถึงจะเพิ่มพลังในการต่อสู้ของมันได้
นี่จึงทำให้ทั้งๆ ที่มันสังหารเขตลี้ลับไปถึงห้าคน แต่กลับไม่มีท่าทีว่าจะ ดึงเอาเลือดสดของอีกฝุายมา
“เนี่ยเทียน!” ต่งลี่ตื่นเต้นสุดขีด “หุ่นเชิดเลือดตนนี้สามารถสังหาร เขตลี้ลับห้าคน พลังในการต่อสู้ที่แท้จริงของมันเทียบเคียงได้กับเขต วิญญาณของพวกเราเลย”
เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ตามที่ข้าวิเคราะห์ มันน่าจะสามารถสู้ กับเขตวิญญาณช่วงต้นได้!”
“มิน่าเล่าเจ้าถึงกล้าออกจากเมือง” เฉียนซินจากหอโอสถถอนหายใจ เบาๆ หนึ่งที “ดูท่าพวกเราคงคิดมากเกินไป ด้วยความฉลาดของเจ้าย่อม ไม่มีทางทำเรื่องเหลวไหลโดยที่ตัวเองไม่มีความมั่นใจเด็ดขาด”
“ข้าจะรออยู่ตรงนี้อีกสักพัก อยากจะรู้นักว่าใครยังจะกล้าแย่งของไป จากมือข้าอีก!” เนี่ยเทียนมองไปยังเมืองโพ่เมี่ยด้วยสายตาเย็นชา
……
เทือกเขาฮว้านคง รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งที่มีปราณอสูรสีเขียวผุดรั่ว ออกมาอย่างต่อเนื่อง
ผู้ฝึกลมปราณจากลัทธิอูตู๋ วังวิญญาณและสำนักเทียนเหยียนต่างก็ กระจายตัวกันโอบล้อมรอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นเอาไว้
ข้างธารน้ำที่อยู่ห่างจากรอยแยกห้วงมิติเส้นนี้ไปไม่ไกลมีค่ายกลนำส่ง ขนาดเล็กตั้งอยู่ซึ่งสามารถเดินทางไปยังเมืองโพ่เมี่ย ซากปรักหักพังและ พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างได้
ยามนี้กันฉงจากหอหันปิงต่งเถิงเฟยจากตระกูลต่ง และยังมีผู้อาวุโส อีกหลายคนของสำนักหยินและสำนักหยาง บวกกับพวกฝางฮุย หลีจิ้ง จากอาณาจักรหลีเทียนต่างก็กำลังมองไปยังโหวชิ่งเซินด้วยความเดือด ดาล
พวกเขาได้ยินมาว่าหลังจากเนี่ยเทียนออกจากเมืองโพ่เมี่ยมาได้ไม่ นานก็มีเขตลี้ลับห้าคนตามออกมาจากเมืองโพ่เมี่ยติดๆ เพียงเท่านี้พวก เขาก็เดาได้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเนี่ยเทียน
ค่ายกลนำส่งขนาดเล็กแห่งนี้เป็นค่ายกลที่อยู่ใกล้กับพวกเขามากที่สุด ซึ่งสามารถเดินทางไปถึงเมืองโพ่เมี่ยได้อย่างรวดเร็ว
ทว่าโหวชิ่งเซินจากลัทธิอูตู๋กลับพูดขออภัยพวกกันฉงหน้าตาเฉย “ขอ โทษที เพราะช่วงนี้มีคนนำส่งเยอะเกินไป ค่ายกลแห่งนี้จึงพัง อย่างน้อยก็ ต้องใช้เวลาครึ่งชั่วยามถึงจะซ่อมกลับมาเป็นปกติได้ดังเดิม”
กล่าวจบโหวชิ่งเซินยังทำท่าหลีกทางให้พวกกันฉงมาตรวจสอบเอง ด้วย
กันฉงแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดเล็กนั้นมีภาพ ค่ายกลเล็กๆ ภาพหนึ่งที่ถูกทำลาย ยามนี้มีผู้ฝึกลมปราณของลัทธิอูตู๋คน หนึ่งกำลังซ่อมด้วยความตั้งใจ
ต่งเถิงเฟยแค่นเสียงเย็นหนึ่งที “พวกเราเพิ่งได้ข่าวจากหินส่งข้อความ เสียงว่าเนี่ยเทียนเพิ่งออกจากเมืองก็มีผู้ฝึกตนอิสระห้าคนไล่ตามมา แล้ว ค่ายกลของพวกเจ้าก็ยังมาเกิดปัญหากะทันหัน อะไรมันจะบังเอิญขนาด นี้?”
“ก็บังเอิญขนาดนี้แหละ” โหวชิ่งเซินทำหน้าไม่แยแส “พวกเจ้า อย่าได้คาดเดาอะไรมั่วซั่ว พวกผู้ฝึกตนอิสระไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราเลย แม้แต่น้อย พวกเจ้าเองก็รู้ดีว่าแต่ไรไหนมาผู้ฝึกตนอิสระต่างก็ไม่ หวาดกลัวผู้ใด ไม่รับคำสั่งจากสำนักไหน ลัทธิอูตู๋ของพวกเราไม่มีความ เกี่ยวข้องใดๆ กับพวกเขา”
หลี่ชิงอวิ๋นจากสำนักเทียนเหยียนเอ่ยขึ้นเบาๆ “เนี่ยเทียนไม่รออยู่ใน เมืองโพ่เมี่ยดีๆ กลับดึงดันจะออกมานอกเมือง เขารนหาที่ตาย แล้วยัง ต้องมาโทษพวกเราอีกหรือ?”
การที่เนี่ยเทียนดื้อรั้นออกมานอกเมืองก็เป็นเรื่องที่พวกกันฉงไม่เข้าใจ เช่นกัน จึงไม่รู้ว่าควรจะตอบโต้กลับไปเช่นไร
แต่พวกเขามั่นใจมากว่าการที่เขตลี้ลับทั้งห้าคนร่วมมือกันนั้นต้อง เพราะได้รับคำสั่งจากคนพวกนี้แน่นอน!
หาไม่แล้ว ต่อให้คนทั้งห้าจะข่มกลั้นใจละโมบต่อทรัพย์สินของเนี่ย เทียนไม่ไหวอย่างไรก็ไม่มีทางลงมือพร้อมกัน
เพียงแต่เรื่องนี้ไม่มีหลักฐานชี้ชัด พวกเขาเองก็ทำอะไรโหวชิ่งเซินหลี่ชิ งอวิ๋นไม่ได้
นอกเสียจากว่าห้าคนนั้นต่างก็กล่าวเอาโทษโหวชิ่งเซินหลี่ชิงอวิ๋น หา ไม่แล้วพวกเขาก็ไม่สามารถเอาผิดอีกฝุายได้จริงๆ
“ทุกคนต่างก็อยู่ในพันธมิตรเดียวกัน พวกเจ้าคิดจะใช้ค่ายกลเล็กนี้ เดินทางไปยังเมืองโพ่เมี่ยย่อมไม่มีปัญหา” โหวชิ่งเซินกล่าวน้ำเสียงเอา จริงเอาจัง “แต่โปรดรอสักครู่ แค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้น พวกเจ้าก็จะได้ใช้ แล้ว”
“ครึ่งชั่วยาม..”หลีจิ้งร้องคร่ำครวญอยู่ในใจ
ตอนที่พวกเขาได้รับข่าว เขตลี้ลับห้าคนก็ออกจากเมืองมาแล้ว ด้วย ขอบเขตและฝีมือของเขตลี้ลับห้าคน ไม่ว่าใครก็สังหารเนี่ยเทียนได้ใน เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที ครึ่งชั่วยาม เกรงว่าศพเนี่ยเทียนคงเย็นชืดไปแล้ว
“ไปที่ค่ายกลแห่งอื่น!” กันฉงตัดสินใจได้ทันที
ค่ายกลนำส่งขนาดเล็กในเทือกเขาฮว้านคงไม่ได้มีเพียงแห่งเดียว เพียงแต่แห่งอื่นอยู่ห่างจากที่นี่ไกลเกินไป ทว่าในเมื่อค่ายกลนำส่งแห่งนี้ พังแล้ว พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้
“สายไปแล้ว” ฝางฮุยสีหน้าขมขื่น
เขารู้ดีว่าต่อให้ตอนนี้พวกเขาไปถึงค่ายกลนำส่งแห่งที่สองก็ไม่ทันกาล เสียแล้ว
พวกเขามีเพียงแค่เขตลี้ลับ แถมบางคนยังมีขอบเขตสู้ห้าคนนั้นไม่ได้ เลยด้วยซ้ำ
รอจนพวกเขากลับไปถึงค่ายกลกลางเมืองโพ่เมี่ย แล้วออกจากเมือง ไปตามหาอีก มีหรือจะไปทันการต่อสู้?
“เจ้าเด็กเนี่ยเทียน! เหตุใดถึงดึงดันจะออกจากเมือง!” นัยน์ตาของต่ง เถิงเฟยเต็มไปด้วยความโมโห “ก่อนที่ข้าจะจากมาก็กำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่า ให้ต่งลี่บอกเขาว่าอย่าออกจากเมืองโพ่เมี่ยแม้แต่ก้าวเดียว! ทำไมเขาถึงไม่ ยอมเชื่อฟัง ยังจะดึงดันทำตัวเหลวไหลอยู่ได้!”
นี่ก็เป็นข้อสงสัยใหญ่สุดที่อยู่ในใจของทุกคนที่เป็นห่วงเนี่ยเทียน เช่นกัน
โหวชิ่งเซินและหลี่ชิงอวิ๋นสองคนมองเห็นความร้อนรนและความฉงน สนเท่ห์ของพวกเขาก็หันมาสบตาแล้วยิ้มให้กัน ต่างก็รู้สึกว่าได้ระบาย ความโกรธแค้นในใจเสียที เนี่ยเทียนผู้นั้นต้องตายแล้วอย่างมิต้องสงสัย
“กริ๊งๆๆ!”
ทันใดนั้นหินส่งข้อความเสียงในชายแขนเสื้อของต่งเถิงเฟยที่กำลัง เดือดดาลก็มีเสียงเรียกส่งออกมาเบาๆ
ต่งเถิงเฟยหยิบออกมาอย่างหงุดหงิด นึกว่าต่งปุายเจี๋ยจะแจ้งข่าวการ ตายของเนี่ยเทียนให้ทราบ สีหน้าของเขาจึงยิ่งมืดทะมึนไม่น่ามอง
พอปล่อยกระแสจิตออกไป เขาที่เกรี้ยวกราดก็พลันเปลี่ยนมามีสีหน้า ประหลาดใจถึงขีดสุด
“กริ๊ง!”
ไม่นานหินส่งข้อความเสียงที่พวกกันฉง หลิวหลิงและข่งหงพกติดตัวก็ พากันมีเสียงดังขึ้นมา
พวกเขาเองก็คิดว่าจะได้รับข่าวการตายของเนี่ยเทียนจากพวกเสวียน เข่อ เย่ฉิน เฉินฮ่าวเช่นกัน
รอจนพวกเขาได้รู้ข้อความจากในหินส่งข้อความเสียงแล้ว แต่ละคน ต่างก็มีสีหน้าปั้นยากถึงขีดสุดไม่ต่างอะไรไปจากต่งเถิงเฟย
ต่งเถิงเฟยวางหินส่งข้อความเสียงลง มองพวกเขาแล้วพูดว่า “พวก เจ้าก็ได้รับข่าวเหมือนกันหรือ?”
กันฉงพยักหน้ารับช้าๆ ถอนหายใจกล่าว “คิดไม่ถึงเลย คิดไม่ถึงจริงๆ …”
“พวกเราดูเบาเขาเกินไปหน่อย” ข่งหงปลงอนิจจัง “เด็กรุ่นหลังน่า กลัว เด็กรุ่นหลังนี่ช่างน่ากลัวจริงๆ!”
พวกหลีจิ้ง ฝางฮุยต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ ไม่เข้าใจเรื่องราว
โหวชิ่งเซินและหลี่ชิงอวิ๋นสีหน้าตกตะลึง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
กันฉงไม่ได้รีบร้อนคลายความสงสัยของพวกหลีจิ้ง แต่มองโหวชิ่งเซิน และหลี่ชิงอวิ๋นด้วยสายตาลึกล้ำหนึ่งครั้ง “พวกเจ้าดูแลตัวเองให้ดีเถอะ”
ทิ้งประโยคนี้ไว้เขาก็บอกเป็นนัยให้พวกหลีจิ้งจากไป
ไม่นานกลุ่มคนที่เร่งรุดมาด้วยความร้อนใจราวไฟลนก็หายตัวไปจาก ตรงนั้น
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” โหวชิ่งเซินงงงัน รอจนทุกคนจากไป หมดแล้วถึงได้รีบหยิบหินส่งข้อความเสียงออกมา พยายามติดต่อใครบาง คน
ไม่นานนักลูกศิษย์คนหนึ่งของลัทธิอูตู๋ที่เขาจงใจทิ้งไว้ในเมืองโพ่เมี่ยก็ ส่งข้อความกลับมา
—เขตลี้ลับทั้งห้าถูกสังหารจนสิ้น!
หินส่งข้อความเสียงก้อนหนึ่งในมือของหลี่ชิงอวิ๋นก็พลันส่งเสียงแหลม บาดหู เขารวบรวมสมาธิรับฟัง สีหน้าก็พลันเปลี่ยนมาเป็นเหมือนขี้เถ้า มอด
“หุ่นเชิดเลือดที่เจ้าเด็กนั่นเรียกใช้ถึงกับมีพลังการต่อสู้เทียบเคียงเขต วิญญาณ!” ในที่สุดโหวชิ่งเซินก็อดร้องอุทานเสียงหลงไม่ไหว “จะเป็นไป ได้อย่างไร? กะอีแค่หุ่นเชิดเลือดตัวเดียวเท่านั้น เหตุใดถึงมีพลังการต่อสู้ที่ น่ากลัวขนาดนี้?”
“เขตลี้ลับห้าคน สามคนในนั้นคือเขตลี้ลับช่วงท้าย นอกจากพลังการ ต่อสู้เขตวิญญาณแล้วจะยังมีใครที่สามารถสังหารพวกเขาได้รวดเร็วขนาด นี้อีก?” ในที่สุดหลี่ชิงอวิ๋นก็เข้าใจว่าเหตุใดพอพวกกันฉงได้รับข่าวถึงได้มี สีหน้าประหลาด
“นึกไม่ถึงว่าอาณาจักรหลีเทียนจะมีพลังการต่อสู้เทียบเคียงเขต วิญญาณเกิดขึ้นแล้ว!” โหวชิ่งเซินสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง สีหน้า เคร่งเครียดถึงขีดสุด “ต่อให้เป็นเพียงหุ่นเชิดเลือดแค่ตนเดียว แต่อย่างไร ซะก็มีพลังการต่อสู้ถึงเขตวิญญาณเชียวนะ! นับแต่นี้เป็นต้นไป ทุกสำนักที่
คิดจะรังแกอาณาจักรหลีเทียน เกรงว่าคงต้องพิจารณาถึงผลเสียที่จะ ตามมาด้วย!”
ระหว่างที่เดินทางกลับ หลีจิ้งเห็นว่าทิศทางที่กันฉงมุ่งหน้าไปไม่ใช่ ที่ตั้งของค่ายกลแห่งอื่นจึงระงับความอยากรู้ไม่ไหวอีกต่อไป “เกิดเรื่อง อะไรขึ้นกันแน่?”
เขตลี้ลับ เขตสามัญทุกคนที่มาจากอาณาจักรหลีเทียนล้วนมาอยู่ที่ เทือกเขาฮว้านคงกันแทบทั้งหมด ในเมืองโพ่เมี่ยก็ไม่มีเส้นสายของพวก เขาอยู่ นี่จึงทำให้พวกหลีจิ้งไม่ได้รับข่าวสารใดๆ
—นางไม่รู้ว่าที่เมืองโพ่เมี่ยเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เพราะมีเนี่ยเทียนอยู่ สำนักใหญ่ๆ อย่างหอหันปิงถึงได้ให้การดูแลแต่ ละสำนักในอาณาจักรหลีเทียนเป็นพิเศษ
หากเนี่ยเทียนตายไป กลุ่มอิทธิพลยิ่งใหญ่อย่างหอหันปิงพรรคคิชกูฏ แต่ละฝุายของอาณาจักรปุายจั้นจะยังให้การดูแลอาณาจักรหลีเทียนอีก หรือเปล่า?
ไม่มีเนี่ยเทียน ไม่มีการดูแลจากแต่ละสำนัก ต่อไปอาณาจักรหลีเทียน จะต้องกลายมาเป็น…ตัวรับกระสุนในเทือกเขาฮว้านคงแห่งนี้หรือไม่?
หลังจากภัยคุกคามจากชนต่างเผ่าผ่านไป พวกสำนักเทียนเหยียน ลัทธิอูตู๋ย่อมต้องมือกับอาณาจักรหลีเทียน ถึงเวลานั้นฝุายอื่นๆ จะยื่นมือ ให้การช่วยเหลือหรือไม่?
“คนมากพรสวรรค์ปรากฏตัวในอาณาจักรหลีเทียนของพวกเจ้าแล้ว” กันฉงถอนหายใจหนึ่งครั้ง ไม่เล่นแง่อีกต่อไป “เนี่ยเทียนใช้หุ่นเชิดเลือด ตัวหนึ่งสังหารเขตลี้ลับติดต่อกันห้าคนที่นอกเมืองโพ่เมี่ย สามคนในนั้นคือ เขตลี้ลับช่วงท้าย! พลังในการต่อสู้ของหุ่นเชิดเลือดเทียบเคียงได้กับเขต วิญญาณขั้นต้น! นับแต่นี้เป็นต้นไป อาณาจักรหลีเทียนของพวกเจ้าก็ไม่ ต้องกลัวว่าจะกลายมาเป็นลูกแกะให้คนอื่นเชือดอีกแล้ว!”
“ว่า ว่าไงนะ?” หลีจิ้งสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
“เขตวิญญาณถึงจะเป็นที่พึ่งพิงยิ่งใหญ่ของแต่ละสำนัก ในดินแดน ดาวตกตอนนี้ก็มีเพียงสำนักที่มีเขตวิญญาณนั่งบัญชาการณ์เท่านั้นที่ถึงจะ เรียกได้ว่าเป็นสำนักใหญ่” ต่งเถิงเฟยเอ่ยต่อ “ต่อไปอาณาจักรหลีเทียน ของพวกเจ้าก็จะมีเขตวิญญาณเป็นที่พึ่ง ต่อให้เป็นเพียงแค่หุ่นเชิดเลือด ตนหนึ่ง แต่ขอแค่มีพลังการต่อสู้ในเขตวิญญาณก็ไม่มีใครกล้าดูถูกอีก แล้ว!”
พวกฝางฮุย ฉางเซินและกุ่ยถงที่พอได้ยินประโยคนี้ต่างก็ยืนอึ้ง
ความพ่ายแพ่ตลอดร้อยพันปีของอาณาจักรหลีเทียน การที่พวกเขา ไม่ได้รับการยอมรับจากอาณาจักรอื่นๆ ล้วนเป็นเพราะไม่มีเขตวิญญาณ ปรากฏตัว
ที่อาณาจักรคุนหลัว อาณาจักรอั้นหมิงและอาณาจักรเฮยเจ๋อกล้า วางแผนจะฮุบอาณาจักรหลีเทียนครั้งแล้วครั้งเล่าก็เพราะอาณาจักรหลี เทียนไม่มีเขตวิญญาณ
ตอนนี้โครงกระดูกปีศาจเลือดที่ถูกเนี่ยเทียนปลุกให้ตื่นกลับมีพลังใน การต่อสู้เทียบเท่าเขตวิญญาณ นี่จะเปลี่ยนสถานการณ์ของอาณาจักรหลี เทียนไปอย่างสิ้นเชิง!
นับแต่นี้เป็นต้นไป ไม่ว่าสำนักใดๆ ที่คิดจะลงมือกับอาณาจักรหลี เทียนก็ยังต้องพิจารณาว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดตนนั้นจะกลับไปแก้แค้น
พวกฝางฮุย หลีจิ้งที่ถูกแปดอาณาจักรข่มหัวมานาน ทั้งยังต้อง พยายามหาที่พึ่งอย่างยากลำบากมาโดยตลอด พอได้ยินข่าวนี้พวกเขาก็ หันมามองหน้ากัน และต่างก็มองออกถึงความดีใจและตื่นเต้นอย่างบ้า คลั่งในดวงตาของแต่ละฝุาย!
“เนี่ยเทียนเกิดที่อาณาจักรหลีเทียน ช่างเป็นความโชคดีอันยิ่งใหญ่ ของอาณาจักรหลีเทียนยิ่งนัก!”
——