ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 602 สำรวจฟ้าดินแห่งใหม่!
หลังจากเหยียบเข้ามาในเมืองโพ่เที่ย ไฉ่หลันก็เชื้อเชิญให้เนี่ยเทียน เข้าไปอยู่ในศูนย์บัญชาการกะโหลกเลือด ส่วนต่งลี่และต่งปุายเจี๋ยนั้นต่าง ก็คาดหวังให้เนี่ยเทียนไปพักในที่พักตระกูลต่ง
เนี่ยเทียนล้วนปฏิเสธความต้องการของพวกเขาทุกคน
เขาตัดสินใจพาหลี่หลางเฟิงและโครงกระดูกปีศาจเลือดไปพักยังหอ เรือนของเผยฉีฉีที่เขาอยู่อาศัยตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา
จากข้อตกลงของพันธมิตร ทุกสำนักใหญ่ๆ ล้วนจำเป็นต้องรวบรวม เขตสามัญ เขตลี้ลับให้ไปพิทักษ์ที่รอยแยกห้วงมิติทั้งหกเส้น
เนื่องจากพวกต่งลี่ยังอยู่ในเขตต้นสวรรค์ ดังนั้นจึงไม่นับรวมอยู่ใน กลุ่มคนนั้นด้วย พวกเขาสามารถอยู่ในเมืองโพ่เมี่ย ซากปรักหักพังและ พื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง หรือจะเลือกจากไปก็ยังได้
ต่งลี่นั้นใจอยากจะอยู่กับเนี่ยเทียน แต่นางก็กลัวว่าคนอื่นจะหัวเราะ เยาะ แล้วก็กลัวว่าเนี่ยเทียนจะรำคาญที่นางทำตัวติดเขาแจ จึงได้แต่ กลับไปพร้อมกับต่งปุายเจี๋ย
รอจนเนี่ยเทียนไปถึงที่หมายเขาถึงค้นพบว่าไม่ว่าจะเป็นเจินฮุ่ยหลัน หรือเผยฉีฉีต่างก็ไม่อยู่ที่นี่
คนผู้หนึ่งที่หลอมอาวุธกับหลีเหย่บอกเนี่ยเทียนว่าเจินฮุ่ยหลันและเผย ฉีฉีต่างก็ไปที่เทือกเขาฮว้านคงแล้ว
ก่อนหน้าที่เจินฮุ่ยหลันจะจากไปยังได้กำชับเป็นพิเศษว่า หากเนี่ย เทียนมาที่นี่ เนี่ยเทียนก็ถือเป็นเจ้าของของที่นี่
เนี่ยเทียนจึงให้คนผู้นั้นจัดหาที่พักให้กับหลี่หลางเฟิง พอเห็นว่าไม่มี ศัตรูอีกแล้ว เขาจึงเก็บโครงกระดูกปีศาจเลือดกลับไปไว้ในแหวนเก็บของ ดังเดิม
หลังจากนั้นเขาก็รอฟังข่าวจากทางเทือกเขาฮว้านคง รอข่าวการมา เยือนของชนต่างเผ่าอยู่ที่นี่
ม่านรัตติกาลเยื้องกรายมาเยือน เขานั่งนิ่งพิงมุมกำแพงแห่งหนึ่งและ เรียบเรียงเหตุการณ์ในปัจจุบันช้าๆ
น้ำวนพลังวิญญาณทุกลูกในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนล้วนผ่าน การชุบหลอมซ้ำหลายครั้งจนขยับเข้ามาใกล้ขั้นที่จะฝุาทะลุ
เรือนกายที่มีเลือดเนื้อของเขาก็ได้อาศัยเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่จนเกิด เป็นกระดูกผลึกใส ซึ่งดูเหมือนมากพอให้เขาใช้เลื่อนสู่เขตต้นสวรรค์ช่วง ท้ายแล้ว
เขาไม่ได้ไปยืมใช้ห้องฝึกตนของศูนย์บัญชาการกะโหลกเลือดก็เพราะ รู้ว่าตัวเองฝึกฝนมาจนถึงพื้นฐานที่จะฝุาทะลุขั้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว
เขาแค่ต้องรอโอกาสเหมาะๆ สักครั้งเท่านั้น….
โอกาสที่ว่านี้อาจเป็นการดิ้นรนในสภาวะจนตรอกยามที่ต่อสู้ในศึก ใหญ่ มันอาจเป็นการแปรสภาพที่ไม่ธรรมดาครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา และ ก็สามารถทำให้เขาบรรลุเวทลับมหัศจรรย์กะทันหัน
ความคิดแปรเปลี่ยน กระแสจิตกลุ่มหนึ่งของเขาก็บินเข้าไปในแหวน เก็บของที่จ้าวซานหลิงเป็นผู้สร้าง มองปราดเดียวก็เห็นเลือดเนื้อของสัตว์ วิเศษหลายถังที่วางกองไว้ในมุมหนึ่งกำลังกลายมาเป็นธารน้ำไหลรินเข้า หาโครงกระดูกปีศาจเลือด
ในแหวนเก็บของที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ โครงกระดูกปีศาจเลือดนั่งอยู่ ดวงตาทั้งคู่ของมันเปล่งแสงสีเขียวเข้มรุบรู่ ซึ่งมันกำลังใช้เวทลับหลอม เลือดของสำนักโลหิตมาชุบหลอมเลือดเนื้อของสัตว์วิเศษในถังเหล่านั้น เข้าไปในร่างกาย
ยังมีเวลาอีกหลายชั่วยามกว่าที่ไฟแห่งชีวิตของโครงกระดูกปีศาจ เลือดจะเผาผลาญหมดแล้วหลับสนิทไปอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าก่อนที่มันจะหลับ มันได้สังเกตเห็นเลือดเนื้อสัตว์หลายถัง นั่นเสียก่อน เมื่อข่มกลั้นความปรารถนาในใจไม่ไหวจึงลงมือชุบหลอม เสียเลย
เวทลับหลอมเลือดของสำนักโลหิตเพียงแค่ดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อ ออกมาจากในเลือดของสัตว์วิเศษเท่านั้น ประสิทธิภาพจึงต่ำมาก
ทว่าการสูบดึงพลังชีวิตที่ตื่นขึ้นมาของเนี่ยเทียนสามารถดึงเอาจิงชี่ เลือดเนื้อทั้งหมดที่เหลืออยู่ในเลือด เนื้อหนัง กระดูก หัวใจ และเรือนกาย ทั่วร่างออกมาได้จนเกลี้ยง
นับตั้งแต่ที่เนี่ยเทียนสามารถใช้การสูบดึงพลังชีวิตได้ ความเร็วในการ ชุบหลอมพลังชีวิตของเขาก็มีคุณภาพมากขึ้น
เขาไม่เคยใช้เวทลับหลอมเลือดของสำนักโลหิตมาดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อ จากเลือดสัตว์วิเศษอีกเลย
“ไอ้หมอนี่…”
เขาใช้กระแสจิตกลุ่มหนึ่งจับตามองโครงกระดูกปีศาจเลือดซึ่งกำลังใช้ เวทลับหลอมเลือดดึงเอาจิงชี่เลือดเนื้อของสัตว์วิเศษแต่ละถังมาเงียบๆ และเขาก็สังเกตเห็นว่าประกายแสงในดวงตาที่โครงกระดูกปีศาจเลือด ปลดปล่อยออกมายิ่งน่าขนลุกมากกว่าเดิม
พลังชีวิตเข้มข้นระลอกหนึ่งก็ได้ก่อเกิดขึ้นมาในร่างของโครงกระดูก ปีศาจเลือด ทำให้เขาเข้าใจว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดยังคงใช้เลือดสัตว์ วิเศษมาเพิ่มพละกำลังให้กับตัวเอง
ทว่าเลือดเนื้อของสัตว์วิเศษที่ต่งลี่ซื้อหามาให้เขา มีเลือดสด…เพียงแค่ ส่วนน้อยเท่านั้น
ดูเหมือนว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดจะไม่สามารถดูบซับเนื้อหลายก้อน ที่กองทับถมกันไปได้ และระดับสายเลือดของสัตว์วิเศษที่มันดูดซับไป ส่วนใหญ่ก็เป็นแค่ระดับสามเท่านั้น น้อยครั้งที่จะดูดซับเอาเลือดของสัตว์ วิเศษระดับสี่
“ดูท่า ขอแค่มีเลือดสัตว์วิเศษที่มากพอ ระดับของสัตว์วิเศษสูงพอ เท่านั้น มันถึงจะยิ่งเปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่งมากกว่าเดิม”
นิ่งคิดไปครู่ใหญ่ เนี่ยเทียนก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้ “ในอาณาจักเลี่ยคงก็ มีสัตว์วิเศษมากมายที่ผ่านการแปรสภาพ สัตว์วิเศษเหล่านั้นที่พอแปร สภาพแล้วก็ปรับตัวเข้ากับปราณวิญญาณสกปรกทำให้ยิ่งน่ากลัว ทว่า
เลือดเนื้อของพวกมันกลับไม่เหมาะสมกับเผ่ามนุษย์ แม้แต่กระดูกของ พวกมันก็ยังยากที่จะให้เผ่ามนุษย์นำมาสร้างเป็นอาวุธวิเศษได้”
“โครงกระดูกปีศาจเลือดไม่ใช่เผ่ามนุษย์ ที่มันต้องการมีเพียงแค่เลือด สดที่มากมหาศาลเท่านั้น!”
พอคิดอย่างนี้เขาจึงเดินออกไปหาหลี่หลางเฟิงทันที
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าในอาณาจักรเลี่ยคง นอกจากเทือกเขาฮว้านคงแล้วยัง มีที่ไหนที่มีสัตว์วิเศษแปรสภาพระดับสูงปรากฏตัวอีกเป็นจำนวน มาก?” เนี่ยเทียนเอ่ยถาม
“มีอยู่หลายแห่งเหมือนกัน” หลี่หลางเฟิงตกตะลึงเล็กน้อย “อันที่ จริงเลือดเนื้อของสัตว์วิเศษที่แปรสภาพล้วนถูกทำให้สกปรกจึงไม่ค่อยมี คุณค่ากับเผ่ามนุษย์อย่างพวกเราเท่าไหร่นัก”
“ก็ไม่แน่เสมอไปหรอก” เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง “เจ้านำทาง พวกเราไป ล่าสัตว์วิเศษแปรสภาพกัน!”
“ต้องการระดับไหน?” หลี่หลางเฟิงถามอย่างแปลกใจ
“ขอแค่สายเลือดต่ำกว่าระดับแปด สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!” เนี่เยทียนกล่าว
หลี่หลางเฟิงตัวสั่นสะท้านอยู่พักหนึ่งจึงพยักหน้าตอบรับ “ตกลง งั้น พวกเราใช้ค่ายกลนำส่งของเมืองโพ่เมี่ยเดินทางไปที่ซากปรักหักพังก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนจุดจากที่ซากปรักหักพัง”
“ออกเดินทางกันเดี๋ยวนี้เลย!”
เนี่ยเทียนกลับมาเมืองโพ่เมี่ยไม่ทันถึงหนึ่งวันก็แอบออกจากเมือง กลางดึกไปอย่างเงียบเชียบพร้อมหลี่หลางเฟิง
เพราะศึกใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ค่ายกลนำส่งสามแห่งของเมืองโพ่เมี่ย ซากปรักหักพังและพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างจึงแค่ต้องจ่ายหินวิเศษในจำนวนที่ กำหนดเท่านั้น ไม่ว่าใครก็ล้วนใช้ได้ตามใจชอบ ไม่ถูกจำกัดอีกต่อไป
พอเนี่ยเทียนและหลี่หลางเฟิงสองคนเดินทางมาถึงซากปรักหักพังที่ อยู่ในการควบคุมของเปลวอัคคี คนหลายคนของเปลวอัคคีต่างก็มีสีหน้า ตกตะลึง
คนบางส่วนของเปลวอัคคีเพิ่งไปร่วมงานแลกเปลี่ยนที่กะโหลกเลือด จัดขึ้นในเมืองโพ่เมี่ยเมื่อไม่นานมานี้ และก็เคยได้เห็นเนี่ยเทียนมาก่อน
การมาถึงของเนี่ยเทียนทำให้คนมากมายของเปลวอัคคีต่างก็ตกอก ตกใจ
เพราะเรื่องที่เนี่ยเทียนใช้หุ่นเชิดเลือดตัวหนึ่งสังหารเขตลี้ลับไปห้าคน นอกเมืองโพ่เมี่ยได้แพร่ไปทั่วทั้งอาณาจักรเลี่ยคงแล้ว แถมข่าวนี้ยังแพร่ ไปถึงอีกเก้าอาณาจักรที่เหลือด้วย
เปลวอัคคีคือหนึ่งในสามผู้ครองแผ่นดินอาณาจักรเลี่ยคงช่วงแรกเริ่ม สุด แน่นอนว่าย่อมต้องรู้ข่าวนี้ ดังนั้นพอเห็นว่าเนี่ยเทียนเดินทางมา พวก เขาถึงได้ตกใจ
เนี่ยเทียนไม่ได้อยู่ต่อนาน หลังจากปรากฏตัวในซากปรักหักพังแล้วก็ รีบออกจากเมืองอย่างรวดเร็ว
ออกจากเมืองไปได้ไม่นาน เนี่ยเทียนก็ลังเลอยู่พักหนึ่ง ทว่ากลับไม่ได้ เรียกรถศึกทองคำออกมาใช้ แต่เอาโครงกระดูกปีศาจเลือดออกมาจากใน แหวนเก็บของอีกครั้ง
หลังจากที่เขาและหลี่หลางเฟิงสองคนขึ้นไปนั่งอยู่บนไหล่ของโครง กระดูกปีศาจเลือดคนละข้างแล้ว เขาก็ออกคำสั่งกับมันทันที
ภายใต้ม่านรัตติกาลมืดดำ โครงกระดูกปีศาจเลือดที่อยู่ห่างจากซาก ปรักหักพังไปสามลี้ก็พลันโคจรพลังสายเลือดห้อทะยานไปกลางฟากฟูา!
พื้นที่ของอาณาจักรเลี่ยคงเดิมทีกินอาณาเขตใหญ่ที่สุดในดินแดนดาว ตก ก่อนหน้านี้อาณาจักรแห่งนี้เคยมีพื้นที่ลึกลับมากมาย เพียงแต่ว่าเมื่อ ฟูาดินเกิดการเปลี่ยนแปลงจึงถูกแต่ละสำนักทอดทิ้ง
อันที่จริงเมืองโพ่เมี่ย ซากปรักหักพังและพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างต่างก็ล้อ มวนอยู่รอบเทือกเขาฮว้านคง เมืองทั้งสามแห่งนี้ต่างก็อยู่ในบริเวณของ เทือกเขาฮว้านคง ซึ่งนั่นกินอาณาบริเวณไปแค่หนึ่งในสี่ส่วนเท่านั้น
พื้นที่ที่ห่างไปไกลยิ่งกว่า ปราณวิญญาณฟูาดินก็ถูกทำให้สกปรก เช่นกัน สิ่งมีชีวิตมอดม้วย เหลือเพียงสัตว์วิเศษแปรสภาพแค่ไม่กี่ตัว เท่านั้นที่เอาชีวิตรอดมาได้
แต่เนื่องจากสัตว์วิเศษแปรสภาพไม่มีค่าในสายตาของผู้ฝึกลมปราณ เผ่ามนุษย์ ดังนั้นฟูาดินที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่าในอาณาจักรเลี่ยคงจึงไม่เคยมี ใครมาสำรวจตลอดทั้งปี
เล่าลือกันว่าพื้นที่ห่างไกลความเจริญของอาณาจักรเลี่ยคงมีอันตราย มากมาย แต่กลับไม่มีโชควาสนาที่มากพอ
หากเปลี่ยนมาเป็นเมื่อก่อน หลี่หลางเฟิงที่ดุร้ายก็ไม่มีทางไป เคลื่อนไหวในพื้นที่เหล่านั้น
ข้อแรกเพราะอาจต้องเจอกับอันตรายอย่างที่คาดคิดไม่ถึง ข้อสองก็ เพราะไม่มีโชควาสนามาพร้อมกับความเสี่ยงภัย
กลางฟากฟูาที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา โครงกระดูกปีศาจเลือดที่เลือด ลมซัดโหมกำลังคว่ำหน้าห้อทะยานไปข้างหน้า
เนี่ยเทียนสร้างทิพย์จักษุขึ้นมาเก้าดวงเพื่อคอยรับสัมผัสปราณ สิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบด้านอย่างต่อเนื่อง ทว่าเขากลับไม่เจอความเคลื่อนไหว ของสัตว์วิเศษแม้แต่ตัวเดียว
ผ่านไปพักใหญ่เขากลับมองเห็นเมืองโบราณแห่งหนึ่งผ่านทิพย์จักษุ ข้างหนึ่ง
เมืองโบราณแห่งนั้นขนาดไม่ใหญ่นัก ทว่ากลับยังคงอยู่ในสภาพ สมบูรณ์แบบคล้ายไม่ได้รับการกัดกร่อนจากสารพิษ
เพียงแต่เมื่อผ่านระยะเวลามานานหลายปี เมืองโบราณแห่งนั้นจึงมี ฝุนเกาะเขรอะเต็มไปหมด
เขาเปลี่ยนความคิดทำให้โครงกระดูกปีศาจเลือดบินไปทางเมือง โบราณแห่งนั้น ไม่นานมันก็มาลอยอยู่กลางอากาศเหนือเมืองโบราณ
“ทำไมถึงมีเมืองอยู่ตรงนี้?” เนี่ยเทียนถามอย่างอยากรู้
“ไม่ใช่เรื่องน่าแปลก” หลี่หลางเฟิงกลับนิ่งเฉย “กลุ่มอิทธิพลที่ แข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรเลี่ยคงของปีนั้นมีชื่อว่าซวีเฉิง ซวีเฉิงเฝูา
พิทักษ์อยู่รอบเทือกเขาฮว้านคง ซากปรักหักพังของทุกวันนี้ก็คือซาก สำนักของซวีเฉิง นอกจากซวีเฉิงแล้ว ตอนนั้นยังมีอาณาจักรเล็กๆ อีก มากมายที่ใช้ชีวิตอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงเช่นเดียวกัน”
“สำนักเหล่านั้นต่างก็ฟังคำสั่งจากซวี่เฉิง ถือเป็นกลุ่มอิทธิพลใต้สังกัด ของซวีเฉิง”
“หลังจากซวีเฉิงจากไปได้ไม่นาน ฟูาดินก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้ง ใหญ่ ที่นี่ไม่เหมาะให้ตั้งสำนักอีกต่อไป พวกเขาจึงถูกบีบให้ออกไปอยู่ที่ อื่น”
“เมืองแห่งนี้น่าจะเป็นหนึ่งในสำนักเล็กๆ ที่พึ่งพาซวีเฉิง ของที่พวก เขาเอาไปได้ก็ล้วนเอาไปหมดแล้ว แต่กลับเหลือเมืองแห่งนี้ทิ้งไว้”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง” เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุทั้งเก้าดวงรับสัมผัส อยู่ครู่หนึ่งก็ไม่เจอกับปราณของสิ่งมีชีวิตใดๆ จริง เขาจึงไม่เสียเวลาอีก ต่อไป แต่เรียกให้โครงกระดูกปีศาจเลือดเดินทางไปข้างหน้าตามคำชี้นำ ของหลี่หลางเฟิงอีกครั้ง
โครงกระดูกปีศาจเลือดเดินทางต่อไปภายใต้ม่านรัตติกาลมืดมิด
ขณะที่ฟูาใกล้จะสว่าง โครงกระดูกปีศาจเลือดก็มาถึงพื้นที่พืชหญ้ารก ครึ้มอีกแห่งหนึ่ง ต้นไม้ของที่นั่นต่างก็มีรูปร่างประหลาดคล้ายพืชพรรณที่ เติบโตในโลกของภูตผีปีศาจ
เวลานี้เนี่ยเทียนพลันรู้สึกได้ว่าไฟแห่งชีวิตของโครงกระดูกปีศาจเลือด ใกล้จะมอดดับลงแล้ว
เขาให้โครงกระดูกปีศาจเลือดลดตัวลงต่ำ แต่ไม่ได้รีบร้อนจุดไฟแห่ง ชีวิตครั้งใหม่ให้กับโครงกระดูกปีศาจเลือด เพียงยืนอยู่นอกพื้นที่ ประหลาดที่มีพืชพรรณดุร้ายและหลับตารับสัมผัสอยู่ครู่หนึ่ง
พักใหญ่เขาก็ลืมตาโพลง “จิงชี่พืชหญ้าของที่แห่งนี้เข้มข้นกว่าพื้นที่ที่ เจ้าเคยพาข้าไปมากนัก!”
กล่าวจบเขาก็รับสัมผัสอย่างละเอียดอีกครั้ง
“ไม่เพียงแต่จิงชี่พืชหญ้า แม้แต่ปราณวิญญาณสกปรกที่ลอยเต็ม เทือกเขาฮว้านคงก็ยังไม่เข้มข้นเท่าที่แห่งนี้” เขาขมวดคิ้ว หรี่ตาลง ใน ดวงตามีแสงสะเก็ดดาวทั้งเก้าดวงวูบผ่าน พลันพูดขึ้นว่า “ปราณหลาย ชนิดของต่างอาณาจักรที่รั่วซึมออกมาล้วนมาจากรอยแยกห้วงมิติแปลก ประหลาดมากมายในเทือกเขาฮว้านคง แต่ปราณวิญญาณสกปรกใน เทือกเขาฮว้านคงกลับเบาบางกว่าที่นี่”
“หรือว่าปราณวิญญาณที่ถูกทำให้สกปรกเหล่านั้นได้กระจายไปที่อื่น ทำให้ปราณวิญญาณในพื้นที่ห่างไกลของอาณาจักรเลี่ยคงมีความสกปรก เข้มข้นกว่า?”
หลี่หลางเฟิงส่ายหัว “พื้นที่ที่ข้าเคยไปมีเพียงเทือกเขาฮว้านคงและ เมืองสามแห่งที่มีคนเดินทางเข้าออกเท่านั้น พื้นที่ที่ไกลกว่านี้ ข้าแค่เคย ได้ยินคนอื่นพูดถึง แต่ไม่เคยมาสำรวจ”
“เจ้าชุบหลอมหัวใจของเผ่าทมิฬไปถึงไหนแล้ว? สภาพของเจ้า ในตอนนี้แย่ยิ่งกว่าเดิมหรือไม่?” เนี่ยเทียนกล่าว
พอเห็นว่าในที่สุดเนี่ยเทียนก็พูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของหลี่หลางเฟิงจึง พลันเป็นประกาย “หัวใจของเผ่าทมิฬดวงนั้นมีพิษร้ายแรงที่น่าหวาดกลัว อย่างถึงที่สุด! ข้าแค่ดูดเอาสารพิษส่วนหนึ่งมาก็เลื่อนสู่เขตสามัญช่วงท้าย ได้ ตามความเห็นของข้า ข้ายังสามารถนำหัวใจดวงนั้นมาใช้ได้อีกต่อไป”
“แต่ว่ามันก็สร้างบาดแผลให้กับข้ามากจนน่าเหลือเชื่อเหมือนกัน สภาพของข้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่จริงๆ นั่นแหละ”
“ข้าพอจะมองออกแล้ว” เนี่ยเทียนยิ้ม “พื้นที่แห่งนี้มีประโยชน์ให้ข้า ช่วยเจ้ารักษาอาการบาดเจ็บ พวกเราเองก็ไม่ได้รีบร้อนไปฆ่าสัตว์วิเศษ แปรสภาพ ข้าจะช่วยเจ้าก่อนก็แล้วกัน”
กล่าวจบเขาก็เหยียบเข้าไปในผืนปุา ทั้งยังหยิบกิ่งไม้เจ็ดสิบสองกิ่ง ออกมาสร้างเป็นค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ
——