ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 623 ตวัดมีดสังหาร
ปาซือทัวคือผู้นำเผ่าอสูรกายที่เดินทางมาคราวนี้ และก็เป็นโฆษกคน สำคัญในกองทัพพันธมิตรของชนต่างเผ่าด้วย
หนึ่งในเปูาหมายที่เขาเดินทางมายังดินแดนดาวตกก็เพราะต้องการ ตามหาไข่มุกวิญญาณมืดที่หายไป
เพียงแต่ว่าตอนนี้ปาซือทัวอยู่ที่อาณาจักรเสวียนเทียน กำลังข่มขวัญ วิมานสวรรค์ ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย
เมื่อหลายล้านปีก่อน เนื่องด้วยการมาเยือนของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว อสูรกายจำนวนมากที่เดิมทีอยู่ในดินแดนดาวตกได้ถูกสังหาร ไข่มุกวิญญาณมืดที่มีความหมายสำหรับเผ่าพวกเขาอย่างมากก็ถูกทิ้งไว้ ที่นี่
อสูรกายพยายามมาเยือนดินแดนดาวตกหลายต่อหลายครั้งก็เพื่อนำ ไข่มุกวิญญาณมืดที่สำคัญอย่างถึงที่สุดสำหรับพวกเขากลับไป
ทว่าภายหลังเมื่อเรือรบทางช้างเผือกลอยขึ้นไปบนฟูา ไข่มุกวิญญาณ มืดกลับไม่คืนสู่ตำแหน่ง ทำให้แผนการของพวกเขาพังไม่เป็นท่า
ครั้งนี้ปาซือทัวนำทัพมาด้วยตัวเองก็เพื่อต้องการตามหาไข่มุก วิญญาณมืด และพามันกลับไปที่ตระกูลของพวกเขา
นึกไม่ถึงว่าไข่มุกวิญญาณมืดที่หายสาบสูญไป จู่ๆ จะมาปรากฏอยู่ใน มือของเนี่ยเทียน
“น่าเสียดายที่ใต้เท้าปาซือทัวไม่ได้อยู่ที่นี่ หาไม่แล้วเขาต้องมีวิธีเก็บ ไข่มุกวิญญาณมืดกลับมาแน่นอน!”
อสูรกายตนนั้นทะยานร่างอยู่กลางอากาศ แสงแห่งสายเลือดแวววาว หลายเส้นคล้ายโซ่ผลึกที่รัดพันไปทั่วทั้งท้องนภา พยายามต้านทานเขต แห่งความตายอย่างสุดกำลัง
ทว่าดวงตาของเขากลับคอยเล็งมายังไข่มุกวิญญาณมืดที่อยู่ในมือของ เนี่ยเทียนอยู่เป็นระยะ และดวงตานั้นก็เผยความละโมบให้เห็น
ยามนี้เฉาโหมว กู่หยวนและเฉียนปูหุ่ยได้กระจายตัวกันไปนานแล้ว และเป็นฝุายตรงเข้ารับหน้าชนต่างเผ่าอีกสามคนที่เพิ่งมาเพิ่ม
ชนต่างเผ่าทั้งสามนั้นต่างก็มีสายเลือดระดับเจ็ด แบ่งออกเป็นเผ่า ทมิฬหนึ่งคน เผ่าหินเทาหนึ่งคน บวกกับเผ่าเกล็ดดำหนึ่งคน
ชั่วขณะที่ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดมาถึงก็เปิดฉากนองเลือดกับ เฉาโหมว กู่หยวนและเฉียนปูหุ่ยทันที
ความกดดันของอสูรกายตนนั้นคลายลง ทว่ายังคงมิอาจรับมือกับจ้าว ซานหลิงได้
เนี่ยเทียนที่อยู่เบื้องล่างไม่สนใจเสียงร้องอุทานของพวกอสูรกาย เขา ยังคงชูไข่มุกวิญญาณมืดขึ้นสูงเพื่อให้มันดูดซับเอาซากวิญญาณที่เพิ่งตาย ไปได้ไม่นานและยังไม่สลายไปจากโลกใบนี้
แผนที่ดวงดาวพร่าเลือนที่อยู่ในไข่มุกวิญญาณมืดเริ่มถูกจุดประกาย จนค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นเจิดจ้า
ที่ตั้งของตระกูลต่ง
ฉินแยนจากองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ตัวสั่นสะท้าน ดวงตาพลันฉายแววปิ ติยินดี
เฉียนซิน เฉาชิวสุ่ยที่ยังอยู่ในค่ายกลต่างก็มองนางด้วยสายตาสงสัย
พวกเขาล้วนรู้ดีว่าคนขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ส่วนใหญ่ล้วนออกไป จากอาณาจักรปุายจั้นนานแล้ว
เพราะที่พึ่งที่แท้จริงขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ก็คือพรรคคิชกูฏ
และอันที่จริงแล้วศูนย์บัญชาการลับของพรรคคิชกูฏก็ตั้งอยู่ใน อาณาจักรปิงเฟิงที่เงียบสงบและเย็นเยียบ มีเพียงองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ ย้ายไปอยู่ที่ศูนย์บัญชาการลับของพรรคคิชกูฏเท่านั้นถึงจะนับว่า ปลอดภัย
ที่ฉินแยนไม่ได้ไปด้วยก็เพราะทางฝุายขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ก็ จำเป็นต้องคลี่คลายวิกฤตของอาณาจักรปุายจั้นเช่นกัน
ฉินแยนคือคนประสานงานระหว่างอาณาจักรปุายจั้น พรรคคิชกูฏ และหอหันปิง
“ทางฝุายของพรรคคิชกูฏและหอหันปิงเริ่มลงมือแล้ว! พวกเขาจะให้ ผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณทั้งหมดมาที่อาณาจักรปุายจั้นเพื่อสังหารชนต่าง เผ่าให้สิ้นซาก!” ฉินแยนเอ่ยเสียงแหลมดัง
การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอาณาจักรหลีเทียน โอกาสพลิก ผันของอาณาจักรปุายจั้น ฉินแยนล้วนใช้วิธีลับแจ้งข้อมูลต่อพรรคคิชกูฏ
พรรคคิชกูฏรู้ว่าวิกฤตของอาณาจักรหลีเทียนคลี่คลายลงแล้ว ชนต่าง เผ่าสายเลือดระดับเจ็ดสองคนถูกสังหาร ชนต่างเผ่าทั้งหมดที่เข้ามาล้วน ถูกอูจี้ใช้พลังแห่งเวลาอันลี้ลับปลิดชีพไปในชั่ววินาที นี่ทำให้พวกเขาตื่น ตะลึงกันอย่างมาก
หลังจากนั้นพอได้ยินอีกว่าฉีป๋ายลู่รับปากจะยอมลงจากตำแหน่ง จ้าว ซานหลิงตัดสินใจลงมือช่วยเหลือโดยการปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติที่ เชื่อมโยงอาณาจักรปุายจั้นกับโลกภายนอก พวกเขาก็ยิ่งสะท้านสะเทือน เข้าไปใหญ่
ตอนที่จ้าวซานหลิงปรากฏตัวอยู่เหนือตระกูลต่ง เขตวิญญาณของ พรรคคิชกูฏและหอหันปิงก็เริ่มนั่งปรึกษาหารือกันแล้ว
และพวกเขาก็เห็นพ้องต้องกันอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงอาศัยค่ายกล นำส่งเดินทางมายังอาณาจักรปุายจั้น!
ก่อนหน้านี้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าอาณาจักรปุายจั้นเจอวิกฤต แต่ที่พวกเขาไม่ กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามก็เพราะหากพวกเขาลงมือ ชนต่างเผ่าก็สามารถให้ กองหนุนข้ามผ่านรอยแยกห้วงมิติเข้ามาช่วยเหลือได้เช่นกัน
เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ยังคงมิอาจเป็นฝุายได้เปรียบ ทั้งอาจจะตก หลุมพรางและการซุ่มโจมตีของชนต่างเผ่าก็เป็นได้
เมื่อแน่ใจแล้วว่าตอนนี้อาณาจักรปุายจั้นจะไม่มีผู้แข็งแกร่งของชน ต่างเผ่ามาเพิ่มอีก อีกทั้งค่ายกลโบราณของพรรคคิชกูฏและหอหันปิงของ พวกเขาก็ยังสามารถยืนหยัดได้ระยะเวลาหนึ่ง พวกเขาจึงไม่ลังเลอีก ต่อไป
“มาแล้ว!”
ดวงตาคู่งามของฉินแยนเป็นประกาย มองไปทางค่ายกลนำส่งห้วงมิติ ที่มีคลื่นกระเพื่อมไหวด้วยความตื่นเต้น
“ฟิ้ว! ฟิ้วๆๆ!”
เงาร่างสี่เงาทยอยกันเดินออกมาจากค่ายกลนำส่งห้วงมิติ ผู้นำก็คือ หัวมู่!
นอกจากหัวมู่แล้วยังมีผู้เฒ่าอีกสองคน คนหนึ่งคือเขตวิญญาณช่วง กลาง อีกคนคือเขตวิญญาณช่วงต้น พวกเขาต่างก็เป็นผู้นำของพรรคคิช กูฏ
คนที่สี่คือเขตวิญญาณช่วงกลางท่านนั้นของหอหันปิง
“น้อมรับทุกท่าน!” ฉินแยนกล่าวด้วยความเคารพนบนอบ
องค์กรการค้าสุ่ยเยว่เป็นเพียงกลุ่มอิทธิพลภายนอกที่เปิดเผยของ พรรคคิชกูฏเท่านั้น ตัวนางเองอยู่ในองค์กรการค้าสุ่ยเยว่มานานหลายปีก็ ยังไม่เคยเจอพวกหัวมู่มาก่อน
แต่พลังอำนาจบนร่างของพวกหันมู่สามคนกลับทำให้นางรู้ทันทีว่านั่น คือสามผู้นำใหญ่แห่งพรรคคิชกูฏในตำนาน!
“พี่ฉียอมก้มหัวให้จ้าวซานหลิงเพื่อให้ดินแดนดาวตกพ้นเคราะห์ภัย ครั้งนี้ นับเป็นคุณูปการอันใหญ่หลวง” หลังจากหัวมู่มาถึงก็ถอนหายใจ เบาๆ หนึ่งที “หวังว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการฝุาทะลุขอบเขตใน
วันหน้าของพี่ฉี และพวกเราก็จำเป็นต้องสังหารชนต่างเผ่าให้หมดสิ้น ให้ เคราะห์ภัยของดินแดนดาวตกยุติลงเพื่อชะล้างความอัปยศให้แก่เขา!”
กล่าวจบหัวมู่ก็ทะยานตัวขึ้นสูง
เขตวิญญาณอีกสามท่านก็กลายร่างเป็นสายรุ้งไฟฟูาที่ตรงดิ่งเข้าหา ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
“ยุติแล้ว ความวุ่นวายในอาณาจักรปุายจั้นน่าจะยุติได้แล้ว” ฉิน แยนสงบใจได้มากขึ้น นางเหลือบมองคนของตระกูลต่งแวบหนึ่ง “นับแต่ วันนี้เป็นต้นไป ตระกูลต่งไม่จำเป็นต้องใช้หินวิเศษกระตุ้นค่ายกลแห่งนี้ อีกแล้ว”
“เข้าใจแล้ว” คนของตระกูลต่งยิ้มบางๆ แล้วโบกมือ
จากนั้นคนตระกูลต่งจำนวนมากก็กระจายตัวกันไปตามจุดเชื่อมต่อ ของค่ายกลเพื่อถอนค่ายกลใหญ่ออก
ไม่นานค่ายกลมหัศจรรย์ที่ปกปูองตระกูลต่งมานานหนึ่งเดือนกว่าก็ ค่อยๆ ถอนม่านกำบังลง
“เนี่ยเทียน ตามข้ากลับไปตระกูลต่งเถอะ ศึกนี้ไม่จำเป็นต้องให้พวก เรายื่นมือเข้าแทรกแล้ว และก็ไม่ใช่ศึกที่พวกเราจะมีกำลังเข้าแทรกได้ ด้วย” ต่งลี่มองเขตวิญญาณเผ่ามนุษย์ที่มาเพิ่มอีกสี่คนก็รู้แล้วว่าชนต่าง เผ่าที่บุกเข้ามาในอาณาจักรปุายจั้นซึ่งพอตัดขาดกับโลกภายนอกก็ย่อม ตายอย่างมิต้องสงสัย
เนี่ยเทียนยิ้ม พยักหน้าแล้วตอบรับ “ก็ดี”
เขาเองก็สังเกตเห็นว่าหัวมู่มาเข้าร่วมด้วยแล้ว รู้ว่าเมื่อศึกนี้มีพวกหัวมู่ สี่คนเพิ่มเข้ามา ชนต่างเผ่าย่อมมิอาจรอดชีวิตจากไปได้
แม้อาณาจักรปุายจั้นจะกว้างใหญ่ ทว่าในสายตาของพวกเขต วิญญาณแล้วกลับไม่นับว่าใหญ่อะไร
หลังจากที่รอยแยกห้วงมิติถูกผนึก เว้นเสียแต่ว่าชนต่างเผ่าสายเลือด ระดับเจ็ดเหล่านั้นจะมีเรือรบทางช้างเผือก หาไม่แล้วก็ไม่สามารถจากไป ได้
พวกหัวมู่มีพลังและเวลามากพอที่จะไล่สังหารพวกเขาไปทีละคน
“แย่แล้ว!”
อสูรกายสายเลือดระดับเจ็ดเห็นว่ามีเขตวิญญาณเผ่ามนุษย์มาเพิ่มอีก สี่คน ในที่สุดจึงหน้าเปลี่ยนสี
หากมีแค่เฉาโหมว กู่หยวนและเฉียนปูหุ่ย พวกเขาสามคนที่มี สายเลือดระดับเจ็ดซึ่งถึงแม้จะตกเป็นรองชั่วคราว แต่ก็ใช่ว่าจะต้องแพ้ เสมอไป
ทว่าเมื่อพวกหัวมู่มาถึงก็ได้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้พวกเขาไม่มีทางที่จะชนะได้อีก
“ไป!”
อสูรกายตนนั้นแผดเสียงคำรามยาว พูดด้วยภาษาชนต่างเผ่าอยู่พัก หนึ่งก็พลันกระตุ้นใช้เวทลับทางสายเลือด
ร่างของอสูรกายสายเลือดระดับเจ็ดตนนั้นพลันเปลี่ยนมาเป็นพร่ามัว
ในผิวเนื้อของเขามีวิญญาณร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนร้องโหยหวนครวญ คราง พริบตาเดียวพวกมันก็กลายมาเป็นพลังของการระเบิด
“ฟิ้ว!”
ครู่เดียวเขาก็กลายร่างเป็นกระแสอากาศที่หนีไปจากสนามรบอย่าง รวดเร็วราววิญญาณร้าย
สายเลือดระดับเจ็ดอย่างภูตผีปีศาจ เผ่าทมิฬ เผ่าหินเทา และเผ่า เกล็ดดำที่เหลืออยู่ต่างก็ร่ายใช้เวทลับทางสายเลือดของตัวเองถอนตัว ออกไปทันที
จ้าวซานหลิงสงบนิ่งอย่างถึงที่สุด เขาหลุดหัวเราะพรืดออกมา “ไอ้ พวกโง่! รอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรปุายจั้นถูกข้าปิดผนึกไปนานแล้ว พวกเจ้าจะหนีไปไหนได้?”
กล่าวจบเขาก็ยื่นมือออกมากระชากให้รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งปริ แตกออก
“ตามข้ามา ข้าจะพาพวกเจ้าไปยังรอยแยกห้วงมิติเส้นที่พวกชนต่าง เผ่าใช้เดินทางไปยังนอกอาณาจักร” กล่าวจบเขาก็เดินนำเข้าไปข้างใน ก่อนใคร
เขตวิญญาณเผ่ามนุษย์คนที่เหลือลังเลอยู่ชั่วครู่ก็พากันบินเข้าไปใน นั้น
นับตั้งแต่ที่พวกหัวมู่มาถึง เวลาสั้นๆ แค่สิบกว่าชั่วลมหายใจ ชนต่าง เผ่าก็เริ่มพ่ายแพ้สิ้นท่า สายเลือดระดับเจ็ดพากันเผ่นหนีไปหมด
เมื่อพวกเขาจากไป ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับห้า ระดับหกที่อยู่รอบๆ ตระกูลต่งจึงกลายมาเป็นลูกแกะที่รอถูกเชือด พวกมันต่างก็ถูกเขตสามัญ เขตลี้ลับของเผ่ามนุษย์กรูกันเข้าสังหาร
ชนต่างเผ่าดุร้ายเหล่านี้พอเหยียบเข้ามาในอาณาจักรปุายจั้นก็ทำให้ อาณาจักรปุายจั้นแทบจะกลายเป็นนรกบนดิน พวกมันสังหารคนธรรมดา จำนวนมากมายเพื่อนำมาทำเป็นเครื่องเซ่นสังเวย
สำนักต่างๆ ที่อยู่ในอาณาจักรปุายจั้นจึงเกลียดแค้นพวกมันเข้า กระดูกดำ ย่อมไม่มีทางใจอ่อนให้อยู่แล้ว
การเข่นฆ่าแห่งคาวเลือดจึงเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ อาณาจักร ปุายจั้นที่ถูกชนต่างเผ่าทรมานมาเนิ่นนานในที่สุดก็เป็นฝุายตวัดมีดขึ้น สังหาร
“ในที่สุดก็จบสิ้นเสียที”
เนี่ยเทียนถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที ก่อนจะตามต่งลี่ไปยังที่ตั้งตระกูล ต่ง ในมือยังคงกำไข่มุกวิญญาณมืดไว้แน่นเพื่อให้มันดูดซับชักนำซาก วิญญาณต่อไป
แต่ว่าซากวิญญาณที่ดูดซับเข้ามาในภายหลังล้วนมีแต่ชนต่างเผ่า เท่านั้น
“เนี่ยเทียน ของสิ่งนี้เจ้าได้มาจากอาณาจักรอั้นหมิงงั้นหรือ?” ฉินแย นมองไข่มุกวิญญาณมืดด้วยความตะลึงระคนสงสัย นัยน์ตาของนางฉาย แสงวิบวับ
“ถูกต้อง” เนี่ยเทียนตอบรับตรงไปตรงมา
ครั้งนี้เขาเองก็ไม่เป็นกังวลอีกแล้วว่าหากนำไข่มุกวิญญาณมืดออกมา พวกคนที่ไปยังอาณาจักรอั้นหมิงพร้อมกับเขาในปีนั้นจะยื่นมือมารีดไถ
——