ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 622 สถานการณ์พลิกผัน!
พื้นที่ของอาณาจักรปุายจั้นกว้างขวาง ชนต่างเผ่าส่วนใหญ่หากคิดจะ ก้าวข้ามระยะทางหลายพันลี้มาได้ในระยะเวลาสั้นๆ นับว่าเป็นเรื่องที่ เป็นไปไม่ได้
ตระกูลต่งและอีกสามฝุายสามารถเดินทางได้ตามใจชอบเพราะมีค่าย กลนำส่ง
ส่วนทางฝุายของชนต่างเผ่ามีเพียงพวกคนที่มีสายเลือดระดับเจ็ดซึ่ง แข็งแกร่งมากเท่านั้นถึงจะอาศัยเวทลับทางสายเลือดข้ามผ่านระยะทาง มาถึงได้ในเวลาสั้นๆ
พอได้ยินเรื่องการเปลี่ยนแปลงของตระกูลต่ง ชนต่างเผ่าสายเลือด ระดับเจ็ดสามคนที่เดิมทียังล้อมโจมตีหอโอสถ ตระกูลเฉาและตระกูลกู่ก็ พลันทะยานมาถึงอย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนเพ่งสมาธิมองไปก็สังเกตเห็นรุ้งยาวสามเส้นคล้ายธารน้ำสี เลือดที่พุ่งทะยานมายังที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน ปราณเลือดเนื้อที่มากมหาศาลสามขุม คล้ายเทือกเขาและทะเลสาบใหญ่โตโอฬารที่ถูกถมด้วยเลือดเนื้อ แฝงเร้น ไว้ด้วยพลังเลือดลมอย่างที่ยากจะคาดคิด
ค่ายกลใหญ่ปกปูองตระกูลต่งยังคงโคจรไม่หยุด ทว่าคนตระกูลต่งที่ ขอบเขตไม่มากพอกลับถูกห้ามให้อยู่เพียงภายใน
เฉียนซิน เฉาชิวสุ่ยและฉินแยนสามคนต่างก็ถูกกักอยู่ในค่ายกล ไม่ได้ รับอนุญาตให้ออกมาแม้แต่ก้าวเดียว
เนี่ยเทียนจึงนำสมาธิทั้งหมดไปวางไว้ที่การต่อสู้ระหว่างผู้แข็งแกร่ง เขตวิญญาณกับชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ด
ไม่นานเขาก็ค้นพบว่าเนื่องด้วยการมาถึงของเฉียนปูหุ่ย กู่หยวนและ เฉาโหมว ชนต่างเผ่าระดับเจ็ดสองคนที่กำลังต่อสู้กับจ้าวซานหลิงและต่ง หวังหลิงต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสในช่วงเวลาสั้นๆ
ภูตผีปีศาจที่สายเลือดหวนคืนสู่บรรพบุรุษมีเรือนกายใหญ่โตราว ขุนเขา สายฟูาสีดำล้อมวนทั่วเรือนกาย ไฟปีศาจหลายกลุ่มลุกเผาไหม้
ทว่าเมื่อเจอกับการโจมตีหนักๆ ติดต่อกันจากวานรสีแดงของต่งหวังห ลิง กระบี่วิเศษสีทองที่แปลงมาจากยาของเฉียนปูหุ่ยบวกกับโครงกระดูก ปีศาจเลือด ร่างไม่ดับสลายของภูตผีปีศาจตนนั้นก็ไม่สามารถรักษาอาการ บาดเจ็บได้อย่างรวดเร็วอีก
บัดนี้ร่างของภูตผีปีศาจเรือนกายมหึมาตัวนั้นเต็มไปด้วยบาดแผล เหวอะหวะ
หนามแหลมที่ขึ้นเรียงกันเป็นเส้นยาวตามกระดูกสันหลังกลางหลังที่ กว้างขวางของภูตผีปีศาจก็หักบิ่นลงไปไม่น้อย
ภูตผีปีศาจตนนั้นร้องคำราม ดวงตาที่ราวกับดวงอาทิตย์สีดำมีไฟ ปีศาจสีดำลุกไหม้กลบทับฟูาดินแห่งนี้ ทำให้วานรยักษ์ของต่งหวังหลิง อ่อนระโหยลงไปอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดที่เป็นชนต่างเผ่าเหมือนกันกลับไม่ หวาดกลัวการลุกไหม้ของไฟปีศาจสีดำเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่มือกระดูก แหลมคมของมันฟาดฟันลงมาล้วนทำให้ร่างของปีศาจยักษ์เกิดเป็นร่อง เลือดลึกเห็นถึงกระดูก
เนี่ยเทียนหันไปมองอสูรกายตนนั้น
สายเลือดของอสูรกายตนนั้นคือระดับเจ็ดขั้นกลาง ตามหลักแล้วควร มีฝีมือเหนือกว่าจ้าวซานหลิง
ทว่าเขตแห่งความตายที่จ้าวซานหลิงสร้างขึ้นมาเองกับมือกลับลี้ลับไร้ ที่สิ้นสุด เหมือนจะเชื่อมโยงไปยังห้วงมิติที่ปั่นปุวน วิญญาณร้ายมากมาย ที่บินเข้าไปในนั้นหากไม่กลายเป็นหมอกควันก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว
เวทลับห้วงมิติของจ้าวซานหลิงรวมตัวกันขึ้นเป็นมีดยักษ์ห้วงมิติ หลายเล่มที่เหมือนจะสามารถบั่นให้นภากาศแหลกละเอียด ทำให้อสูร กายตนนั้นปวดหัวอย่างยิ่ง
อีกทั้งจ้าวซานหลิงผู้นี้ยังเหมือนจะลอดทะลุไปมาผ่านห้วงมิติจนอสูร กายตนนั้นจับร่องรอยที่แท้จริงของเขาไม่ได้ รอจนพวกเฉาโหมว กู่หยวน ทยอยกันลงมือ อสูรกายสายเลือดระดับเจ็ดก็ถูกโจมตีจนบาดเจ็บสาหัส เริ่มตกเป็นรอง
ศึกของผู้แข็งแกร่ง เนื่องจากชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดอีกสามคน ยังมาไม่ถึง เผ่ามนุษย์จึงเป็นฝุายที่ได้เปรียบ
เบื้องล่าง เมื่อคนของตระกูลต่ง หอโอสถ ตระกูลกู่และตระกูลเฉาร่วม แรงร่วมใจกันก็เป็นฝุายที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับห้า ระดับหกอีกมากมายยามนี้ได้กระจาย ตัวกันอยู่รอบๆ ที่ตั้งของหอโอสถ ตระกูลกู่และตระกูลเฉา พวกเขาไม่มี ค่ายกลนำส่งให้ใช้ ต่อให้ตามมาถึง เกรงว่าก็คงไม่ทันกาลแล้ว
“อันตรายของอาณาจักรปุายจั้น ดูท่าน่าจะคลี่คลายได้แล้ว” เนี่ย เทียนพลันวางใจลงได้
ข้างกายเขา ต่งลี่และต่งปุายเจี๋ยสองคนแม้จะเรียกวิญญาณสัตว์ ออกมา แต่กลับไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
เพราะเขตสามัญและเขตลี้ลับจำนวนมากกว่าเดิมของหอโอสถ ตระกูลกู่และตระกูลเฉาตามมาถึง การต่อสู้กับชนต่างเผ่าระดับต่ำจึงไม่ จำเป็นต้องให้พวกเขาออกแรง
พี่น้องคู่นี้และหลี่หลางเฟิงต่างก็เฝูาพิทักษ์อยู่ข้างกายของเนี่ยเทียน
ในสายตาของพวกเขา ขอแค่เนี่ยเทียนอยู่รอดปลอดภัยก็เท่ากับได้ เพิ่มโครงกระดูกปีศาจเลือดที่มีพลังเทียบเท่าเขตวิญญาณช่วงต้นขึ้นมาอีก หนึ่งตน โครงกระดูกปีศาจเลือดต้องการให้เนี่ยเทียนมีชีวิตอยู่ถึงจะ สามารถรักษาพลังการต่อสู้ให้คงอยู่ได้ตลอดไป
“ศึกนี้ไม่ค่อยเกี่ยวกับพวกเราเท่าใดนัก” ต่งปุายเจี๋ยสูดลมหายใจเข้า ลึกหนึ่งครั้ง ทั้งตื่นเต้นทั้งผิดหวังเล็กน้อย “สักวันหนึ่งพวกเราจะต้องขึ้น ไปอยู่แทนที่พวกเขา กลายมาเป็นกำลังหลักที่ต้านทานชนต่างเผ่า ถึง เวลานั้น หวังว่าพวกเราจะเป็นเหมือนพวกเขาที่ทำให้อาณาจักรปุายจั้น ตระหง่านไม่ล้ม ไม่ถูกพวกชนต่างเผ่าทำร้าย”
“ท่านพี่ ท่านต้องทำได้อยู่แล้ว” ต่งลี่ให้กำลังใจ
ต่งป๋ายเจี๋ยยิ้มบางๆ
แม้ว่าเนี่ยเทียนจะอยู่นอกค่ายกลใหญ่ของตระกูลต่ง แต่ไม่ว่าจะเป็น คนของตระกูลต่งหรือผู้แข็งแกร่งจากหอโอสถ ตระกูลกู่และตระกูลเฉา ต่างก็รู้ดีถึงความสำคัญของเขา ยามที่ต่อสู้กัน ทุกคนจึงคอยให้การคุ้มกัน เขาอย่างลับๆ ไม่ให้เขาถูกทำร้ายได้
เวลานี้ เนี่ยเทียนพลันนึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่อาจารย์ของเขามอบไข่มุก วิญญาณมืดให้ได้บอกว่าในไข่มุกวิญญาณมืดมีแผนที่ดวงดาวซุกซ่อนอยู่
แผนที่ดวงดาวนำทางไปยังทางช้างเผือกที่มีอาณาจักรแห่งดวงดาว มากมาย
เพียงแต่ไข่มุกวิญญาณมืดที่ถูกเผ่าอสูรกายสร้างออกมาจำเป็นต้องดูด ซับวิญญาณจำนวนมากถึงจะสะสมพลังมากพอให้จุดประกายแผนที่ ดวงดาว ทำให้แผนที่ดวงดาวสว่างไสวได้
“วิญญาณ…”
เขานิ่งคิดอยู่ครู่นิ่งก็พลันเรียกไข่มุกวิญญาณมืดออกมา
พอไข่มุกวิญญาณมืดมาอยู่ในมือ สนามแม่เหล็กจิตวิญญาณที่ลึกลับ เกินหยั่งก็ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเงียบเชียบ ทั้งยังแผ่ปกคลุมไปรอบ ด้านอย่างรวดเร็ว
ต่งลี่ ต่งปุายเจี๋ยและหลี่หลางเฟิงที่อยู่ใกล้เขาต่างก็หน้าเปลี่ยนสี
“มีอะไรหรือ?” เนี่ยเทียนถาม
หลี่หลางเฟิงสีหน้าเคร่งเครียดอย่างถึงที่สุด “นายน้อยเนี่ย ไข่มุกเม็ด นี้ของท่านเหมือนจะมีสนามแม่เหล็กประหลาดที่สามารถชักดึงจิต วิญญาณ พอท่านเอามันออกมา จิตวิญญาณของข้า…ก็คล้ายหลุดจากการ ควบคุมเล็กน้อย เหมือนมันจะบินออกจากร่าง”
“ของสิ่งนี้…” ต่งลี่ตะลึงงัน แล้วก็รู้ทันทีว่าไข่มุกวิญญาณมืดก็คือของ ที่เนี่ยเทียนได้มาจากเรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกายในอาณาจักร อั้นหมิง
ตอนอยู่ในอาณาจักรต้าฮวางนางก็รู้สึกแล้วว่าสิ่งที่ไข่มุกวิญญาณมืด ดึงดูดมาก็คือซากวิญญาณของคนตายที่ยังไม่สลายไปจากโลก
ยังไม่ทันรอให้นางพูดความสงสัยออกมา หลี่หลางเฟิงพลันหน้า เปลี่ยนสีแล้วหลับตาลงทันที
เขาแผ่กระแสจิตของเขตสามัญออกไปตรวจสอบอย่างละเอียด
ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าหลังจากที่เนี่ยเทียนหยิบเอาไข่มุก ประหลาดเม็ดนี้ออกมา ในรัศมีหลายสิบลี้รอบตระกูลต่ง ไม่ว่าซาก วิญญาณใดก็ตามที่ยังล่องลอยอยู่รอบด้านต่างก็ไหลบ่ามาหาเนี่ยเทียน และพุ่งเข้าไปในไข่มุกเม็ดนั้น
ซากวิญญาณที่บินมา มีทั้งชนต่างเผ่า และมีทั้งเผ่ามนุษย์ที่เพิ่งตายไป หลังจากต่อสู้กับชนต่างเผ่า
ไข่มุกเม็ดนั้นปล่อยแสงสีเขียวอ่อนจางคล้ายหลุมดำลึกลับที่ดูดดึงเอา ซากวิญญาณมากมายเข้ามา
ต่งปุายเจี๋ยและหลี่หลางเฟิงที่อยู่ข้างกายล้วนเป็นคนกันเอง เนี่ยเทียน จึงไม่คิดปิดบัง เขากล่าวพร้อมอมยิ้มน้อยๆ “ไข่มุกเม็ดนี้มีชื่อว่าไข่มุก วิญญาณมืด ได้มาจากเรือรบทางช้างเผือกในอาณาจักรอั้นหมิง ด้านในมี ภาพแผนที่ดวงดาวอยู่ หากจะให้แผนที่นั้นส่องแสงเต็มที่ก็จำเป็นต้องดูด ซับวิญญาณต่อไป และข้าก็รู้สึกว่าตอนนี้คือโอกาสอันดี”
“วัตถุของเผ่าอสูรกาย!” หลี่หลางเฟิงหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
เขาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งก็สังเกตเห็นว่าไม่ใช่เพียงแค่ซาก วิญญาณที่เพิ่งตายไปเท่านั้น แม้แต่วิญญาณร้าย หรือดวงจิตพยาบาทที่ รวมตัวอยู่ใกล้กับอสูรกายระดับเจ็ดซึ่งถูกจ้าวซานหลิงและกู่หยวนขับไล่ ออกมา ต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ด้วย
แม้แต่วิญญาณสัตว์ที่ตระกูลต่งหลอมก็ยังได้รับผลกระทบเล็กน้อย
ความคิดหนึ่งของเนี่ยเทียนลอยเข้าไปในไข่มุกวิญญาณมืด เขาพอ มองเห็นได้รำไรว่าหลังจากที่มีวิญญาณจำนวนไม่น้อยเข้ามา จุดลึกของ ไข่มุกวิญญาณมืดก็มีสะเก็ดแสงเล็กๆ ค่อยๆ สว่างขึ้น
สะเก็ดแสงเหล่านั้นเหมือนเป็นตัวแทนของอาณาจักรดวงดาวแห่ง หนึ่งซึ่งส่องสว่างพื้นที่มืดมิดภายในไข่มุกวิญญาณมืด
เขาเข้าใจทันทีว่าอาจารย์ของเขาวิเคราะห์ไม่ผิด เมื่อวิญญาณจำนวน มากเข้ามารวมตัวกัน แผนที่วิญญาณก็จะเผยตัวออกมาอย่างสมบูรณ์ แบบ
นอกจากนี้เขาก็รู้ด้วยว่าไข่มุกวิญญาณมืดยังมีประโยชน์ที่อัศจรรย์อีก
พวกวิญญาณร้าย ดวงจิตอาฆาตที่อยู่ในไข่มุกวิญญาณมืด ขอแค่เป็น ร่างวิญญาณที่บริสุทธิ์ หากถูกนำไปในพื้นที่ที่ซ่อนฝังเทพยักษ์ค้ำฟูา มี ค่ายกลใหญ่โครงกระดูกของมังกรเพลิงอยู่ ก็ยังนำมาชุบหลอมได้อีกด้วย
หลังจากชุบหลอมแล้ววิญญาณร้าย ดวงจิตอาฆาต ซากวิญญาณ ทั้งหมดก็จะถูกสกัดสิ่งสกปรก เผาไหม้อารมณ์ในเชิงลับที่ปะปนอยู่ในจิต วิญญาณทิ้งจนหมดสิ้น
สิ่งที่เหลืออยู่จะเป็นพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ซึ่งสามารถดึงเข้ามาไว้ ในมหาสมุทรจิตวิญญาณ ทำให้สะเก็ดดาวเก้าดวงขยายใหญ่ รวบรวม พลังจิตวิญญาณได้มากกว่าเดิม
ขอบเขตของเขาในตอนนี้คือเขตต้นสวรรค์ช่วงท้าย ขาดอีกแค่ก้าว เดียวก็เลื่อนสู่เขตสามัญ
พอเลื่อนสู่เขตสามัญ พลังจิตของเขา มหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาก็ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟูาพลิกดิน
เมื่อถึงเวลานั้น พลังจิตของเขาก็จะแปรสภาพเป็นพลังจิตวิญญาณ ซึ่ง บางทีอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงกับสะเก็ดดาวเก้าดวงด้วย
หากมีพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ให้ใช้เป็นจำนวนมาก เมื่อเขาเลื่อนสู่ เขตสามัญ ขั้นตอนการชุบหลอมมหาสมุทรจิตวิญญาณก็ต้องสบายขึ้นอีก เยอะมาก และชั่วขณะที่เลื่อนขั้น เขาก็จะมีพลังจิตวิญญาณที่มากมหา ศาล
พอคิดมาถึงตรงนี้ เขาก็ปลดปล่อยตัวเอง ให้ไข่มุกวิญญาณมืดดูดซับ ซากวิญญาณมาอย่างเต็มที่
“ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ล้วนมีจิตวิญญาณ เผ่ามนุษย์ ชนต่างเผ่า สัตว์ วิเศษล้วนเป็นเช่นเดียวกัน” หลี่หลางเฟิงนิ่งคิดไปครู่ก็เอ่ยขึ้นเบาๆ “ทว่า หากร่างกายของสิ่งมีชีวิตตายไป หัวใจแหลกสลาย จิตวิญญาณจะสลาย ไปจากโลกอย่างรวดเร็ว นอกเสียจากเป็นอสูรกายที่แข็งแกร่งอย่างถึง ที่สุด หรือไม่ก็ผู้ที่เชี่ยวชาญเวทลับจิตวิญญาณ ขอบเขตสูงส่งถึงจะ สามารถรักษาจิตวิญญาณให้คงอยู่ต่อให้เรือนกายตายไปก็ตาม”
“ไข่มุกนี้สามารถดึงดูดเศษซากวิญญาณและซากความคิดที่ยังไม่ สลายไปจากฟูาดินให้มารวมกัน นับเป็นอาวุธร้ายกาจที่ชั่วร้ายชิ้นหนึ่ง”
“นายน้อยเนี่ย ท่านต้องใช้มันให้ดี หากพลาด ข้ากลัวว่า…”
เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ “ไม่เป็นไร ข้าย่อมมีวิธีกำราบมัน”
วิธีการของเขาก็คือพาไข่มุกวิญญาณมืดไปยังฟูาดินลึกลับ อาศัยค่าย กลมหัศจรรย์ของกระดูกมังกรเพลิง ใช้พลังงานความร้อนที่ซ่อนแฝงอยู่ใน แกนเลือดมาชุบหลอมไข่มุกวิญญาณมืด
“ไข่มุกวิญญาณมืด!”
“ไข่มุกวิญญาณมืดของเผ่าเราที่หายไปในดินแดนดาวตก!”
“เขาเป็นผู้ครอบครองไข่มุกวิญญาณมืดหรือนี่!”
ทันใดนั้น อสูรกายจำนวนไม่น้อยที่สัมผัสได้ถึงทิศทางการล่องลอยที่ ผิดปกติของซากวิญญาณและดวงจิตอาฆาต จึงพากันหันมามองเนี่ยเทียน มองปราดเดียวก็สังเกตเห็นไข่มุกเม็ดนั้นทันที
แม้แต่อสูรกายระดับเจ็ดที่ต่อสู้ดุเดือดกับจ้าวซานหลิงซึ่งยามนี้ทั่วร่าง เต็มไปด้วยบาดแผลก็ยังตกตะลึงอย่างหนัก
“สิ่งของที่ใต้เท้าปาซือทัวต้องการอยู่ในมือเขาหรือนี่!”
——