ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 625 คลื่นลมแปรเปลี่ยน
“วิมานสวรรค์?”
เนี่ยเทียนหลุดหัวเราะพรืด ทว่าในดวงตากลับไม่ยิ้มตามไปด้วย รอยยิ้มของเขานั้นเรียกได้ว่าเต็มไปด้วยความเย็นชา “วิมานสวรรค์ พวก เขามีสิทธิ์อะไรมาสั่งการทุกฝุาย?”
“พลังแห่งเวลาที่อาจารย์ของข้าเชี่ยวชาญ ทุกครั้งที่ร่ายใช้ก็ล้วนต้อง เผาผลาญอายุขัยของเขา”
“ทางฝุายของอาณาจักรหลีเทียน อาจารย์ของข้าสังหารชนต่างเผ่า ทุกคนที่เข้ามารุกรานรวมถึงสายเลือดระดับเจ็ดสองคนนั้นด้วย แค่นี้ก็ นับว่าสร้างคุณความดีอย่างใหญ่หลวงให้กับดินแดนดาวตกแล้ว”
“เขาไม่มีทางไปให้ความช่วยเหลือวิมานสวรรค์แน่นอน!”
เขารู้สึกรังเกียจวิมานสวรรค์ที่ครองความเป็นหนึ่งในดินแดนดาวตก มานานหลายปีจากใจจริง ไม่มีความรู้สึกดีใดๆ ให้อีกฝุายแม้แต่น้อย
แต่ไรไหนมา วิมานสวรรค์ล้วนอาศัยที่ตัวเองมีผู้เฒ่าประหลาดเขต วิญญาณช่วงท้ายคนนั้นนั่งบัญชาการณ์จึงวางอำนาจเผด็จการมาโดย ตลอด
ทุกผลประโยชน์ วิมานสวรรค์ล้วนอ้าปากเขมือบกลืนคำใหญ่ก่อนใคร แต่ยามที่ดินแดนดาวตกประสบเคราะห์กรรม พวกเขากลับไม่มีกำลังให้ คลี่คลายวิกฤตได้
ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน
ตอนนี้พวกชนต่างเผ่าล้วนรู้ข่าวแล้ว พวกเขารู้ว่ารอยแยกห้วงมิติที่ เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรปุายจั้นถูกคนปิดผนึกไปแล้ว และสหายร่วมเผ่าพันธุ์ที่อยู่ในสองอาณาจักรนี้ก็อาจจะไม่ได้กลับมาอีก พวกเขาจึงเปลี่ยนกลยุทธ์ เตรียมรวบรวมกำลังทั้งหมดลากเอามาวิมาน สวรรค์ออกมาเชือดไก่ให้ลิงดู
ผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณช่วงท้ายของวิมานสวรรค์ใจมุ่งมั่นแต่จะ เลื่อนสู่แดนว่างเปล่า ไม่มีท่าทีว่าจะออกจากด่านแม้แต่น้อย
จ้าวลั่วเฟิง ตงหลิงสองคนรู้ดีว่าด้วยพละกำลังของพวกเขาย่อมไม่ สามารถปกปูองวิมานสวรรค์เอาไว้ได้ จึงรีบเรียกหาอูจี้ โครงกระดูกปีศาจ เลือดที่เขาครอบครอง รวมไปถึงผู้แข็งแกร่งในอาณาจักรต่างๆ ให้รีบไป ช่วยวิมานสวรรค์ต่อสู้
การกระทำเช่นนี้ของวิมานสวรรค์ เนี่ยเทียนไม่คิดจะยอมรับแม้แต่ น้อย
“วิมานสวรรค์คิดว่าในเมื่อชนต่างเผ่าร่วมมือกันเล่นงานฝุายหนึ่ง พวก เราก็ควรทำเช่นเดียวกัน” ต่งเฉียนชีขมวดคิ้วเป็นปม “ยิ่งทางฝุายของ วิมานสวรรค์รู้ว่าวิกฤตของอาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรปุายจั้นคลี่คลาย ลงแล้ว และเขตวิญญาณก็ว่างพอให้ลงมือช่วยเหลือจึงคิดว่าในเมื่อชนต่าง เผ่าร่วมมือกัน พวกเราก็ควรร่วมแรงร่วมใจกันด้วย”
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” ฉินแยนกล่าวด้วยน้ำเสียงมีความสุขบนความ ทุกข์ของผู้อื่น “อาณาจักรคุนหลัวเสียการปูองกันแล้ว”
“ว่าไงนะ?” ต่งลี่ตกใจ
“ค่ายกลใหญ่ของสำนักเทียนเหยียนและภูเขาสายฟูาต่างก็ถูกชนต่าง เผ่าทำลายลงแล้ว” ฉินแยนกล่าวเนิบนาบ “ตอนที่ค่ายกลใหญ่ถูกทำลาย ผู้ฝึกลมปราณส่วนใหญ่ที่ขอบเขตต่ำของสำนักเทียนเหยียนและภูเขา สายฟูาต่างก็ถูกส่งไปยังพื้นที่ลับของพวกเขา แต่ก็ยังมีลูกศิษย์ของสำนัก เทียนเหยียนและภูเขาสายฟูาอีกไม่น้อยที่ถูกชนต่างเผ่าสังหาร”
“ผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณสองคนของสำนักเทียนเหยียนและ ภูเขาสายฟูาต่างใช้ค่ายกลนำส่งเดินทางไปยังวิมานสวรรค์”
“พอพวกเขาจากไป ค่ายกลนำส่งของสองสำนักก็ล้วนถูกพวกเขา ทำลายไปด้วย”
“ครั้งนี้สำนักเทียนเหยียนและภูเขาสายฟูาเสียหายหนักมาก เขต วิญญาณสองคนยังอยู่ที่วิมานสวรรค์ รอคอยอยู่กับพวกจ้าวลั่วเฟิงและ ตงหลิง”
“ส่วนทางฝุายของอาณาจักรอั้นหมิง ผู้ฝึกลมปราณส่วนใหญ่ของวัง วิญญาณก็ยิ่งพากันจากไปตั้งแต่แรก”
“เพราะค่ายกลของวังวิญญาณเคยถูกหัวมู่ทำลายมาก่อน ในเวลา สั้นๆ นี้จึงยังมิอาจซ่อมแซมกลับให้มาเป็นปกติได้ ตอนนี้เจ้าวังวิญญาณ หดหัวอยู่ในตำหนักเทพเพลิง แล้วก็เตรียมจะไปช่วยวิมานสวรรค์รบ เหมือนกัน ทว่าดูเหมือนเทพเพลิงเซี่ยอี้…จะอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการ ฝุาขอบเขต จึงไม่คิดจะออกจากด่านมาให้ความช่วยเหลือ”
“สำนักหยิน สำนักหยาง สำนักอาวุธ และยังมีหอหันปิง พรรคคิชกูฏ ที่เนื่องจากชนต่างเผ่าจากไป วิกฤตก็ถือว่าคลี่คลายไปด้วย”
“ดูจากข่าวใหม่ล่าสุดที่ได้มา เนื่องจากรอยแยกห้วงมิติถูกปิดผนึกอีก ครั้ง ชนต่างเผ่าที่รุกรานไปยังอาณาจักรต่างๆ จึงพากันไปรวมตัวอยู่ที่ วิมานสวรรค์ในอาณาจักรเสวียนเทียน”
“วิมานสวรรค์คือเปูาหมายแรกของพวกเขา”
ต่งเชียนฉีถอนหายใจกล่าวว่า “อาณาจักรคุนหลัวเสียการปูองกัน แม้ ข้าฟังแล้วจะสบายอารมณ์ไม่น้อย แต่นั่นกลับไม่ใช่ข่าวดีเอาเสียเลย”
“ท่านประมุข พวกเราควรไปหรือไม่? เราจะทำตามคำสั่งของวิมาน สวรรค์ที่ให้ผู้แข็งแกร่งทุกคนรีบเดินทางไปยังอาณาจักรเสวียนเทียน หรือไม่?” ต่งเถิงเฟยกล่าวเสียงหนักใจ
“คงทำได้แค่นั้นแล้วล่ะ” ต่งเชียนฉีเองก็จนใจมากเหมือนกัน “ตอนนี้ ทุกคนยังต้องร่วมแรงร่วมใจกันก่อน หากวิมานสวรรค์ถูกชนต่างเผ่าตีแตก ได้จริงๆ เขตวิญญาณอย่างจ้าวลั่วเฟิง ตงหลิงตายอนาถ ถ้าอย่างนั้นความ ได้เปรียบที่ได้มาอย่างยากเย็นของพวกเราในตอนนี้จะหายไปทันที หาก ปล่อยให้ชนต่างเผ่ารวมพลังกันแล้วยึดครองวิมานสวรรค์ได้ ไม่ว่าจะเป็น ฝุายไหนก็ล้วนสามารถกลายมาเป็นเปูาหมายต่อไปที่จะถูกสังหาร”
“เลือกสนามรบไว้ที่อาณาจักรเสวียนเทียนก็ถือว่าเป็นทางออกหนึ่ง เหมือนกัน”
หยุดไปครู่ ต่งเชียนฉีก็ยิ้มเจื่อน ก่อนจะพูดต่อว่า “แล้วนับประสา อะไรกับที่ผู้เฒ่าประหลาดของวิมานสวรรค์ยังอยู่ในช่วงฝุาสู่แดนว่างเปล่า หากเขาล้มเหลวก็ยังพอทำเนา แต่หากเลื่อนขั้นได้ราบรื่น เขาก็จะเป็นผู้ แข็งแกร่งแดนว่างเปล่าเพียงหนึ่งเดียวในดินแดนดาวตก หากเป็นเช่นนี้
ลำพังเพียงแค่เขาคนเดียว ถ้าจะแก้แค้นคิดบัญชีย้อนหลังขึ้นมา ก็ไม่ใช่สิ่ง ที่สำนักใดจะต้านทานได้”
“และยังมีอีกอย่าง…”
เขาพูดพลางหันไปมองทิศไกล “จ้าวซานหลิงคือน้องชายแท้ๆ ของ จ้าวลั่วเฟิง วิกฤตของอาณาจักรหลีเทียนและอาณาจักรปุายจั้นล้วน คลี่คลายได้เพราะเขา แม้คนอื่นจะเล่าลือกันว่าสองพี่น้องไม่ลงรอยกัน ต่อให้ตายก็ไม่มีทางไปมาหาสู่กัน ทว่าอย่างไรซะพวกเขาก็คือพี่น้องกัน แท้ๆ”
“หากจ้าวซานหลิงผู้นี้เห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันท์ญาติยอมช่วยวิมาน สวรรค์อย่างเต็มกำลัง หากพวกเราไม่ยื่นมือช่วยเหลือ เขาก็สามารถเปิด ผนึกรอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรหลีเทียนและอาณาจักร ปุายจั้นได้อีกครั้ง”
“จ้าวซานหลิงคือน้องชายแท้ๆ ของเจ้าสำนักวิมานสวรรค์หรือนี่!” เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด
ต่งเชียนฉีพยักหน้ารับอย่างยากลำบาก “เรื่องนี้คนที่รู้มีไม่มาก แต่ เป็นความจริงแน่นอน!”
พอได้ยินว่าจ้าวซานหลิงคือน้องชายแท้ๆ ของจ้าวลั่วเฟิง เนี่ยเทียน เองก็เริ่มปวดหัวขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน เขากังวลว่าหากคนบ้าอย่างจ้าว ซานหลิงคิดจะช่วยวิมานสวรรค์อย่างเต็มกำลัง แต่ฝุายอื่นๆ ไม่ยอมร่วม รบกับวิมานสวรรค์ จนเป็นเหตุให้เขาเปิดรอยแยกห้วงมิติขึ้นมาอีกครั้ง
ปล่อยให้ชนต่างเผ่าเข้ามาก็อาจจะชักนำให้อาณาจักรหลีเทียนและ อาณาจักรปุายจั้นวุ่นวายขึ้นมาอีกครั้งจริงๆ
การกระทำของคนบ้าผู้นี้ไม่สามารถใช้หลักการทั่วไปมามองได้ หาก เขาเห็นแก่ความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อนขึ้นมาก็อาจจะทำเรื่องเช่นนี้ได้จริงๆ
คำพูดของต่งเชียนฉีและฉินแยนทำให้ทุกคนพากันเงียบงัน รู้สึกว่า สถานการณ์ในวันข้างหน้าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร้ที่สิ้นสุด เกิดขึ้นอีก และหากเป็นเช่นนั้นจริง พวกเขาก็ไม่มีความมั่นใจมากพอว่า จะผ่านเคราะห์ภัยครั้งนี้ไปได้
“รอเถอะ รอคนเหล่านั้นกลับมาแล้วค่อยถามความเห็นของพวกเขา” ต่งเชียนฉีเอ่ยอย่างจนใจ
ทุกคนจึงได้แต่เป็นฝุายรอคอย
หลายวันหลังจากนั้น ฉินแยนก็คอยติดต่อกับพรรคคิชกูฏอย่าง ต่อเนื่อง แล้วจึงเริ่มรู้ว่าผู้แข็งแกร่งของสำนักอาวุธในอาณาจักรต้าฮวาง สำนักหยิน สำนักหยาง เจ้าวังวิญญาณ ลัทธิอูตู๋แห่งอาณาจักรเฮยเจ๋อต่าง ก็ทยอยกันเดินทางไปยังอาณาจักรเสวียนเทียน เตรียมเปิดฉากนองเลือด กับชนต่างเผ่าให้ถึงที่สุด
ทางฝุายของวิมานสวรรค์ก็ส่งข้อความเสียงมาติดต่อกันหลายครั้ง บอกให้ทางฝุายของอาณาจักรปุายจั้นรีบจัดการความวุ่นวายให้เรียบร้อย และให้เขตวิญญาณเร่งรุดเดินทางไปยังอาณาจักรเสวียนเทียน
หลังจากผ่านไปอีกหนึ่งวัน
ฉินแยนก็รู้ข่าวหนึ่งที่น่าตะลึงมาจากพรรคคิชกูฏ—เซี่ยอี้เทพเพลิง เลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายได้สำเร็จ!
ในที่สุดเขตวิญญาณช่วงท้ายคนที่สองของดินแดนดาวตกก็ปรากฏตัว
สิ่งแรกที่เซี่ยอี้ทำหลังจากเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายได้สำเร็จก็คือ ปุาวประกาศว่าต้องการให้เนี่ยเทียนคืนเกราะมังกรเพลิงที่เป็นของ ตำหนักเทพเพลิงมาให้เขา เขาเตรียมจะใช้อาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณ ธาตุไฟอย่างเกราะมังกรเพลิงมาต้านทานอสูรกายสายเลือดระดับเจ็ด อย่างปาซือทัวตัวต่อตัวที่วิมานสวรรค์
ตามคำบอกของเซี่ยอี้ เขาเพิ่งเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายจึง จำเป็นต้องอาศัยเกราะมังกรเพลิงถึงจะต่อสู้กับปาซือทัวได้อย่างทัดเทียม กัน
และเกราะมังกรเพลิง เดิมทีก็เป็นของของตำหนักเทพเพลิงที่หาย สาบสูญไป ซึ่งมันควรต้องเป็นของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
เขาต้องการให้เนี่ยเทียนคืนอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณธาตุไฟที่ เหมาะสมกับเขาที่สุดชิ้นนั้นมา ให้เขาได้ต่อสู้นองเลือดกับปาซือทัว ทำให้ ความวุ่นวายของดินแดนดาวตกในคราวนี้สงบลงเสียที
ข้อเรียกร้องของเขาได้รับคำสนับสนุนจากผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ ของวิมานสวรรค์ ลัทธิอูตู๋ สำนักเทียนเหยียน ภูเขาสายฟูาและวัง วิญญาณ
“ของที่อยู่ในมือข้า ไม่มีทางที่ข้าจะยอมยกให้คนอื่น!” เนี่ยเทียนแค่น เสียงเย็น “เดิมทีแกนเลือดนั้นไม่ได้อยู่ในมือของเซี่ยอี้ สิ่งที่เขาได้ไปมี
เพียงเสื้อเกราะที่ว่างเปล่าตัวหนึ่งเท่านั้น! เกราะมังกรเพลิงสมบูรณ์แบบ ได้เพราะข้า และเพราะข้าต้องลำบากลำบนอยู่หลายปีถึงจะซ่อมแซมมัน ได้สำเร็จ!”
“ของสิ่งนี้ ข้าจะไม่มีทางยอมมอบให้เซี่ยอี้เด็ดขาด!” เนี่ยเทียนแสดง ท่าทีอย่างเด็ดเดี่ยว
“ทางฝุายของสำนักหยิน สำนักหยางและอาณาจักรต้าฮวางก็ได้ พูดคุยกับเซี่ยอี้แล้ว” ฉินแยนสีหน้าหดหู่ “ความหมายของพวกฉีป๋ายลู่ หลี่มู่หยางก็คือแค่ให้เซี่ยอี้ยืมใช้เกราะมังกรเพลิงชั่วคราว รอจนความ วุ่นวายนี้ยุติลงแล้วค่อยให้เขามอบเกราะมังกรเพลิงคืนให้เจ้า เพียงแต่เซี่ย อี้ยืนกรานเด็ดเดี่ยวว่าจะไม่มีทางตอบรับข้อเสนอของพวกฉีป๋ายลู่เด็ดขาด เขาบอกว่าเกราะมังกรเพลิงเป็นของเขา”
“เขายังบอกด้วยว่าขอแค่ได้เกราะมังกรเพลิงมาอยู่ในมือ เขาถึงจะ สามารถต่อสู้กับชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดที่ชื่อว่าปาซือทัวได้”
“หาไม่แล้ว เขาก็ไม่มีความสามารถมากพอให้เผชิญหน้ากับชนต่าง เผ่าสายเลือดระดับเจ็ด ขณะที่ผู้เฒ่าประหลาดของวิมานสวรรค์ยังปิดด่าน ตลอดทั้งดินแดนดาวตก คนที่มีฝีมือทัดเทียมกับปาซือทัวก็มีเพียงเขาที่ เลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายสำเร็จเท่านั้น หากเขาไม่ร่วมต่อสู้ก็ จำเป็นต้องให้เขตวิญญาณขั้นกลางหลายคนร่วมมือกันถึงจะพอต้านทาน ปาซือทัวได้อย่างกล้อมแกล้ม”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อให้เขตวิญญาณของทุกฝุายมารวมตัวกันที่วิมาน สวรรค์ก็ใช่ว่าจะสามารถเอาชนะชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดที่มีฝีมือ ทัดเทียมกันได้เสมอไป”
“หลังจากที่ชนต่างเผ่าพากันไปรวมตัวอยู่ที่อาณาจักรเสวียนเทียน จ้าวซานหลิงก็ไม่สามารถปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติได้อีก การที่จะไล่ฆ่าชน ต่างเผ่าไปทีละคนจึงแทบไม่มีความเป็นไปได้เลย ในเวลาอย่างนี้ เซี่ยอี้ที่ สามารถต้านทานปาซือทัวที่แข็งแกร่งที่สุดจึงกลายมาเป็นข้อต่อที่สำคัญ หากเกิดปัญหากับข้อต่ออย่างเขา ข้อต่ออื่นๆ ก็จะพังทลายตามไปด้วย”
เนี่ยเทียนนั่งนิ่งอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าดำทะมึน เขาพูดด้วยน้ำเสียง เฉียบขาด “เกราะมังกรเพลิง แค่ยืมข้าก็ไม่ให้!”
พวกต่งเชียนฉีมองเขาด้วยไม่รู้จะพูดอะไรดี ต่างคนได้แต่แอบถอน หายใจ เงียบงันไม่พูดจา
สถานการณ์ในตอนนี้ เผ่ามนุษย์ต้องการให้เซี่ยอี้ไปต้านทานปาซือทัว มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะมีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะได้รับชัยชนะ แถมเซี่ยอี้ยังยืนกรานว่าเขาต้องได้เกราะมังกรเพลิงมาครอบครองถึงจะมี ความมั่นใจว่าจะต่อสู้กับปาซือทัวได้
วิธีของเขาไม่ต่างอะไรกับการที่จ้าวซานหลิงบีบให้ฉีป๋ายลู่ยอมแพ้ เรียกได้ว่ายกผลประโยชน์ส่วนรวมมาฉกฉวยผลประโยชน์ส่วนตน
สุดท้ายฉีป๋ายลู่เลือกจะยอมแพ้ แล้วเนี่ยเทียนล่ะ?
——