ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 626 แค่ยืมก็ไม่ให้!
มุมหนึ่งที่ห่างไกลในอาณาจักรปุายจั้น
เผ่าทมิฬสายเลือดระดับเจ็ดคนสุดท้ายที่รอดชีวิตลอยตัวอยู่กลาง อากาศสูงเหนือทะเลสาบ กำลังถูกเปลวเพลิงลุกไหม้ท่วมร่าง
เบื้องล่างของเผ่าทมิฬมีทะเลสาบอยู่หลายผืน ซึ่งเวลานี้มีปลาตาย จำนวนมากลอยอืดขึ้นมาบนพื้นผิวของทะเลสาบเหล่านั้น รอบทะเลสาบ ยังมีสัตว์วิเศษระดับต่ำอีกบางส่วนที่กลายเป็นเพียงกองเลือด ไม่เหลือ กระดูกแม้สักท่อน
ควันพิษบางเบาแต่ฤทธิ์รุนแรงลอยอยู่เหนือพื้นที่แห่งนี้คล้ายกำลังกัด กร่อนฟูาดิน
พวกจ้าวซานหลิง หัวมู่และต่งหวังหลิงยืนกระจายตัวกันอยู่ มองเผ่า ทมิฬระดับเจ็ดตนนั้นที่ค่อยๆ กลายมาเป็นเถ้าธุลี
ข้างกายของคนเหล่านี้ยังมีชนต่างเผ่าสายเลือดระดับเจ็ดที่ถูกสังหาร อยู่อีกหลายคน ชนต่างเผ่าเหล่านั้นถูกพวกเขาลากมาด้วยหลังจากที่ สังหารเรียบร้อย
มีเพียงเผ่าทมิฬสายเลือดระดับเจ็ดเท่านั้นที่พอทุกคนปรึกษากันแล้ว จึงสรุปว่าจะไม่เก็บซากศพของเขาไว้
เพราะว่าเผ่าทมิฬคนนั้นมีแต่พิษร้ายอยู่เต็มร่าง ตอนที่พวกเขาร่วมมือ กันสังหารคนผู้นี้ รูขุมขนของเขาจะมีควันพิษแผ่ออกมาทำให้ปลาที่อยู่ใน ทะเลสาบบริเวณใกล้เคียงตายหมด
ตอนที่เขาถูกสังหาร เลือดสดที่สาดกระเซ็นออกมาไปสัมผัสโดนสัตว์ วิเศษระดับต่ำเมื่อใด สัตว์วิเศษก็กลายร่างมาเป็นกองเลือดทันที
พวกหัวมู่ต่างคิดว่าไม่ควรเก็บศพของเผ่าทมิฬตนนี้ไว้เด็ดขาด ควรจะ ใช้หินผลึกธาตุไฟระดับสูงมาเผาร่างของเขาไปอย่างช้าๆ
รอจนพวกเขาเห็นว่าเผ่าทมิฬผู้นั้นกลายมาเป็นเถ้าถ่านแล้วจริงๆ ทุก คนถึงพอจะคลายใจลงได้
“แหวนห้วงมิติของเขา ข้าไม่อยากแตะ พวกเจ้าล่ะ?” เฉียนปูหุ่ยจาก หอโอสถขมวดคิ้วพูด “คงมีเพียงลัทธิอูตู๋เท่านั้นที่ถึงจะสนใจสิ่งของในมือ ของเผ่าทมิฬ”
เวลานี้ชนต่างเผ่าทุกคนที่เข้ามารุกรานต่างก็ถูกสังหารจนสิ้นซากแล้ว
ไม่ว่าชนต่างเผ่าพวกนั้นจะหนีไปที่ไหน เมื่อมีจ้าวซานหลิงที่เชี่ยวชาญ เวทลับห้วงมิติอยู่ ก็ล้วนตามหาเจอได้อย่างง่ายดาย
เขตวิญญาณทุกคนร่วมมือกันใช้เวลาช่วงหนึ่งถึงจะไล่สังหารชนต่าง เผ่าเหล่านี้ได้หมด
และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องแบ่งของเชลยศึกซึ่งได้จากศพและแหวน ห้วงมิติจากร่างชนต่างเผ่าที่ถูกฆ่าตายไปแล้ว
“แหวนห้วงมิติของเผ่าทมิฬ พรรคคิชกูฏของพวกเรายินดีจะรับไว้ เอง” หัวมู่แสดงท่าทีก่อนใคร แล้วจึงพูดต่อว่า “ศพและแหวนเก็บของ ของชนต่างเผ่าระดับเจ็ด พวกเราไม่รีบร้อนที่จะแบ่งกัน มาคิดกันก่อน เถอะว่าหลังจากนี้จะจัดการอย่างไร”
ขนาดฉินแยนยังสามารถรู้ข่าวล่าสุดจากพรรคคิชกูฏที่อยู่ใน อาณาจักรปิงเฟิงได้ หัวหน้าใหญ่ทั้งสามของพรรคคิชกูฏอย่างพวกหัวมู่ก็ ย่อมรู้การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่ชัดเจนยิ่งกว่า
มาถึงเวลานี้ เขตวิญญาณอย่างพวกเขาต่างก็รู้ดีว่าตอนที่พวกเขา สังหารชนต่างเผ่าระดับเจ็ด ชนต่างเผ่าทั้งหมดที่อยู่ในอาณาจักรต่างๆ ล้วนไปรวมตัวกันอยู่ที่วิมานสวรรค์
และพวกเขาก็รู้ดีว่าเมื่อวิมานสวรรค์เผชิญกับปัญหาจึงได้ส่งข่าวบอก ให้ทุกคนไปช่วยกันร่วมรบที่อาณาจักรเสวียนเทียน
“อีกอย่าง เซี่ยอี้จากตำหนักเทพเพลิงก็ฝุาทะลุขั้นได้สำเร็จ เขาได้ เลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายอย่างเป็นทางการแล้ว” หัวมู่ไม่คิดปิดบัง เขา หรี่ตาลงน้อยๆ กล่าวว่า “เซี่ยอี้ยินดีรับมือกับปาซือทัวผู้เป็นหัวหน้าของ ชนต่างเผ่า ระดับสายเลือดของปาซือทัวคือขั้นสูงของระดับเจ็ด หากสู้กัน ตัวต่อตัวก็มีแค่เขตวิญญาณช่วงท้ายเท่านั้นถึงจะสู้กับเขาได้”
“เซี่ยอี้ต้องการให้เนี่ยเทียนมอบเกราะมังกรเพลิงให้เขา เพราะมีเพียง ได้เกราะมังกรเพลิงมาเท่านั้นเขาถึงจะมั่นใจว่าจะสู้กับปาซือทัวได้”
“ทางฝุายของวิมานสวรรค์ และยังมีสำนักเทียนเหยียน ภูเขาสายฟูา ลัทธิอูตู๋ วังวิญญาณต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเนี่ยเทียนต้องเห็นแก่ ส่วนรวม ต้องยอมมอบอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่เดิมทีควรเป็นของ ตำหนักเทพเพลิงให้กับเซี่ยอี้แต่โดยดี”
“สิ่งที่พวกหลี่มู่หยางต้องการก็คือเนี่ยเทียนแค่ให้เซี่ยอี้ยืมใช้เท่านั้น รอจนเสร็จศึกแล้วต้องคืนเกราะมังกรเพลิงให้เนี่ยเทียน”
“ด้วยเรื่องนี้ ตอนนี้ทางฝุายของวิมานสวรรค์จึงยังไม่ได้ข้อตกลง ร่วมกัน”
“ข้าเชื่อว่านอกจากพี่จ้าวแล้ว ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนอยากปกปูองเนี่ย เทียน พวกเจ้ามองเรื่องนี้อย่างไร?”
หัวมู่ไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างจ้าวซานหลิงกับเนี่ยเทียนเท่าใดนัก
แต่เขากลับรู้ว่าในยามที่อาณาจักรปุายจั้นเผชิญภัยพิบัติ ทั้งๆ ที่เนี่ย เทียนรู้ดีถึงอันตราย แต่กลับยังยืนกรานเด็ดเดี่ยวที่จะมาที่นี่ ทุกฝุายของ อาณาจักรปุายจั้นย่อมต้องพยายามปกปูองเนี่ยเทียนอย่างสุดกำลัง แน่นอน
เขาคือหนึ่งในหัวหน้าใหญ่ของพรรคคิชกูฏ แต่ไรไหนมาก็มี ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับเนี่ยเทียนมาโดยตลอด พรรคคิชกูฏจึงย่อมให้ การดูแลเนี่ยเทียนเป็นอย่างดี
ส่วนทางฝุายของหอหันปิงที่เนื่องจากเนี่ยเทียนพาพวกเสวียนเข่อก ลับมาจากฟูาดินประหลาดแห่งนั้นได้อย่างปลอดภัย หากไม่มีเรื่อง ผิดพลาดเกิดขึ้น พวกเขาก็น่าจะช่วยเนี่ยเทียน
เขาอยากรู้ว่าคนพวกนี้มองเรื่องนี้อย่างไร
“พวกเราจะร่วมมือกันกำราบเซี่ยอี้ ให้เขาแค่ยืมใช้เกราะมังกรเพลิง เท่านั้น และพอจบเรื่องเขาก็จำเป็นต้องเอาคืนเนี่ยเทียน!” ผู้เฒ่า ประหลาดเขตวิญญาณช่วงกลางของหอหันปิงแสดงท่าทีก่อนใคร “เซี่ยอี้ เพิ่งเลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายได้ไม่นาน คิดจะต้านทานปาซือทัวก็ จำเป็นต้องอาศัยอาวุธล้ำค่าธาตุไฟที่เหมาะมือสักชิ้นอย่างแท้จริง”
“เมื่อเกราะมังกรเพลิงอยู่ในมือของเขาถึงจะสำแดงพลังออกมา ได้มากที่สุด มากพอจะให้เขาต้านรับพลานุภาพอันน่าหวาดกลัวจาก ปาซือทัวได้”
“ศึกนี้เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของทั้งดินแดนดาวตก หากแค่ ยืมใช้เกราะมังกรเพลิง ข้ารู้สึกว่าพอจะยอมรับได้ แต่หากจะให้เนี่ยเทียน มอบอาวุธล้ำค่าธาตุไฟชิ้นนั้นให้กับเขาแต่โดยดี ข้าคิดว่าเป็นเรื่องที่บังคับ ใจกันมากเกินไปหน่อย”
เฉียนปูหุ่ยพยักหน้า “ข้าก็เห็นด้วย”
คนที่เหลือต่างทยอยกันพยักหน้ารับ พวกเขาล้วนรู้สึกว่าให้เนี่ยเทียน เอาเกราะมังกรเพลิงมาให้เซี่ยอี้ยืมใช้ก่อน เมื่อเซี่ยอี้มีของสิ่งนี้อยู่ในมือ และกำราบความดุร้ายของปาซือทัวเอาไว้ได้ หลังจากจบเรื่องค่อยคืนให้ ตามเหตุตามผลแล้วก็ถือว่าพอจะรับได้
อีกสองท่านของพรรคคิชกูฏก็พยักหน้ารับเบาๆ แสดงว่าเห็นด้วย เช่นกัน
มีเพียงจ้าวซานหลิงเท่านั้นที่หัวเราะหึหึ “เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเจ้าจะ ตัดสินใจแทนเนี่ยเทียนได้”
ทุกคนตะลึงงัน
นาทีถัดมา จ้าวซานหลิงก็แหวกรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งออก รอย แยกห้วงมิติเส้นนี้เชื่อมโยงไปยังที่ตั้งของตระกูลต่ง
“ข้าอยากรู้นักว่าเนี่ยเทียนจะตัดสินใจอย่างไร” สีหน้าจ้าวซานหลิง แฝงความหมายลึกล้ำ “เพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติครั้งนี้ ให้ทุกชีวิตในดินแดน ดาวตกผ่านพ้นหายนะไปได้ เมื่อถูกข้าบีบบังคับ ศิษย์พี่ของข้าคนนั้น เลือกจะยอมก้มหัวให้ข้า อันที่จริงหากเขาไร้ความพะวงก็สามารถส่งทุก คนของสำนักอาวุธไปอยู่ในโลกลับเปลวเพลิงได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องสนใจ หายนะครั้งนี้”
“ข้ารู้จักเขาดี รู้ว่าเขาต้องยอมลงให้ และเขาก็ทำอย่างนั้นจริงๆ”
“ตอนนี้ข้าอยากจะรู้นักว่าเมื่อเนี่ยเทียนเผชิญกับปัญหาเดียวกัน เขา จะเลือกอย่างไร”
กล่าวจบก็ไม่รอให้ทุกคนพูดมาก เขาเป็นคนแรกที่เหยียบเข้าไปใน รอยแยกห้วงมิติ พริบตาเดียวก็มาถึงที่ตั้งตระกูลต่ง
เขตวิญญาณคนอื่นๆ หันมามองหน้ากันด้วยท่าทางครุ่นคิด
หลายวินาทีหลังจากนั้น หัวมู่ก็พยักหน้ารับน้อยๆ แล้วกล่าวว่า “ถูกต้อง พวกเราควรฟังความเห็นของเนี่ยเทียนก่อน”
ขาดคำ เขตวิญญาณทุกคนที่รวมตัวกันอยู่ตรงนั้นก็ลากเอาศพของชน ต่างเผ่าลอดทะลุเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติ
ที่ตั้งของตระกูลต่ง
รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งปริแตกออก เขตวิญญาณทุกคนที่มีจ้าว ซานหลิงเป็นคนนำทยอยกันเดินออกมา
หัวมู่มองปราดเดียวก็เห็นเนี่ยเทียนที่นั่งหลับตานิ่ง ไม่พูดไม่จา
ต่งเชียนฉี ต่งเถิงเฟย และยังมีคนตระกูลต่งอีกมากมาย รวมไปถึงฉิน แยนต่างก็ยืนมองเนี่ยเทียนอยู่เงียบๆ ทำท่าจะพูดแต่ก็หยุดชะงักไปก่อน
“คารวะผู้อาวุโสทั้งสามท่าน” ฉินแยนรีบคารวะ
“ท่านลุงหัว” เนี่ยเทียนเห็นว่าเขามาแล้วถึงได้ลืมตาขึ้นพร้อมลุกยืน และคารวะ
ผู้เฒ่าประหลาดเขตวิญญาณเหล่านี้ ทุกคนต่างก็มีชีวิตอยู่มาหลาย ร้อยปีหรืออาจถึงพันปี เพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเนี่ยเทียนน่าจะรู้ข้อ เรียกร้องของเซี่ยอี้แล้ว
“เนี่ยเทียน ข้าคือจงเจิงจากหอหันปิง คิดว่าเจ้า…คงรู้เรื่องแล้ว” จง เจิงเห็นว่าหัวมู่ไม่พูดไม่จา ต่งหวังหลิงก็ไม่เอ่ยคำใด เขาลังเลอยู่ชั่วครู่จึง กล่าวว่า “พวกเราเห็นพ้องต้องกันว่าจะร่วมพลังกำราบเซี่ยอี้ ให้เซี่ยอี้ยืม ใช้เกราะมังกรเพลิงที่เจ้าครอบครอง เพื่อให้เขานำไปรับมือกับปาซือทัว”
“แน่นอน พวกเราจะพูดกับเขาอย่างชัดเจนว่าพอจบเรื่องนี้ จำเป็นต้องคืนเกราะมังกรเพลิงให้กับเจ้า!”
“หากเขาไม่ยอม พวกเราจะร่วมมือกันบีบให้เขาคืนเกราะมังกรเพลิง เกราะมังกรเพลิงเป็นของเจ้า พวกเราจะไม่บังคับให้เจ้าต้องมอบของที่ เป็นของเจ้าให้กับเขาไปเปล่าๆ”
เส้นสายตาของเนี่ยเทียนกวาดมองไปบนใบหน้าของผู้เฒ่าประหลาด เขตวิญญาณทีละคน สุดท้ายถึงถามว่า “นี่คือการตัดสินใจของพวกท่าน ทุกคนงั้นรึ?”
“ไม่เกี่ยวกับข้า” จ้าวซานหลิงทำหน้าประมาณว่าข้าไม่มีส่วนในเรื่อง นี้
หัวมู่นิ่งไปครู่จึงกล่าวว่า “เนี่ยเทียน ข้าแค่ฟังการตัดสินใจของเจ้า เท่านั้น”
ต่งหวังหลิงเองก็รีบพูด “ข้าเหมือนท่านหัว จะไม่ตัดสินใจใดๆ แทน เจ้าเด็ดขาด”
คนทั้งสองแสดงท่าทีเดียวกัน พวกจงเจิงและเฉียนปูหุ่ยต่างก็งุนงงง เล็กน้อย
เนี่ยเทียนเงียบคิดไปครู่หนึ่งก็พลันหันไปพูดกับจ้าวซานหลิง “หากข้า ไม่ยอม ท่านจะเปิดรอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรหลีเทียนอีกครั้ง เพื่อให้เซี่ยอี้และพี่ชายที่วิมานสวรรค์ของท่านได้เข้าไปในภายหลัง หรือไม่?”
เขารู้ว่าจ้าวซานหลิงเคยร่วมมือกับเซี่ยอี้ เพราะมีเปูาหมายบางอย่าง ในอาณาจักรต้าฮวางร่วมกัน แล้วก็รู้ด้วยว่าจ้าวลั่วเฟิงคือพี่ชายแท้ๆ ของ จ้าวซานหลิง
ในสายตาของเขา จ้าวซานหลิงต่างหากถึงจะเป็นกญแจสำคัญ
หากจ้าวซานหลิงช่วยวิมานสวรรค์กับเซี่ยอี้ ทำให้รอยแยกห้วงมิติเปิด ออกอีกครั้ง ชนต่างเผ่าก็จะเข้าไปรุกรานได้อีก
“ในเมื่อข้ารับปากเจ้าแล้วว่าจะเปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติให้ หากข้า เปิดมันออกอีกครั้งก็เท่ากับทำผิดสัญญา” จ้าวซานหลิงตอบรับอย่างไม่
รีบไม่ร้อน เขากล่าวเสียงเอื่อยเฉื่อย “ข้าขอพูดไว้ตรงนี้เลยว่าไม่ว่าเจ้าจะ ตัดสินใจอย่างไร รอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรหลีเทียนก็จะยังคงเดิมไม่ แปรเปลี่ยน”
เนี่ยเทียนสงบอารมณ์ลงได้
ทว่าจ้าวซานหลิงกลับเปลี่ยนหัวข้อพูดไปว่า “แต่ในอาณาจักรหลี เทียนมีค่ายกลนำส่งของเผ่ามนุษย์ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังโลกภายนอก ตอนนี้ชนต่างเผ่าตายอนาถ ค่ายกลนำส่งเหล่านั้นอาจถูกเปิดใช้อีกครั้ง ถ้าเช่นนั้นค่ายกลนำส่งในอาณาจักรอื่นอย่างเช่นของวิมานสวรรค์ก็ อาจจะยังใช้เดินทางไปถึงอาณาจักรหลีเทียนได้”
เนี่ยเทียนหน้าไม่เปลี่ยนสี ถามเพียงว่า “ท่านจะช่วยวิมานสวรรค์ และเซี่ยอี้หรือไม่?”
คนในอาณาจักรหลีเทียนที่เขาเป็นห่วงอย่างแท้จริงเป็นเพียงแค่ส่วน น้อยเท่านั้น หากวิมานสวรรค์คิดจะเล่นงานเขา อูจี้อาจารย์ของเขาก็ สามารถนำคนเหล่านั้นเข้าไปหลบภัยในพื้นที่ลับอย่างโลกมายามรกตก่อน ได้
พอพื้นที่ลับอย่างโลกมายามรกตนี้ตัดขาดการติดต่อกับอาณาจักรหลี เทียน นอกจากคนประหลาดอย่างจ้าวซานหลิงที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ แล้ว ก็น่าจะไม่มีใครเข้าไปได้อีก
ขอแค่จ้าวซานหลิงไม่ให้ความร่วมมือ อาจารย์ของเขาและพวกเนี่ยตง ไห่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกมายามรกตได้ชั่วคราว
รอให้ขอบเขตของเขามากพอจนสามารถไขความลับที่อยู่ใต้พื้นที่ ต้องห้ามแห่งชีวิตได้ เขาก็น่าจะหาวิธีพาญาติๆ ออกมาจากในโลกมายา มรกตได้
“เรื่องความสัมพันธ์ฉันญาติแบบนี้ข้าตัดขาดไปนานแล้ว ส่วนเรื่อง มิตรภาพ…หึหึ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้ากับเซี่ยอี้คือเพื่อนกัน?” จ้าวซานห ลิงหัวเราะเสียงแปร่ง “คนอย่างข้าไม่ต้องการเพื่อน และไม่คิดจะมี เพื่อน!”
“เนี่ยเทียน! สิ่งเดียวที่เจ้าต้องเป็นกังวลก็คือหายนะที่พัดพาเข้าหา ดินแดนดาวตกครั้งนี้! การที่เซี่ยอี้บีบบังคับเจ้านั้นเกี่ยวพันกับความเป็น ความตายของทั้งดินแดนดาวตก!”
“ศิษย์พี่ของข้าไม่อยากเห็นภัยร้ายนี้ดำเนินต่อไป ไม่อยากเห็นสรรพ ชีวิตถูกทำลายจนสูญสิ้น ถึงได้เลือกที่จะยอมลงให้ข้า”
“แล้วเจ้าล่ะ เจ้าจะเลือกเช่นไร?”
เนี่ยเทียนตวาดเสียงหนัก “เกราะมังกรเพลิง แม้แต่ยืมข้าก็ไม่ให้!”
จ้าวซานหลิงพลันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เสียงหัวเราะนั้นปลดปล่อย อารมณ์ชอบใจอย่างเต็มที่ ก่อนที่เขาจะพูดออกมาติดๆ กันว่า “แม้แต่ยืม ก็ไม่ให้ ดี ดียิ่งนัก!”
รู้จักกับเนี่ยเทียนมานาน เขาไม่เคยมองเนี่ยเทียนสูงส่งหรือให้ ความสำคัญกับเนี่ยเทียนเพียงเพราะเนี่ยเทียนคือผู้สืบทอดของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวหรือเพราะเนี่ยเทียนได้ครอบครองโครง กระดูกปีศาจเลือด
แต่เวลานี้ เมื่อเนี่ยเทียนเลือกจะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับศิษย์พี่ของ เขา สายตาที่เขามองเนี่ยเทียน ในที่สุดก็มีความชื่นชมเผยออกมาเสี้ยว หนึ่ง เป็นครั้งแรกที่เขามองเนี่ยเทียนเต็มตาอย่างแท้จริง
——