ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 630 ความคิดหนึ่งที่เกิดขึ้นกะทันหัน
ที่ตั้งของตระกูลต่ง
คนตระกูลต่งที่มีเขตลี้ลับ เขตสามัญต่างก็เดินเข้าไปในค่ายกลนำส่ง แห่งมิติเพื่อเดินทางไปยังอาณาจักรเสวียนเทียนภายใต้การนำของต่ง เชียนฉี
ศึกที่กำลังจะระเบิดขึ้นในอาณาจักรเสวียนเทียนเป็นที่จับตามองของ คนทั้งโลก!
แทบทุกสำนักล้วนรู้ว่าหลังจากนี้อีกไม่นาน ค่ายกลวาสนาห้าธาตุของ วิมานสวรรค์จะต้องแตกทลาย
เมื่อค่ายกลแตกออก ก็คือช่วงเวลาแห่งการเปิดศึกสุดท้ายระหว่างเผ่า มนุษย์และชนต่างเผ่า แพ้หรือชนะล้วนเกี่ยวข้องกับทุกสำนัก
และก็ด้วยเหตุนี้ ภายใต้คำสั่งของวิมานสวรรค์ สำนักส่วนใหญ่ล้วน ต้องส่งเขตสามัญ เขตลี้ลับเกือบครึ่งหนึ่งไปยังอาณาจักรเสวียนเทียน เพื่อ รอรับศึกสุดท้ายที่กำลังจะเกิดขึ้น
ข้อพิพาทในวิมานสวรรค์แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว คนมากมายล้วนรู้ ว่าเซี่ยอี้เทพเพลิงคิดจะรีดไถเกราะมังกรเพลิงมาจากเนี่ยเทียน แต่กลับ ถูกเนี่ยเทียนปฏิเสธ
ยามนี้กลุ่มอิทธิพลอย่างลัทธิอูตู๋ วังวิญญาณ ภูเขาสายฟูา สำนักเทียน เหยียนต่างก็ด่าประณามเนี่ยเทียน บอกว่าเนี่ยเทียนไม่รู้จักเห็นแก่ ส่วนรวม
สำนักอื่นๆ อย่างสำนักอาวุธ หอหันปิงกลับยังคงเงียบงัน
ทว่าภายในก็มีความคิดเห็นที่ไม่ปรองดองเกิดขึ้น บางคนก็รู้สึกว่าเนี่ย เทียนควรยอมรับข้อเสนอจากจ้าวลั่วเฟิงแห่งวิมานสวรรค์ โดยการนำ เกราะมังกรเพลิงมาแลกเป็นอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณธาตุไม้ของ วิมานสวรรค์ ให้เซี่ยอี้ใช้เกราะมังกรเพลิงมาต่อสู้กับปาซือทัว
มองคนสุดท้ายของตระกูลต่งหายไปในค่ายนำส่งแห่งมิติ ต่งปุายเจี๋ยที่ มีสีหน้าเคร่งขรึมก็พลันพูดขึ้นมา “หลังจากศึกนี้ผ่านไป ก็ไม่รู้ว่าคนใน ตระกูลที่รอดชีวิตกลับมาจะมีมากน้อยแค่ไหน”
คนตระกูลต่งคนอื่นๆ ต่างก็พากันเป็นกังวล ศึกที่จะไม่มีเซี่ยอี้ร่วมด้วย ทำให้ทุกสำนักหนักใจ
หากไม่มีใครที่ต้านทานปาซือทัวได้ ผู้แข็งแกร่งชนต่างเผ่าที่สายเลือด เทียบเคียงกับเขตวิญญาณช่วงท้ายคนนี้อาจไม่มีใครรับมือได้ เขาก็คือคน ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง
หากเผ่ามนุษย์พ่ายแพ้ เขตสามัญและเขตลี้ลับมากมายที่เดินทางไป เยือนอาณาจักรเสวียนเทียนก็อาจจะกลายมาเป็นศพที่นอนเกลื่อนพื้น
“ทำไมเนี่ยเทียนถึงได้เลือกปิดด่านในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้นะ?” ฉินแยนขมวดคิ้วเป็นปม ถอนหายใจกล่าว “ในเมื่อเขาไม่ยอมมอบเกราะ มังกรเพลิงก็น่าจะพาหุ่นเชิดเลือดตนนั้นไปที่อาณาจักรเสวียนเทียนเพื่อ เพิ่มพลังในการต่อสู้”
“ข้าเชื่อว่าเนี่ยเทียนทำอย่างนี้ต้องมีความหมายที่ลึกล้ำ” ต่งปุายเจี๋ย กล่าว
“ต่อให้เนี่ยเทียนไม่ไปแล้วอย่างไร?” ต่งลี่สีหน้าไม่สบอารมณ์ นาง มองฉินแยนด้วยสายตาเย็นชา “เนี่ยเทียนทำเพื่อดินแดนดาวตกน้อยนัก หรือ? เมื่อหลายปีก่อน หากเขาไม่ใช้ตราประทับสะเก็ดดาวไปปิดผนึก รอยแยกห้วงมิติที่วิมานสวรรค์ วิมานสวรรค์ก็คงถูกยึดครองไปนานแล้ว”
“แต่หลังจากจบเรื่อง วิมานสวรรค์ทำกับเขาอย่างไร?”
ฉินแยนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “เสี่ยวลี่ ข้าไม่ได้มีความหมายอย่าง อื่น”
“เจ้าเองก็รู้ว่าหลังจากที่เขาคลี่คลายหายนะครั้งนั้นของอาณาจักร เสวียนเทียนได้แล้ว วิมานสวรรค์ยังบีบบังคับให้เขาเข้าเป็นลูกศิษย์ หาก ไม่เพราะได้สำนักหยิน สำนักหยางให้การปกปูอง เกรงว่าเนี่ยเทียนก็คง ถูกบีบให้เข้าร่วมกับวิมานสวรรค์ไปแล้ว” ต่งลี่แค่นเสียงเย็น ยิ้มเย้ยหยัน “ใครก็รู้ดีว่าสิ่งที่วิมานสวรรค์ให้ความสำคัญอย่างแท้จริงมีเพียงตรา ประทับสะเก็ดดาวสามดวงที่เขาได้มา รวมไปถึงความลับของผู้สืบทอด พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็เท่านั้น”
“เขาทำเพื่อวิมานสวรรค์ เพื่อดินแดนดาวตกมากมายขนาดนี้ หลังจากจบเรื่องวิมานสวรรค์และตำหนักเทพเพลิงกลับควานหาตัวเขา อย่างลับๆ ไม่ใช่หรือไร?”
“และก็ด้วยเหตุนี้เขาถึงได้ถูกบีบให้มาซ่อนตัวอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง ต้องเปลี่ยนแปลงชื่อแซ่อยู่ตั้งนานหลายปี”
พอนึกถึงความไม่เป็นธรรมที่เนี่ยเทียนได้รับ ต่งลี่ก็เจ็บปวดใจ นางกัด ฟันพูด “วิมานสวรรค์ไร้เมตตาธรรมเช่นนี้ ทำไมเนี่ยเทียนจะต้องยอมรับ
เงื่อนไขของพวกเขาด้วย? ด้วยสันดานของวิมานสวรรค์ ต่อให้เนี่ยเทียน มอบเกราะมังกรเพลิงให้ แลกเปลี่ยนมาเป็นอาวุธธาตุไม้ชิ้นนั้นชั่วคราว วิมานสวรรค์ก็ยังคงต้องคิดบัญชีย้อนหลังกับเขาอยู่ดี”
“รอจนคลื่นลมสงบเมื่อไหร่ ผู้เฒ่าประหลาดคนนั้นของวิมานสวรรค์ ฝุาขอบเขตได้สำเร็จ แล้วถ้าพวกเขาคิดจะริบอาวุธธาตุไม้ชิ้นนั้นคืนมา จากเนี่ยเทียน เนี่ยเทียนจะไม่ยอมมอบให้ได้หรือ?”
พอนางกล่าวจบ ทุกคนที่ล้อมอยู่รอบค่ายกลนำส่งต่างก็เงียบงัน
พวกเขาครุ่นคิดอย่างละเอียดก็รู้สึกว่าการคาดเดาของต่งลี่มีความ เป็นไปได้สูงมาก
หากเนี่ยเทียนยอมมอบเกราะมังกรเพลิงให้เซี่ยอี้ เซี่ยอี้ย่อมไม่มีทาง ยอมคืนให้กับเขาแน่นอน
ต่อให้วิมานสวรรค์ชดใช้ด้วยอาวุธวิเศษธาตุไม้ชิ้นนั้น สุดท้ายใครจะได้ ไปครองก็ยังเป็นปัญหาข้อใหญ่
นอกจากนี้เซี่ยอี้ที่เลื่อนสู่เขตวิญญาณช่วงท้ายแล้ว พอเขาได้เกราะมัง เพลิงไป พลังอำนาจของเซี่ยอี้ก็ต้องเพิ่มพูนขึ้นกว่าเดิม เซี่ยอี้ที่เป็นเช่นนั้น ใครยังจะไปทวงคืนเกราะมังกรเพลิงมาจากมือของเขาได้อีก?
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจะให้ยืมใช้เกราะมังกรเพลิงหรือยื่นหมูยื่นแมว สุดท้ายก็มีความเป็นไปได้ถึงแปดเก้าส่วนที่เนี่ยเทียนจะกลายเป็นฝุาย เสียเปรียบ
บุคคลที่ฉลาดเช่นหัวมู่ก็น่าจะมองแผนการของวิมานสวรรค์ออก ดังนั้นต่อให้ต้องแตกหักกับวิมานสวรรค์และตำหนักเทพเพลิง พวกเขาก็ ยังปฏิเสธข้อเสนอของจ้าวลั่วเฟิง
“กลัวก็แค่ว่าหลังจากผ่านศึกนี้ไป วิมานสวรรค์กับตำหนักเทพเพลิง จะคิดบัญชีย้อนหลังน่ะสิ” ฉินแยนกล่าวเสียงหงอย
ไม่ว่าถูกหรือผิด ต่งลี่ที่ยืนอยู่ฝั่งของเนี่ยเทียนตลอดกาล พอได้ยิน ประโยคนี้ก็พลันเงียบงันไปบ้างเหมือนกัน
นางเองก็รู้สึกกดดันราวมีภูเขากดทับ
ทางฝุายของอาณาจักรเสวียนเทียน หากเผ่ามนุษย์ต้านทานชนต่าง เผ่าที่รุกรานเข้ามาได้สำเร็จ แล้วพอจบเรื่องแต่ละฝุายคิดบัญชีย้อนหลัง ขึ้นมา ด้วยตบะเขตวิญญาณช่วงท้ายของเซี่ยอี้ บวกกับรากฐานของวิมาน สวรรค์ และยังมีการสนับสนุนจากสำนักอย่างลัทธิอูตู๋ เกรงว่าเนี่ยเทียน… ก็คงยังหนีไม่พ้น
ทางฝุายคนผู้นั้นของวิมานสวรรค์ ต่อให้การฝุาทะลุขั้นล้มเหลว ขอแค่ เขายังไม่ตาย เขาก็ยังเป็นเขตวิญญาณช่วงท้ายอยู่ดี
เขา บวกกับเซี่ยอี้ที่มีเขตวิญญาณช่วงท้ายเหมือนกัน หากทั้งสองคิด จะสร้างความลำบากใจให้เนี่ยเทียน พวกหัวมู่ จงเจิง ต่งหวังหลิงร่วมมือ กันจะปกปูองความปลอดภัยให้เนี่ยเทียนได้หรือไม่?
อีกอย่าง หลังจากศึกนั้นยุติลง พวกหัวมู่จะมีคนตายหรือไม่?
หากเป็นเช่นนั้น พวกคนที่ปกปูองเนี่ยเทียนจะมีความมั่นใจ มี ความสามารถที่จะแตกหักกับวิมานสวรรค์ ตำหนักเทพเพลิงจริงๆ น่ะ หรือ?
พอคิดถึงความกดดันที่เนี่ยเทียนจะได้รับในภายภาคหน้า ต่งลี่ก็เต็ม ไปด้วยความกระวนกระวายใจ
“เมื่อเรือมาถึงฝั่งก็ย่อมต้องจอด บางทีถึงเวลานั้น สถานการณ์อาจมี การเปลี่ยนแปลงอย่างใหม่เกิดขึ้นแล้วก็ได้” ต่งปุายเจี๋ยกล่าวปลอบใจ “เนี่ยเทียนคนนี้มักจะมาพร้อมกับปาฏิหาริย์เสมอ คราวนี้ก็ไม่แน่ว่าอาจมี ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริง พวกเราจะดูถูกเขาไม่ได้”
“ปาฏิหาริย์…” ฉินแยนส่ายหน้าเบาๆ เห็นได้ชัดว่าไม่มั่นใจมากพอ
“ถูกต้อง! ต้องมีปาฏิหาริย์แน่นอน!” ต่งลี่เริ่มฮึกเหิมขึ้นมานิดๆ
….
ในห้องหินที่เต็มไปด้วยหยกวิเศษ
เนี่ยเทียนพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เขาลืมตาขึ้น ดวงตาทั้งคู่เปล่ง ประกายดุจเพชรใส
เลือดสดในศพของภูตผีปีศาจระดับเจ็ดหายไปจนเกลี้ยง ส่วนพลังงาน เลือดเนื้อที่แฝงอยู่ในกระดูก อวัยวะภายในและเส้นเอ็นของมันก็ถูกเขาใช้ การสูบดึงพลังชีวิตดึงเอามาจนหมด ร่างของภูตผีปีศาจจึงแห้งเหี่ยว กว่าเดิมเกินหนึ่งเท่าตัว
พอพลังงานทั้งหมดหายไป ในสายตาของเนี่ยเทียน ศพของภูตผีปีศาจ ระดับเจ็ดตนนั้นก็ไม่มีคุณค่าใดๆ หลงเหลืออยู่อีก
ความมหัศจรรย์ของการสูบดึงพลังชีวิตก็คือสามารถดึงเอาพลังเลือด เนื้อทุกเสี้ยวที่อยู่ในร่างของสิ่งมีชีวิตมาได้จนหมด
ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดที่ไม่เหลือพลังเลือดเนื้ออีกแม้แต่หยดเดียวก็ คล้ายหินวิเศษที่ถูกสูบพลังวิญญาณออกไปจนเกลี้ยง กลายมาเป็นสิ่งของ ธรรมดา หมดประโยชน์ในการใช้งาน
“นี่ยัง ยังเติมเต็มให้มันอิ่มไม่ได้อีกหรือนี่!”
สัมผัสได้ว่าปราณเลือดสีเขียวที่นาบประทับความลี้ลับแห่งชีวิตเอาไว้ ยังคงปลดปล่อยความปรารถนาและความละโมบออกมา ดวงตาของเนี่ย เทียนก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
เขาสูบดึงพลังชีวิตติดต่อกันสิบกว่าครั้งถึงจะดึงเอาพลังงานเลือดเนื้อ ที่เหลืออยู่ในศพของภูตผีปีศาจระดับเจ็ดมาได้จนหมด
ต่อให้ภูตผีปีศาจระดับเจ็ดจะสูญเสียเลือดสดไป ทว่าในร่างของมันก็ ยังมีพลังงานเลือดเนื้อที่มากมหาศาลหลงเหลืออยู่
เดิมทีเนี่ยเทียนคิดว่าพลังงานเลือดเนื้อที่หลงเหลืออยู่ในร่างของภูตผี ปีศาจระดับเจ็ดมากพอจะทำให้ปราณเลือดสีเขียวสะสมพลังงานเพื่อปลุก พรสวรรค์ทางสายเลือดครั้งต่อไปให้ตื่นขึ้นมา
เขาคิดว่าปราณเลือดสีเขียวน่าจะจำศีลและเกิดการแปรสภาพครั้ง ใหม่ได้แล้ว ทว่าปราณเลือดสีเขียวกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เขาปรารถนา
“ก็แค่ปราณเลือดสีเขียวเส้นหนึ่ง แต่กลับต้องการพลังงานเลือดเนื้อ มหาศาลเทียมฟูาขนาดนี้! แถมทุกครั้งที่สายเลือดเกิดการแปรสภาพ พรสวรรค์ถูกปลุกให้ตื่น ยิ่งเป็นช่วงหลัง พลังงานเลือดเนื้อที่ต้องการก็ยิ่ง น่ากลัว”
“ลำพังเพียงแค่ตอนนี้ พลังงานที่หลงเหลืออยู่ในร่างภูตผีปีศาจระดับ เจ็ดกลับไม่มากพอจะทำให้มันจำศีลและแปรสภาพได้อีกครั้ง”
“ต่อไป ความต้องการของมัน ความหิวกระหายของมันจะเพิ่มมากขึ้น ถึงระดับไหน?”
มองสังเกตปราณเลือดสีเขียวที่ลึกลับซึ่งขดตัวอยู่ในหัวใจเส้นนั้น เนี่ย เทียนก็ถึงกับรู้สึกพูดไม่ออก
หลังจากฝืนสงบสติอารมณ์ของตัวเอง เขาก็หันไปมองที่โครงกระดูก ปีศาจเลือดอีกครั้ง พบว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดได้ลงมือจัดการดึงเอา เลือดสดมาจากอสูรกายระดับเจ็ดตัวสุดท้ายแล้ว
สายเลือดระดับเจ็ดของเผ่าหินเทา เผ่าเกล็ดดำต่างก็ร่างหดเล็กลงไป ส่วนหนึ่งทั้งยังถูกมันโยนทิ้งไว้ข้างกายอย่างไม่ใส่ใจ
“ยังดี ยังดีที่ยังมีผู้แข็งแกร่งสายเลือดระดับเจ็ดอีกสามคน”
เขาขยับร่างไปหยุดอยู่ข้างศพของเผ่าเกล็ดดำ แล้วทำการสูบดึงพลัง ชีวิตอีกครั้งเพื่อดึงเอาพลังงานเลือดเนื้อที่หลงเหลืออยู่ในร่างของมันมา เติมเต็มความกระหายที่ราวกับไม่มีวันหมดของปราณเลือดสีเขียว
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่เนี่ยเทียนใช้การสูบดึงพลังชีวิตมาดึงจิงชี่ เลือดเนื้อของเผ่าเกล็ดดำระดับเจ็ดเข้ามาไว้ในร่าง พอหยุดมือ เขาก็ไม่ รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวอันผิดปกติของของปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นอีก
และเวลานี้ เผ่าเกล็ดดำสายเลือดระดับเจ็ดตนนั้นก็หลงเหลือพลังงาน เลือดเนื้ออีกไม่มากแล้ว
“ในที่สุด ในที่สุดก็ทำให้เจ้าพอใจได้เสียที”
เนี่ยเทียนพึมพำเบาๆ รวบรวมพลังจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งสังเกตการณ์ อย่างละเอียด แล้วก็เห็นว่าปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นเปลี่ยนมาเป็นสงบ นิ่งอย่างถึงที่สุด
ในปราณเลือดสีเขียวรวบรวมผลึกโซ่สายเลือดที่แวววาวราวเส้นผลึก เล็กบางไว้เป็นจำนวนมาก พวกมันปลดปล่อยประกายแสงเจิดจ้า เกี่ยวพันเข้าด้วยกันคล้ายกำลังกระตุ้นจุดแสงสีเขียวให้เพิ่มมากขึ้น กว่าเดิมเพื่อก่อเกิดเป็นพรสวรรค์ทางสายเลือดอย่างใหม่
มีประสบการณ์คราวก่อนๆ เขาจึงรู้ว่าทุกครั้งที่สายเลือดถูกปลุกและ แปรสภาพ จะใช้เวลาไม่แน่นอน
บางครั้งก็ต้องการเวลานานหลายเดือน
จิงชี่เลือดเนื้อเส้นหนาใหญ่จำนวนมากที่ย้อนกลับมาในร่างไม่ได้ถูก ปราณเลือดสีเขียวกลืนกิน แต่ไหลไปตามร่างของเขาไม่หยุด ความคิดของ เขาขยับไหวก็เริ่มใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่มาดึงเอาพลังพืชหญ้าที่อยู่ใน น้ำวนพืชหญ้า ปะปนไปด้วยจิงชี่เลือดเนื้อที่เพิ่มเข้ามาใหม่เพื่อทำการชุบ หลอมอวัยวะภายใน
อวัยวะซ่อนแฝงคือการชุบหลอมอวัยวะทั้งหมดในร่างใหม่อีกหนึ่ง รอบ ตอนนี้เขาแค่ชุบหลอมหัวใจได้สำเร็จเท่านั้น
เมื่อจิงชี่เลือดเนื้อและพืชหญ้ามารวมตัวกัน พลังงานเป็นเส้นๆ กลุ่มๆ ก็ตรงเข้าไปยังตับ และเขาก็ใช้วิธีการเดียวกันมาเริ่มชุบหลอมตับของ ตัวเอง
ไม่นานเขาก็ค้นพบว่าการเปลี่ยนแปลงตับง่ายกว่าหัวใจมากมายนัก
หัวใจเหมือนจะเป็นส่วนที่ยากลำบากที่สุดของขั้นอวัยวะซ่อนแฝง เมื่อเปลี่ยนแปลงหัวใจได้สำเร็จ อวัยวะส่วนอื่นๆ ที่เหลือจึงง่ายกว่าเดิม อีกไม่น้อย
เวลาไหลหายไปทุกนาที เขาใช้พลังงานเลือดเนื้อที่หลงเหลืออยู่ในร่าง ของเผ่าเกล็ดดำ บวกกับพลังพืชหญ้าในร่างของตัวเองมาเปลี่ยนแปลงตับ ตามวิธีการของเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่
เมื่อพลังงานเลือดเนื้อที่หลงเหลืออยู่ในร่างของเผ่าเกล็ดดำระดับเจ็ด ตนนั้นถูกการสูบดึงพลังชีวิตดึงมาจนหมด เขาก็หลอบตับได้สำเร็จ
และเวลานี้เขาก็สังเกตเห็นว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดได้ดึงเอาเลือด สดของชนต่างเผ่าระดับเจ็ดทั้งสี่ตนมาหมดเรียบร้อยแล้ว
มองศพของเผ่าหินเทาและเผ่าอสูรกายอีกสองตน เนี่ยเทียนก็รู้สึกได้ ว่าในกระดูกของโครงกระดูกปีศาจเลือดมีเลือดสดไหลบ่าดังครืนครั่น แล้วจู่ๆ เขาก็มีความคิดหนึ่งเกิดขึ้นมา
โครงกระดูกปีศาจเลือดปรารถนาในแก่นเลือดของเขาอย่างถึงที่สุด ดู เหมือนแก่นเลือดที่มาจากส่วนที่ดีที่สุดของเลือดสดเขาจะมีประโยชน์ อย่างมาก
ตอนนี้เขาต้องการให้โครงกระดูกปีศาจเลือดมีพลังในการต่อสู้ที่ แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
และหลังจากที่เขาเอาแก่นเลือดออกมาใช้ เขาก็ยังสามารถสร้างมัน ขึ้นมาได้ใหม่โดยอาศัยศพของเผ่าหินเทาและอสูรกายระดับเจ็ด
“ในเมื่อมันมีความปรารถนาเช่นนี้ และข้าก็ต้องการพลังในการต่อสู้ ของมัน ถ้าอย่างนั้นก็ลองดูแล้วกัน” คิดเสร็จ เขาก็หยิบเอาแก่นเลือดแวว วาวดั่งหินโมราที่อยู่ในหัวใจออกมาหนึ่งหยด ลังเลอยู่ชั่วครู่จึงหยดแก่น เลือดนั้นลงไปบนหัวใจของโครงกระดูกปีศาจเลือด
——