ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 672 การเปลี่ยนแปลงในสำนักอาวุธ
อาณาจักรต้าฮวาง ปากทางเข้าภูเขาไฟที่มอดดับแห่งหนึ่ง
จ้าวซานหลิงจับตัวเนี่ยเทียนทะยานออกมา แล้วลดตัวลงบนยอดเขา สีน้ำตาลอ่อน
หลังจากทิ้งตัวเนี่ยเทียนเสร็จ จ้าวซานหลิงก็สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่ง ครั้งด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข กล่าวพลางทอดถอนใจ “จากไปสี่ปี ในที่สุดวันนี้ก็ ได้ย้อนกลับมาอย่างปลอดภัย”
มองออกว่าแม้ใจเขาจะอยากไปจากที่นี่ ทว่าแท้จริงแล้วก็ยังมีความ ผูกผันต่อมาตุภูมิอย่างดินแดนดาวตกแห่งนี้
ม่านราตรีที่ดารดาษไปด้วยหมู่ดาวดั่งม่านน้ำ พื้นที่ภูเขาไฟมอดดับ ของอาณาจักรต้าฮวางเงียบสงัดไร้สรรพสำเนียง
เมื่อเนี่ยเทียนยืนได้มั่นคงก็ทอดสายตามองไปไกล ดวงตามองไม่เห็น สิ่งมีชีวิตใดๆ มีเพียงเทือกเขาภูเขาไฟที่หยุดปะทุแล้ว
“เอ๊ะ!”
เขาเลิกคิ้วสูง พลันสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าบุปผาเก้าดาราที่ฝังรากอยู่ ในมหาสมุทรดวงดาวของเขามีพลังดึงดูดที่มหัศจรรย์ขุมหนึ่งแผ่ออกมา
การเกิดขึ้นของพลังดึงดูดทำให้แสงดาวกระจ่างใสเต็มท้องฟูามา รวมตัวกันที่นี่
ดอกตูมของบุปผาเก้าดาราพลันผลิบานคล้ายกำลังอาบไล้ท่ามกลาง แสงดาว ความมีชีวิตชีวายิ่งเพิ่มพูน
เขารวบรวมสมาธิไปรับสัมผัสก็ค้นพบทันทีบุปผาเก้าดาราดอกนั้น กำลังชักนำแสงดาวมาให้ผสานรวมอยู่ในเกสรดอกไม้เงียบๆ
“นี่…”
ดวงตาเขาเป็นประกายน้อยๆ ก่อนจะหันไปเล่าเรื่องความผิดปกติให้ จ้าวซานหลิงฟัง “ตอนช่วงแรกเริ่มที่บุปผาเก้าดาราผสานรวมอยู่ใน ร่างกาย มันไม่มีความมหัศจรรย์เท่าใดนัก ตอนนั้นที่อยู่ในอาณาจักรต้าฮ วาง บุปผาเก้าดาราก็ไม่ได้ดูดซับพลังดวงดาว ทว่ากลับมารอบนี้ บุปผา เก้าดารากลับค่อยๆ เป็นฝุายรวบรวมพลังดวงดาวมาใช้เสียเอง”
จ้าวซานหลิงนิ่งคิดไปนานจึงตอบกลับมา “ตอนที่บุปผาเก้าดาราเพิ่ง จะผสานรวมเข้าไปในกายเจ้า มันน่าจะอยู่ในสภาวะที่อ่อนแออย่างถึง ที่สุด ตอนนั้นบุปผาเก้าดาราก็เหมือนผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งที่บาดเจ็บ สาหัส จึงไม่สามารถเอาความมหัศจรรย์มากมายออกมาใช้ได้ มันยืมใช้ มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเจ้าจนค่อยๆ เติบโตกลับมาดังเดิม นี่ จึงทำให้มันเริ่มแสดงความมหัศจรรย์ออกมา”
“ในเมื่อมันสามารถดึงเอาพลังดวงดาวมาใช้เองได้ เจ้าก็ลองรวบรวม หยดดาวดูใหม่อีกครั้ง ดูสิว่ามันยังแย่งหยดดาวของเจ้าอีกหรือไม่”
“ตกลง!”
เนี่ยเทียนรีบหยิบหินดวงดาว ใช้วิธีการโคจรของคาถาดวงดาวมาชุบ หลอมพลังดวงดาว
ดวงตาเขาพลันเป็นประกายอีกครั้ง
เขาค้นพบด้วยความตกตะลึงว่า ขณะที่เขาใช้คาถาสะเก็ดดาวมาชุบ หลอมพลังดวงดาว ความเร็วในการดูดซับพลังดวงดาวก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็น ได้ชัด
ไม่เพียงเท่านี้ ตอนที่เขาใช้คาถาสะเก็ดดาวรวบรวมพลังดวงดาว ดวงดาวดารดาษที่ฝังเลื่อมอยู่กลางฟูาราตรีก็ถูกชักนำให้มารวมกันอยู่ใน น้ำวนดวงดาวของเขามากขึ้น
หยดดาวมากมายค่อยๆ สะสมอยู่ตรงก้นน้ำวนดวงดาวของเขา
หากเป็นอย่างที่จ้าวซานหลิงบอกจริง คราวนี้หยดดาวที่เขาชุบหลอม ออกมาก็ไม่น่าจะถูกบุปผาเก้าดาราดึงเอาไปอย่างเผด็จการอีก
ในพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวน “ดินแดน” ของซวีหลิงจื่อตั้งอยู่ในฟูาดินที่ พิเศษซึ่งอยู่นอกทางช้างเผือก เขาจึงไม่สามารถยืมใช้ดวงดาวเต็มท้องฟูา มาฝึกตนได้
บางทีเอาด้วยสาเหตุนี้ บุปผาเก้าดาราที่ไม่มีทางเลือกอื่นจึงได้แต่ดึง เอาหยดดาวในน้ำวนดวงดาวของเขาไปใช้เป็นสารบำรุงเพื่อเร่งการ เจริญเติบโตของตัวมันเอง
พอออกจากพื้นที่ประหลาดแห่งนั้น กลับคืนมายังโลกปกติ บุปผาเก้า ดาราที่ฟื้นตัวกลับมาแล้วจึงมีหนทางอื่นมาใช้ช่วยในการเติบโตของมันเอง
วิธีการใหม่ก็คือดึงดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนที่เปล่งประกาย ระยิบระยับอยู่ในทางช้างเผือกอันกว้างใหญ่ไพศาลมา
เมื่อเห็นว่าหยดดาวแต่ละหยดมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว มุมปากของ เนี่ยเทียนก็ค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
คาดไม่ถึงว่าชั่วขณะที่เดินทางกลับมา ปัญหายากลำบากที่กวนใจเขา มานานจะถูกแก้ไขได้อย่างหมดจด
การดำรงอยู่ของบุปผาเก้าดารา ข้อดีที่มันแสดงออกมาตอนนี้ก็คือ เพิ่มความเร็วในการสูบดึงพลังงานดวงดาวที่อยู่ในหินดวงดาวและจุดลึก ของทางช้างเผือกได้ดียิ่งขึ้น
ระดับการเพิ่มพูนเช่นนี้สามารถทำให้ความเร็วในการฝึกตนของเขา เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
หลังจากนี้เขาสามารถใช้บุปผาเก้าดารามารวบรวมพลังดวงดาว ทำ ให้ความเร็วนำหน้าการรวบรวมพลังวิญญาณธาตุอื่นๆ
“ลำพังเพียงแค่ความมหัศจรรย์ข้อนี้ก็น่าตะลึงมากพอแล้ว” เนี่ย เทียนสีหน้าเบิกบาน พึมพำเบาๆ “มิน่าเล่า พอผู้แข็งแกร่งของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเยื้องกรายมาถึงดินแดนดาวตกถึงได้ตามหาบุปผาเก้า ดาราไปทั่ว บุปผาเก้าดาราต้นเดียวก็สามารถทำให้ผู้แข็งแกร่งที่ฝึกคาถา สะเก็ดดาวกลายมาเป็นเหมือนเสือติดปีก สามารถเพิ่มความเร็วและ ประสิทธิภาพในการฝึกตนได้”
จ้าวซานหลิงจับจ้องการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของเขา รอจนเห็นเขา คลี่ยิ้ม จ้าวซานหลิงถึงกล่าวว่า “เป็นอย่างไรบ้าง? ข้าไม่ได้พูดผิดใช่ไหม วัตถุประหลาดอย่างบุปผาเก้าดาราแสดงความมหัศจรรย์ออกมาแล้วใช่ หรือไม่?”
เนี่ยเทียนพยักหน้าติดๆ กัน อารมณ์ดีอย่างยิ่ง
“เอาล่ะ หลังจากนี้ยังมีเวลาให้เจ้าฝึกตนอีกมาก” จ้าวซานหลิงโบก มือ แสดงท่าทีให้เขาไม่ต้องใจร้อน จากนั้นจึงพูดว่า “ข้าคำนวณอย่าง แม่นยำมาก่อน นับตั้งแต่ที่พวกเราเข้าไปในพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวน จนถึง ตอนนี้ก็ผ่านไปสี่ปีแล้ว สี่ปีมานี้ไม่รู้ว่าในดินแดนดาวตกเกิดการ เปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ พวกเราควรรู้สถานการณ์ให้แน่ชัดก่อนจะ ดีกว่า”
กล่าวจบ จ้าวซานหลิงก็แหวกรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งแล้วดึงเนี่ย เทียนเข้าไปข้างใน
ไม่นานนัก คนทั้งสองก็มาปรากฏตัวอยู่ใต้ตีนภูเขาไฟลูกมโหฬารอัน เป็นที่ตั้งของสำนักอาวุธ
ใต้ตีนภูเขาไฟ มีหอเรือนหินอยู่หลายหลังที่สำนักอาวุธจัดหาไว้รองรับ แขกที่มาเยือน
ผู้ฝึกลมปราณผู้แข็งแกร่งจำนวนไม่น้อยจากสำนักส่วนใหญ่ในดินแดน ดาวตกที่คิดจะแลกเปลี่ยนกับสำนักอาวุธก็มักจะถูกสำนักอาวุธจัดตัวให้ มาอยู่ในหอเรือนหินใต้ตีนเขาเพื่อพูดคุยเจรจากับสำนักอาวุธอย่าง ละเอียด
คนต่างถิ่นที่มาเยือน เว้นเสียแต่บุคคลผู้ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ สำนักอาวุธอย่างเจินฮุ่ยหลันถึงจะถูกเชิญเข้าไปในสำนัก
จ้าวซานหลิงยืนอยู่บนพื้นดินแดงฉาน มองไกลๆ ไปยังหอเรือนหิน เหล่านั้นด้วยสีหน้าที่ค่อยๆ มืดคล้ำ
“แปลกจริง เหตุใดที่นั่นถึงไม่มีลูกศิษย์ของสำนักอาวุธ แต่เป็นลูก ศิษย์ของภูเขาสายฟูาที่เฝูารักษาการณ์แทน” เขาหรี่ตาลง ดวงตาฉายแสง เย็นเยียบ “หรือว่าหลังจากที่พวกเราจากไป ภูเขาสายฟูามาโจมตีสำนัก อาวุธ? ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ เหลยเจิ้นอวี่ของภูเขาสายฟูาก็มีขอบเขต เท่าเทียมกับศิษย์พี่ เหตุใดถึงยึดครองสำนักอาวุธได้?”
เนี่ยเทียนเองก็สงสัยอย่างมาก “ด้วยฝีมือของภูเขาสายฟูาฝุายเดียว คงไม่มีทางที่จะโจมตีสำนักอาวุธได้หรอกกระมัง?”
“ไม่ต้องรีบร้อน เมื่อมีคนกลับมาข้าค่อยจับตัวมาสอบถาม” จ้าว ซานหลิงอารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด
เนี่ยเทียนเองก็รู้ว่าเนื่องจากจ้าวซานหลิงมาจากสำนักอาวุธ จึงยังมี ความผูกผันกับสำนักอาวุธอยู่บ้าง
เขาตั้งปูายวิญญาณของอาจารย์ตัวเองไว้ในหุบเขาแห่งนั้น ยามที่ยืน อยู่ต่อหน้าปูายวิญญาณ ใบหน้าของยังเต็มไปด้วยความละอายใจ นี่ หมายความว่าเขาผูกพันกับอาจารย์และสำนักอาวุธอย่างมาก
เขาบีบให้ฉีป๋ายลู่ยอมแพ้ เดิมทีคือพูดไว้ว่าฉีป๋ายลู่ต้องคุกเข่ายอมรับ ผิดต่อหน้าผู้คน จากนั้นต้องยกตำแหน่งเจ้าสำนักให้เขา
ทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น
รอยแยกห้วงมิติทั้งหกเส้น เขาก็ยอมเปลืองแรงปิดผนึกเพียงเพราะได้ พูดคุยกับเจินฮุ่ยหลันเป็นการส่วนตัว
แม้จ้าวซานหลิงจะถูกคนทั้งสำนักอาวุธมองเป็นกบฏเนรคุณต่อสำนัก ทว่าด้วยการแสดงออกที่แปลกประหลาดหลายอย่างเหล่านี้ บางทีจุดลึก ในใจเขาอาจยังมองเห็นสำนักอาวุธเป็นที่พักพิงของตัวเองอยู่
ตอนนี้ใต้ตีนเขาที่ตั้งสำนักอาวุธไม่มีคนของสำนักอาวุธเฝูาพิทักษ์ กลับเป็นคนของภูเขาสายฟูาที่มารับหน้าที่ดูแล เขาก็ย่อมต้องโมโหอยู่ แล้ว
“ฟิ้ว!”
จ้าวซานหลิงจับตัวเนี่ยเทียนห้อทะยานออกไปยังหุบเขาแห่งหนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นคว้าร่างของลูกศิษย์ภูเขาสายฟูามาแล้วตะคอกถามเสียง เย็น “เหตุใดที่นี่ถึงมีแต่คนภูเขาสายฟูาของพวกเจ้า?”
คนผู้นั้นเพิ่งจะกลับมาถึงอาณาจักรต้าฮวาง กำลังจะเดินทางไปสำนัก อาวุธ อยู่ๆ กลับถูกจับตัวกะทันหันจึงร้องตวาดเสียงดัง
“จ้าว จ้าวซานหลิง! เนี่ยเทียน!”
หลังจากร้องตวาดอยู่สองสามคำ ในที่สุดเขาก็มองออกว่าคนที่จับตัว เขาคือใคร สีหน้าจึงเปลี่ยนแปลงไปน้อยๆ
จ้าวซานหลิงและเนี่ยเทียนสองคนเคยปรากฏตัวในลานกว้างของ ภูเขาสายฟูา ลูกศิษย์หลายคนของภูเขาสายฟูาจึงเคยเห็นคนทั้งสอง
คนทั้งสองกวาดเอาแหวนเก็บของของชนต่างเผ่าไปจนเกลี้ยง ทั้งยัง จากไปได้อย่างง่ายดายท่ามกลางเสียงด่าประนามของทุกคน นี่จึงทำให้ ลูกศิษย์ของภูเขาสายฟูาจดจำได้อย่างแม่นยำ
ทว่าทั้งๆ ที่คนผู้นั้นจำจ้าวซานหลิงกับเนี่ยเทียนได้ แต่ท่าทีของเขา กลับยังคงแข็งกระด้างอย่างถึงที่สุด ทั้งยังตะคอกเสียงดัง “รีบปล่อยตัว ข้าซะ! ดินแดนดาวตกในเวลานี้ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะทำอะไรได้ ตามใจชอบอีกแล้ว ภูเขาสายฟูาของพวกเราต่างหากถึงจะเป็นสำนักที่ แข็งแกร่งที่สุดของดินแดนดาวตก!”
“หากรู้จักรักตัวกลัวตายก็จงปล่อยตัวข้าไปแต่โดยดี แล้วไปพบผู้ อาวุโสของภูเขาสายฟูา เอาทรัพย์สมบัติที่ปีนั้นพวกเจ้าช่วงชิงไปคืนมาให้ หมด!”
จ้าวซานหลิงโกรธจัดจนกลายเป็นหัวเราะ เขาพูดกับเนี่ยเทียนว่า “กะอีแค่เด็กรุ่นเล็กเขตต้นสวรรค์ช่วงกลางคนหนึ่งกลับกล้ามาเบ่งอำนาจ ต่อหน้าข้า ไม่รู้จริงๆ ว่าภูเขาสายฟูาเอาความกล้ามาจากไหน”
“ฟิ้ว!”
พลังจิตวิญญาณเส้นหนึ่งที่แฝงเร้นเวทลับห้วงมิติพลันบินออกมาจาก หางตาเขาแล้วตรงดิ่งเข้าหามหาสมุทรจิตวิญญาณของคนผู้นั้น
สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ “ดินแดน” ของซวีหลิงจื่อ พลังจิตและพลังจิต วิญญาณของจ้าวซานหลิงล้วนสามารถเอามาใช้ได้ตามใจชอบ เมื่อ เผชิญหน้ากับเด็กรุ่นเล็กเขตต้นสวรรค์ช่วงกลางของภูเขาสายฟูาคนหนึ่ง ขนาดทรมานเพื่อสอบปากคำจ้าวซานหลิงก็ยังไม่คิดจะทำ เขาเพียงกรีด เถือความทรงจำในจุดลึกของจิตวิญญาณของอีกฝุายเพื่อช่วงชิงความลับ ทุกอย่างที่คนผู้นั้นรู้
พลังจิตวิญญาณของจ้าวซานหลิงทะลุทะลวงมหาสมุทรจิตวิญญาณ ของคนผู้นั้น แล้วไล่จับกลุ่มแสงความทรงจำของเขามาทีละกลุ่ม
ความทรงจำแต่ละช่วงเวลาของคนผู้นั้นถูกเวทลับของจ้าวซานหลิงถ รีดเถือออกมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อข้อมูลต่างๆ ย้อนกลับคืนมา สีหน้าของจ้าวซานหลิงก็ยิ่งเปลี่ยน มาเป็นเคร่งเครียด
ผ่านไปพักใหญ่ มหาสมุทรจิตวิญญาณของคนผู้นั้นก็แตกสลาย จ้าว ซานหลิงเองก็ได้รับข้อมูลทุกอย่างที่เขาต้องการรู้มาจนหมด
“เนี่ยเทียน เขาไม่ได้พูดเหลวไหล ตอนนี้ดินแดนดาวตกมีภูเขาสายฟูา เป็นผู้ครอบครองเพียงหนึ่งเดียว” จ้าวซานหลิงมองไปยังภูเขาไฟลูกยักษ์ ที่เดิมทีควรเป็นของสำนักอาวุธ “หลายปีมานี้ที่พวกเราหายไป ดินแดน ดาวตกมีการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟูาพลิกดิน มีสำนักของดินแดน ปราการดวงดาวข้ามผ่านทางช้างเผือก เยื้องกรายมาถึงที่นี่”
——