ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 694 การค้นพบใหม่!
ทว่าที่น่าเสียดายก็คือความรู้สึกเลือนรางเหมือนตัวเองกลายเป็นทวย เทพให้สรรพชีวิตกราบไหว้นี้ดำเนินอยู่แค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้น
หลังจากนั้นเขาก็พลันฟื้นคืนสติ
เมื่อสติกลับมา เขาก็สังเกตเห็นว่าอักขระมายาโบราณกระเพื่อมไหว อย่างรุนแรง พลังแห่งการปิดผนึกที่ส่งออกมาจากด้านในดุเดือดอย่างถึง ที่สุด
อักขระมายาโบราณคล้ายกลายมาเป็นสัตว์ยักษ์ที่พลุ่งพล่านตัวหนึ่ง ซึ่งกำลังตามหาเหยื่อด้วยความยากลำบาก
“ไม่มีเปูาหมาย ไม่มีสิ่งที่ต้องการกำราบ” เขาแอบพูดกับตัวเองว่าแย่ แล้ว
ชั่วขณะถนัดมา อักขระมายาโบราณนั้นก็เหมือนดวงอาทิตย์ที่ระเบิด กระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
ลำแสงจำนวนนับไม่ถ้วนที่มาพร้อมกับพลังแห่งการบิดเบือนสาด กระเซ็นไปทั่วทุกหนแห่ง ทำให้พื้นดินใต้ฝุาเท้าเขาที่แข็งแกร่งประดุจ เหล็กกล้าถูกเจาะเป็นรูมากมาย
สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ดวงตาเนี่ยเที่ยนก็เต็มไปด้วยประกาย สดใส
และเวลานี้เอง เขาก็มีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่าปราการที่กั้นขวางการ เลื่อนสู่เขตสามัญของเขาถูกได้โจมตีให้แตกออกแล้ว
ทุกครั้งที่ฝุาทะลุขอบเขต นอกจากต้องสะสมพลังวิญญาณ ปรับเปลี่ยนน้ำวนพลังวิญญาณครั้งแล้วครั้งเล่าแล้ว เขายังจำเป็นต้อง อาศัยสิ่งอื่นด้วย
เขาไม่เหมือนกับคนทั่วไป ดังนั้นทุกครั้งที่เลื่อนขอบเขตเขายัง จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเรือนกายที่มีเลือดเนื้อนี้ให้สอดคล้องกับขอบเขต ของตัวเอง
นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องมีการทำความเข้าใจภาวะทางจิตใจด้วย
ภาวะจิตใจที่ว่านี้บางครั้งก็คือประสบการณ์ในชีวิต บางครั้งก็เป็นการ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของความรู้สึก และบางครั้งก็คือการทำความ เข้าใจกับพลังของฟูาดิน
การบรรลุทางภาวะจิตใจคือโอกาสหนึ่งที่สำคัญอย่างถึงที่สุด เมื่อหา โอกาสนี้ไม่เจอ ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านประตูสู่ การเลื่อนขอบเขตได้
หลังจากที่กลับมาจากพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวนได้ไม่นาน เนี่ยเทียนก็ สะสมพลังวิญญาณ และเปลี่ยนแปลงน้ำวนชนิดต่างๆ ในมหาสมุทร วิญญาณจุดตันเถียน จนกระทั่งมีเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการฝุาทะลุสู่เขต สามัญครบถ้วนทุกอย่าง
สิ่งเดียวที่เขาขาดก็คือโอกาสที่ว่านี้
และเมื่อครู่นี้ เขาก็สร้างอักขระมายาโบราณได้สำเร็จ ชั่วขณะที่ใน อักขระมายาโบราณมีเจตจำนงแห่งการปิดผนึกฟูาดินบังเกิดขึ้น โอกาส นั้นก็คล้ายมาเยือนกะทันหัน
นี่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเหมือนว่าตัวเองสามารถฝุาทะลุขั้นได้ ตลอดเวลา ที่เขาไม่ได้รีบร้อนฝุาทะลุขั้นก็เพราะการสร้างอักขระมายา โบราณตัวนั้นเผาผลาญพลังงานของเขามากเกินไป
หากมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเขาได้รับการเติมเต็ม พลังจิต และจิงชี่เลือดเนื้อกลับมาเปี่ยมล้นอีกครั้ง เขาก็จะลงมือเลื่อนขั้นทันที!
“ข้าไม่ได้คิดผิด ในพื้นที่ลึกลับแห่งนี้มีโอกาสให้ข้าฝุาทะลุสู่เขตสามัญ จริงๆ ด้วย! และในที่สุดโอกาสนั้นก็มาถึงแล้ว!”
เขาพลันนั่งลง ก่อนจะหยิบเอาหินดวงดาว หินเปลวเพลิงและหินธาตุ ไม้ออกมาแล้วรวบรวมพลังวิญญาณสามธาตุที่พิเศษซึ่งไม่มีอยู่ในฟูาดิน แห่งนี้ขึ้นมา
ใช้เวลาไปหลายวัน น้ำวนพืชหญ้า น้ำวนเปลวเพลิงและน้ำวนดวงดาว ของเขาก็เต็มล้นอีกครั้ง
หลังจากนั้นเขาก็อาศัยวิธีการสร้างลูกปราณวิญญาณซึ่งบรรลุจากที่นี่ มาชักนำปราณวิญญาณที่เข้มข้นของฟูาดินแห่งนี้ หวังชุบหลอมลูกปราณ วิญญาณเพื่อดึงเอาพลังวิญญาณภายในมาเติมเต็มน้ำวนพลังวิญญาณเก้า ลูกให้เต็ม
รอจนน้ำวนพลังวิญญาณเกือบจะเต็มล้นแล้ว เขาก็เอาศพของชนต่าง เผ่าออกมาสูบดึงจิงชี่เลือดเนื้อของพวกเขา
เมื่อทำทุกอย่างนี้เสร็จ เขาก็พบว่ามีเพียงพลังจิตของเขาที่เผาผลาญ ไปเท่านั้นซึ่งยังไม่สามารถฟื้นคืนมาได้ในระยะเวลาสั้นๆ
ก่อนหน้าที่พลังจิตยังไม่แปรสภาพเป็นพลังจิตวิญญาณ คิดจะให้มัน ฟื้นคืนมาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขายังไม่มีวิธีที่ดีนัก
แต่เขาเองก็ไม่รีบร้อน ทั้งยังคิดจะตรวจสอบแขนอื่นๆ ของเทพยักษ์ ค้ำฟูาต่อไป
เขาอยากรู้ว่าแขนข้างอื่นจะซุกซ่อนความลับอะไรเอาไว้อีกบ้าง
จากนั้นเขาก็ค้นพบว่า หมัดพิโรธ ลูกปราณวิญญาณ สนามแม่เหล็ก ยุ่งเหยิงและอักขระมายาโบราณที่เขาบรรลุมานั้นมาจากเทพยักษ์ค้ำฟูา ทั้งหมดสี่ท่าน มาจากแขนทั้งหมดแปดข้าง
แขนแปดข้างนี้คือแขนที่เขามองเห็นได้ชัดเจนที่สุดตอนที่อยู่บนแท่น บูชาในปีนั้น
อีกทั้งเทพยักษ์ค้ำฟูาสี่ตนที่ฝังร่างอยู่ใต้ดินแล้วยื่นแขนแปดข้างนี้ ออกมายังค่อนข้างอยู่ใกล้กัน แต่ละตนไม่ห่างกันมากนัก
เขาจึงเริ่มเดินทางอีกครั้ง ไปยังจุดอื่นที่มีแขนยักษ์โผล่ออกมาซึ่งอยู่ ไกลกว่าเดิม
เขาใช้เวลานานมากกว่าจะไปถึงแขนยักษ์ข้างนั้น พอมาถึงเขาก็พลัน อึ้งงัน
แขนยักษ์ข้างนี้อยู่ไกลห่างจากแท่นบูชาที่เกราะมังกรเพลิงพาเขามา ส่งยิ่งนัก ปีนั้นเขาได้แค่มองเห็นอย่างพร่าเลือน
ตอนนี้พอมายืนอยู่เบื้องใต้แขนยักษ์ เพ่งสมาธิมองอยู่พักใหญ่ มุมปาก ของเขาก็ค่อยๆ ยกยิ้มขมขื่น
แขนยักษ์ข้างนี้กำหมัดต่อยไปยังท้องฟูา ไม่ว่าจะเป็นท่ามือหรือความ โกรธแค้นที่ฝากฝังอยู่ในหมัดนั้นก็ล้วนไม่ต่างจากหมัดพิโรธวิชาแรกที่เขา บรรลุมา
เขาที่อุตส่าห์คิดไว้ว่าตัวเองจะได้ความลับมามากกว่าเดิมยืนนิ่งอึ้งอยู่ พักใหญ่ หลังจากที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากที่แห่งนี้ เขาจึงเลือกจะ เดินไปยังเปูาหมายถัดไป
“ท่ามือแบบเดียวกันอีกแล้ว เหมือนมือของเทพยักษ์ค้ำฟูาที่กำมือชัก นำปราณวิญญาณฟูาดิน รวบรวมลูกปราณวิญญาณ”
“อันต่อไป”
“เหมือนกัน เหมือนกับวิธีการสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง อันต่อไป”
“…”
หลายวันหลังจากนั้นเขาก็เดินสำรวจแขนแปดข้างของเทพยักษ์ค้ำฟูา อีกสี่ตนของพื้นที่แห่งที่สองนี้ครบหมดทุกข้าง
จากนั้นเขาก็ค้นพบว่าพื้นที่ตรงนี้ไม่ต่างจากพื้นที่ที่หนึ่งซึ่งมีเทพยักษ์ ค้ำฟูาสี่ตน สิ่งที่เทพยักษ์ค้ำฟูาสี่ตนในพื้นที่ที่สองร่ายออกมาล้วนเป็นวิชา ที่เขาบรรลุมาหมดแล้ว
เขายังคงไม่ยอมแพ้ แม้แต่เรื่องเลื่อนสู่เขตสามัญ เขาก็ยังไม่คิดจะรีบ ร้อน
หลังจากนั้นเขาใช้เวลาไปเกือบครึ่งเดือนสำรวจพื้นที่ที่สาม พื้นที่ที่สี่ อย่างละเอียดจนครบหนึ่งรอบ
แล้วก็ไม่มีอะไรต่างไปจากเดิม พื้นที่ที่สาม พื้นที่ที่สี่นี้ก็มีเทพยักษ์ค้ำ ฟูาฝังร่างอยู่สี่ตนไม่ต่างจากพื้นที่อื่น
ทว่าท่ามือที่เทพยักษ์ค้ำฟูาทั้งสี่ตนแสดงออกมากลับไม่ต่างอะไรไป จากสองพื้นที่แรกที่เขาผ่านมาก่อนหน้านี้
นี่หมายความว่าความเพ้อฝันของเขาที่หวังจะได้วิชาลับมหัศจรรย์มาก กว่าเดิมมาจากมือของเทพยักษ์ค้ำฟูาในพื้นที่ใหม่มิอาจเป็นจริงได้ตลอด กาล
“แขนทั้งหมดสามสิบสองข้าง เทพยักษ์ค้ำฟูาฝังร่างอยู่ใต้ดินสิบหกตน แบ่งออกเป็นสี่พื้นที่”
“ทุกพื้นที่มีเทพยักษ์ค้ำฟูาสี่ตน มีแขนแปดข้างโผล่ออกมา ทว่าท่า มุทราและวิชาที่แสดงออกกลับเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน”
“สี่พื้นที่เรียงกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมที่กระจายกันอยู่คนละมุมในฟูาดิน แห่งนี้”
“เทพยักษ์ค้ำฟูาสิบหกตนแบ่งออกเป็นสี่ด้าน หรือว่ามันกำลังปิดผนึก อะไรอยู่? เทพยักษ์ค้ำฟูาสิบหกตนนี้คงจะไม่ได้สร้างเป็นค่ายกลที่ปิดผนึก อะไรบางอย่างหรอกนะ?”
“หากเทพยักษ์ค้ำฟูาสิบหกตนเดินออกมา ร่างก็สูงเป็นหมื่นเมตร หากเป็นค่ายกลโบราณจริงๆ พลังกำราบที่จุดศูนย์กลางของค่ายกลคือ พวกเขาจะน่ากลัวขนาดไหนกัน?”
“พวกเขาคิดจะกำราบอะไรกันแน่? อีกอย่าง พวกเขายินดีอยู่ที่นี่หรือ ว่าถูกบังคับให้ฝังร่างเป็นใจกลางแห่งการปิดผนึก?”
หลังจากที่สำรวจพื้นที่แห่งนี้อย่างละเอียด ความคิดและความสงสัย มากมายก็ลอยขึ้นมาในสมองของเนี่ยเทียนไม่หยุด
ยิ่งคิดลึก เขาก็ยิ่งรู้สึกฉงนสนเท่ห์ คลำหาต้นสายปลายเหตุไม่เจอ
เขาหยิบเอาเกระมังกรเพลิงออกมาถามวิญญาณวัตถุอีกครั้ง ทว่า วิญญาณวัตถุยิ่งไม่รู้เรื่องอะไรหนักไปกว่าเขาเสียอีก
ดูเหมือนว่าความเข้าใจที่วิญญาณวัตถุมีต่อที่แห่งนี้ยังเทียบกับเขา ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“เทพยักษ์ค้ำฟูาสิบหกตน กระจายกันอยู่สี่มุม หากเป็นค่ายกล โบราณที่ต้องการปิดผนึกอะไรบางอย่างจริง ถ้าเช่นนั้นใจกลางสำคัญของ ค่ายกลจะอยู่ที่ไหน?”
สายตาของเนี่ยเทียนพลันมองไปยังเขตพื้นที่ตรงกลางระหว่างแขน ยักษ์สามสิบหกข้างที่ใหญ่โตประหนึ่งเทือกเขา
พื้นที่นั้นเขายังไม่เคยสำรวจอย่างจริงจัง พื้นที่ที่เขาเคลื่อนไหวในช่วง ที่ผ่านมาล้วนเป็นพื้นที่ที่กระจายอยู่เพียงรอบนอกซึ่งมีร่างของเทพยักษ์ ค้ำฟูาฝังอยู่
“บางที อาจจะมีการค้นพบอะไรใหม่ๆ”
เขาไม่รีบร้อนเลื่อนขั้นอีกต่อไป แต่เลือกจะเดินทางออกไปจากแขน ยักษ์ข้างหนึ่งนี้
หลายวันหลังจากนั้น
ตอนที่เข้าไปใกล้ เนี่ยเทียนก็สัมผัสได้ว่ามีปราณวิญญาณฟูาดินที่ เข้มข้นบริสุทธิ์พุ่งเข้ามารวมตัวที่เขาอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก กิ่งไม้ใหญ่ยักษ์สีน้ำตาลอ่อนกิ่งหนึ่งก็ปรากฏสู่คลองจักษุ ของเขา
เห็นได้ชัดว่านั่นคือกิ่งไม้กิ่งหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นแค่ท่อนเดียวเท่านั้น ทว่าถึงกระนั้นมันก็ยังยาวถึงสามร้อยเมตรกว่า ไม่ต่างอะไรจากกระบี่ แหลมคมเล่มหนึ่ง
เมื่อไปถึงจุดที่มีกิ่งไม้ เขาก็พลันเห็นว่ากิ่งไม้นั่นแทงออกมาจากหลุม ลึกดำมืดแห่งหนึ่ง
เขาสร้างทิพย์จักษุขึ้นมา พอทิพย์จักษุเก้าข้างก่อตัวก็พลันบินทะยาน ไปลอยอยู่เหนือกิ่งไม้
เขาอาศัยทิพย์จักษุมาสำรวจดูกิ่งไม้ รวมไปถึงหลุมลึกที่กิ่งไม้นั่นโผล่ ออกมา
บนพื้นผิวของหลุมที่กินอาณาบริเวณเกือบหนึ่งพันไร่มีม่านแสงพลัง วิญญาณแวววาวปกคลุม ม่านแสงนั้นโปร่งใส เมื่อมองผ่านม่านแสงลงไป
ก็เหมือนจะมองเห็นท้องฟูานอกอาณาจักรที่ดำมืดและเย็นเยียบ ไม่มี ดวงดาวแม้แต่ดวงเดียว
หลุมลึกคล้ายปากบ่อที่เชื่อมโยงไปยังแผ่นดินเบื้องล่าง ด้านบนของ ปากบ่อคือฟูาดินแห่งนี้ ส่วนเบื้องล่างคือท้องฟูามืดมิด
กิ่งไม้สีน้ำตาลอ่อนทอดยาวลงไปยังท้องฟูาที่อยู่ใต้หลุมลึกจนมองไม่ เห็นจุดสิ้นสุด
กิ่งไม้นี้คล้ายกระบี่แหลมคมเล่มหนึ่งที่แทงทะลวงจากพื้นดินที่อยู่ใต้ ฝุาเท้าของเขาขึ้นมาข้างบน
“หรือว่าวัตถุที่เทพยักษ์ค้ำฟูาสิบหกตนต้องการกำราบจะเป็นเพียงกิ่ง ไม้ท่อนนี้ที่ไม่รู้ว่ายาวเท่าไหร่แค่นั้นน่ะหรือ?”
——