ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 693 อักขระโบราณมายา
“เจ้าจำไม่ได้จริงๆ หรือว่าสถานที่แห่งนี้มีความลี้ลับอะไรหรือไม่? เทพธิดาแห่งเปลวเพลิงที่เป็นเจ้านายคนแรกของเจ้านางน่าจะเคยมาทำ ความเข้าใจกับที่แห่งนี้ นางไม่เคยพูดอะไรกับเจ้าเลยหรือ?”
“ข้าจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง”
“เจ้ารู้เรื่องของเทพยักษ์ค้ำฟ้ามากแค่ไหน?”
“ก็ไม่ค่อยรู้เท่าไหร่นัก”
“เทพยักษ์ค้ำฟ้าที่ฝังร่างอยู่ที่นี่มีสายเลือดอะไรที่พิเศษ? ความสามารถ สายเลือดของพวกเราอยู่ประมาณระดับไหน?”
“ไม่รู้”
เนี่ยเทียนคอยสื่อสารอยู่กับวิญญาณวัตถุอย่างต่อเนื่อง ทว่าวิญญาณ วัตถุนั่นถามอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง เขาไม่ได้รับข้อมูลใดๆ มาจากมัน นี่ทำให้ เขาหดหู่ไม่น้อย
“นายท่าน หากความทรงจำของข้าที่หายไปหวนคืนกลับมา บางทีข้า อาจพอจะบอกข้อมูลบางอย่างกับท่านได้”
“ความทรงจำที่หายไป? เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเอากลับมาได้ ด้วยวิธี ใด?”
“ข้าแอบรู้สึกว่าหากเลือดสดที่ท่านหยดให้กับหัวใจของโครงกระดูก ปีศาจเลือดมาผสานรวมเข้ากับแกนเลือด ก็น่าจะทำให้ข้าฟื้นคืนความ ทรงจำมาได้ส่วนหนึ่ง”
“ตอนนี้ยังทำไม่ได้”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว ก้าวเดินไปข้างหน้าช้าๆ เอ่ยปฏิเสธคำขอร้องของ วิญญาณวัตถุอย่างเด็ดขาด
เขาเอาเกราะมังกรเพลิงเก็บเข้าไปไว้ในแหวนเก็บของอีกครั้ง แล้วก็ ไม่สนใจมันอีก
เขาในเวลานี้กำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการฝ่าทะลุขอบเขต จึง จำเป็นต้องอยู่ในสภาวะที่พรั่งพร้อมสูงสุด
ในสายตาของเขา แก่นเลือดที่รวบรวมขึ้นมาจากหัวใจของเขาก็คือ การรับประกันที่จะทำให้เขาฝ่าทะลุสู่เขตสามัญ เขาต้องเก็บมันไว้ให้คง อยู่สิบหยดตลอดเวลา ห้ามขาดไปแม้แต่หยดเดียว
รอเขาเลื่อนสู่เขตสามัญได้เมื่อไหร่ แล้วแก่นเลือดแห่งชีวิตทั้งสิบหยด นั้นยังหลงเหลือ เขาถึงจะพิจารณาที่จะผสานรวมมันเข้าไปไว้ในแกน เลือด
สามชั่วยามต่อมา
เขายืนอยู่เบื้องใต้แขนยักษ์สองข้าง แขนยักษ์ทั้งสองข้างนี้ นิ้วทั้งห้า กางออก งอลงมาข้างล่างเล็กน้อย
เนี่ยเทียนนั่งลงไปตรงกลางระหว่างแขนยักษ์ มองแขนยักษ์สองข้าง นั้นที่ฝ่ามือเอนลงมาข้างล่างคล้ายกำลังกดทับอะไรบางอย่าง ก่อนจะ รวบรวมสมาธิทั้งหมดแล้วค่อยๆ รับสัมผัส
ผ่านไปพักใหญ่ เขาก็ลองยกฝ่ามือสองข้างขึ้นแล้วเอนลงมาข้างล่าง เลียนแบบแขนยักษ์สองข้างนั้น
จิตใจของเขาจมจ่อมอยู่กับการทำความเข้าใจ ก่อนที่ความคิดหนึ่งซึ่ง เหมือนอยากปิดผนึกฟ้าดินจะบังเกิดขึ้น
แล้วก็ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน พลังวิญญาณต่างธาตุในร่างของเขาก็ เหมือนถูกชักนำให้ไหลมาตามเส้นชีพจรแล้วพุ่งมาหาแขนทั้งสองข้าง อย่างบ้าคลั่ง
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ พลังวิญญาณต่างธาตุ พลังจิต และจิงชี่เลือดเนื้อต่างก็ปะปนเข้าด้วยกัน พริบตาเดียวก็ขยายไป รอบกายเขาในรัศมียี่สิบเมตร
“ฟู่วๆ!”
ดวงตาเขาโชนแสงลุกเรือง ในใจพลันกระจ่างแจ้ง ตระหนักได้ว่า สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่เขาบรรลุมาเหมือนจะมีความเชื่อมโยงกับ เจตจำนงแห่งการกำราบของที่แห่งนี้
ปีนั้นเขาเองก็บรรลุวิธีการสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงจากแขนสอง ข้างที่หันฝ่ามือเข้าหากันเช่นกัน
เวลานี้เมื่อเขาหันฝ่ามือสองข้างลงด้านล่างเลียนแบบมือใหญ่ของเทพ ยักษ์ค้ำฟ้า สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก็เกิดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ ทั้งยังดึง พลังงานต่างธาตุในร่างกายของเขาออกมา
“ฟิ้วๆๆ!”
ลำแสงพลังวิญญาณหลากสีบินว่อนไปทั่วสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง หนึ่ง ในนั้นมีพลังจิตที่ตาเปล่ามิอาจแยกแยะได้
ลำแสงพลังวิญญาณแต่ละเส้นรวมเข้าเป็นก้อนเดียวกัน ทำให้ปราณ แห่งการบิดเบือนอันรุนแรงเกิดขึ้น
ทันใดนั้นลำแสงพลังวิญญาณหลากชนิดที่กระจายอยู่ใน สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก็เข้ามารวมกับพลังจิตและจิงชี่เลือดเนื้อ ก่อนการ เปลี่ยนแปลงใหม่จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ลำแสงพลังวิญญาณเส้นหนึ่งที่เกิดจากการรวมกันของพลังจิตและจิง ชี่เลือดเนื้อซึ่งปะปนไปด้วยอักขระโบราณก็ก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
“ผนึก!”
เขาเคยร่ำเรียนอักขระโบราณของเทพยักษ์ค้ำฟ้ามากับอูจี้ ดังนั้นมอง ปราดเดียวจึงอ่านออก นั่นคืออักขระมายาที่เกิดจากการรวมตัวกันของ ลำแสงพลังงานธาตุต่างๆ ซึ่งอักขระลึกลับคำนั้นคือคำว่า “ผนึก”
อักขระมายาเปลี่ยนแปลงไปเกินคาดเดา ตอนที่ก่อตัวกันอย่าง สมบูรณ์แบบ มันยังดึงเอาพลังงานออกมาจากในร่างของเขาไม่เลิก
เพียงแต่ว่าเวลาแค่ครู่เดียวนี้ก็ทำให้อักขระโบราณที่เป็นตัวแทนของ คำว่า “ผนึก” แตกสลายไปโดยพลัน
“ฟู่วๆ!”
ลำแสงพลังวิญญาณสีแดง สีเงินยวง และสีเขียว รวมไปถึงจิงชี่เลือด เนื้อต่างก็สาดกระเซ็นกลายมาเป็นความว่างเปล่า
และพลังงานหลากชนิดในร่างของเขาก็ไหลหายไปเพียงแค่สามส่วน เท่านั้น
นี่หมายความว่าที่อักขระโบราณซึ่งมีความหมายว่า “ผนึก” นั้นไม่ สามารถก่อตัวได้สำเร็จ หาใช่เขาไม่มีพลังเหลือให้ใช้
“พลังงานหลากชนิดที่มาจากตัวข้าสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมา ก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นพลังงานทั้งหมดที่บิดเบือนก็ตรงเข้ามา รวมกันกลายเป็นอักขระโบราณตัวหนึ่ง”
“เมื่ออักขระโบราณก่อตัวสำเร็จ มันก็ดึงเอาพลังงานต่างๆ ในร่างข้า ออกไปอีก หมายจะให้คำว่าผนึกนี้ก่อตัวได้สำเร็จ และแสดงความ มหัศจรรย์ออกมา ทว่าคำว่าผนึกนี้น่าจะยังจำเป็นต้องใช้การเปลี่ยนแปลง อย่างอื่นด้วย บางทีมือทั้งคู่ของข้าน่าจะจำเป็นต้องเปลี่ยนท่ามุทราอีก ครั้ง!”
ความคิดนี้เพิ่งเกิดขึ้น เนี่ยเทียนก็พลันกระจ่างแจ้ง เขาหยุดอยู่ที่เดิม และทดลองทำอยู่หลายครั้ง
ทุกครั้งก่อนที่อักขระมายาตัวนั้นจะก่อตัวได้สำเร็จ เขาก็จำเป็นต้อง สร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมาก่อน จากนั้นลำแสงของพลังงานต่างๆ ก็จะมารวมกันเพื่อกลายมาเป็นคำว่า “ผนึก” ในลักษณะมายา
ทว่าคำว่า “ผนึก” นั้นจะต้องระเบิดไปเสียทุกครั้งก่อนจะก่อตัวได้ สำเร็จ
เขาขยับเข้าไปใกล้มือยักษ์อีกสองข้าง มือยักษ์สองข้างนั้นก็หันฝ่ามือ กดเข้าหาพื้นคล้ายจะผนึกอะไรบางอย่างเหมือนกัน
เพียงแต่ว่านิ้วมือที่กางออกของมือทั้งสองข้างนั้นมีการเปลี่ยนแปลง ใหม่คือโค้งงอน้อยๆ สร้างเป็นท่ามุทราฝ่ามือรูปแบบใหม่
“เข้าใจได้พอสมควรแล้ว”
เนี่ยเทียนหันกลับไปมองยังแขนของเทพยักษ์ค้ำฟ้าแต่ละข้างที่เขา เดินผ่านมา
เขาตระหนักได้ว่าพื้นที่ที่เขาเดินผ่านมา ใต้ดินมีเทพยักษ์ค้ำฟ้าฝังร่าง ไว้สี่ตน ซึ่งมีแขนยักษ์โผล่ออกมาทั้งหมดแปดข้าง
มือสองข้างของเทพยักษ์ค้ำฟ้าคนแรก มือหนึ่งทำให้เขาบรรลุหมัด พิโรธ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งทำให้เขาเข้าใจวิธีการสร้างลูกปราณวิญญาณ
ทว่ามือหกข้างของเทพยักษ์ค้ำฟ้าคนที่สองจนถึงคนที่สามและคนที่สี่ ซึ่งโผล่ออกมาจากใต้ดินล้วนหันฝ่ามือลงด้านล่าง ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเวทลับ ชนิดหนึ่งที่ทำมุทราเชื่อมโยงกัน
ปีนั้นเขาบรรลุการสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงมาจากเทพยักษ์ค้ำฟ้า ตนที่สองนี้ ซึ่งนั่นยังเป็นเพียงแค่ขั้นต้นเท่านั้น
เทพยักษ์ค้ำฟ้าตนที่สาม ตนที่สี่ต่างก็หันฝ่ามือลงด้านล่าง นั่นคือท่า มุทราที่คล้ายการปิดผนึกอย่างหนึ่ง ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการสร้าง สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง
เมื่อครู่นี้ที่เขายืนอยู่ระหว่างมือสองข้างของเทพยักษ์ค้ำฟ้าตนที่สาม เขายังไม่สามารถสร้างอักษรคำว่า “ผนึก” ลักษณะมายาขึ้นมาได้สำเร็จ เพราะว่าขั้นตอนทั้งหมดยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ท่ามือที่ทำมุทราของเทพยักษ์ค้ำฟ้าตนที่สี่ซึ่งนิ้วมือของเขาเกิดการ เปลี่ยนแปลงก็คือขั้นสุดท้ายของการสร้างอักษรผนึกมายา
“น่าจะไม่ผิดไปจากนี้แล้ว!”
ดังนั้นเขาจึงมายืนอยู่ระหว่างมือทั้งสองข้างของเทพยักษ์ค้ำฟ้าตนที่สี่ ยกมือขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก หันฝ่ามือเข้าหากันเพื่อสร้าง สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง
ชั่วขณะที่สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก่อตัวขึ้น ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาก็ พลันกดลงเบื้องล่าง
ลำแสงพลังวิญญาณหลายเส้นซึ่งปะปนไปด้วยพลังจิตและจิงชี่เลือด เนื้อเริ่มค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นอักขระโบราณมายานั้น
ช่วงแรกเริ่มอักขระโบราณมายายังพร่าเลือน ทว่าขณะที่ใกล้จะก่อตัว สำเร็จ มันก็เริ่มดึงพลังงานต่างๆ ในร่างของเขาออกมา
และเวลานี้เอง มือทั้งสองข้างของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ทำท่า งอนิ้วเช่นมือของเทพยักษ์ค้ำฟ้าตนที่สี่
“ฟิ้วๆๆ!”
ตอนที่เขาทำเช่นนี้ ความเร็วในการไหลหายไปของพลังงานธาตุต่างใน ร่างของเขาก็เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกหลายเท่าตัว
น้ำวนพลังวิญญาณหลายลูกที่อยู่ในจุดลึกของมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียนก็พากันโคจรรวดเร็ว ปล่อยพลังออกมาข้างนอกอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะถูกอักขระโบราณมายานั้นดึงออกมา
อักขระโบราณมายาที่ก่อนหน้านี้ระเบิดกลางคันหลายครั้ง มาบัดนี้ กลับไม่ได้ระเบิดอีกต่อไป
อักขระโบราณมายาก่อตัวขึ้นจากลำแสงพลังวิญญาณจำนวนมากซึ่ง ปะปนไปกับพลังจิตและจิงชี่เลือดเนื้อ มันค่อยๆ เปลี่ยนจากพร่าเลือนมา เป็นชัดเจน
ไม่นานพลังวิญญาณแต่ละชนิดในร่างของเขาก็ถูกดึงออกไปเกินครึ่ง
อักขระโบราณมายาก่อตัวได้สำเร็จในที่สุด และถึงแม้ว่ามันจะอยู่ใน ลักษณะมายา ทว่ากลับเปลี่ยนมาเป็นชัดเจนสะดุดตา!
“ผนึก!”
ขณะเดียวกัน เจตจำนงขุมหนึ่งที่ต้องการกำราบสรรพชีวิตบรรพกาล ปิดผนึกฟ้าดินก็พลันก่อกำเนิดขึ้นมาในอักขระโบราณมายาตัวนั้น
ชั่วขณะที่เจตจำนงแห่งการปิดผนึกฟ้าดินบังเกิดขึ้น เนี่ยเทียนก็มี ความรู้สึกเหมือนบนร่างตัวเองมีปราณของผู้สูงส่งที่มองต่ำลงไปยังสรรพ ชีวิต และหมื่นสรรพสิ่งต้องตรงเข้ามาก้มหัวกราบกรานตน
ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เขาเหมือนกลายร่างเป็นเทพยักษ์ค้ำฟ้าที่เท้า เหยียบอยู่บนพื้นดิน ศีรษะค้ำยันท้องฟ้า หลุบตามองต่ำลงไปยังสรรพ ชีวิตตัวเล็กตัวน้อย
ใต้ฝ่าเท้าของเขาก็เหมือนจะมีสิ่งมีชีวิตเล็กจ้อยมากมายราวกับฝูงมด ที่กำลังก้มกราบเขา มองเห็นเขาเป็นดั่งทวยเทพบรรพกาลผู้ศักดิ์สิทธิ์
พอเขาเงยหน้าขึ้นก็เหมือนจะมองเห็นไปถึงจุดลึกของท้องฟ้ามากหมู่ ดาวที่ไร้ที่สุดสิ้น พอก้มหน้าลงก็เหมือนจะมองเห็นนรกเก้าชั้น
ราวกับว่าเขากุมชะตาชีวิตของคนมากมายไว้ในมือ และจะใช้อักขระ โบราณมายานั้นมากำราบทุกชีวิต สยบฟ้าดินให้อยู่ในมือของตัวเอง
ตอนนี้เวลานี้ เขาพลันเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งว่าตัวเองกลายมาเป็น เทพเจ้า
——