ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 697 เงียบสงบไร้คลื่นลม
อาณาจักรเลี่ยคง
แสงไฟจุดหนึ่งพลันเปล่งวาบขึ้นมาในพื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิต
แสงไฟขยายใหญ่ ชักนำให้คลื่นห้วงมิติรุนแรงกระเพื่อมไหว ก่อนที่ รอยแยกห้วงมิติเล็กละเอียดหลายเส้นจะเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ
รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งในนั้นปริแตกออกช้าๆ แสงไฟพลันลดลงต่ำ ทำให้รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นปริแตกออกแล้วกลายมาเป็นช่องทางห้วงมิติ ที่มั่นคงทางหนึ่ง
“ฟิ้ว!”
เนี่ยเทียนเดินออกมาจากด้านใน มือหนึ่งคว้าจับแสงไฟที่กลายเป็น แกนเลือดแล้วโยนเก็บเข้าไปไว้ในแหวนเก็บของ
“อาณาจักรเลี่ยคง”
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม ปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณ รวบรวมขึ้น เป็นทิพย์จักษุเก้าข้าง เตรียมจะสำรวจปราณรอบด้าน
ลำแสงเปลวเพลิงเส้นหนึ่งบินมาจากนอกอาณาจักรอันห่างไกล พอ ถูกพื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิตนี้ชักนำ ทิศทางการโคจรของมันจึงเปลี่ยนแปลง ไปอย่างเงียบเชียบ
ใจเนี่ยเทียนกระตุก รอบกายพลันมีแสงดาวเจิดจ้า ก่อนที่กระแสจิต วิญญาณของเขาจะเล็งไปที่ลำแสงเปลวเพลิงเส้นนั้นในเสี้ยวนาที
นั่นคือหินอุกกาบาตขนาดใหญ่ยักษ์ที่ตกลงมา
พื้นที่แห่งนี้มีปริศนาที่ไขไม่ออกซุกซ่อนอยู่นานนับพันปี หินอุกกาบาต นอกโลกที่บินผ่านอาณาจักรเลี่ยคงมักจะถูกดึงดูด และเปลี่ยนแปลงทิศ ทางการเคลื่อนไหวให้ตกลงมายังที่แห่งนี้เป็นประจำ
ไม่เคยมีใครรู้ว่าเหตุใดหินอุกกาบาตนอกโลกพวกนั้นถึงได้ถูกชักนำมา ที่นี่
“ดาวตก!”
ความคิดบังเกิด เนี่ยเทียนก็ร่ายใช้เวทลับที่ได้มาจากตราประทับ สะเก็ดดาวดวงแรก
พลังดวงดาวในร่างของเขาไหลหายไปอย่างรวดเร็ว กระแสจิต วิญญาณหลายกลุ่มซึ่งผสานรวมเข้าไปในพลังดวงดาว เหมือนเหล็กเส้นที่ รัดพันหินอุกกาบาตนอกโลกที่กำลังจะตกลงมานั้นไว้อย่างแน่นหนา
บัดเนี้เขาเหมือนกำหินอุกกาบาตนอกโลกขนาดยักษ์นั้นไว้ในมือ และ สามารถทำให้มันร่วงไปกระแทกที่ใดก็ได้ตามใจชอบ
“ตก!”
ลำแสงสีแดงสดใสถูกเปลี่ยนทิศทางไปอีกครั้ง โดยไปกระแทกลงบน พื้นที่ว่างเปล่าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเนี่ยเทียนตามการชักนำของจิตวิญญาณ เขา
พื้นดินโยกคลอนพร้อมเสียงสนั่นหวั่นไหวอย่างรุนแรง พื้นที่ตรงนั้น ถูกกระแทกให้กลายเป็นหลุมลึก สะเก็ดไฟสาดกระจายทั่วทิศ
“หินอุกกาบาตนอกโลกพกกาเอาพลังการโจมตีที่น่าหวาดกลัวมาด้วย หากกระแทกลงบนร่างของใครคนใดคนหนึ่ง…”
เนี่ยเทียนสีหน้าหวาดหวั่น เขาเชื่อว่าหินอุกกาบาตนอกโลกก้อนนี้ อย่าว่าแต่กระแทกลงบนร่างของผู้ฝึกลมปราณเลย ต่อให้กระแทกลงบน ตำหนักที่เคยโอ่อ่าใหญ่โตของวิมานสวรรค์ก็ต้องสร้างความเสียหายอย่าง ใหญ่หลวงให้มันได้แน่นอน
ก่อนหน้านี้เขาก็บรรลุวิธีการร่ายใช้คาถาดาวตกแล้ว ทว่าตอนนั้น เนื่องจากขอบเขตไม่สูงพอ พลังดวงดาวมีจำกัด พลังจิตก็ยังไม่แปรสภาพ เป็นพลังจิตวิญญาณ
นี่จึงเป็นเหตุให้ถึงแม้เขาจะสามารถบรรลุเวทลับดาวตกที่ชักนำหิน อุกกาบาตมาจากนอกโลกได้ ทว่าเมื่อต้องร่ายใช้จริงๆ กลับมีความรู้สึกว่า ไม่มีพละกำลังมากพอ
ตอนนี้เขาเลื่อนสู่เขตสามัญสำเร็จแล้ว ยาวิญญาณก่อตัวขึ้น วิญญาณ ที่แท้จริงปรากฏ เมื่อร่ายใช้คาถาดาวตกอีกครั้งจึงเปลี่ยนมาเป็นง่ายดาย กว่าเดิมเยอะมาก
ทิพย์จักษุเก้าดวงเหมือนดวงตาเทพเจ้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ ทอดตา ลงต่ำมองพื้นดิน รับสัมผัสกับจุดที่หินอุกกาบาตตกลงมาอย่างละเอียด
“เอ๊ะ!”
ผ่านไปพักใหญ่ เขาก็มองเห็นหลี่หลางเฟิงจากทิพย์จักษุข้างหนึ่ง
ทั่วร่างของหลี่หลางมีไอพิษลอยอวลบางเบาราวกับว่าตัวเขาจมอยู่ใน บ่อพิษหลากสี มือทั้งสองข้างประคองหัวใจเผ่าทมิฬดวงนั้นเอาไว้คล้าย กำลังสูดรับควันพิษมาจากมัน
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งพลันลดมาจากที่สูง
เมื่อทิพย์จักษุขยับเข้ามาใกล้ หลี่หลางเฟิงสัมผัสได้จึงหยุดการฝึกตน แล้วเงยหน้าขึ้นมอง
“ใคร?”
ดวงตาของหลี่หลางเฟิงมืดดำเย็นชา มุมปากยกยิ้มที่แฝงปราณสังหาร อันโหดเหี้ยม ก่อนจะปลดปล่อยกระแสจิตวิญญาณของตัวเองออกมา
“อู้!”
หมอกสีเขียวเข้มซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วยพิษร้ายปกคลุมไปยังทิพย์จักษุที่ไร้ รูปลักษณ์ข้างนั้นทันที
เนี่ยเทียนหัวเราะพรืด รีบดึงเอาทิพย์จักษุกลับมาแล้วเดินไปยัง ตำแหน่งที่หลี่หลางเฟิงอยู่
หลี่หลางเฟิงแค่นเสียงเย็นในลำคอหนึ่งครั้ง ปลดปล่อยลำแสงสีเขียว หลายเส้นให้ล้อมพันไปทั่วร่างแล้วทะยานขึ้นฟ้าไล่ตามไปยังทิศทางที่ ทิพย์จักษุหายไป
คนทั้งสองขยับเข้ามาใกล้กัน เพียงแค่เค่อเดียวก็มาเจอกันแล้ว
“นายน้อยเนี่ย!”
รอจนหลี่หลางเฟิงเห็นเงาร่างของเนี่ยเทียน ความเย็นชาบนใบหน้าก็ พลันจางหายไปในพริบตา แทนที่มาด้วยความตกตะลึงระคนดีใจ
เนี่ยเทียนหรี่ตาลง มองเขาเก็บเอาพลังบนร่างกลับคืนแล้วค่อยๆ ลด ตัวจากท้องฟ้า ก่อนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้านี่ร้ายกาจจริงๆ ไม่นึกว่าจะ เลื่อนสู่เขตลี้ลับแล้ว”
แม้เขาจะไม่รู้ว่าระหว่างเขตสามัญและเขตลี้ลับมีการเปลี่ยนแปลง อะไร แต่เขากลับรู้ว่ามีเพียงผู้ฝึกลมปราณที่เลื่อนสู่เขตลี้ลับเท่านั้นถึงจะ ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาวุธวิเศษประเภทบินก็มีความสามารถให้โบยบินไปบน ท้องฟ้าได้
หลี่หลางเฟิงไม่ได้โดยสารอาวุธวิเศษประเภทบิน แต่กลับบินทะยาน มาบนท้องฟ้า นี่เห็นได้ชัดว่าเขาเลื่อนสู่เขตลี้ลับแล้ว
“ล้วนเป็นเพราะได้รับความโปรดปรานจากนายน้อยเนี่ย” พอลดตัว ลงต่ำ หลี่หลางเฟิงก็กล่าวอย่างนอบน้อม
กล่าวจบเขาก็มองอึ้งไปที่เนี่ยเทียน ใบหน้าเผยรอยยิ้มที่ค่อนข้างบิด เบี้ยวเล็กน้อย “ยินดีกับนายน้อยเนี่ยด้วย”
เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็มองออกว่าเนี่ยเทียนเลื่อนสู่เขตสามัญสำเร็จแล้ว
“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” เนี่ยเทียนถามอย่างแปลกใจ
“ข้าไม่มีที่ให้ไป แล้วก็ไม่รู้จะไปที่ไหน ได้ยินผู้อาวุโสเจินบอกว่าท่าน มาที่นี่ ก็เลยมารออยู่ที่นี่” หลี่หลางเฟิงสีหน้ามืดมน เอ่ยเสียงแผ่วเบา
“ก่อนหน้านี้ข้ามีชีวิตอยู่ก็เพื่อแก้แค้น ทว่าศัตรูคู่แค้นของข้าต่างก็ตายไป พร้อมกับความตกต่ำของวังวิญญาณและลัทธิอูตู๋หมดแล้ว”
“ข้าเสียดายมาก เสียดายที่ไม่ได้แก้แค้นด้วยมือของตัวเอง พวกเขา ตายไปแล้ว ก็ถือว่าแค้นของข้าได้ชำระแล้ว ทว่าพวกเขาตายด้วยน้ำมือ คนตระกูลเหลย ข้าเลยไม่รู้สึกสะใจนัก…”
เนี่ยเทียนถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที ไม่รู้ว่าควรจะปลอบใจเขาอย่างไร
ช่วงชีวิตที่ผ่านมาคนผู้นี้ยินดีย่นอายุขัยให้สั้นลง ตั้งใจฝึกวิชาพิษร้ายที่ มีช่องโหว่ก็เพื่อต้องการแก้แค้น
ทว่าในขณะที่เขาใกล้จะมีความสามารถนี้ ตระกูลเหลยกลับลงมือ จัดการวังวิญญาณ ลัทธิอูตู๋ และตำหนักเทพเพลิง ลบชื่อสามสำนักใหญ่นี้ ออกไปจากอาณาจักรอั้นหมิง อาณาจักรเฮยเจ๋อเสียก่อน
การกระทำของตระกูลเหลย มองดูเหมือนช่วยเหลือหลี่หลางเฟิง ทางอ้อม ทว่ากลับทำให้ความพยายามตลอดครึ่งชีวิตของหลี่หลางเฟิง พลันเปลี่ยนมาเป็นไร้ความหมาย
“หลังจากนี้เจ้าคิดจะทำอะไรต่อ?” เนี่ยเทียนกล่าว
“ชีวิตหลังจากนี้ของข้า ข้ามอบให้นายน้อยเนี่ยแล้ว” หลี่หลางเฟิงก ล่าวน้ำเสียงจริงใจ “หากไม่มีนายน้อยเนี่ย ก็ไม่มีข้าหลี่หลางเฟิงในวันนี้! เมื่อครึ่งปีก่อนตอนอยู่อาณาจักรต้าฮวาง อันที่จริงข้าตัดสินใจได้แล้วว่า หากท่านถูกตระกูลเหลยสังหาร ชีวิตที่เหลืออยู่ของข้าจะมีอยู่เพื่อแก้แค้น แทนท่าน ช่วยท่านดูแลตระกูลเนี่ย”
“แต่…”
เขายิ้มเจื่อน “เรื่องราวภายหลังได้พิสูจน์แล้วว่าข้ามองโลกในแง่ร้าย เกินไป นายน้อยเนี่ยเป็นคนดีฟ้าดินจึงคุ้มครอง ได้รับความโปรดปราน จากผู้อาวุโสสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ตระกูลเหลยต้องยอมก้มหน้าให้แต่ โดยดี”
ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ในใจเนี่ยเทียนก็พลันบังเกิดความซาบซึ้ง แต่ก็รู้สึก แปลกใจเล็กน้อยจึงถามว่า “ครึ่งปีแล้วรึ?”
“อืม ท่านมาถึงที่แห่งนี้แล้วหายตัวไป จนถึงวันนี้ก็ผ่านไปครึ่งปีแล้ว” หลี่หลางเฟิงอธิบาย “หลังจากที่ข้ามาที่นี่ก็ตามหาท่านไปทั่ว แต่กลับไม่ เจอตัวท่าน ภายหลังท่านเจิน ท่านหัวมู่ และคนบางส่วนก็ทยอยกันมาที่นี่ แต่กลับไม่พบร่องรอยของท่าน”
“ข้ารออยู่ที่นี่ก็เพราะคุณหนูต่งลี่บอกกับข้าว่าท่านหายตัวไปที่ไหนก็ จะปรากฏตัวอยู่ที่นั่น”
“นางให้ข้ามารอท่านที่นี่”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ที่แท้ก็นางนี่เอง”
ปีนั้นตอนอยู่อาณาจักรอั้นหมิง ต่งลี่ได้เห็นกับตาตัวเองว่าเกราะมังกร เพลิงสร้างช่องทางห้วงมิติขึ้นมาแล้วพาเขาหายตัวไป
ภายหลังต่งลี่เองก็เฝ้ารออยู่ที่เดิม และในที่สุดเขาก็ย้อนกลับมาดังที่ นางคาด
แล้วก็มีเพียงต่งลี่ที่รู้ว่าเกราะมังกรเพลิงซึ่งอยู่ในครอบครองของเขามี ความลี้ลับไม่ธรรมดาเช่นนี้
“ครึ่งปีมานี้ ทุกๆ ช่วงระยะเวลาหนึ่ง คุณหนูต่งลี่จะมาที่นี่หนึ่งรอบ” หลี่หลางเฟิงพูดต่อไป “ทว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะให้นางฝึกตน นางมาร ออยู่ที่นี่สองสามวัน พอเห็นว่าท่านยังไม่กลับมา นางก็จะจากไป แล้วค่อย มาใหม่”
“นางกำชับข้าว่าหากท่านกลับมาเมื่อไหร่ ให้ท่านไปพบนางด้วย”
“อ้อ ใช่แล้ว ครึ่งปีมานี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในดินแดนดาวตกหรือไม่? มีเรื่องใหญ่อะไรไหม?” เนี่ยเทียนถาม
“สงบสุขอย่างมาก” หลี่หลางเฟิงตอบรับ “ตระกูลเหลยออกไปจาก อาณาจักรต้าฮวางและไปอยู่ที่ภูเขาสายฟ้าในอาณาจักรคุนหลัว ตระกูล เหลยเก็บตัวน้อยครั้งนักจะออกมาข้างนอก อีกทั้งยังสั่งห้ามไม่ให้คนของ ภูเขาสายฟ้า สำนักเทียนเหยียนกระทำการบุ่มบ่าม หลังจากที่ลัทธิอูตู๋ วัง วิญญาณและตำหนักเทพเพลิงล่มสลาย อาณาจักรเฮยเจ๋อและอาณาจักร อั้นหมิงก็อยู่ในสภาวะว่างเปล่า”
“หลายสำนักต่างก็อยากได้สองอาณาจักรใหญ่นั้น ทว่าตอนนี้กลับไม่ มีใครไปตั้งสำนักอยู่ที่สองอาณาจักรนั่นอย่างโจ่งแจ้ง ตระกูลเหลยบอก แล้วว่าทุกอย่างรอให้ท่านสั่งการ แล้วก็ด้วยเหตุนี้ พวกหัวมู่ ต่งหวังหลิงถึง ได้ตามหาท่านไปทั่ว ทว่ากลับหาที่อยู่ของท่านไม่พบ”
“ฉางเซินจากอาณาจักรหลีเทียนของพวกท่านก็เลื่อนสู่เขตวิญญาณ สำเร็จแล้ว และกลายมาเป็นผู้ฝึกลมปราณคนแรกของอาณาจักรหลีเทียน ที่เลื่อนสู่เขตวิญญาณได้สำเร็จ”
“สำนักหยางและสำนักหยินก็กำลังตามหาท่าน หวังให้ท่านไปที่ อาณาจักรเชียนแจว๋เพื่อช่วยพวกเขาหาอะไรบางอย่าง”
หลี่หลางเฟิงบอกสถานการณ์ของดินแดนดาวตกให้เนี่ยเทียนฟังโดย ละเอียด”
“สำนักหยาง สำนักหยิน…” เนี่ยเทียนลูบคลำปลายคาง แล้วก็พลัน มองไปที่พื้นดินใต้ฝ่าเท้า
หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่สองคนต้องการอะไร เขารู้ดีอยู่แก่ใจ อีกทั้ง เขาเองก็เคยรับปากให้สัญญาอีกฝ่ายด้วย
คนทั้งสองดีต่อเขาไม่น้อย ปีนั้นวิมานสวรรค์คิดจะบีบให้หลี่มู่หยาง และสิ่งหวนเยว่มอบตัวเขาไปให้ ทว่าคนทั้งสองกลับยืดหยัดปกป้องเขา โดยไม่แยแสหากต้องแตกหักกับวิมานสวรรค์”
ภายหลังตอนที่เขามีข้อพิพาทกับสำนักอย่างพวกวิมานสวรรค์ สำนัก ในอาณาจักรเชียนแจว๋เองก็ยืนหยัดเป็นโล่หนุนหลังให้แก่เขา
“รอตรวจสอบความมหัศจรรย์ใต้ดินนี้ให้รู้แน่ชัดก่อนแล้วค่อยไปเอา คัมภีร์สองเล่มที่อาณาจักรเชียนแจว๋มาให้สำนักหยินและสำนักหยาง” พอ ตัดสินใจได้แน่นอน เนี่ยเทียนก็นั่งนิ่งลงไปบนพื้น เตรียมจะพลิกหา ความลับที่อยู่ใต้ดินออกมา
ก่อนหน้านี้ขอบเขตของเขาไม่มากพอ พลังจิตยังไม่แปรสภาพเป็น พลังจิตวิญญาณ จึงไม่สามารถคลายตราผนึกของที่แห่งนี้ได้
เขาในเวลานี้วิญญาณที่แท้จริงรวมตัวกันสำเร็จ พลังจิตก็เปลี่ยนเป็น พลังจิตวิญญาณ จึงถึงเวลาที่เขาจะไขความลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวทิ้งไว้แล้ว
ทิพย์จักษุเก้าข้างของเขาที่มีกระแสจิตวิญญาณห่อหุ้มพลันจมลึกลง ไปใต้ดิน
——