ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 698 ต ำหนักที่ลอยออกมำจำกใต้ดิน
ตอนที่กระแสจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนแทรกซึมเข้าไปในจุดลึกใต้ดิน ประมาณพันเมตรก็ไปสัมผัสโดนเขตอาคมลึกลับที่พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวสร้างขึ้นไว้อีกครั้ง
เขตอาคมชั้นหนึ่งคล้ายม่านขนาดใหญ่ยักษ์ที่ปิดผนึกโลกด้านล่าง พื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิตไว้อย่างมิดแม้น
ในอดีตหากเนี่ยเทียนใช้กระแสจิตไปสำรวจล้วนไม่สามารถแทรกซึม เข้าไปได้ ไม่สามารถมองเห็นจุดลึกใต้ดินที่ซุกซ่อนอยู่ ไม่รู้ถึงความลับที่ ซุกซ่อนมานานปี
ทว่าครั้งนี้กลับแตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด
รอจนกระแสจิตวิญญาณของเขาปะทะเข้ากับเขตอาคมลึกลับชั้นนั้น ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงที่นาบประทับอยู่บนหน้าอกของเขาก็พลัน มีปฏิกิริยาตอบสนองทันที
ตราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวง ดวงที่เนี่ยเทียนชุบหลอมได้อย่าง แท้จริงนั้นมีเพียงดวงเดียว
ในตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่หนึ่งบันทึกบทต้นของคาถาสะเก็ดดาว เอาไว้ ได้แก่คาถาดาวเคลื่อนย้าย คาถาดาวเปล่งประกายและคาถาดาว ตก ซึ่งเขาศึกษาได้จนเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งทั้งสามวิชา
ตราประทับสะเก็ดดาวสองดวงที่เหลืออยู่ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถ ชุบหลอมได้สำเร็จ
ทว่าต่อให้ยังไม่ได้ชุบหลอมก็เหมือนว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความ มหัศจรรย์ของตราประทับสะเก็ดดาว เวลานี้ตราประทับสะเก็ดดาวสาม ดวงพลันบินออกมาจากหน้าอกของเขาคล้ายดวงดาวสามดวงที่ตรงดิ่งไป ยังจุดลึกใต้ดิน
กระแสจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนที่จมลึกอยู่ใต้ดินพลันเห็นทันทีว่าพอ ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงร่วงลงไปก็เหมือนก้อนหินสามก้อนที่ถูก โยนลงไปในทะเลสาบ ทำให้เขตอาคมลึกลับเกิดคลื่นกระเพื่อมไหว
ชั่วขณะถัดมา กระแสจิตวิญญาณของเขาและทิพย์จักษุเก้าดวงก็ถูก แรงผลักดันระลอกหนึ่งกระแทกกลับออกมา
เพียงแค่ไม่กี่วินาที กระแสจิตวิญญาณและทิพย์จักษุที่เขาปลดปล่อย ออกไปก็กลับคืนมาหาเขาทั้งหมด
“ครืนๆๆ!”
จุดลึกของใต้ดินพลันมีคลื่นสั่นสะเทือนรุนแรงส่งออกมา
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี เบิกตากว้างมองลงไปก็เห็นว่าพื้นดินเหมือน พรมที่ถูกสะบัดจนเกิดลูกคลื่นขึ้นๆ ลงๆ ไม่อยู่นิ่ง
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวแก้วหูจะดับยิ่งดังขึ้นทุกขณะ แรงสั่นแผ่ ขยายจากใต้ฝ่าเท้าของเนี่ยเทียนไปไกลมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่นานเนี่ยเทียนก็สังเกตเห็นว่าเทือกเขาฮว้านคงก็เหมือนจะโยก คลอนไปด้วย และจุดที่ห่างไปไกลยิ่งกว่าอย่างเมืองโพ่เมี่ย สถานที่ที่ถูกทิ้ง
ร้าง ซากปรักหักพังก็คล้ายจะถูกปกคลุมอยู่ในขอบเขตการสั่นคลอนนี้ ด้วย
จุดศูนย์กลางของพื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิต หลุมลึกขนาดใหญ่ยักษ์ที่ถูก หินอุกกาบาตนอกโลกก้อนหนึ่งพุ่งชนพลันมีเสียงหินลั่นดังเปรี๊ยะๆ ก่อนที่ บริเวณรอบๆ หลุมลึกจะยุบยวบลงไป
ตามหลังเสียงดังอึกทึกจากพื้นดินและภูเขาสั่นคลอน วัตถุใหญ่ขนาด มโหฬารที่ซ่อนอยู่ในจุดลึกใต้ดินก็ค่อยๆ เผยกายขึ้นมาทีละนิด
“นายน้อยเนี่ย! นี่ นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันแน่?” หลี่หลางเฟิงถามเสียง อึกๆ อักๆ
เขาแอบรู้สึกว่าเสียงกัมปนาทจากพื้นดินมีความเกี่ยวข้องกับเนี่ยเทียน
ทว่าเนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาเพียงแค่รับตารับสัมผัส แค่นี้ก็ชักนำ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากหลุมลึกได้เชียวหรือ?
“รายละเอียดข้าเองก็ไม่แน่ใจ”
เนี่ยเทียนทิ้งประโยคนี้ไว้ก็รีบรุดเข้าไปใกล้หลุมลึกที่มีวัตถุประหลาด โผล่ออกมา เขาคาดเดาว่าความลับที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ดินมานานหลายปีกำลัง จะถูกเปิดเผยแล้ว
“ครืนๆๆ!”
แผ่นดินยังคงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หินอุกกาบาตนอกโลกที่ตกลง มากลางหลุมลึกระเบิดแหลกลาญไปนานแล้ว ทั้งยังกลายมาเป็นเศษหิน ปลิวว่อน
ปลายยอดของพระราชวังเก่าแก่ยิ่งใหญ่อลังการหลังหนึ่งเผยให้เห็น อยู่ในหลุมลึก ปานประหนึ่งสัตว์ยักษ์ที่โผล่แต่ส่วนหัวออกมา
“นี่…นี่คืออะไร?” ดวงตาของหลี่หลางเฟิงที่ตามมาทันเต็มไปด้วย ความตื่นตะลึง “เหตุใดจุดลึกใต้ดินถึงมีพระราชวังอยู่ได้?”
คำถามของหลี่หลางเฟิง เนี่ยเทียนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะตอบ อย่างไร
เขาเพียงแค่มองอึ้งๆ ไปยังพระราชวังที่ค่อยๆ โผล่พ้นผิวดินและขยาย ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
พระราชวังนั้นเป็นสีเขียวเข้มตลอดทั้งหลัง พื้นผิวของพระราชวังฝัง เลื่อมภาพค่ายกลดวงดาวไว้นับไม่ถ้วน
ภาพค่ายกลดวงดาวนั้นเหมือนกับที่นาบประทับไว้บนผนังยอดเขา ยักษ์ทั้งสามลูกในอาณาจักรเชียนแจว๋ อาณาจักรเสวียนเทียนอย่างไม่มี ผิดเพี้ยน
เพียงแต่ว่าภาพค่ายกลดวงดาวส่วนใหญ่ล้วนสลัวรางไร้แสง เหมือน ขาดการกรอกเทพลังดวงดาว จึงยังไม่สามารถสำแดงความลี้ลับที่แท้จริง ออกมาได้
พระราชวังเก่าแก่โบราณหลังนั้นเหมือนสัตว์ยักษ์ที่หลับลึกมานานนับ หมื่นปี ซึ่งกำลังโผล่พ้นออกมาจากจุดลึกใต้ดินอย่างรวดเร็ว
เสียงกัมปนาทสั่นสะเทือนฟ้าดินยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
ผู้ฝึกลมปราณตลอดทั้งอาณาจักรเลี่ยคง ไม่ว่าจะอยู่ที่เมืองโพ่เมี่ย สถานที่ที่ถูกทิ้งร้าง ซากปรักหักพังหรือเทือกเขาฮว้านคงต่างก็สัมผัสได้
เงาร่างมากมายที่ในใจพกพาความหวาดกลัวต่างก็ไหลบ่าออกมาจาก แปดทิศ
ครึ่งเค่อต่อมา ในที่สุดพระราชวังเก่าแก่ที่ซ่อนอยู่ในใต้ดินมานาน หลายปีก็ปรากฎอยู่ต่อหน้าเนี่ยเทียนอย่างสมบูรณ์แบบ
พระราชวังนั้นใหญ่โตโอ่อ่ายิ่งกว่าวิมานสวรรค์ที่ถูกเรือรบทาง ช้างเผือกของอสูรกายทำลายไปเสียอีก ภาพค่ายกลดวงดาวจำนวนนับไม่ ถ้วนที่อยู่ข้างนอกมีทั่วทุกหนแห่ง แน่นขนัดประหนึ่งใยแมงมุม
หลังจากพระราชวังผุดขึ้นมาจากพื้นดินอย่างเต็มที่แล้ว พื้นดินถึงได้ หยุดสั่นไหว
ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงที่บินออกมาจากในร่างของเนี่ยเทียน ก่อนหน้านี้กลายมาเป็นลำแสงดวงดาวสามเส้นที่นาบประทับกลับเข้าไป ตรงหน้าอกของเนี่ยเทียนอีกครั้ง
“อาณาจักรเลี่ยคงเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าตะลึง!”
หลี่หลางเฟิงแหงนหน้ามองท้องฟ้า ก่อนจะพูดเนิบช้าด้วยน้ำเสียงราว กับคนที่กำลังฝัน “นายน้อยเนี่ย ท่านมองท้องฟ้าสิ! ในอดีต ท้องฟ้าของ อาณาจักรเลี่ยคงถูกปราณวิญญาณสกปรกปกคลุม ยากที่จะมองเห็น ดวงดาวเจิดจ้าเช่นนี้”
“แต่ท้องฟ้าตอนนี้มีแสงดาวพร่างพราวราวกับว่าขยับเข้ามาอยู่ใกล้ พวกเรายิ่งกว่าเดิม”
“ปราณวิญญาณสกปรกที่ปกคลุมท้องฟ้าก็ราวกับถูกกลั่นอย่างไร อย่างนั้น”
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ตัวสั่นสะท้าน คำรามต่ำๆ “ไม่ใช่ถูก กลั่นสิ แต่เหมือนเกิดการเปลี่ยนแปลง! ปราณปีศาจ ปราณอสูร ปราณ พิษ และยังมีพลังงานทางธรรมชาติที่ส่งผลร้ายต่อการฝึกตนของพวกเรา ล้วนค่อยๆ ถูกชำระล้างให้สะอาด เพื่อให้กลายมาเป็นปราณวิญญาณฟ้า ดินที่เหมาะสมกับเผ่ามนุษย์เรามากที่สุด!”
เนี่ยเทียนไม่ได้เอ่ยตอบ เพียงหลับตาใช้ใจรับสัมผัส
การรับสัมผัสที่เขามีต่อการเปลี่ยนแปลงของฟ้าดินลึกซึ่งกว่าหลี่หลาง เฟิงเล็กน้อย เพราะเขาฝึกคาถาสะเก็ดดาว จึงสามารถสัมผัสได้ถึงการ เปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ของพลังดวงดาวได้อย่างเฉียบไว
เขาพบว่าเมื่อพระราชวังโบราณที่ฝังอยู่ใต้ดินลอยขึ้นมา ดวงดาวแต่ ละดวงที่พร่างพราวอยู่ในทางช้างเผือกที่กว้างใหญ่ไพศาลก็เหมือนจะ เปลี่ยนมาเป็นเจิดจ้ามากกว่าเก่า
พลังดวงดาวเป็นกลุ่มๆ ถูกพระราชวังโบราณนั้นชักนำให้มารวมตัว กันอย่างเงียบเชียบ
ไม่รู้ว่าพระราชวังโบราณสร้างขึ้นมาจากวัตถุใด มันถึงสามารถดึงดูด พลังดวงดาวมาได้ด้วยตัวเองเช่นนี้
เมื่อพระราชวังโบราณปรากฏ ปราณวิญญาณที่สกปรกซึ่งมีสถานที่ แห่งนี้เป็นจุดศูนย์กลางก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบเชียบ กลายมาเป็น ปราณวิญญาณที่เปี่ยมล้น
ในอดีตอาณาจักรเลี่ยคงก็คืออาณาจักรหนึ่งของดินแดนดาวตก ทั้งยัง เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดและพิเศษมากที่สุดด้วย!
ซวีเฉิงที่กำราบวิมานสวรรค์มานานหลายปีก็เคยตั้งตระหง่านอยู่ใน อาณาจักรเลี่ยคง เรียกตนว่าคือผู้พิชิตแห่งดินแดนดาวตก
ที่อาณาจักรเลี่ยคงถูกลบชื่อออกจากดินแดนดาวตกก็เพราะปราณ วิญญาณฟ้าดินที่เคยเข้มข้นของที่แห่งนี้กลับมีปราณสกปรกหลากหลาย ชนิดแพร่ออกมาจากเทือกเขาฮว้านคง ไม่เหมาะสมให้เผ่ามนุษย์ฝึกตนอีก ต่อไป
ตอนนี้เนื่องจากพระราชวังโบราณนั้นลอยขึ้นมา ปราณวิญญาณ สกปรกของตลอดทั้งอาณาจักรเลี่ยคงก็ค่อยๆ ถูกชำระล้างอย่างเงียบ เชียบและกลายมาเป็นปราณวิญญาณฟ้าดินที่บริสุทธิ์
เดิมทีปราณวิญญาณฟ้าดินในอาณาจักรเลี่ยคงก็เปี่ยมล้นอยู่แล้ว ทั้ง ยังเข้มข้นมากกว่าอาณาจักรเสวียนเทียนเสียอีก
หลังจากปราณวิญญาณสกปรกซึ่งไหลบ่าเข้าสู่อาณาจักรเลี่ยคงนับ ร้อยนับพันปีที่ผ่านมาถูกชำระล้างแล้วก็ได้กลายมาเป็นปราณวิญญาณฟ้า ดินที่บริสุทธิ์ นี่จึงเป็นเหตุให้ปราณวิญญาณฟ้าดินของอาณาจักรเลี่ยคง มากล้นยิ่งกว่าในอดีต!
ไม่เพียงเท่านี้ เนื่องจากเทือกเขาฮว้านคงมีรอยแยกห้วงมิติอยู่ มากมาย ในรอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นตอนนี้ก็ยังคงมีพลังงานฟ้าดินจาก นอกอาณาจักรรั่วไหลเข้ามาไม่ขาดสาย
หากพลังงานฟ้าดินเหล่านั้นถูกชำระล้างจนเกิดเป็นปราณวิญญาณฟ้า ดินกลุ่มใหม่ พวกมันก็จะมากระจายตัวอยู่ทั่วทุกมุมในอาณาจักรเลี่ยคง
นี่จึงทำให้ปราณวิญญาณฟ้าดินของอาณาจักรเลี่ยคงยิ่งเข้มข้นเปี่ยม ล้น
ปราณวิญญาณฟ้าดินที่เข้มข้นสามารถทำให้ผู้ฝึกลมปราณทุกคนที่ฝึก ตนอยู่ที่นี่รวบรวมพลังงานได้ง่ายดายขึ้น การฝ่าทะลุขอบเขตก็เร็วมากขึ้น
เมื่อปราณวิญญาณฟ้าดินที่เปี่ยมล้นกระจายอยู่ทั่วทุกมุมยังสามารถ ก่อเกิดเป็นหินวิเศษ หยกวิเศษ ทำให้หมื่นสรรพสิ่งเจริญเติบโตงอกงาม
สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าในอนาคตอีกไม่นาน อาณาจักรเลี่ยคงจะ กลายมาเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของดินแดนดาวตก!
เมื่อถึงเวลานั้น เกรงว่าผู้แข็งแกร่งของแต่ละฝ่ายคงเลือกมาฝึกตนที่ อาณาจักรเลี่ยคงแห่งนี้
“พระราชวังโบราณนี่…” หลี่หลางเฟิงนิ่งคิดอยู่นาน ลังเลไปพักใหญ่ จึงเอ่ยขึ้นว่า “หรือว่ามันเกี่ยวข้องกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว?”
“ถูกต้อง พระราชวังโบราณที่ซ่อนลึกอยู่ใต้ดินก็คือสิ่งที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้” เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง “เจ้ารออยู่ข้างนอกก่อน ข้าจะเข้าไปดูสักหน่อย”
เนี่ยเทียนก้าวเดินยาวๆ เข้าไปในพระราชวัง
พระราชวังแห่งนี้เหมือนปราการขนาดใหญ่ยักษ์ที่ถูกปิดผนึก มีเพียง ประตูหินบานเดียวที่ปิดแน่น ประตูหน้าต่างอื่นๆ ที่มีอยู่ในพระราชวัง เวลานี้ต่างก็ถูกปิดสนิท
เขาเดินมาถึงเบื้องใต้พระราชวัง ก่อนจะรวบรวมพลังดวงดาวและยื่น มือไปยังประตูหิน
แสงดาวพลันบินออกมาจากกลางฝ่ามือของเขา หลังจากนั้นเขาจึง ออกแรงผลัก
“แอด!”
ประตูหินหนักอึ้งถูกเขาผลักออกอย่างง่ายดาย เขาจึงก้าวเข้าไปด้าน ใน
เข้ามาในพระราชวังที่กว้างขวางแห่งนั้น เขาก็พลันเกิดความรู้สึก เดียวกับตอนที่อยู่ในพระราชวังลึกลับเพื่อช่วงชิงตราประทับสะเก็ดดาวใน ปีนั้น
ด้านในพระราชวังแห่งนี้มีหลายจุดที่คล้ายคลึงกับพระราชวังที่เขาเคย ไปประลอง
บนเพดานของพระราชวังโปร่งใส เมื่อเงยหน้าขึ้นก็จะมองเห็นทาง ช้างเผือกที่มีดวงดาวเปล่งประกาย ท้องฟ้ากว้างใหญ่อันลึกลับอยู่ใกล้เขา ถึงเพียงนี้ ราวกับเพียงเอื้อมมือคว้าก็ถึง
ผนังด้านในของพระราชวังก็มีภาพค่ายกลดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วน สลักเอาไว้เช่นกัน ทั้งยังมีห้องหินเรียงกันมากมายราวรวงผึ้ง
ตรงกลางของพระราชวังมีค่ายกลนำส่งห้วงมิติขนาดใหญ่หลังหนึ่งที่ ไม่รู้ว่าเชื่อมโยงไปยังสถานที่ใด
——