ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 729 พักรบ
“อินย่าหนัน หลังจากนี้เจ้าคิดจะทำยังไงต่อ?”
ตอนที่วิหคเพลิงบินอยู่ห่างจากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งประมาณสิบกว่า เมตร เฉียวอวิ๋นซีก็ตะโกนถามขึ้นมา
“คิดจะทำยังไง? ข้ายังคิดจะทำอะไรได้อีก?” อินย่าหนันเหลือบตา มองซากวิญญาณหกดวงที่ว่ายวนอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะยกยิ้มขมขื่น “ข้าอยาก จากไป แต่ตอนนี้กลับจากไปไม่ได้แล้ว”
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่ต่อสู้กับซากวิญญาณหกดวงก็ได้รับบาดเจ็บ เหมือนกัน หากไปจากเนี่ยเทียน พวกนางก็จะกลายมาเป็นเป้าหมายการ โจมตีของซากวิญญาณทันที
นางรู้ดีอยู่แก่ใจว่าลำพังแค่นางกับงูเหลือมเลือดน้ำแข็งย่อมไม่มีทาง รับมือกับซากวิญญาณหกตนนั้นได้
หากนางอยากมีชีวิตอยู่ต่อก็จำต้องอยู่กับเนี่ยเทียน อาศัยไข่มุก วิญญาณมืดมาสยบซากวิญญาณถึงจะพ้นภัยครั้งนี้ไปได้
“หรือจะให้ข้าล่อซากวิญญาณไปจากเจ้าก่อน?” เฉียวอวิ๋นซี เสนอแนะ
อินย่าหนันดวงตาเป็นประกาย “ดีเลย!”
กล่าวจบนางก็ใช้จิตวิญญาณสื่อสารกับงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง
พอนางออกคำสั่ง เรือนกายใหญ่โตของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งก็ค่อยๆ หดเข้าหากันช้าๆ
ไม่นานร่างของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งก็หดเล็กกว่าเดิมประมาณสิบเท่า
พอเรือนกายที่ทอดยาวหดลงมาสิบเท่า งูเหลือมเลือดน้ำแข็งก็คล้าย กลายมาเป็นงูวิเศษตัวเล็กตัวหนึ่ง
“เนี่ยเทียน อย่ามีเรื่องกันต่อไปอีกเลย” เฉียวอวิ๋นซีหันมาพูดกับเนี่ย เทียนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความวิงวอน “ม่าหงเสียนไปแล้วก็ให้แล้ว กันเถอะ จะให้เกิดเรื่องกับอินย่าหนันไม่ได้เด็ดขาด หากนางตาย สำนัก ไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราก็ต้องซวยไปด้วย”
เนี่ยเทียนสีหน้ามึนตึง มองอินย่าหนันด้วยสายตาเย็นชา ไม่เอ่ยคำใด
เขาไม่พูด อินย่าหนันก็ไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้วิหคเพลิง
“เอาตามนี้ก่อนก็แล้วกัน” พักหนึ่งเนี่ยเทียนถึงได้พยักหน้ารับเบาๆ ยอมเห็นด้วยกับการพักรบชั่วคราว
อันที่จริงเฉียวอวิ๋นซีและอินย่าหนันต่างก็ไม่รู้ว่า เนี่ยเทียนในเวลานี้… หากไม่คิดจะพักรบก็คงไม่ได้
พลังงานเลือดเนื้อที่โครงกระดูกปีศาจเลือดหลงเหลืออยู่มีแค่หนึ่งส่วน เท่านั้น ต่อให้เขาใช้การผสานรวมชีวิตรวมร่างเป็นหนึ่งกับโครงกระดูก ปีศาจเลือดอีกครั้ง พลังการต่อสู้ของเขาก็มีจำกัด
นอกจากนี้เขายังใช้หมัดเทพค้ำฟ้าพิโรธไปสองครั้ง รวมไปถึงร่ายใช้ กระแสปั่นป่วนหุนตุ้น ซึ่งนั่นก็เผาผลาญพลังงานในร่างเขาไปมากเช่นกัน
ไม่มีการสยบขวัญจากโครงกระดูกปีศาจเลือด ด้วยพลังการต่อสู้ที่เขา เหลืออยู่ไม่มากนี้ เขาก็ไม่สามารถสังหารอินย่าหนันที่มีเขตสามัญช่วงท้าย ทั้งยังมีเรือนกายแข็งแกร่งได้เลย
การที่เขาแสร้งตอบรับอย่างไม่เต็มใจ แท้จริงแล้วเป็นการกระทำด้วย ความจนใจ
“เจ้ามานี่!” เฉียวอวิ๋นซีกวักมือเรียก
เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนตอบรับจะพักรบ อินย่าหนันเองก็พอจะคลายใจ ลงได้ นางมองประเมินเนี่ยเทียนอย่างระวังทั้งเตรียมตัวรับมือทุกเมื่อ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้วิหคเพลิงพร้อมกับงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง
เนี่ยเทียนหรี่ตาประสานสายตากับนาง ความดุร้ายและบ้าคลั่งใน ดวงตาหายไปนานแล้ว
อินย่าหนันมองจ้องเขาอยู่พักใหญ่ เมื่อแน่ใจว่าเนี่ยเทียนจะไม่ลงมือ สังหารนางอีก นางถึงได้พางูเหลือมเลือดน้ำแข็งเข้าไปใกล้วิหคเพลิง
พื้นที่ตรงแผ่นหลังของวิหคเพลิงมีจำกัด ตอนที่มีแค่เนี่ยเทียนและ เฉียวอวิ๋นซีก็ยังไม่ถือว่าเบียดเสียดกันเท่าใดนัก แต่พอนางกับงูเหลือม เลือดน้ำแข็งเข้ามาอยู่ด้วย พื้นที่นั้นก็เปลี่ยนมาเป็นคับแคบทันใด
คนสามคนกับงูเหลือมเลือดน้ำแข็งอีกหนึ่งตัวที่อยู่บนหลังของวิหค เพลิงมีพื้นที่ห่างกันไปถึงครึ่งเมตร
คนทั้งสามต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง พวกเขาระแวงกันเอง บรรยากาศจึงเคร่งเครียดอย่างมาก
อินย่าหนันกลัวว่าเนี่ยเทียนจะลงมือ และแน่นอนว่าเนี่ยเทียนที่มี สภาพไม่ดีนักก็กังวลว่านางจะแก้แค้นเหมือนกัน ส่วนเฉียวอวิ๋นซีก็กลัวว่า คนทั้งสองจะเปิดศึกกันจึงระแวงระวังไม่น้อยไปกว่าใคร
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่ปรารถนาอยากกลืนกินเนี่ยเทียน พอเห็นความ ร้ายกาจของเนี่ยเทียนกับตาตัวเอง มาตอนนี้จึงสงบเสงี่ยมอย่างเห็นได้ชัด
เหมือนมันเองก็เข้าใจว่าไข่มุกที่อยู่ในมือของเนี่ยเทียนสามารถ ควบคุมซากวิญญาณทั้งหกได้ หากเกิดเรื่องอะไรกับเนี่ยเทียน วิญญาณ พวกนั้นต้องบุกเข้ามาสังหารพวกมันทันทีแน่นอน
“ทุกคนอดทนหน่อย รอจนสลัดวิญญาณร้ายหกตัวนี้ทิ้งไปได้แล้ว พวกเราค่อยแยกย้ายกัน” เฉียวอวิ๋นซีกล่าว
เนี่ยเทียนและอินย่าหนันต่างก็พยักหน้ารับเบาๆ
“อู้!”
ในที่สุดวิหคเพลิงก็ทะยานไปอีกครั้ง หมายไปให้ไกลจากที่แห่งนี้
ซากวิญญาณหกดวงที่พอเห็นว่าวิหคเพลิงบินไปก็ตามติดไม่ปล่อย คล้ายควันหกเส้นที่ติดตามมาไกลๆ
ความเร็วของวิหคเพลิงมากกว่าพวกวิญญาณหลายอยู่ระดับหนึ่ง แต่ วิญญาณทั้งหกเหมือนจะรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของวิญญาณอสูรจึงตามมา ทันเสมอ
และวิหคเพลิงเองก็ไม่สามารถรักษาระดับความเร็วได้ตลอดเวลา จำเป็นต้องให้เฉียวอวิ๋นซีคอยป้อนผลึกเปลวเพลิงพิเศษให้กับมันอย่าง ต่อเนื่อง
ทุกครั้งที่เฉียวอวิ๋นซีนึกว่าจะสลัดซากวิญญาณทั้งหกดวงนั้นได้แล้ว และจะหยุดวิหคเพลิงเพื่อป้อนผลึกเปลวเพลิงให้กับมัน ทว่าซากวิญญาณ ทั้งหกกลับปรากฏตัวอย่างเงียบเชียบตลอด
“สมควรตายนัก!”
ขณะที่ป้อนผลึกเปลวเพลิงให้กับวิหคเพลิงแล้วเห็นว่าซากวิญญาณทั้ง หกติดตามมาด้านหลังอย่างเงียบเชียบอีกครั้ง เฉียวอวิ๋นซีก็สบถอย่าง หงุดหงิด
เนี่ยเทียนที่ใช้หินวิเศษฟื้นคืนพลังอยู่นิ่งๆ บนวิหคเพลิงลืมตาขึ้นแล้ว กล่าวว่า “วิญญาณอสูรที่อยู่กลางหว่างคิ้วของข้าคือกุญแจสำคัญที่ซาก วิญญาณทั้งหกตามมาเจอ หากวิญญาณอสูรไม่ตาย ซากวิญญาณทั้งหก นั่นก็สามารถใช้การเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณที่ลึกลับตามมาได้อีกครั้ง”
เฉียวอวิ๋นซีกล่าว “แล้วจะทำยังไงกันดี?”
“มีเพียงจัดการกับวิญญาณอสูรเท่านั้นถึงจะจัดการภัยคุกคามจาก วิญญาณร้ายไปพร้อมกันได้” เนี่ยเทียนกล่าว
“เจ้ารีบคิดหาวิธีเร็วเข้าสิ!” เฉียวอวิ๋นซีกล่าวอย่างร้อนรน
เนี่ยเทียนแค่นเสียงในลำคอ “หากง่ายดายขนาดนั้น ข้าก็ลงมือไป นานแล้ว มีหรือจะรอให้ถึงตอนนี้?”
“ม่าวิญญาณอสูร…” อินย่าหนันลังเลไปครู่แล้วพลันพูดขึ้นมา “ขอข้า ลองดูหน่อย!”
“เจ้า?” เนี่ยเทียนมองนางด้วยสายตาแปลกใจ
“ขอบเขตข้าสูงกว่าเจ้า วิญญาณที่แท้จริงแข็งแกร่งกว่าเจ้า นอกจากนี้ข้ายังสามารถใช้วิญญาณสัตว์ของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งได้อีก เล็กน้อย!” อินย่าหนันที่ถูกดูหมิ่นจึงโมโหไม่น้อย ไม่รอให้เนี่ยเทียน รับปาก นางก็กล่าวว่า “เจ้าไม่ต้องสนใจข้า ให้ข้าทดลองดูก่อน!”
“อู้ๆ!”
กระแสจิตวิญญาณเป็นกลุ่มๆ ถูกวิญญาณที่แท้จริงของนางปล่อย ออกมาให้ปะปนกับพลังของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง จากนั้นก็บินออกมา จากมหาสมุทรจิตวิญญาณของนาง
ในกระแสจิตวิญญาณของนางมีพลังจิตวิญญาณของงูเหลือมเลือด น้ำแข็งรวมอยู่ด้วย พลังจิตวิญญาณของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งเป็นเหมือนงู เหลือมตัวเล็กบางที่พลันบินเข้าไปยังผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วของ เนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนรวบรวมสมาธิรับสัมผัส
“ฟู่วๆ!”
ผลึกใสทรงปริซึมก้อนนั้นถูกพลังจิตวิญญาณของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง และของอินย่าหนันโจมตีเข้าใส่จึงพลันส่องแสงสีเขียวเจิดจ้า
พลังจิตวิญญาณของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งและอินย่าหนันรวมเข้าเป็น หนึ่ง เวทลับทางจิตวิญญาณที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งจึงบังเกิดขึ้นมา
“ผลึกน้ำแข็งระเบิด!”
เส้นวิญญาณจากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งพลันเปลี่ยนมาเป็นผลึกใสราว น้ำแข็งแล้วระเบิดออกในชั่วพริบตา
เส้นวิญญาณจำนวนมากกลายมาเป็นแท่งน้ำแข็งคมกริบที่แทงเข้าไป ยังผลึกใสทรงปริซึมซึ่งมีวิญญาณอสูรอยู่ภายใน
ผลึกน้ำแข็งระเบิดอย่างต่อเนื่องอยู่ในพื้นที่ดำมืดกลางผลึกใสทรง ปริซึม ไอความเย็นพลุ่งพล่านพลันพุ่งเข้าโจมตีหมายสังหารวิญญาณอสูร
จุดลึกในพื้นที่ดำมืด วิญญาณอสูรร้องคำราม ก่อนจะรวบรวมพลังจิต วิญญาณหลายเส้นให้กลายมาเป็นมืออสูรคว้าวิญญาณประหนึ่งทวยเทพ เก่าแก่ของเผ่าอสูรกายที่คว้าจับมายังพื้นที่ตรงกลางของน้ำแข็งระเบิด
พื้นที่ความเย็นจาก “ผลึกน้ำแข็งระเบิด” ซึ่งถูกอินย่าหนันและงู เหลือมเลือดน้ำแข็งร่วมมือกันสร้างขึ้นมาถูกมืออสูรคว้าวิญญาณนั้นรัดกุม ไว้อย่างแน่นหนา
“ฟู่วๆ!”
พลังจิตวิญญาณที่เป็นราวกับแท่งน้ำแข็งทยอยกันถูกบีบจนแตก กระจาย มิอาจสร้างความบาดเจ็บใดๆ ให้กับวิญญาณอสูรในพื้นที่ดำมืด นั้นได้เลย
กลับเป็นพลังจิตวิญญาณของอินย่าหนันและงูเหลือมเลือดน้ำแข็งเสีย อีกที่ไหลหายไปอย่างรวดเร็ว ลงเหลือเพียงเศษซากจิตวิญญาณที่ฉวย โอกาสหนีมาอย่างรวดเร็ว
“ไม่ได้! เมื่ออยู่ในหัวใจแห่งจิตวิญญาณของเผ่าอสูรชิ้นนั้น วิญญาณ อสูรสามารถใช้เวทลับทางจิตวิญญาณได้หลากหลาย ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ มันเลย” หลังจากที่กระแสจิตวิญญาณกลับคืนมา ใบหน้าของอินย่าหนัน ก็ซีดขาว ส่วนงูเหลือมเลือดน้ำแข็งก็แลบลิ้นแผล็บๆ พลางร้อง “ฟ่อๆ” ดู ท่าแล้วมันก็น่าจะได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน
“นั่นเป็นเพราะวิญญาณที่แท้จริงของพวกเรายังไม่แข็งแกร่งมากพอ หากตอนนั้นที่เจ้าบินออกมาจากทะเลสาบและให้พวกหงเหล่าลงมือ พวก เขาก็น่าจะสังหารวิญญาณอสูรดวงนี้ได้” อินย่าหนันกล่าวอย่างหดหู่
เนี่ยเทียนแค่นเสียงในลำคอหนึ่งที “ตอนนั้นที่ข้าออกมา พวกเขาก็คิด แต่จะใช้วิญญาณอสูรมารีดไถผลึกจิตวิญญาณในมือของข้า หากพวกเขา ช่วยข้าจัดการกับวิญญาณอสูรตั้งแต่แรก ข้าก็คงไม่ถูกอารมณ์เชิงลบของ มันสร้างผลกระทบจนลงมือสังหารอย่างบ้าคลั่ง แล้วมีหรือเหตุการณ์จะ ลุกลามมาถึงขั้นนี้?”
อินย่าหนันสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “เรื่องนี้ เป็นเพราะพวกเรา สามสำนักทำไม่ถูกอย่างแท้จริง อันที่จริงตอนนั้นข้าก็มองสถานการณ์ ออกแล้วถึงได้เอ่ยเกลี้ยกล่อม แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่มีใครฟังข้า”
เนี่ยเทียนไม่ได้ซักไซ้เอาความกับเรื่องนี้ต่อ เขานิ่งคิดไปครู่ถึงกล่าวว่า “จะให้ต่อสู้กับวิญญาณอสูรในหัวใจแห่งจิตวิญญาณนั้นไม่ใช่ความคิดที่ดี เอาอย่างนี้ รอให้วิญญาณอสูรทนไม่ไหวจนลงมือโจมตีมหาสมุทรจิต วิญญาณของข้าอีกครั้ง พวกเจ้าค่อยร่วมแรงกันช่วยข้า”
“ศึกนี้หากเปลี่ยนสถานที่ต่อสู้จากหัวใจแห่งจิตวิญญาณมายัง มหาสมุทรจิตวิญญาณของข้า น่าจะง่ายกว่าเดิม”
กล่าวจบ เขาก็พลันหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณสี่ก้อนออกมาจากใน แหวนเก็บของ
ชั่วขณะที่ผลึกจิตวิญญาณก้อนที่หนึ่งมาปรากฏอยู่กลางฝ่ามือของเขา วิญญาณอสูรก็ลงมือทันที มันปล่อยพลังขุมหนึ่งแทรกซึมเข้ามาในผลึกจิต วิญญาณ ผลึกจิตวิญญาณจึงบินพรวดเข้าไปฝังเลื่อมยังผลึกใสทรงปริซึม กลางหว่างคิ้วเนี่ยเทียน
“สองก้อนนี้ให้พวกเจ้าฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณ!”
เขารีบมอบผลึกจิตวิญญาณอีกสองก้อนส่งให้กับเฉียวอวิ๋นซีและอิน ย่าหนัน ส่วนตัวเองเก็บไว้ก่อนหนึ่ง แล้วใช้เวทลับมาให้สะเก็ดดาวเก้าดวง ดูดซับพลังไปจากมันอย่างรวดเร็ว
วิญญาณอสูรได้เพียงแค่ดูดซับผลึกผลึกจิตวิญญาณทีละก้อนเท่านั้น แล้วก็เพราะเข้าใจในจุดนี้ เขาถึงได้หยิบออกมาสี่ก้อน
“ความคิดนี้ไม่เลว!” อินย่าหนันพยักหน้ารับ นางรีบส่งผลึกจิต วิญญาณที่เนี่ยเทียนมอบให้ไปให้กับงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ให้งูเหลือม เลือดน้ำแข็งฟื้นฟูพละกำลัง
ส่วนตัวนางเองนั้นหยิบเอาผลึกจิตวิญญาณก้อนที่เนี่ยเทียนเคยให้ไว้ ตอนอยู่ใต้ทะเลสาบออกมาดึงพลังจิตวิญญาณต่อ
เฉียวอวิ๋นซีมีสีหน้าดีใจ พอรับผลึกจิตวิญญาณมาก็ตั้งใจดึงพลังจิต วิญญาณออกมาโดยไม่เอ่ยคำใด
หากเลื่อนสู่เขตสามัญและจิตวิญญาณที่แท้จริงก่อตัวขึ้นมาแล้วก็ต้อง ให้ความสำคัญกับการชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริง และพลังจิตวิญญาณ ก็มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการชุบหลอมจิตวิญญาณที่แท้จริง
เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของ เนี่ยเทียนครั้งต่อไป หญิงสาวทั้งสองจึงพยายามดึงพลังงานออกมาจาก ผลึกจิตวิญญาณอย่างเต็มที่
ส่วนเนี่ยเทียนก็กำผลึกจิตวิญญาณไว้ในมือ ตอนที่ดึงเอาพลังจิต วิญญาณออกมาจากข้างใน ดวงตาทั้งคู่ของเขาก็มีแสงดาวเปล่งประกาย วาบ พลันใช้พลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวชักนำกระแสจิตวิญญาณของ เขาเข้าไปในตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สอง
ในตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองบันทึกเวทลับทางจิตวิญญาณของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเอาไว้ ก่อนหน้านี้ขอบเขตของเขาไม่สูงพอ วิญญาณที่แท้จริงยังไม่ปรากฏ จึงยากที่จะทำความเข้าใจได้
ตอนนี้ฉวยโอกาสที่วิญญาณอสูรยังไม่ลงมือ เขาจึงคิดจะทำความ เข้าใจกับเวทลับทางจิตวิญญาณของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
พอกระแสจิตวิญญาณเข้าไปในตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สอง อักขระโบราณจำนวนมากก็ลอยขึ้นมาจากในตราประทับนั้น ทั้งยังมี อักขระโบราณหลายตัวที่ผสานรวมเข้ากับจุดลึกของจิตวิญญาณเขาทันที
“จิตวิญญาณแห่งดวงดาว! โซ่ดวงดาว!”
——