ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 728 ข่มขวัญศัตรูตัวฉกาจให้ล่าถอย
“ตาย ตายกันหมดแล้ว…”
ฉู่เสวียนจีมองโครงกระดูกปีศาจเลือดด้วยความตะลึงพรึงเพริด หนัง หน้าของเขาเกร็งกระตุก มือทั้งคู่ที่บังคับธงสั่นน้อยๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับการรวมกำลังของผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณมากมาย เนี่ยเทียนไม่รู้ว่าใช้เวทลับใด ถึงทำให้จิตวิญญาณของทุกคนที่เข้าไปใกล้ ปั่นป่วน แม้แต่อานุภาพร้ายกาจจากการโจมตีที่น่ากลัวก็ยังลดทอนลงไป
ส่วนตัวเนี่ยเทียนเองกลับอาศัยความแข็งแกร่งของโครงกระดูกปีศาจ เลือดมาสังหารเขตวิญญาณทุกคนที่อยู่ในนั้นรวมไปถึงหงเสียนด้วย!
รอบกายของโครงกระดูกปีศาจเลือดมีอาวุธวิเศษหลายชิ้นที่ระเบิด กระจาย รวมถึงศพของพวกหงเสียนที่ลอยนิ่งอยู่
หลังจากโจมตีไปครั้งหนึ่ง คลื่นเลือดลมที่มหาศาลดุจมหาสมุทรในร่าง ของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ถดถอยลงไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ฉู่เสวียนจีสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อผ่านการต่อสู้ในครั้งนี้ ในร่างของ เผ่าโครงกระดูกนี้ได้สูญเสียพลังงานไปมาก
ดวงตาของเนี่ยเทียนที่แนบติดอยู่กับหน้าอกของโครงกระดูกปีศาจ เลือดราวกับหินแม่เหล็กเป็นประกายดุร้ายบ้าคลั่ง เขาคล้ายกำลังปรับ การเปลี่ยนแปลงของเลือดลมในร่างให้สงบลง ราวกับว่าตอนนี้ไร้กำลังให้ ใช้อีกต่อไป
ฉู่เสวียนจีรู้สึกว่าบางทีการสังหารเนี่ยเทียนในตอนนี้อาจเป็นช่วงเวลา ที่ดีที่สุด
แต่เขาที่จ้องเขม็งไปยังเนี่ยเทียนกลับมีความรู้สึกหวาดกลัวเสี้ยวหนึ่ง ผุดขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่ได้
เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่ก็ยังไม่กล้าบุ่มบ่าม เพียงกลายร่างเป็นรุ้งยาว เส้นหนึ่งที่ขับเคลื่อนธงเหล่านั้นให้หนีไปจากที่นี่
“ผู้อาวุโสฉู่!”
อินย่าหนันแห่งสำนักคุมสัตว์ตะโกนเสียงหลง หมายเรียกให้เขาอยู่ต่อ
แต่ฉู่เสวียนจีเหมือนไม่ได้ยินสิ่งใด เขาไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามอง นาง แถมยังเพิ่มความเร็วมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย
อินย่าหนันไม่ใช่คนตระกูลฉู่ของเขา ไม่ใช่คนที่เขาต้องให้การดูแล เมื่อหงเสียนตายไป เขาก็ไม่จำเป็นต้องเห็นแก่หน้าของสำนักคุมสัตว์อีก ต่อไป
“อินย่าหนัน! เจ้ารีบหนีไปซะ!” เฉียวอวิ๋นซีที่ยืนอยู่บนวิหคเพลิง พยายามเอ่ยเตือนนาง
หลังจากที่เนี่ยเทียนและโครงกระดูกปีศาจเลือดใช้พรสวรรค์ผสาน รวมชีวิตเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งยังถูกอารมณ์เชิงลบของวิญญาณอสูรสร้าง ผลกระทบ เขาก็เปลี่ยนมาเป็นคนแปลกหน้าสำหรับนาง
เนี่ยเทียนที่เป็นเช่นนี้ได้แสดงความสามารถในการต่อสู้น่ากลัวที่เขย่า คลอนใจคน ทั้งยังฆ่าเขตวิญญาณอย่างพวกหงเสียนจนสิ้นซาก
เฉียวอวิ๋นซีเองก็ตื่นตระหนกไม่คลาย กลัวว่าเนี่ยเทียนจะต้านทาน ผลกระทบจากวิญญาณอสูรไม่ได้แล้วเปิดฉากสังหารต่อ
เมื่อฉู่เสวียนจีจากไป สถานที่แห่งนี้ก็เหลือแค่นางกับอินย่าหนันสอง คน แม้นางจะไม่ชอบอินย่าหนัน แต่ก็ไม่ยินดีเห็นอีกฝ่ายถูกเนี่ยเทียน สังหารแล้วสร้างปัญหาใหญ่ให้กับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์
อินย่าหนันคือเมล็ดพันธ์แห่งสำนักคุมสัตว์ ถูกสำนักมองเป็น ความหวัง สำหรับสำนักคุมสัตว์แล้ว อินย่าหนันนับว่าสำคัญยิ่งกว่าหง เสียนที่มีเขตวิญญาณช่วงท้ายหลายเท่านัก
หงเสียนตายไปแล้วคนหนึ่ง บวกกับเขตวิญญาณอีกหลายคน แม้ว่านี่ จะล่วงเกินสำนักคุมสัตว์ไปแล้ว แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้สำนักคุมสัตว์ตามเอา เรื่องอย่างไม่ตายไม่ยอมเลิกรา
ทว่าหากอินย่าหนันถูกฆ่า เกรงว่าสำนักคุมสัตว์คงเอาความเดือดดาล มาลงกับสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ของพวกนาง และเรื่องก็อาจลุกลามจนถึงขั้น หากเจ้าไม่ตายก็ข้าที่ดับ
“หนีไป?”
อินย่าหนันใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นจ้องเขม็งไปยังเนี่ย เทียน เห็นได้ชัดว่านางไม่ยินยอมเพียงใด
หงเสียนและเขตวิญญาณหลายคนของสำนักคุมสัตว์ล้วนถูกโครง กระดูกปีศาจเลือดของเนี่ยเทียนสังหาร ฉู่เสวียนจีหนีไป เว่ยอวี้ที่บาดเจ็บ สาหัสก็ถูกคนในสำนักหามไปแล้ว…
พวกนางสามสำนักต่างก็ถูกเนี่ยเทียนโจมตีจนถึงขั้นเกือบพินาศวอด วาย นี่ทำให้นางรับไม่ได้อย่างยิ่ง
ใจนางอยากแก้แค้น แต่กลับรู้สึกไร้กำลังอย่างลึกล้ำ
นางที่ขี่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งไม่มีแม้แต่ความกล้าในการขยับเข้าไปใกล้ โครงกระดูกปีศาจเลือด
เดิมทีนางนึกว่าฉู่เสวียนจีจะอยู่ต่อแล้วต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนาง นึกไม่ถึงว่าฉู่เสวียนจีจะหวาดกลัวจนถอยร่นไปทั้งที่ยังไม่ได้ต่อสู้แบบนี้
“อู้ๆๆ!”
ขณะที่นางกำลังสองจิตสองใจอยู่นั้น นางก็สังเกตเห็นว่าซากวิญญาณ หกดวงที่ล้อมวนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงไม่กล้าลงมือกับเนี่ยเทียน เหมือนกัน คล้ายหวาดเกรงอะไรบางอย่าง
แต่ซากวิญญาณเหล่านั้นกลับไม่ได้จากไปไหน ยังคงเผยเจตนาชั่วร้าย ต่อนางและเฉียวอวิ๋นซีไม่เลิกรา
ตอนที่ฉู่เสวียนจีจากไป ซากวิญญาณไม่มีความผิดปกติใดๆ คล้ายก็ เข้าใจดีว่าพวกมันมิอาจรั้งตัวเขาไว้ได้
อินย่าหนันนิ่งคิดไปครู่ก็กัดฟันกรอด ก่อนจะสร้างความเชื่อมโยงทาง จิตวิญญาณกับงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ให้จิตวิญญาณของงูเหลือมเลือด น้ำแข็งปกป้องตัวเองอย่างลับๆ หมายจะไปจากที่แห่งนี้
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งพลันบินออกมาทันที
พอซากวิญญาณหกดวงเห็นงูเหลือมเลือดน้ำแข็งขยับตัว พวกมันก็ พลันกระโจนเข้ามาใกล้
พลังที่มาจากจิตวิญญาณของวิญญาณอสูรตรงเข้ามาฉีกทึ้งร่างของงู เหลือมเลือดน้ำแข็งทันใด ส่วนกลุ่มพลังจิตวิญญาณของงูเหลือมเลือด น้ำแข็งก็พลันลอยออกมาจากดวงตาของมัน ก่อนจะตรงเข้าเข่นฆ่ากับ วิญญาณร้ายทันที
เฉียวอวิ๋นซีเองก็อยากหนีเช่นกัน นางไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเนี่ยเทียน แล้วก็ไม่อยากให้เนี่ยเทียนมีความสัมพันธ์ใดๆ กับสำนักไฟ ศักดิ์สิทธิ์ด้วย
แต่รอจนนางสังเกตเห็นว่าซากวิญญาณหกตนที่พอเห็นอินหย่าหนัน หนีไปก็เริ่มลงมือสังหาร นางก็พลันหน้าเปลี่ยนสี รีบหยุดชะงักทันที
อินย่าหนันยังมีสัตว์วิเศษแข็งแกร่งตัวหนึ่งคอยให้การปกป้อง แต่นาง มีแค่วิหคเพลิง ซึ่งวิหคเพลิงก็ไม่สามารถปกป้องนางให้พ้นจากการทำร้าย ของซากวิญญาณได้
นางจึงเลือกที่จะหยุดรออยู่ข้างกายเนี่ยเทียน แล้วตะโกนดังลั่น “เนี่ย เทียน เจ้าเป็นอะไรกันแน่?”
เวลานี้เนี่ยเทียนยังคงอยู่ในกระแสปั่นป่วนหุนตุ้นซึ่งมีดาวตกมากมาย เปล่งประกาย เลือดลมปลิวว่อน
เนี่ยเทียนที่พอสังหารพวกหงเสียนเสร็จสิ้นก็หยุดอยู่นิ่งพร้อมกับโครง กระดูกปีศาจเลือด และ…หลับตาลง
หัวคิ้วของเนี่ยเทียนขมวดมุ่น คล้ายไม่ได้ยินเสียงตะโกนของนาง
กระแสปั่นป่วนหุนตุ้นที่ปกคลุมพื้นที่หนึ่งพันเมตรยังคงบิดเบือนยุ่ง เหยิง ซึ่งในบรรดานั้นยังมีพลังงานหลากหลายชนิดที่มาจากพลังสังหาร ของพวกหงเทียนซึ่งได้รับผลกระทบจากกระแสปั่นป่วนหุนตุ้นให้ปลิวว่อน ไปรอบด้าน
ไม่ว่าเฉียวอวิ๋นซีหรืออินย่าหนันล้วนไม่รู้ว่าหลังจากที่เนี่ยเทียนโจมตี ผ่านไปแล้วหนึ่งครั้ง ที่เขาไม่ได้ฉวยจังหวะไล่ตามไปก็เพราะมีความทุกข์ บางอย่างที่บอกใครไม่ได้
—เพราะว่าวิญญาณอสูรออกฤทธิ์โจมตีเขาอีกครั้งแล้ว
กระแสจิตวิญญาณดำมืดที่มาจากวิญญาณอสูรเปลี่ยนแปลงมาเป็น ภาพลวงตาที่ล่อลวงใจเข้าอีกครั้ง มันใช้เวทลับทางจิตวิญญาณที่แปลก ประหลาดของอสูรกายมาโจมตีมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขา
การใช้พรสวรรค์แห่งชีวิตที่เกิดใหม่มาผสานรวมกับร่างของโครง กระดูกปีศาจเลือดมาสังหารพวกหงเสียน เนี่ยเทียนเองก็เผาผลาญพลัง จิตวิญญาณไปจำนวนมากเช่นกัน
เมื่อการต่อสู้ยุติลง จิงชี่เลือดเนื้อในร่างของโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ ถูกใช้ไปมากถึงเก้าส่วน
ตัวเนี่ยเทียนเองที่ร่ายใช้กระแสปั่นป่วนหุนตุ้นก็เผาผลาญพลังจิต วิญญาณไปไม่น้อย นี่จึงทำให้วิญญาณอสูรฉวยโอกาสโจมตีเขาได้
ชั่วขณะที่วิญญาณอสูรใช้เวทลับชั่วร้ายมาโจมตีเขา การผสานรวม ชีวิตระหว่างเขาและโครงกระดูกปีศาจเลือดก็บอกลากันไปเพราะเขา จำต้องใช้พลังทั้งหมดมาต้านทานไม่ให้มหาสมุทรจิตวิญญาณถูกรุกราน จนมอดดับ
การผสานรวมชีวิตเสร็จสิ้นลง แม้ว่าเขาจะยังคงแนบติดกับร่างของ โครงกระดูกปีศาจเลือด แต่อันที่จริงพลังการต่อสู้ของเขาลดลงไปฮวบ ฮาบแล้ว
“อู้! อู้ๆ!”
พลังจิตวิญญาณที่เขาปลดปล่อยออกไปก่อนหน้านี้ส่วนหนึ่งถูกรับ กลับจากในกระแสปั่นป่วนหุนตุ้นมาไว้ในมหาสมุทรจิตวิญญาณ ช่วยให้ เขาต้านทานวิญญาณอสูรนั่น
ตอนที่เขาต้านทานวิญญาณอสูร กระแสปั่นป่วนหุนตุ้นก็ยังแสดง ความมหัศจรรย์ออกมาให้วิญญาณอสูรได้รับผลกระทบ
การโจมตีทางจิตวิญญาณหลากหลายชนิดของวิญญาณอสูรที่อยู่ใน กระแสปั่นป่วนหุนตุ้นก็ได้ถูกบิดเบือนให้ยุ่งเหยิงเช่นกัน มันจึงไม่สามารถ ก่อเกิดเป็นพลังการโจมตีที่แข็งแกร่งได้
ผ่านไปพักใหญ่ กระแสจิตวิญญาณชั่วร้ายที่มาจากวิญญาณอสูรซึ่งต่อ ให้จะไม่ยินยอมมากแค่ไหนก็ยังจำต้องล่าถอยไปราวกระแสน้ำลง
เนี่ยเทียนพรูลมหายใจออกมายาวๆ ในที่สุดก็ฟื้นคืนสติ จึงลืมตาขึ้น
เขาสัมผัสเล็กน้อยก็รู้ว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดหลงเหลือพลังแค่ ประมาณหนึ่งส่วนเท่านั้น ต่อให้เขาจะร่ายใช้การผสานรวมชีวิตอีกครั้งก็ ไม่สามารถสำแดงพลังการต่อสู้สะท้านฟ้าสะเทือนดินได้อีก
เว้นเสียแต่ว่าเขาจะรวบรวมซากศพของชนต่างเผ่าระดับสูงได้มากพอ ให้โครงกระดูกปีศาจเลือดนำมามาชุบหลอมเลือดสด และเติมเต็ม พลังงานเลือดเนื้อของมันได้อีกครั้ง
“กลับมาเถอะ”
ความคิดหนึ่งเกิดขึ้น เขาก็เก็บเอาโครงกระดูกปีศาจเลือดไปไว้ใน แหวนเก็บของ
พอโครงกระดูกปีศาจเลือดหายไป เฉียวอวิ๋นซีจากสำนักไฟศักดิ์สิทธิ์ก็ เห็นว่าสายตาของเนี่ยเทียนกระจ่างใส ไม่มีความดุร้ายกระหายเลือดอย่าง เมื่อครู่นี้อีกแล้ว
“เจ้า เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วรึ?” เฉียวอวิ๋นซีกล่าวด้วยความยินดี
“พอจะพ้นภัยมาได้ชั่วคราว” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ ตอนที่นางบิน เข้ามาใกล้ เขาก็ขึ้นไปยืนบนวิหคเพลิง แล้วพูดทันทีว่า “รีบออกไปจาก ที่นี่ ไปได้ไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากเท่านั้น อย่าให้คนสามสำนักตามมาได้อีก”
“แล้วอินย่าหนันล่ะ!” เฉียวอวิ๋นซีชี้ไปที่งูเหลือมเลือดน้ำแข็งและซาก วิญญาณอีกหกตน “ซากวิญญาณกำลังกัดกินนาง!”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วเพ่งสมาธิมอง แล้วก็พลันสังเกตเห็นว่าซาก วิญญาณหกตนกำลังล้อมวงคล้ายสร้างค่ายกลวิญญาณลึกลับซึ่งคล้ายคลึง กับวิชาแท่นโม่จิตวิญญาณของวังวิญญาณขึ้นมา
ค่ายกลนั้นเหมือนน้ำวนวิญญาณชนาดใหญ่ยักษ์ที่ลอยอยู่เหนือศีรษะ ของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งและกำลังเข่นฉ่าอยู่กับวิญญาณสัตว์ของงูเหลือม เลือดน้ำแข็ง
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งและอินย่าหนันต่างก็เจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ท่าทางของพวกนางเหมือนจะใกล้จะทนไม่ไหวเข้าไปทุกที
“นางไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเรา” เนี่ยเทียนไม่เห็นเป็นสำคัญ
“นางจะตายไม่ได้ หากนางตายไป สำนักคุมสัตว์ต้องบ้าแน่ๆ!” เฉียวอวิ๋นซีตวาด
“ข้าสังหารหงเสียนและคนของสำนักคุมสัตว์ไปไม่น้อย ยังไงพวกเขาก็ ต้องบ้าอยู่ดี ข้าไม่เห็นว่าจะต่างกันตรงไหน” เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น
“มันไม่เหมือนกัน! นางไม่เหมือนกับพวกหงเสียน!” เฉียวอวิ๋นซีไม่ สนใจคำทัดทานจากเนี่ยเทียน นางขับเคลื่อนวิหคเพลิงเข้าไปใกล้อินย่า หนันอย่างรวดเร็ว “เจ้ารีบคิดหาวิธีเร็วเข้า!”
พอเห็นว่าวิหคเพลิงบินไปหาอินย่าหนัน เนี่ยเทียนก็หน้าเปลี่ยนสี หากจะขัดขวางซากวิญญาณทั้งหกนั้นก็ได้แต่เรียกเอาไข่มุกวิญญาณมืด ออกมา
ที่น่าแปลกก็คือพอไข่มุกวิญญาณมืดเข้ามาอยู่ในมือ วิญญาณร้ายพวก นั้น…เหมือนจะเผาผลาญพลังจิตวิญญาณไปมากมาย ไข่มุกวิญญาณมืดจึง ไม่ได้ลงแรงมากเท่าไหร่
และตอนที่เขาหยิบเอาไข่มุกวิญญาณมืดออกมาพร้อมๆ กับที่วิหค เพลิงขยับเข้ามาใกล้ ซากวิญญาณทั้งหกก็หนีกระเจิงไปทั่วด้านอย่าง หวาดกลัว
อินย่าหนันจึงได้รับการช่วยเหลือด้วยเหตุนี้
——