ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 731 ลุ่มหลง
จิตใจของอินย่าหนันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง การเชื่อมโยงระหว่างนาง และงูเหลือมเลือดน้ำแข็งยากที่จะติดต่อกันได้อีก
กระแสจิตวิญญาณที่มาจากงูเหลือมเลือดน้ำแข็งพลันบินออกมาจาก สมองของเนี่ยเทียน งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่หดตัวเล็กลงเหมือนงูเล็กๆ ตัว หนึ่งใช้สายตาประหลาดใจมองไปยังเนี่ยเทียนและอินย่าหนัน
อินย่าหนันกัดริมฝีปากล่างเบาๆ เลือดฝาดแดงปลั่งฉายชัดบนใบหน้า ลมหายใจก็เปลี่ยนมาเป็นถี่รัว
เฉียวอวิ๋นซีเองก็ไม่ต่างไปจากนาง
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งไม่รู้ว่าในสมองของเนี่ยเทียนเกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน แน่
“ฟิ้วๆๆ!”
กระแสจิตวิญญาณหลายกลุ่มที่มาจากเนี่ยเทียนรัดพันจิตวิญญาณ ของอินย่าหนันและเฉียวอวิ๋นซีไว้ราวเชือกปุาน
ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน จิตวิญญาณของหญิงสาวทั้ง สองสามารถเข้าใจความต้องการของเขา สามารถมองเห็นภาพเร่าร้อนที่ ทำให้คนแก้มแดงใจเต้นแรงซึ่งเนี่ยเทียนจินตนาการออกมา
ทุกภาพเหตุการณ์ล้วนมีเงาร่างของพวกนางอยู่ในนั้น ในความคิดเพ้อ ฝันของเนี่ยเทียน เรือนกายของพวกนางกำลังสอดประสานพัวพันกับเนี่ย
เทียนอย่างแนบแน่น ทั้งยังถูกเขาจัดวางด้วยท่าทางหลากหลายน่าอับ อาย
กระแสจิตวิญญาณของเนี่ยเทียนพัวพันอยู่กับจิตวิญญาณของพวก นาง อารมณ์รักที่เดือดพล่านออกมาจากในจิตสำนึกของเนี่ยเทียนจึงกำลัง ส่งผลกระทบกับพวกนางเช่นกัน
ในความเป็นจริงพวกเขาทั้งสองไม่ได้สัมผัสโดนเรือนกายของกันและ กัน ทว่าในความรู้สึกของหญิงสาวทั้งสอง กระแสจิตวิญญาณของเนี่ย เทียนคล้ายเปลี่ยนมาเป็นมือจำนวนนับไม่ถ้วนที่ลูบคลำไปทั่วทุกอณูบน ผิวกายพวกนาง รุกรานพวกนางอย่างเหิมเกริม
ความรู้สึกเช่นนี้กระตุ้นอารมณ์ได้ดุเดือดยิ่งกว่าโดนสัมผัสจริงๆ เสีย อีก!
หญิงสาวสองคนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความลุ่มหลง พวกนางหอบ หายใจหนักหน่วง เหงื่อเปียกโชกไปทั้งร่าง จิตวิญญาณล่องลอยราวกับ คนมัวเมา ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน
พวกนางไม่รู้ว่าสิ่งที่วิญญาณอสูรปลดปล่อยออกมาหลงเหลือเพียงแค่ อารมณ์ปรารถนาอย่างเดียวเท่านั้น เพราะจิตวิญญาณของพวกนางเข้ามา อยู่ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเนี่ยเทียน และไม่ได้ถอยออกไปทันเวลา มันจึงชักนำล่อลวงให้พวกนางจมจ่อมอยู่กับมันไม่ต่างจากเนี่ยเทียน
จิตวิญญาณที่กำลังปะทะกันทำให้คนทั้งสามถูกอารมณ์ปรารถนามัว เมาใจให้หลงใหล การไขว่คว้าตามหาจึงเกิดขึ้นโดยสัญชาตญาณ ร่างกาย ที่อยู่ห่างกันไม่ไกลนักของพวกเขาเริ่มขยับเข้ามาใกล้กันโดยอัตโนมัติ
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวเล็กที่อยู่บนหลังวิหคเพลิงมองเห็นว่า เฉียวอวิ๋นซีและอินย่าหนันพากันขยับเข้าไปใกล้เนี่ยเทียน คนหนึ่งแนบติด ไปกับแผ่นหลังของเนี่ยเทียน อีกคนแนบติดไปกับหน้าอกของเขา กอดรัด เขาไว้แนบแน่น
คนทั้งสามหลับตา ทว่ามือข้างหนึ่งของเนี่ยเทียนกลับสอดเข้ามาใน สาบเสื้อหน้าอกของเฉียวอวิ๋นซีแล้วลูบคลำอย่างบ้าคลั่งคล้ายทำไปโดยไม่ รู้ตัว
ส่วนมืออีกข้างหนึ่งกลับเอื้อมมือมาลูบไล้แผ่นหลังของอินย่าหนัน
หญิงสาวสองคนหน้าแดง สีหน้าอิ่มเอมในอารมณ์ ร่างแนบติดกับเนี่ย เทียนอย่างสนิทชิดเชื้อคล้ายต้องการผสานร่างของตัวเองเข้าไปในร่างของ เนี่ยเทียน
พวกนางโอบกอดเนี่ยเทียนไว้แนบแน่น ริมฝีปากอวบอิ่มของพวกนาง ขบกัดลงไปตรงหน้าอกและลำคอด้านหลังของเขา
อุณภูมิในร่างของคนทั้งสามพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว หัวใจยิ่งเต้นเร็วมาก ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังเริ่มเป็นฝุายฉีกกระชากอาภรณ์ที่กางกั้นออกด้วยตัวเอง ราวกับต้องการผสานรวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกันตามสัญชาตญาณ
ผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วของเนี่ยเทียนเปล่งประกายสีเขียววูบ วาบ ก่อนที่เงาวิญญาณร่างหนึ่งจะปรากฏอย่างเงียบเชียบและกำลังยิ้ม เยาะอย่างลำพองใจ
ตอนที่เงาวิญญาณนั้นลอยขึ้นมา งูเหลือมเลือดน้ำแข็งรู้สึกได้ถึงความ ผิดปกติจึงแผดเสียงดัง “ฟุอๆ”
เสียงกรีดร้องนี้พุ่งตรงเข้าสู่มหาสมุทรจิตวิญญาณของอินย่าหนัน ประหนึ่งกระบี่เย็นเยียบเล่มหนึ่งที่ทิ่มแทงไปยังจิตวิญญาณที่ลุ่มหลงของ นาง
“เฮือก…”
อินย่าหนันร้องอุทานเบาๆ เหมือนคนที่เพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากความฝัน เพราะความเจ็บปวดนั้นทำให้นางฟื้นคืนสติอย่างรวดเร็ว
จิตวิญญาณของนางกลับคืนมาจากการพัวพันอยู่ในมหาสมุทรจิต วิญญาณของเนี่ยเทียน หวนกลับเข้ายังมหาสมุทรจิตวิญญาณของตัวเอง
นางจึงลืมตาขึ้นทันใด
ชั่วขณะที่ลืมตาขึ้นมานั้น นางพบว่าตัวเองโอบรัดเนี่ยเทียนไว้จากข้าง หลังอย่างแนบแน่น ทั้งตรงลำคอด้านหลังของเนี่ยเทียนยังมีรอยฟันของ นางเรียงให้เห็นเด่นชัดด้วย
เสื้อเกราะหนังท่อนบนของนางก็หลุดออกโดยที่นางไม่รู้ตัว หน้าอกที่ อวบอิ่มบดบี้อยู่กับแผ่นหลังของเนี่ยเทียน
มือข้างหนึ่งของเนี่ยเทียนอ้อมหลังมาโอบรัดใต้จั๊กแร้ของนาง ทำให้ นางชาไปทั้งร่าง
นางอึ้งงันไปแค่ไม่กี่วินาทีก็กรีดร้องเสียงแหลมฟูาสนั่นดินสะเทือน พลังเลือดลมที่มากมหาศาลในร่างระเบิดตูมผลักให้เนี่ยเทียนกระเด็น ออกไปอย่างแรง
“ตูม!”
เมื่อเจอแรงมหาศาลของนาง แม้แต่เฉียวอวิ๋นซีที่ยังอยู่ในอ้อมกอด ของเนี่ยเทียนอย่างแนบแน่นก็ยังถูกผลักให้ปลิวออกไปจากวิหคเพลิงด้วย
พละกำลังหนักอึ้งราวขุนเขาที่ระเบิดขึ้นด้านหลังทำให้เนี่ยเทียนและ เฉียวอวิ๋นซีสองคนต่างก็ถูกปลุกให้ตื่นกะทันหัน
ความเจ็บปวดกดทับอารมณ์ใคร่ในสมองของพวกเขาสองคน พวกเขา จึงฟื้นคืนสติในฉับพลัน
หลังจากฟื้นตื่นขึ้นมาแล้ว เฉียวอวิ๋นซีก็กรีดร้องเสียงแหลมบาดแก้วหู มือไม้ปุายปะอยู่กลางอากาศเป็นพัลวัน เรียกให้วิหคเพลิงกลับเข้ามารับ ร่างตัวเองอีกครั้ง
เสียงกรีดร้องของนางทำให้เนี่ยเทียนฟื้นคืนสติอย่างเต็มที่ เข้าใจแทบ จะทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เนี่ยเทียนรู้สึกร้อนตัวอย่างถึงที่สุด เขาแอบเหลือบมองแวบหนึ่งก็เห็น ว่าเฉียวอวิ๋นซีและอินย่าหนันสองคนหดตัวอยู่ในวิหคเพลิง รีบร้อนจัด เสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยเสียใหม่
ดวงตาของพวกนางเต็มไปด้วยความหดหู่และลนลาน และบางครั้งก็มี ความเดือดดาลน่าหวาดกลัวเหมือนจะกินคนลอยขึ้นมา
เนื่องจากผลึกเปลวเพลิงถูกเผาผลาญจนสิ้น วิหคเพลิงจึงลอยนิ่งๆ อยู่ ริมหินอุกกาบาตก้อนหนึ่ง
เนื่องจากความเร็วสู้หินวิหคเพลิงไม่ได้ ซากวิญญาณหกดวงที่ไล่ ตามมาโจมตีจึงยังตามมาไม่ทัน
“ฟิ้ว!”
เนี่ยเทียนทดลองขยับเข้าไปใกล้วิหคเพลิง ไม่นานก็ค้นพบว่าเนื่องจาก แรงโน้มถ่วงมีน้อยเกินไป ต่อให้เขาจะไม่ถึงเขตลี้ลับ เขาก็ยังสามารถบิน ไปกลางอากาศได้
“อย่าเข้ามานะ!”
พอเห็นว่าเขาขยับเข้ามาใกล้ เฉียวอวิ๋นซีและอินย่าหนันที่หดตัวอยู่ใน วิหคเพลิงจึงกรีดร้องเสียงแหลมอีกครั้ง
เขาอึ้งไปครู่ แล้วก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน จำต้องเปลี่ยนไปหยุดอยู่บนหิน อุกกาบาตอีกก้อนหนึ่งที่ไม่ห่างจากกันเท่าไหร่นัก
วิหคเพลิงหยุดนิ่งไม่ขยับ เฉียวอวิ๋นซีและอินย่าหนันสองคนมองตากัน ต่างก็มองออกถึงความเดือดดาลและเจ็บแค้นในใจของอีกฝุาย
อินย่าหนันอ้าปากทำท่าจะพูด ทว่าใบหน้าที่แดงปลั่งกลับฉายความ กระอักกระอ่วนออกมาเสียก่อน
นางสัมผัสได้ว่าส่วนล่างภายใต้กระโปรงหนังของตัวเองเต็มไปด้วย ของเหลวเหนียวข้นที่ทำให้ไม่สบายตัวอย่างมาก
พอหวนนึกถึงเรื่องเมื่อครู่ นางก็ทั้งโกรธทั้งอาย พลันเรียกภาพวาดน้ำ หมึกออกมาจากในแหวนเก็บของเพื่อบดบังเส้นสายตาของเนี่ยเทียน เอาไว้ จากนั้นก็หยิบกระโปรงหนังชุดใหม่ออกมา หันหลังให้เฉียวอวิ๋นซี ถอดกระโปรงหนังตัวเก่าออก เปลี่ยนตัวใหม่เข้าไปแทน
เฉียวอวิ๋นซีเหลือบมองสะโพกที่โค้งงอนงดงามราวภาพวาดของนาง แวบหนึ่งด้วยสีหน้าที่ย่ำแย่ยิ่งกว่านางเสียอีก
เมื่อก้มหน้าลงมอง เฉียวอวิ๋นซีก็เห็นว่าผิวหน้าอกอวบอิ่มขาวนวลของ ตัวเองเต็มไปด้วยรอยนิ้วมือมากมาย ซึ่งเจ้าของรอยนิ้วนั้นก็คือเนี่ยเทียน!
นอกจากนี้นางยังสัมผัสได้ถึงความไม่สบายตัวจากเบื้องล่างของตัวเอง ทันที จึงรีบร้อนเปลี่ยนมาใส่อาภรณ์สีแดงเพลิงชุดใหม่
อินย่าหนันหันกลับมา พอเห็นว่านางก็เปลี่ยนกระโปรงชุดใหม่เช่นกัน ใบหูก็แดงปลั่ง ขบฟันเข่นเขี้ยว “เขา เขาฉวยโอกาสลวนลามพวกเรา! ไม่ ว่าจะบนร่างกายหรือจิตวิญญาณ เขาก็ลงมือไม่มีเว้น!”
ดวงตาของเฉียวอวิ๋นซีก็เต็มไปด้วยเปลวเพลิงเช่นกัน นางเอ่ยขึ้นด้วย น้ำเสียงเคียดแค้น “ฆ่าเขาซะเถอะ!”
“ต้องการอย่างนี้อยู่พอดี!” อินย่าหนันคำรามกร้าว
“อู้!”
ภาพวาดน้ำหมึกแผ่นนั้นถูกนางเก็บเข้าไปไว้ในแหวนเก็บของ เรือน กายแข็งแกร่งมีเสน่ห์ของนางบินออกพรวดออกมาจากวิหคเพลิง กระโจน เข้าใส่เนี่ยเทียน
พอเห็นว่านางลงมือ เฉียวอวิ๋นซีเองก็กรีดร้องเสียงดังแล้วกลายร่าง เป็นเปลวเพลิงกลุ่มหนึ่งที่บินเข้าหาเนี่ยเทียน
“พวกเจ้าจะทำอะไร?”
เห็นว่าหญิงสาวสองคนที่ถูกไฟโทสะกลบทับสติปัญญาพุ่งเข้ามาหา เขาอย่างดุร้ายโดยไม่สนใจสิ่งใด เนี่ยเทียนที่กินปูนร้อนท้องก็รีบอธิบาย “ไม่ใช่ความผิดของข้านะ วิญญาณอสูรนั่นปั่นปุวนสติปัญญาของข้า! พี่สาวทั้งสองท่าน ทั้งๆ ที่พวกเจ้าเองก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ข้าเองก็เป็น ผู้รับเคราะห์เหมือนกัน ข้าคือคนที่มีคู่หมั้นคู่หมาย พวกเจ้าฉวยโอกาส ลวนลามข้ายังพอว่า แต่นี่ยังคิดจะฆ่าคนปิดปากอีกรึ?”
เขาไม่พูดอะไรยังพอว่า แต่พอได้ยินคำพูดของเขา อินย่าหนันและ เฉียวอวิ๋นซีก็โกรธจนเป็นบ้าไปทันที
เวลานี้พวกนางไม่สนใจอันตรายจากซากวิญญาณอีกแล้ว คิดแต่ อยากจะฉีกปากเนี่ยเทียนให้เละเป็นชิ้นๆ สังหารเขาให้ตายคาที่ ถึงจะพอ ระบายความแค้นที่อยู่ในใจพวกนางได้
“พวกเจ้าอย่าทำตัวเหลวไหลนะ!”
เนี่ยเทียนตะโกนโหวกเหวก รู้ดีว่าตัวเองทำผิดจึงไม่กล้าตอบโต้ ได้แต่ หนีอย่างเดียว
เมื่อไม่มีความช่วยเหลือจากวิหคเพลิง อินย่าหนันและเฉียวอวิ๋นซีต่าง ก็ตามเขาไม่ทัน
“ฟิ้ว!”
เนี่ยเทียนใช้พลังดวงดาวส่วนหนึ่งร่ายใช้ดาวเปล่งประกายระยะสั้นมา คอยหลบเลี่ยงการโจมตีจากพวกนาง ทำให้ค่อยๆ ออกห่างมาจากหิน อุกกาบาตก้อนนั้น
หญิงสาวทั้งสองตามติดไม่ยอมเลิกรา คนหนึ่งเหมือนเปลวเพลิง ร้อนแรง อีกคนประหนึ่งสัตว์เพศเมียที่บ้าคลั่ง สบถด่าพลางไล่ตามไม่ ลดละ
“พวกเจ้าสงบสติอารมณ์หน่อย ซากวิญญาณหกตนนั่นใกล้จะตาม มาถึงแล้ว หากพวกเจ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรต่อตัวพวก เจ้าเอง” เนี่ยเทียนเอ่ยเกลี้ยกล่อม
“ข้าไม่สนใจ!” เฉียวอวิ๋นซีกล่าวเดือดดาล
“ไม่ใช่แค่พวกเจ้าที่เสียเปรียบ ข้าเองก็เสียเปรียบเหมือนกันนี่นา พวกเราสู้กันต่อไปมีแต่จะได้ดีวิญญาณอสูรดวงนั้น” เนี่ยเทียนตะโกนดัง อีกครั้ง
“ไม่ฆ่าคนสารเลวเช่นเจ้า ชีวิตข้าก็ต้องอยู่ในเงาดำมืดตลอดกาล เจ้า ต้องตายสถานเดียว!” อินย่าหนันแผดเสียงดังลั่น
“หากพวกเจ้าจะทำอย่างนี้จริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็อย่าโทษว่าข้าทิ้งพวก เจ้าไม่ใยดี” เนี่ยเทียนปวดหัวอย่างยิ่ง เมื่อใช้คาถาดาวเปล่งประกายระยะ สั้นติดต่อกันหลายครั้ง พลังดวงดาวของเขาที่เหลืออยู่ก็หายไปจนเกลี้ยง
พอเห็นหญิงสาวบ้าคลั่งสองคนไม่ฟังคำอธิบายใดๆ เขานิ่งคิดไปครู่ก็ พลันหยิบเอาเรือดาราออกมาจากในแหวนเก็บของ
พอเรือดาราปรากฏ เขาก็บินเข้าไปข้างในนั้นทันที ก่อนจะขับเคลื่อน เรือดาราให้บินทะยานจากหินอุกกาบาตใต้ฝุาเท้า แล้วใช้ความเร็วที่น่า ตะลึงหนีไปไกล
“อาวุธวิเศษประเภทบินลำนั้นเร็วได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ?!”
พริบตานั้นเนี่ยเทียนและเรือดาราก็หายไปจากเส้นสายตาของ เฉียวอวิ๋นซีที่มีสีหน้าตะลึงพรึงเพริด
“รีบกลับไปที่วิหคเพลิงเร็วเข้า! อย่าให้เจ้าคนชั่วช้านั่นหนีไปได้!” อิน ย่าหนันตวาดดัง
“ตกลง!” เฉียวอวิ๋นซีเองก็รีบพยักหน้ารับ
ไม่นานพวกนางก็กลับมาถึงวิหคเพลิง แล้วปูอนผลึกเปลวไฟให้กับ วิหคเพลิงอีกครั้ง ทว่าทันใดนั้นพวกนางก็เห็นซากวิญญาณหกดวงปรากฏ กายจากทิศไกลอย่างเงียบเชียบ
“พวกมันมาแล้ว!” เฉียวอวิ๋นซีหน้าเปลี่ยนสี
——